
เอื้อมรักคนใจร้าย
ตอน 2
วงแขนกลมกลึงกอดร่างใหญ่แน่น คิดถึงกลอนเชยๆ ที่พี่หมอบอกว่าชอบและขำอย่างที่ไม่เคยเห็น น้ำมูกน้ำตาเปื้อนเสื้อผ้าราคาแพง หวังให้เขาอย่าผลักไสกัน กอดอย่างไม่หวงเนื้อหวงตัวอีกต่อไป แต่กลับโดนคนหน้าแดงหน้าดำผลักอย่างแรง แววตาชิงชังเจ็บยิ่งนัก ไม่ต้องการให้เขามองแบบนี้ อยากได้สายตาห่วงใยคืนมา แต่สุดท้ายโดนไล่ลงจากรถอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้เธอเดินฝ่าสายฝนกลับบ้าน
ใจร้ายเพราะกำลังโกรธ นิทรารู้ว่ากำลังหลอกตนเอง แต่ก็ยังคิดจะหลอก
วันต่อมาเขามาอาละวาดที่อพาร์ทเม้นท์ เธอใจกล้าอีกครากอดเขาแน่น เหมือนทุกครั้งที่เกิดการง้องอนกัน บอกว่ายอมเขาทุกอย่างแค่เขาหายโกรธ มุมปากสีสดยิ้มหยัน ไม่มีแววเสน่หาเหมือนวันวาน
คราก่อนเคยเว้าวอนอ้อนขอแต่ตอนนั้นแม้ถอดเสื้อผ้าจนหมดสิ้นเขาก็ไม่หันแล
“ฉันขยะแขยงเธอออกไปให้พ้น ไม่อยากแตะต้องอีกแล้ว สกปรกไม่ต่างจากแม่แน่ๆ คงขายตัวไปทั่ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มาเสนอตัวให้ฉัน มาตื้อฉัน ฉันกลับมาบ้านไร่ครั้งนี้ ได้เปิดหูเปิดตา เสียงคนพูดเรื่องแม่ของเธอมันอื้ออึงในหูจนแทบจะอ๊วก”
ไม่มีอะไรดี ไร้ค่าไร้ราคา การเข้าไปหาคนที่เฝ้าปองก่อน มาวันนี้เขาเหยียบย่ำด้วยคำพูดเหมือนเธอเป็นผู้ร้ายก็ไม่ปาน
“พี่หนึ่งอย่าใจร้ายกับนิเลยนะคะ อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนนิก่อนนะ”
“อ่อยจังเลยนะเมื่อรู้ว่าฉันไม่สนใจแล้ว เสียใจด้วย ไม่สมหวังแน่นอน ฝากบอกแม่เธอด้วยล่ะ โชคสองชั้นชวดแล้ว ”
อายเหลือเกิน นิทรารีบติดกระดุมเสื้อสองสามเม็ดที่หลุดเพราะแรงมือใหญ่ ขณะเดียวกันนั้นเขาเดินออกห้องพร้อมเขวี้ยงรูปถ่ายเธอและแม่ กระถางต้นไม้ที่ดอกกุหลาบกำลังชูช่อสวยโดนเขาทำลายเช่นกัน
เพล้ง!เศษแก้ว กระถางแตกกระจัดกระจาย
กระถางพวกนั้นเธอดูแลมานาน คือหัวใจของเธอ เขาปลุกมันกับเธอแต่ตอนนี้มาทำลาย นิทรายืนมองน้ำตาไหลพราก
“พี่หนึ่ง”
“แม่ฉันตาย เธอรู้หรือเปล่า”
ร่างกายทุกส่วนชาดิก ดอกไม้ที่มีคุณค่าทางจิตใจไม่ได้รับความสนใจอีก ป้าผานิตตายแล้ว ไม่จริงใช่ไหม น้ำตาเธอไหลริน นัยน์ตาแดงก่ำของคนรักเหมือนจะสื่ออะไรมากกว่านั้น เหมือนปากเขาจะพูดอะไรอีกแต่กลับเลือกจะเดินจากไป
รักของเธอที่วาดหวังว่าจะหวานชื่น มีความสุขอย่างที่ไม่เคยพานพบคงปิดฉากลงแล้ว
“ฮือๆๆ แม่ทำไมทำอย่างนี้กับนิ พี่หมอหนึ่ง ฮือๆๆ อย่าเพิ่งไป”
ร่างอวบอัดวิ่งไปรั้งเขา แต่ก้ไม่ทัน มารู้ตัวอีกทีตนนั่งตัดดอกกุหลาบที่บอบซ้ำไว้ในมือ
แต่มันคงซ้ำไม่มีทางสวยงามดังเดิม หัวใจแห้งแล้วเศร้าหมอง
“มาทำอะไรตรงนี้ดึกแล้วไปนอนสิพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
นิทราป้ายน้ำตาหันมองป้าแม่บ้านที่มองเธอด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะย้อนด้วยน้ำเสียงนาบเรียบ “ป้าจะมองนิแบบนี้ทำไม จะมาสั่งทำไม นิจะนอนเวลาไหนใช่เรื่องของป้าหรือ นิไม่เคยบกพร่องในนหน้าที่นะ”
ว่าแล้วเดินผ่านแม่บ้านสูงวัยที่สีหน้าดำคล้ำ แต่เธอหาได้สนใจเพราะรู้ดีที่นี่ไม่มีใครต้อนรับเธออีกแล้ว ทุกวันนี้เธออยู่ในฐานะคนรับใช้ที่ต้องทำงานมากกว่าคนอื่นๆ แต่ให้คนอื่นโขกสับนั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องทน
วงศกรกลับมาจากโรงพยาบาลได้พักใหญ่ๆ ยืนมองผู้หญิงที่เคยรัก น้ำตาผู้หญิงคนนั้น ลูกสาวของหญิงแพศยาที่ทำให้แม่เขาต้องตาย ทำให้เขาไม่มีพ่อ น้องสาวกลายเป็นคนเจ็บป่วยทางจิตใจ
ช่างเป็นน่าเรื่องขบขันแต่หัวเราะไม่ออก ใครบอกว่าทำดีได้ดี แม่ซึ่งเข้าวัดเข้าวาเสมอต้องมาเสียผัวให้เพื่อนซึ่งรักมากที่สุด
เป็นคนดีทำให้ต้องพบเจอความปวดร้าวใจ ภาพแม่ร้องไห้และวิ่งตามรถพ่อจนโดนรถชนยังอยู่ในสมอง ซึ่งปวดหัวทุกครั้งที่นึกถึงแต่ให้ลืมง่ายๆ ทำไม่ได้
เลือดแม่ไหลออกจากปากระหว่างที่กอดท่านไว้แนบอก ทำให้เขาอยากจะอาเจียนเมื่อคิดถึง แม่คงเจ็บมาก
หมอที่เจอเรื่องการลาลับของชีวิตคนมามากอย่างเขา เจอกับตัวหัวใจแทบหยุดเต้น
“แม่ทำใจดีๆ นะครับ ผมจะพาไปโรงพยาบาล ผมจะรักษาแม่เอง”
น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว แม่ยกมือขึ้นลูบใบหน้าเขา กำลังจะหมดแรง
“บ้านยายเอาคืนให้แม่นะ อย่างอื่นปล่อยไป อีกอย่าง อึก อึก แม่ไม่เอาสะใภ้คนนั้น ไม่…อึก”
ก่อนจะลาลับโลกนี้ คำสั่งเสียยังดังก้องหู ซึ่งเขาเพิ่งรู้รายละเอียดทุกอย่างเมื่อครู่
นาฬิกาที่ไหนบ้างย้อนเวลากลับได้บ้าง แค่เสี้ยวนาที แค่นั้น ถ้าเขาวิ่งเร็วกว่านี้ ไม่ยืนงง แม่คงไม่ต้องตาย
“แม่! ผมขอโทษ”
พี่ขอโทษเธอเหมือนกันวิกาวีที่ทำให้ชีวิตเธอต้องเจออะไรแบบนี้
ครอบครัวนั้นเคยอยู่ใกล้เป็นเพื่อนบ้านที่แสนดี แต่เมื่อพ่อได้มารับราชการที่กรุงเทพ เขาและแม่ตามพ่อมา นานครั้งจะกลับไปยังไร่องุ่นเพื่อดูแลและพักผ่อนในคราเดียวกัน
อยู่กรุงเทพครอบครัวก็มีความสุขมาก เขาเป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ เพราะมีพ่อเป็นนายทหารที่มีชื่อเสียง
พ่อคือฮีโร่ในใจที่เขาต้องเดินตามรอยเท้า ทว่าเมื่อสองแม่ลูกที่เคยอยู่บ้านใกล้เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ครอบครัวที่มีความสุขก็เปลี่ยนไปเขามัวแต่ดีใจที่เจอเพื่อนเก่าที่เคยน่ารัก ช่างอ้อน ลืมสังเกตว่าพ่อเริ่มกลับไร่องุ่นที่ต่างจังหวัดบ่อยขึ้น ไม่กลับบ้านและแม่เริ่มไม่พูดจาเหมือนก่อน
ช่วงนั้นเขากำลังตกอยู่ในความรักจนลืมแม่
“คุณจะรักจะไปใช้ชีวิตกับมันฉันไม่ว่าแต่อย่าเอาบ้านแม่ฉันไปให้มันอยู่ ฉันไม่ยอม โอนคืนมาให้ฉันนะ แม่โอนเป็นชื่อคุณเพราะไว้ใจ อย่าให้คนตายต้องลุกขึ้นจากหลุมเพราะความชั่วของคุณนะคุณทศ”
วันนั้นก่อนแม่จะเสียเกิดการทะเลาะเสียงดัง เขายืนฟังทุกอย่างด้วยใจแค้น เพราะพ่อบอกว่าไม่คืนจะแลกด้วยบ้านหลังที่กรุงเทพ พ่ออ้างว่าเป็นคนซื้อคงแลกกันได้ ราคาก็ใกล้เคียง
“แต่นั่นมันบ้านเกิดฉันนะคุณ ฉันโตมาจากที่นั่น คือความทรงจำของฉันและพ่อแม่ คุณจะใจดำเอานังเมียน้อยไปเหยียบหัวพ่อแม่ฉันหรือ”
“อย่าพูดแบบนี้น่าคุณ พ่อแม่คุณไปเกิดนานแล้ว ให้ผมทำอะไรที่สบายใจบ้างเถอะ เราแต่งงานเพราะโดนคลุมถุงชน คุณก็จำได้ ออ บ้านที่คุณบอกว่ารัก ไหนบอกมาสิแล้วทำไมไม่เคยไปสนใจ ไม่เคยคิดไปดูแลบ้าง”
อยู่กับแม่ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ผู้หญิงคนนั้นคือทุกอย่างที่พ่อตามหา เขากำหมัดแน่น สงสารแม่จับหัวใจ แต่ไม่อยากเข้าไปโวยวายเพราะอายคนรับใช้ที่แอบฟัง กระทั่งพ่อเดินออกไปและแม่วิ่งตามเขาเข้าไปห้ามแม่ แต่วันนั้นก็ไม่ทันการณ์
“พี่หมอมองอะไรคะ” ดุสิตากอดด้านหลังผู้ชายที่หลงรักมานานแต่เพิ่งจะได้มีโอกาสสารภาพรักและโชคดีที่หมอหนุ่มโสด เธอจึงได้ศึกษาดูใจกับเขา
“เรามาคบกันดีไหม”
คือคำพูดที่เธอต้องใช้พลังงานมากกว่าจะเปล่งออกมาได้และ เธอโชคดีมากที่คำพุดนั้นไม่สูญเปล่า พี่หมอบอกว่าถ้าอยากมีแฟนที่งานยุ่งมากก็ลองดู
พี่หมออาจจะเคยมีแฟนมาก่อน แต่เป็นแค่อดีต ใครๆ ก็มีอดีต เธอไม่สนใจ เธอเองมีดีพอให้เขารักและยกย่อง
“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่หิวหรือยัง”
ดวงตาของคนทั้งสองสบกัน ก่อนที่วงศกรจะก้มเคลียร์เอกสารในไร่
หญิงสาวด้านหลังเป็นนักศึกษาซึ่งรู้จักกันตอนเรียนมหาลัยเธอเป็นผู้หญิงพูดน้อย มีความคล้ายผู้หญิงคนนั้น เขาไม่โกหกตนเองว่าบางครั้งอยากหาตัวแทนมาทำให้ใจที่ปวดร้าวหายลงบ้าง
แม้อยากแก้แค้นปานใดแต่ภาพวันเก่าก่อนของเขาและนิทรายังหลอกหลอนเสมอ จึงอยากให้ดุสิตามาลบมันออกไป
คืนนี้หมอหนุ่มทนลูกตื้อไม่ได้ต้องพาเธอกลับมาบ้านไร่ด้วยกัน
“พี่หมอหนึ่งขา ไปหาอะไรกินกันก็ดีคะ”
“พี่หิวหมือนกันครับงั้นเดี๋ยวลงไปหาอะไรกินกันดีกว่า นั่งอ่านหนังสือในห้องทำงานพี่คงเบื่อแย่”
“ได้ค่ะ”
แสดงความเป็นเจ้าของหมอสุดฮอตเธออยากทำเหมือนกัน ดุสิตาเดินนำหน้าหมอหนุ่ม สายตาสำรวจบ้านหลังสวย จัดแต่งทรงผมยาวให้เรียบร้อยดูดีที่สุด
คุณอาจจะชอบ





