ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี

จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี

หวังฟางเซียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอและจ้าวเทียนอี้คนรักถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคัมภีร์อมตะเพราะความผิดพลาดของเธอเอง ทว่าอำนาจลี้ลับของคัมภีร์กลับนำพาดวงวิญญาณเธอย้อนสู่อดีตชาติในร่างพระสนมเอกจางลี่เซียนแห่งราชวงศ์ถัง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาและการชิงดีชิงเด่น เธอต้องเผชิญหน้ากับความแค้นและสงครามอำนาจเพื่อแก้ไขโศกนาฏกรรมในครั้งก่อนและปกป้องชายคนรักไม่ให้ต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาอีกครั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 2

กรุงปักกิ่ง

หอพักมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

“ข้าจะตามหาเจ้าลี่เซียน!!!” เสียงแผ่วเบาล่องลอยมาตามสายลม

แต่เหตุใดเล่าราวกับว่าเสียงนั้นกระซิบอยู่ชิดริมหูของหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังนิทราอย่างสนิทด้วยเพราะเธอเดินทางมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน หญิงสาวเชื้อสายจีนเดิมมีถิ่นพำนักที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นามว่าหวังฟางเซียน เดินทางมาศึกษาต่อในสำนักวิชาโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์วิทยาในระดับชั้นปริญญาตรี

เธอเดินทางเข้าแผ่นดินจีนเป็นครั้งแรกในชีวิต หญิงสาวเกิดที่ประเทศจีนแต่ไปเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาโดยตลอดตามพ่อและแม่ของเธอ ซึ่งมีอาชีพเป็นแพทย์ด้วยกันทั้งคู่ พ่อและแม่ของเธอพบรักกันในขณะที่เดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก จนตัดสินใจแต่งงานและให้กำเนิดบุตรสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นในสายตระกูลหวัง ก่อนจะโยกย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากอยู่ในสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งบุตรสาวเพียงคนเดียวสามารถสอบชิงทุนเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของรัฐในดินแดนมังกรแห่งนี้ได้ แทนที่จะเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา

แม้ทั้งสองจะไม่เห็นด้วยเท่าใดนักแต่ก็มิอาจขัดใจบุตรสาวเพียงคนเดียวของทั้งสองได้ ด้วยฟางเซียนคอยพูดอยู่เสมอว่าเธอจะกลับมาอยู่ที่ประเทศจีนให้ได้ด้วยตัวของเธอเอง เพราะบ้านที่แท้จริงของหญิงสาวคือแผ่นดินจีนหาใช่ประเทศสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใด ด้วยวัยเพียงสิบเก้าปี ซึ่งหญิงสาวก็สามารถสอบชิงทุนเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทของมหาวิทยาลัยปักกิ่งรวดเดียวเป็นผลสำเร็จโดยไม่ต้องง้อพ่อและแม่ของเธอแม้แต่น้อย

มิหนำซ้ำยังสามารถพูดภาษาจีนกลางซึ่งเป็นภาษาราชการของจีนแผ่นดินใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่ว รวมไปถึงจีนกวางตุ้ง จีนแต้จิ๋วหรือแม้กระทั่งจีนไหหลำ เธอก็สามารถเรียนรู้และใช้ภาษเหล่านั้นได้อย่างคล่องแคล่วจนคนเป็นพ่อและแม่ยังอดแปลกใจไม่ได้ เพราะทั้งสองสามารถพูดภาษาจีนกลางได้เท่านั้นไม่นับรวมภาษาอังกฤษที่ทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตประจำวันในสหรัฐอเมริกา

และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเดินทางไกลจากบ้านที่สหรัฐ อเมริกาเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิตในฐานะประชาชนจีน ซึ่งเธอก็มีบัตรประชาชนเช่นเดียวกับชาวจีนทั่วไปเช่นกัน และกิจกรรมมากมายสำหรับนักศึกษาใหม่ในระดับปริญญาตรีทำให้เธอเหนื่อยล้าอย่างยิ่งยวดทำให้เธอเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำจนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามวิกาล เสียงเพรียกหาดังเช่นเสียงกระซิบแผ่วล่องลอยกระทบเข้ากับโสตประสาทของเธอ และเจ้าหล่อนกำลังตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความฝัน

ใบหน้าสวยดั่งพระจันทร์เริ่มส่ายไปมาราวกับว่ากำลังฝันร้ายก็ว่าได้ เหงื่อมากมายเริ่มผุดพรายอยู่เต็มใบหน้าพร้อมเสียงร้องตะโกนก้องออกมาจนสุดเสียง

“เทียนอี้!!!” ร่างระหงลุกพรวดพราดจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่งามสอดส่ายสายตาไปมาอย่างตื่นตระหนกราวกับว่าสิ่งที่เธอฝันนั้นคือความจริง

“โอ๊ย! คนจะหลับจะนอนตะโกนอะไรกลางดึกฟางเซียน!” รูมเมตของหญิงสาวบ่นพึมพำด้วยความรำคาญ

“ขะ… ขอโทษ... ฉันขอโทษนะ พอดีฝันร้ายไปหน่อย” หญิงสาวตอบกลับแม่เพื่อนร่วมห้องเสียงอ่อยๆ

“นี่แม่คุณ แทนที่จะฝันดีดันฝันร้ายทำไมยะ พรุ่งนี้เราจะได้พบอาจารย์ที่เป็นขวัญใจของบรรดานักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ควรจะฝันหวานถึงอาจารย์ผู้หล่อเหลาประดุจองค์เง็กเซียนฮ่องเต้จึงจะถูก

ฟางเซียนได้แต่ส่ายหน้าไปมาติดๆ กันเมื่อได้ยินเพื่อนร่วมห้องละเมอใฝ่ฝันอาจารย์หนุ่มหล่อที่ต่างพากันกล่าวถึงไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยนับตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอก้าวเข้ามาในเขตแดนมหาวิทยาลัยแห่งนี้

“อาจารย์ก็คน พวกเราก็คนหน้าตาก็เหมือนกัน แตกต่างกันตรงไหน ผู้ชายที่หล่อกว่าอาจารย์มีเยอะแยะถมเทไป อะไรจะพากันละเมอเพ้อพกถึงขนาดนี้” หญิงสาวมีความเห็นแย้งแตกต่างกับเพื่อนร่วมห้อง ทำให้แม่เพื่อนสาวที่กำลังนอนหันหลังให้บนเตียงตรงกันข้ามเด้งกายขึ้นจากที่นอนทันที

“มีแต่เธอนี่แหละมั้งที่มีความเห็นต่างกว่าคนอื่น แสดงเธอยังไม่เคยเห็นคณบดีของพวกเราใช่ไหมล่ะ”

แทนการตอบนับหญิงสาวพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กัน

“ฉันจะเคยเห็นได้ยังไงก็ในเมื่อเพิ่งจะเข้าแผ่นดินจีนเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะเลือกที่จะเรียนสาขาวิชาประวัติศาสตร์ถึงได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่ยังไงเล่า”

แม่เพื่อนสาวตัวดีพยักหน้าขึ้นลงเมื่ออีกฝ่ายบอกออกมาเช่นนั้น

“อันที่จริงก็ไม่มีใครเคยเห็นคณบดีของพวกเราหรอกนะ ฉันก็ได้ยินเขาพูดต่อๆ กันมาอีกทีเหมือนกัน... แหะๆ” แม่เพื่อนสาวเอ่ยสารภาพเสียงอ่อยๆ

“โธ่เอ๊ย ไอ้เราก็นึกว่าเคยเห็นแล้วเสียอีก” ฟางเซียนพูดพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยขึ้น

“แต่จะว่าไปอาจารย์ก็ทำตัวลึกลับชอบกล เห็นใครๆ เขาพูดกันว่าอาจารย์จะไปจะมารวดเร็วมากเหมือนล่องหนได้เลย และไม่ใช่ว่าสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งนะ เขาว่ากันว่าอาจารย์มาจากฉางอาน มีผลงานการขุดค้นมากมายเกี่ยวกับเมืองฉานอานและเมืองลั่วหยาง จึงถูกเชิญให้มาเป็นคณบดีสาขาประวัติศาสตร์จีนที่ปักกิ่งนี่ไง และอาจารย์ยังสามารถอ่าน เขียน ภาษาโบราณตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดินจีนที่จารึกบนกระดองเต่ามากมาย จนถึงยุคที่สามารถผลิตกระดาษขึ้นมาใช้ อาจารย์อ่านได้หมดเลยนะเธอ”

“อือหือ... จริงเหรอนั่น... ใช่คนแน่นะจื่อเหยา” จู่ๆ ฟางเซียนก็พูดโพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับว่าอาจารย์หนุ่มที่กำลังกล่าวขานอยู่นั้นไม่ใช่คน

“เฮ้ย! ยายบ้า! ก็คนน่ะสิ หรือเธอว่าอาจารย์ไม่ใช่คนหรือยังไง” จื่อเหยาต่อว่าเพื่อนร่วมห้องเป็นการใหญ่เมื่อได้ยินเช่นนั้น

“เอ้า... ก็เล่นบอกว่าอ่านภาษาโบราณได้ตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดินจีน ฉันก็คิดว่าคงเป็นเหล่าเซียนองค์ใดองค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ก็เท่านั้นเอง ถ้าอาจารย์ไม่ใช่คนก็คงเป็นบุ้นเชียงตี่กุน [1]เทพแห่งปัญญา ฉันก็เลยคิดแบบนั้น” หญิงสาวพูดพลางยักไหล่ขึ้นลงทั้งสองข้างพร้อมๆ กันก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“แต่จะว่าไปฉันก็ว่าแปลกอาจารย์มีผลงานการขุดค้นทางด้านประวัติ-ศาสตร์ แต่มาเป็นคณบดีสาขาประวัติศาสตร์ได้ตั้งแต่ยังหนุ่มเลยเหรอ ปกติระดับคณบดีน่าจะอายุห้าสิบปีขึ้นไปแล้วกระมัง หรือเธอว่ายังไงจื่อเหยา” ประโยคสุดท้ายหญิงสาวเอ่ยถามเพื่อนร่วมห้องด้วยความสงสัยกับสิ่งที่เธอผิดสังเกต

“ไอ้เรื่องอายุฉันก็ไม่รู้ ได้ยินเขาพูดกันต่อๆ มาว่าอาจารย์คงจะราวสามสิบหรือสามสิบต้นๆ เท่านั้นเองนะ สูงใหญ่ บึกบึนโคตรแมนเป็นบ้าเลย บางทีอาจารย์คงจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีใบหน้าก็เลยอ่อนเยาว์กระมัง แบบนี้สิน่ากินเป็นบ้าเลย แก่แล้วก็ยังเซ็กซี่คริคริคริ” เจ้าหล่อนพูดพลางหัวเราะคิกคักเป็นการใหญ่ก่อนจะล้มตัวลงนอน พร้อมเอ่ยสำทับขึ้น

“รีบนอนเถอะฟางเซียน พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าไปฟังคณบดีรูปหล่อกล่าวต้อนรับพวกเราดีกว่าเธอ” จื่อเหยากล่าวพร้อมกระพือผ้าห่อของเจ้าหล่อนพร้อมคลุมกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างมิดชิด

“ตามสบายเถอะ... เสียเวลาอ่านหนังสือเปล่าๆ ไปฟังก็แค่นั้น สู้ไปหาอะไรอ่านในห้องสมุดดีกว่า ในนั้นมีตำราประวัติศาสตร์และหนังสือหายากเก็บรักษาไว้เหมือนในพิพิธภัณฑ์ไม่มีผิดเพี้ยน เอาเวลาที่มีค่าทำประโยชน์โดยการอ่านหนังสือดีที่สุด” หญิงสาวรำพึงเบาๆ กับตัวเอง พร้อมเอนกายลงบนที่นอนหนานุ่มตามเดิม พลางปิดสวิตช์ไฟหัวเตียงจนภายในห้องมืดสนิท ท่าม กลางดวงตาหวานคู่สวยยังคงมองเพดานห้องท่ามกลางความมืดนั้น

“ใครกันนะจ้าวเทียนอี้ แล้วลี่เซียนล่ะเป็นใคร ทำไมฉันถึงได้ฝันเห็นอะไรแปลกๆ แบบนี้นับตั้งแต่วันแรกที่มาถึงด้วยนะ ฝันเหมือนกันทุกวันเลยสินะ ราวกับว่าตัวเราเหมือนหลุดไปดูหนังจีนสมัยโบราณอย่างไรอย่างนั้นเลย แล้วมันเกี่ยวกับฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ถังอีกด้วย... ถังเสวียนจง... จ้าวเทียนอี้...ลี่เซียน” หญิงสาวรำพึงชื่อของบุคคลที่เธอฝันเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมา ก่อนจะผล็อยหลับไปโดยมิรู้ตัว

ท่ามกลางความมืดมิดแห่งรัตติกาล ความเงียบงันแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ กลุ่มควันขาวค่อยๆ ล่องลอยเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดสนิทอย่างช้าๆ ก่อนจะรวมตัวคล้ายร่างของบุรุษจนกระทั่งกลายเป็นร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะระดับขุนพลชั้นสูงในสมัยโบราณ ยืนมองฟางเซียนที่กำลังหลับสนิทอยู่ในขณะนี้

“ในที่สุดเจ้าก็กลับมาลี่เซียน... ข้าตามหาเจ้าพบแล้ว” ร่างสูงใหญ่ของนักรบโบราณกล่าวพร้อมคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจอย่างยิ่งยวด ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ

มหาวิทยาลัยปักกิ่ง[2]

ห้องสมุดมหาวิทยาลัยปักกิ่งเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียมีหนังสือ 9.0195 ล้านเล่มรวมถึงวารสารและหนังสือพิมพ์จีนและต่างประเทศ ห้องสมุดแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลครบวงจรที่ทันสมัยมากมายอีกด้วยเป็นแหล่งรวมวิชาความรู้และสรรพวิชาทุกอย่างอยู่ในหอสมุดห้องนี้

ร่างงามระหงในระดับความสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ขี่จักรยานส่วนตัวผ่านประตูทางเข้าออกหลังจากแลกบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอขี่จักรยานผ่านเข้าไปในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยซึ่งกินพื้นที่กว้างขวางมากมายยิ่งนัก ท่ามกลางอากาศของต้นเดือนเมษายน อุณหภูมิในตอนเช้าต่ำกว่าสิบองศาและพอเข้าช่วงบ่ายจะสูงขึ้นมาเป็นสิบห้าองศา ต้นไม้ต่างๆ ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยยังไม่มีใบ เพราะอากาศยังเย็นอยู่นั่นเอง ก่อนจะขี่ผ่านเจดีย์ปั่วหญ่าอันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

เธอขับขี่จักรยานจนกระทั่งมาถึงจุดหมายนั่นก็คือหอสมุด ก่อนจะนำรถจักรยานเข้าไปจอดเก็บไว้ในสถานที่ทางมหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ ร่างงามค่อยๆ ก้าวเดินผ่านประตูใหญ่ของห้องสมุดที่ขึ้นชื่อได้ว่าใหญ่ที่สุดในเอเซีย ก่อนจะแหงนคอมองตั้งบ่าเมื่อเธอเห็นสิ่งที่อยู่ภายในอาคารโดยไม่สนใจผู้คนที่อยู่ภายในอาคารที่กำลังมองตรงมาที่เธอเป็นตาเดียวกัน ด้วยเพราะฟางเซียนนอกจากเธอจะมีสติปัญญาเป็นเลิศแล้ว ความงามของเธอประดุจดั่งดอกโบตั๋นแรกแย้มฉันใดก็ฉันนั้น ใบหน้าหวานสวยดั่งดวงจันทรา คิ้วโก่งดั่งพระจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากอิ่ม ผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียดนุ่มละมุนมือและรูปร่างที่แม้จะสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดแต่มิอาจปิดส่วนเว้าส่วนโค้งที่ทุกคนเห็นแล้วไม่มีที่ใครจะไม่มอง

“วะ... ว้าว... ช่างใหญ่โตอะไรเช่นนี้ นี่น่ะเหรอห้องสมุดซึ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีหนังสือรอให้เราอ่านหลายล้านเล่มเลยทีเดียว” หญิงสาวพูดพลางทำท่าทางคันไม่คันมือใคร่อยากอ่านหนังสือใจแทบขาด ตามปกตินิสัยของคนชอบอ่านและชอบเขียนนั่นเอง เธอเดินตรงดิ่งไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อกดหารายละเอียดหนังสือที่เธอต้องการค้นหาอย่างรวดเร็ว

“ประวัติศาสตร์จีนสมัยราชวงศ์ถังอยู่ไหนน้า” หญิงสาวกวาดสายตาอยู่บนหน้าจอคอมก่อนจะหยุดลงเมื่อหน้าจอดังกล่าวบอกกับเธอว่า สิ่งที่ต้องการนั้นอยู่ที่ใด

“ชั้นสามประวัติศาสตร์จีนโบราณ โอ้โห! อย่าบอกนะว่าทั้งชั้นเพราะลำพังชั้นเดียวก็กว้างสุดลูกหูลูกตาแล้ว” หญิงสาวยืนพึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปขึ้นลิฟต์ในตัวอาคารเพื่อขึ้นไปบนชั้นที่เธอต้องการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
8.9
กลิ่นชวาลอบวางแผนมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับวาดิมเพราะต้องการเพียงทายาทเพื่อหนีปัญหาครอบครัว แต่ความจริงกลับพลิกผันเมื่อพบว่าพ่อของลูกคือหัวหน้ามาเฟียค้าอาวุธผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย วาดิมมองว่าเด็กในครรภ์คือจุดอ่อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเขา จึงบีบบังคับให้เธอทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ท่ามกลางการเผชิญหน้าที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน กลิ่นชวาต้องใช้ความกล้าหาญเข้าสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมาเฟียใจเย็นที่ไร้ความเมตตาและพร้อมจะกำจัดทุกอย่างที่ขวางทางเขา
หน้าปกนวนิยาย GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน
9.5
อธิเมศร์พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เป็นดั่งดวงใจอย่างณชาณัธฐ์ แม้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายหรือต้องตัดสินใจเหนี่ยวไกสังหารศัตรูหน้าไหนก็ตามที่คิดจะย่างกรายเข้ามาทำร้ายเธอ ความรักครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตและความตาย โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการดูแลและคุ้มครองเธอให้ปลอดภัยไปตลอดกาล ท่ามกลางสมรภูมิแห่งความขัดแย้งที่บีบคั้นให้เขาต้องเลือกระหว่างความเมตตาหรือการปลิดชีพเพื่อรักษาชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นที่รักที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ฉันเปิดเผยความลับที่น่าสะพรึงกลัวหลังจากที่ตำแหน่งของลูกสาวถูกแย่งไป
7.9
หลังเสร็จสิ้นภารกิจลับระดับชาติ ฉันกลับพบว่าลูกสาวที่เพิ่งสอบผ่านเกณฑ์ฝึกงานของ UN ถูกลักพาตัวไปขังไว้ในโรงเรียนอย่างทารุณ โดยฝีมือของลูกคุณหนูจอมปลอมที่อ้างสิทธิ์แย่งชิงตำแหน่งนั้นไป พร้อมคำประจบสอพลอจากครูที่อ้างว่าพ่อแม่ของเด็กสาวคนนั้นเป็นมหาเศรษฐีและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ซึ่งความจริงแล้วฐานะเหล่านั้นคือตัวตนลับของฉันและสามี ความโกรธแค้นจึงประทุขึ้นเมื่อความลับถูกสวมรอย ฉันจึงเริ่มสาวไส้ผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ลูกสาว
หน้าปกนวนิยาย DarkZ [II] TRILOGY
9.5
สำหรับฉันที่รักเขาจนหมดหัวใจ ไม่ว่าสิ่งตอบแทนจะเป็นอะไรฉันก็พร้อมสละให้ได้ทุกอย่าง หากการกระทำนั้นคือการช่วยปกป้องเกียรติยศ ความศรัทธา และความถูกต้องที่เขาพยายามรักษาเอาไว้ด้วยชีวิต ท่ามกลางอุปสรรคและการต่อสู้ที่ถาโถมเข้ามา ฉันยอมแลกทุกสิ่งที่มีเพื่อสนับสนุนอุดมการณ์และความยุติธรรมที่เขายึดถือ โดยไม่สนว่าผลลัพธ์จะลงเอยเช่นไร ขอเพียงได้ทำเพื่อคนที่รักก็เพียงพอแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ
9.2
ฮัวฟู่หรงดาราสาวดาวรุ่งเสียชีวิตกะทันหันขณะรับบทฮูหยินของอินลี่ซาน แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งต้าฉิน แต่โชคชะตากลับพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคโบราณในร่างของฮูหยินฮัวที่หายตัวไป ท่ามกลางการตามล่าอย่างพลิกแผ่นดินของสามีทมิฬ การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ฟู่หรงตัดสินใจสวมบทฮูหยินตัวร้ายที่พร้อมฟาดฟันทุกคนที่เคยทำร้ายคนที่เธอรัก แม้จะร้ายกาจเพียงใดเธอกลับครองใจแม่ทัพผู้แข็งแกร่งได้อย่างเบ็ดเสร็จในสมรภูมิแห่งความรักและแค้นนี้