
จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน
ตอน 2
“เฮ้ย! ทำไมจู่ๆ ก็เห็นภาพบ้านเมืองของคนโบราณ มิหนำซ้ำยังเห็นคนตายเกลื่อนไปทั่วทั้งเมืองแบบนั้นขึ้นมาได้นะ แปลกจริงๆ เลย”หญิงสาวพูดพลางส่ายศีรษะของตัวเองไปมาติดต่อกัน
โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือถูกเก็บใส่ลงในกระเป๋าหน้าของกางเกงยีนที่เธอกำลังสวมอยู่บนเรือนร่างงาม หญิงสาวยังคงถือสร้อยหยกที่กำลังถืออยู่ในเวลานั้นพลางชะเง้อมองหาพนักงานต้อนรับคนดังกล่าวที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่เพื่อต้องการจะบอกว่าสร้อยหยกนี้ไม่ใช่ของหญิงสาวไม่รู้ว่าเหตุใดจึงมาห้อยคล้องอยู่กับกระเป๋าโน๊ตบุ้คของเธอได้อย่างไรกัน
ทว่าจนแล้วจนรอดพนักงานต้อนรับคนดังกล่าวก็ไม่ยอมเดินกลับออกมาเสียที ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนที่กำลังคุยกันอยู่เมื่อครู่ที่ผ่านมาลี่ย่าอ่านป้ายชื่อของพนักงานคนดังกล่าว จึงทำให้ล่วงรู้ว่ามีชื่อแซ่อะไรก่อนจะรีบเอ่ยถามกับพนักงานต้อนรับที่คอยให้บริการอยู่ในเวลานั้น ที่กำลังเข็นเครื่องดื่มนำมาแจกจ่ายให้กับผู้โดยสาร ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอพร้อมเอ่ยถามหญิงสาวกลับไป
“คุณผู้หญิงต้องการเครื่องดื่มอะไรดีค่ะ”พนักงานต้อนรับเอ่ยถามหญิงสาว
“ขอกาแฟร้อนค่ะ...เออ...”ลี่ย่าบอกความต้องการของเธอออกไปและหยุดลงไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เออ...ขอโทษนะคะคือพี่พนักงานต้อนรับที่มีชื่อว่าหวังเจียอี ไปไหนเสียแล้วละคะ พอดีมีเรื่องต้องการสอบถามกับพี่เขาหน่อยค่ะ”เธอถามกลับไป
ในขณะที่พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวที่กำลังเทน้ำสีดำใส่ลงในถ้วยกาแฟ ขมวดคิ้วงามของเธอเข้าหากันทันใดครั้นได้ยินหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยถามเช่นนั้น
“เที่ยวบินนี้ของเราไม่มีพนักงานต้อนรับที่มีชื่อว่าหวังเจียอี ทำหน้าที่ประจำเครื่องบินลำนี้เลยนะคะคุณผู้หญิง เข้าใจอะไรบางอย่างผิดพลาดหรือเปล่าคะ”กล่าวพร้อมวางถ้วยกาแฟลงบนพนักวางสำหรับวางอาหารและเครื่องดื่มตรงหน้าหญิงสาวสวย
ครั้นหญิงสาวได้ยินคำตอบดังกล่าวเช่นนั้นถึงกับมีอาการงงงันขึ้นมาทันใด
“มะ..ไม่...ไม่มีพนักงานที่ชื่อหวังเจียอี มากับเที่ยวบินนี้จริงๆ เหรอคะ”หญิงสาวถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“เป็นความจริงค่ะคุณผู้หญิง ไม่มีพนักงานต้อนรับชื่อนี้มากับเที่ยวบินนี้แน่นอนค่ะ ไม่ทราบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงหรือเปล่าค่ะ”พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวถามกลับมาด้วยความอยากรู้
และคำถามดังกล่าวทำให้ลี่ย่าปิดเปลือกตาลงทันใดด้วยเพราะรู้สึกมึนงงและสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธออย่างยิ่งยวด ท่ามกลางอาการแปลกใจของพนักงานต้อนรับที่กำลังให้บริการเธออยู่ในเวลานั้น
“คุณผู้หญิงเป็นอะไรไปหรือเปล่าคะ”เสียงถามดังแทรกขึ้นพร้อมเปลือกตาที่ของลี่ย่าค่อยๆ เปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป
“อะ..เออ...ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ กำลังคิดทบทวนอยู่ว่าสมองคงจะจำอะไรสับสน อาจจะเป็นเพราะว่าพักผ่อนน้อยไปหน่อยก็อาจเป็นได้”หญิงสาวกล่าวตัดบทออกไปเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขยายออกเป็นวงกว้างมากไปกว่านี้
รอยยิ้มแย้มเยือนอย่างเป็นมิตรถูกส่งให้พร้อมร่างของพนักงานต้อนรับคนดังกล่าวก้าวเดินจากไป เพื่อคอยดูแลผู้โดยสารคนอื่นๆ ในขณะที่หลิงลี่ย่าซึ่งในเวลานั้นยังมีอาการมึนงงไม่หายกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเธอ
“เอาไงดีกับสร้อยหยกเส้นนี้ และก็ไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นเจ้าของจะทำอย่างไงดีละเนี่ย”เธอเฝ้าครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เอาเป็นว่าพอถึงตุนหวง เราค่อยเอาสร้อยไปให้กับตำรวจประจำท่าอากาศยานให้เขาประกาศหาเจ้าของก็แล้วกัน เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องและดีที่สุด”หญิงสาวพูดพลางยกสร้อยหยกดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาพลางถอนหายใจ
“สวมไว้ในคอก่อนแล้วกันง่ายดี เดี๋ยวค่อยถอดออกตอนส่งให้กับตำรวจ”สิ้นเสียงพึมพำของหญิงสาว
หลิงลี่ย่าเกิดมีอาการคล้ายว่ากำลังจะหมดสติ ศีรษะได้รูปสวยสลัดไปมา เมื่อจู่ๆ ก็มีความรู้สึกว่าเปลือกตาทั้งสองข้างหนักอึ้งขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
“ทำไมถึงฉันถึงได้มีอาการแบบนี้ขึ้นมาด้วยนะ ไม่ได้อดนอนเสียหน่อยเมื่อวานก็ไม่ได้เข้าไปทำงานในโรงพยาบาลแล้ว เพราะต้องเตรียมตัวเข้าไปประจำที่โรงพยาบาลในกวางโจว นอนทั้งวันจนอิ่มแต่ว่าร่างกายกลับมีปฏิกิริยาแบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไงกัน เราพักผ่อนยังไม่พออย่างนั้นเหรอ”เธอกล่าวพร้อมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว ทันที่เปลือกตาของหญิงสาวปิดลง
หญิงสาวแสนสวยกำลังหลับใหลสนิทไปโดยไม่รู้ตัว สร้อยหยกที่มีเพียงครึ่งเสี้ยวซึ่งสวมอยู่บนคอของเธออยู่ในขณะนั้นเกิดประกายวูบวาบขึ้นมาโดยพลัน พร้อมนำเธอไปพบกับเหตุการณ์บางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในยุคที่แผ่นดินจีนเต็มไปด้วยแคว้นน้อยใหญ่มากมาย
ยุคสมัยที่แผ่นดินมังกรยังไม่รวมเป็นหนึ่งพร้อมภาพเหตุการณ์ปริศนาพลันปรากฏขึ้นหลังจากราชวงศ์โจวล่มสลายไปแล้ว ก้าวเข้าสู่ยุคของเจ้าผู้ครองแคว้นแคว้นมากมายหลายร้อยแคว้นที่มีทั้งกำลังเรืองอำนาจถึงขีดสุด และกำลังล่มสลายลงไปเพราะถูกเข้ายึดครอง
คุณอาจจะชอบ





