ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

อาจารย์หมอหน้านิ่งผู้มั่นคงในรักเดียวมาเนิ่นนาน เขาเฝ้าทะนุถนอมจงกลนีมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าในสายตาของเธอนั้น เขาเป็นเพียงอาจารย์แพทย์ผู้ไร้ความรู้สึกและไม่เคยยิ้มแย้ม แต่ความใกล้ชิดกลับเริ่มสั่นคลอนหัวใจ เมื่อเขาเผยรอยยิ้มให้เธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสับสนในสถานะศิษย์อาจารย์ เธอกลับพลาดท่าเซ็นชื่อลงในเอกสารสำคัญขณะสติพร่าเลือน จนกลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ความสัมพันธ์ที่เคยเคารพรักจึงแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว
ตอน
แชร์

ตอน 1

ในฐานะแพทย์ฝึกหัดอย่างจงกลนี พิทักษ์ หรือเจเจ วัย 23 ย่าง 24 ปี มีความฝันอยากเป็นหมอ อยากเป็นแพทย์เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทเหมือนลูกชายของเพื่อนแม่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของความฝัน เขาเป็นพี่ชายที่แสนดี แสนดีจริงๆ สำหรับจงกลนีแล้วเขมณัฎฐ์ ปองรักษ์ อาจารย์หมอหรือหมอเข้ม วัย 35 ย่าง 36 ปี ที่เคารพนับถือมาตลอด เขาเป็นอาจารย์ของเธอ แถมยังเป็นทายาทคนเดียวของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังขึ้นชื่อที่สุดในยุคนี้ และถือว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทมือหนึ่งของโรงพยาบาลก็ว่าได้ ถึงเขมณัฏฐ์จะยังหนุ่ม แต่ความสามารถของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย ตั้งแต่เมื่อต้นปีที่แล้ว พ่อของเขาผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งนี้ หัวใจวายเฉียบพลันจากไป เขาก็เข้ามาควบคุมบริหารอย่างเต็มตัว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเป็นแค่ผู้ช่วยของพ่อเท่านั้น

ในฐานะอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองอย่างเขมณัฏฐ์แล้ว เขามองดูเด็กสาวมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต จนตอนนี้มาเป็นลูกศิษย์ของเขา ใบหน้าที่สวยตามวัย ผิวพรรณขาวอมชมพู ใบหน้ารูปไข่ทำให้เขามองเพลินทุกครั้งที่เจอหน้าหรือพูดคุยกัน จะเป็นแพทย์โดยสมบูรณ์ได้ต้องเป็นแพทย์ฝึกหัดหนึ่งปีหลังจากที่เรียนจบหลักสูตร 6 ปีแล้ว

“อาจารย์หมอคิดอะไรอยู่คะ” จงกลนีถามอาจารย์หมอที่ตัวเองเคารพตรงหน้าด้วยความสงสัย เมื่อตั้งแต่เข้ามาพบเขาในห้องทำงานส่วนตัว เขาก็เอาแต่จ้องมองเธอไม่พูดไม่จา ในกลุ่มนักศึกษาแพทย์ของเธอต่างตั้งฉายาให้เขาว่า ‘อาจารย์หมอหน้าเดียว’

“เย็นนี้ไปไหนไหม” เขาถามคนตัวเล็กทันที

“ก็มีไปดื่มกับเพื่อนๆ ที่เป็นแพทย์ฝึกหัดด้วยกันค่ะ อาจารย์หมอ...”

“อยู่ด้วยกันสองคนไม่ต้องเรียกอาจารย์ก็ได้ เราคนกันเอง” เขารีบเอ่ยแทรกตัดประโยคของคนตัวเล็ก ไม่ชอบเลยที่เธอเรียกห่างเหินแบบนี้

“ค่ะหมอเข้ม” ไม่เรียกอาจารย์หมอ แต่ยังคงเรียกเขาหมอเหมือนเดิม

“ทำไมไม่เรียกว่าพี่เข้มเหมือนสมัยเด็กๆ ล่ะ” เขาขัดใจนัก คนตัวเล็กยังคงดื้อเหมือนเดิม แม้จะไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่เธอเรียนแพทย์ จนมาเจอกันเมื่อสองเดือนก่อน ตอนเห็นรายชื่อนักศึกษาจะมาฝึกงานด้วย เมื่อเห็นชื่อเธอ เขาดีใจมากที่จะได้เจอน้องสาวที่น่ารักของตัวเอง แต่พอมาเจอกัน การปฏิบัติตัวและการแสดงออกของเธอแตกต่างจากเมื่อครั้งยังเด็กจนเขารู้สึกน้อยใจและเสียใจอยู่ในที แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

“ตอนนี้ดิฉันไม่ใช่เด็กแล้ว เห็นทีจะไม่เหมาะค่ะ อีกอย่างที่นี่ก็โรงพยาบาลด้วย”

เธอเอ่ยแก้ต่างให้ตัวเอง ใครจะอยากสนิทกับคนหน้าเดียวล่ะ ตอนไหนโกรธ ตอนไหนอารมณ์ดี แยกไม่ออกเลย เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาและเห็นมาตลอด เขามีแต่หน้านิ่งๆ มองแล้วโลกมืดมนไปหมด ดูยังไงก็ไม่สดใส เสียดายหน้าตาหล่อเสียเปล่า แต่กลับยิ้มไม่เป็น

“แต่นี่ห้องทำงานส่วนตัวของพี่” เขาบอกเธอ

“ค่ะ แต่ก็ไม่ควรอยู่ดี เพราะเราไม่ได้สนิทอะไรกัน ว่าแต่หมอเข้มมีธุระอะไรกับดิฉันเหรอคะ พอดีจะรีบไปค่ะ เพื่อนๆ รออยู่”

“ไปดื่มร้านไหน”

“ก็ร้านนั่งชิลฟังเพลงเบาๆ แถวโรงพยาบาลเนี่ยแหละค่ะ” เธอบอก

“พักที่หอพักหรือคอนโด”

“ถามทำไมคะ”

“แม่พี่ให้ถาม จริงๆ วันนี้แม่ให้ชวนเจเจไปทานมื้อเย็นด้วยนะ ตั้งแต่เจเจมาเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลของเรา เจเจก็ยังไม่ได้แวะไปหาแม่พี่เลย และน้ายาก็โทรมาย้ำให้พี่ดูแลเราด้วย” ไม่รู้ทำไมเธอถึงมาฝึกงานที่กรุงเทพฯ ทั้งๆ ฝึกงานที่ขอนแก่นก็ได้ แต่ทำไมถึงทำเรื่องขอมาฝึกที่โรงพยาบาลของเขาด้วย ข้อนี้เขาไม่เข้าใจหญิงสาวว่าทำไมต้องมาลำบากตัวคนเดียวในกรุงเทพฯ ด้วย

“ขอบคุณนะคะ แต่ดิฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ และฝากบอกป้าขวัญด้วยนะคะ เดี๋ยวว่างๆ จะแวะไปหาที่บ้านค่ะ แต่วันนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะนัดเพื่อนไว้แล้ว” เธอบอกอีกฝ่าย

“รู้ว่าโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ แต่ยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี พักที่ไหน” เขายังคงถามคำถามเดิม

“พักที่หอพักที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ค่ะ”

“สะดวกสบายไหม”

“ก็โอเคค่ะ อยู่กับเพื่อนๆ” เธอบอกเขา

“มาอยู่คอนโดก็ได้นะ พี่มีคอนโดที่ไม่ได้อยู่ และอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเราด้วย” เขาบอกเธอ

“ไม่ดีกว่าค่ะ ดิฉันอยากอยู่กับเพื่อนๆ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะหมอเข้ม” พูดจบเธอก็ยกมือไหว้ลาอย่างคนมีมารยาทแล้วเดินไปยังประตูและเปิดออกจากห้องไป

เฮ้อ!

เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานทันที มองเธอจนประตูปิดแนบสนิท ทำไมน้องน้อยที่เคยตามติดเขาสมัยเด็ก พอโตมาถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้ ตลอดเวลาที่เธอมาฝึกงานที่นี่ มาเป็นลูกศิษย์คอยเดินตามเขาตลอดการสอนที่มีเคสพิเศษๆ สำหรับนักศึกษาแพทย์ เขาพยายามมากเพื่อจะเข้าหาเธอ แต่เหมือนว่าจงกลนีจะสร้างกำแพงขวางทางเขาไว้

ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!

“ครับแม่ขวัญ” เขาคว้าโทรศัพท์มากดรับสายพร้อมกรอกเสียงทุ้มสุภาพส่งไปในสาย

“ว่ายังไงหมอเข้ม เจเจจะมาทานข้าวเย็นกับเราไหม”

“เจเจมีนัดแล้วครับแม่”

“แม่อดเจอน้องเลย งั้นไม่เป็นไรลูก ว่าแต่เย็นนี้ลูกจะกลับมากินมื้อเย็นกับแม่ไหมหมอเข้ม หรือว่าติดเวรรึเปล่าเย็นนี้”

“วันนี้ว่างครับแม่ขวัญ อีกอย่างใครจะปล่อยให้แม่ที่รักกินข้าวเย็นคนเดียวครับ” คำพูดกับใบหน้าที่แสดงออกมาต่างกันลึกลับ ก็หน้าของเขายังคงนิ่งตึงเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่คำที่พูดนั้นเป็นคำพูดเอ่ยแซวหยอกเย้าผู้เป็นแม่ แต่ก็นั่นแหละสำหรับเขาไม่ว่าจะเสียใจ โกรธ หรือมีความสุข เขาก็มีหน้าเดียว

“จ้า งั้นแม่สั่งเด็กทำของโปรดลูกไว้นะ”

“ครับแม่ ขอบคุณนะครับ”

“จ้า ขับรถกลับบ้านดีๆ นะลูก”

“ครับ เจอกันที่บ้านนะครับ” แล้วก็กดวางสายจากแม่ที่รักแล้วอ่านเอกสารตรงหน้าต่อเพื่อจะได้เซ็นอนุมัติงบประมาณให้เสร็จแล้วรีบกลับบ้านไปทานมื้อเย็นกับคุณแม่ที่รักของตัวเอง

หลังทานมื้อเย็นอิ่มแล้ว สองแม่ลูกก็นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ลูกชายอ่านหนังสือเกี่ยวกับระบบประสาทเป็นผลงานวิจัยของต่างชาติ ส่วนแม่ก็ปักผ้าเช็ดหน้าเป็นงานอดิเรกเหมือนที่เคยทำทุกวันยามว่าง นอกจากปักผ้าเช็ดหน้าแล้วก็มีทำสวน ปลูกต้นไม้ จัดสวน

“หมอเข้ม” นางวางมือจากผ้าที่ปักอยู่เอ่ยเรียกลูกชายที่สนใจแต่หนังสือในมือ

“ครับแม่ขวัญ” เขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือมองไปยังแม่ที่นั่งอยู่โซฟาตัวยาวตรงข้ามตัวเอง

“เมื่อไหร่ลูกจะมีสะใภ้ให้แม่ และมีหลานให้แม่สักที แม่เหงานะหมอเข้ม”

“ยังไม่ถึงเวลาครับ”

“แล้วเวลาของหมอเข้มมันคือเมื่อไหร่ ตอนนี้สามสิบห้าย่างสามสิบหกแล้วนะลูก หมอเข้มแก่แล้วนะ”

นางล่ะเหนื่อยใจกับลูกชายจริงๆ ไปดูตัวก็หลายครั้งต่อหลายครั้ง แต่ก็ไปทำหน้านิ่งๆ มึนๆ ไร้อารมณ์ให้คู่ดูตัวหงุดหงิดหนีกลับตลอด จนตอนนี้ไม่มีใครกล้าให้ลูกสาวนัดดูตัวกับลูกชายของนางแล้ว แม้จะหล่อ โปรไฟล์ดี เพียบพร้อมทางฐานะด้านการเงินและงาน แต่ก็ไม่มีใครต้องการ เพราะเขมณัฏฐ์นั้นไร้ซึ่งอารมณ์ตอบสนองกลับสาวๆ ที่มาดูตัวทุกครั้ง พูดอะไรก็ไม่แคร์ใครจนสาวๆ หวาดกลัว ยิ่งหน้าดุๆ ด้วยแล้วยิ่งทำให้น่ากลัวไปอีก

“แล้วหน้าน่ะหัดยิ้มบ้าง หัดยิ้มในกระจกวันละครั้งสองครั้งบ้างก็ดีหมอเข้ม แม่ล่ะอยากรู้จริงๆ เลยยามลูกรักษาคนไข้ลูกหน้าไร้ความรู้สึกแบบนี้รึเปล่า”

“ที่ผมรักษามาก็มีตายแค่ไม่กี่คนนะครับ ที่เหลือคือรอดและมาขอบคุณผมด้วยซ้ำ” เขาตอบแม่พร้อมหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อย นั่นแหละคือยิ้มของลูกชายนาง

“เฮ้อ! ชาตินี้แม่จะได้เห็นหน้าสะใภ้และหลานไหมเนี่ย ถ้าลูกยังเป็นแบบนี้ เพื่อนๆ ของแม่ก็ไม่กล้าส่งลูกสาวมาดูตัวด้วยแล้วนะหมอเข้ม”

“แม่จะรีบไปไหนครับ ผมยังไม่รีบเลย อีกอย่างตอนนี้ผมก็ดูๆ อยู่” เขาบอกแง้มเล็กน้อยในท้ายประโยค นั่นแหละทำให้ขวัญตาลุกจากโซฟาตัวที่ตัวเองนั่งไปนั่งเบียดลูกชายทันที

“ว่าไงนะหมอเข้ม หมอเข้มมีดูๆ แสดงว่าตอนนี้มีคนที่ชอบแล้วใช่ไหม”

“ก็ชอบมาตั้งนานแล้วครับ เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น” เขาตอบเสียงเรียบ

“ลูกเต้าเหล่าใครหมอเข้ม” นางเขย่าแขนลูกชายด้วยความอยากรู้

“ถึงเวลาแม่ขวัญก็รู้เองแหละครับ รับรองแม่ขวัญจะรักเธอแน่นอน เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ แม่ขวัญก็รีบนอนนะครับ พรุ่งนี้ต้องใส่บาตรให้พ่อแต่เช้า”

“ให้แม่เตรียมของใส่บาตรให้ด้วยไหมหมอเข้ม”

“ครับ หนึ่งชุดเหมือนเดิม”

“จ้า งั้นลูกไปนอนพักผ่อนเถอะ รีบๆ พาสะใภ้มาไหว้แม่เร็วๆ นะลูก ถ้าช้าแม่จะให้ลูกไปดูตัวกับลูกสาวเพื่อนแม่อีกนะ เห็นว่าเดือนหน้าจะกลับมาจากสเปน”

“ครับผม” เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป

ส่วนขวัญตาก็รีบลุกกลับมานั่งที่เดิมของตัวเองแล้วดูเวลา ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มเองจึงโทรหาเพื่อนรักที่อยู่ขอนแก่นอย่างจรรยาทันที เพื่อพูดคุยปรึกษาเรื่องลูกชายหน้าเดียวของตัวเอง ก็นางกลุ้ม เครียด กลัวว่าลูกชายจะเป็นอีแอบ ตั้งแต่เป็นหนุ่มจนตอนนี้ยังไม่เคยมีแฟนหรืออาจจะมีแต่นางไม่รู้ก็ได้ แต่คือไม่มีแหละ เพราะไม่เคยเห็นเขมณัฏฐ์เล่าเรื่องผู้หญิงหรือพาผู้หญิงมาบ้านเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่หน้าตาก็ดี รูปร่างก็ดี ดีกว่าพระเอกดาราหนังเสียด้วยซ้ำ แต่กลับไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย ทั้งที่สาวๆ ที่นัดดูตัวนั้นก็สวยใช่เล่น แต่เจ้าลูกชายก็ทำเสียเรื่องทุกครั้ง เพราะบุคลิกหน้าตาของเจ้าตัวดีนั่นแหละที่ทำให้สาวๆ หนีไปหมด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ในวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันส่งสามีและครอบครัวของเขาไป
9.2
ในวันครบรอบแต่งงาน ฉันตั้งใจทำวิดีโอเซอร์ไพรส์ด้วยโทรศัพท์เครื่องเก่าของสามี แต่กลับพบความลับในบันทึกชื่อ 'ลูกน้อยของเรา' ซึ่งโจวหานเขียนถึงอาการแพ้ท้องของใครบางคนทั้งที่ฉันไม่ได้ตั้งครรภ์ เมื่อถูกถามเขากลับอ้างว่าเป็นของเพื่อนที่ยืมเครื่องไปจด ทว่าฉันกลับพบหลักฐานภาพอัลตราซาวด์ในถังขยะที่ระบุชื่อผู้หญิงอีกคนอย่างชัดเจน ฉันจึงยิ้มรับความจริงที่เจ็บปวดนี้แล้วตัดสินใจโทรหาแม่สามีทันทีเพื่อเริ่มจัดการเรื่องราวทั้งหมดให้จบลง
หน้าปกนวนิยาย ใจร้าย
9.3
ท่ามกลางความหนาวเหน็บใต้ผืนน้ำ ร่างที่กำลังจมดิ่งเลือกที่จะละทิ้งการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เมื่อความตายคือสิ่งเดียวที่อิสร์ปรารถนา เอมจึงยอมมอบจุดจบนี้ให้เพื่อเป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย หวังเพียงให้ความแค้นที่แสนทรมานพังทลายลงไปพร้อมกับลมหายใจที่ขาดช่วง คำไล่ให้ไปตายจากปากคนที่เธอรักกลายเป็นหนทางดับทุกข์ที่เจ็บปวดที่สุด แม้หัวใจจะบอบช้ำจนเกินเยียวยา แต่เธอก็พร้อมจะจากไปเพื่อให้เขาได้พบกับความสุขที่ต้องการเสียที ลาก่อนความรักที่แสนใจร้าย
หน้าปกนวนิยาย ขออีกครั้ง (ซีรีส์หลงเมีย)
9.8
เมื่อความสัมพันธ์ครั้งเก่าถูกรื้อฟื้น แมธธิวตัดสินใจเอ่ยปากขอโอกาสจากพราวด์อีกครั้ง ทว่าคำขอของเขาไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การเริ่มต้นใหม่ แต่ยังแฝงนัยสำคัญที่สื่อถึงความปรารถนาลึกซึ้ง ฝ่ายหญิงสาวเองก็พร้อมเผชิญหน้าอย่างเร่าร้อน เธอใช้เสน่ห์เย้ายวนยั่วเย้าจนชายหนุ่มยากจะต้านทาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด พราวด์เลือกที่จะท้าทายให้เขาลงมือทำมากกว่าเพียงแค่คำพูด บทพิสูจน์รักครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความมั่นใจและการรุกกลับที่เหนือชั้นของนางเอกสายสตรอง
หน้าปกนวนิยาย วันที่ฉันตาย และกลับมามีชีวิต
9.0
เมื่อเอวาเผชิญภาวะแพ้รุนแรงจนแทบสิ้นใจ มาร์คสามีผู้เห็นแก่ตัวกลับเมินเฉยเพื่อไปดูแลโคลอี้เมียน้อยที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ความเลวร้ายทวีคูณเมื่อลีโอลูกชายตัวน้อยต้องสังเวยชีวิตจากอุบัติเหตุขณะวิ่งไปขอความช่วยเหลือ ท่ามกลางความสูญเสียที่กัดกินใจ เอวากลับฟื้นตื่นขึ้นมาในอดีตก่อนโศกนาฏกรรมจะเริ่มขึ้น เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สอง เธอจึงสาบานว่าจะปกป้องลูกรักและทำลายคนทรยศให้ย่อยยับเพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่ถูกพรากไปในชาติที่แล้ว
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรหวนคืนรัก
8.4
เมื่อแผนการอันเห็นแก่ตัวของพ่อที่หวังจะผูกมัดเขาด้วยการแต่งงานทำให้เขาเลือกแก้แค้นอย่างแสนสาหัส ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อผู้หญิงที่เขาเคยจงเกลียดจงชังและทำลายจนย่อยยับ กลับกลายเป็นเพียงคนเดียวที่หัวใจเขาถวิลหาอย่างที่สุด ในวันที่ความจริงปรากฏ เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจยอดดวงใจและลูกน้อยกลับคืนมาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง แม้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำไว้จะยากเกินกว่าจะได้รับการอภัยจากนางฟ้าผู้แสนดีคนนี้ก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์พรางรัก
9.5
ในโลกที่ภาพลักษณ์ภายนอกอาจลวงตา ความสัมพันธ์ครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ท้าทายความรู้สึก เมื่อตัวตนที่แท้จริงถูกซ่อนไว้เบื้องหลังม่านพรางตา การเดินทางของหัวใจสองดวงจึงไม่ใช่เพียงการมองเห็นด้วยสายตา แต่เป็นการสัมผัสถึงความผูกพันที่ซ่อนอยู่ภายใน นวนิยายโรแมนติกสมัยใหม่ที่จะพาคุณไปสำรวจความหมายของความรักที่แท้จริง ซึ่งก้าวข้ามผ่านเพียงรูปลักษณ์ภายนอก เพื่อให้คุณได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจและทำความรู้จักตัวตนของกันและกันผ่านความรู้สึกจากหัวใจอย่างแท้จริง