หน้าปกนวนิยาย อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

9.8 / 10.0
อาจารย์หมอหน้านิ่งผู้มั่นคงในรักเดียวมาเนิ่นนาน เขาเฝ้าทะนุถนอมจงกลนีมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าในสายตาของเธอนั้น เขาเป็นเพียงอาจารย์แพทย์ผู้ไร้ความรู้สึกและไม่เคยยิ้มแย้ม แต่ความใกล้ชิดกลับเริ่มสั่นคลอนหัวใจ เมื่อเขาเผยรอยยิ้มให้เธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสับสนในสถานะศิษย์อาจารย์ เธอกลับพลาดท่าเซ็นชื่อลงในเอกสารสำคัญขณะสติพร่าเลือน จนกลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ความสัมพันธ์ที่เคยเคารพรักจึงแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว

อาจารย์หมอ(พี่เข้ม) ตอนที่ 1

ในฐานะแพทย์ฝึกหัดอย่างจงกลนี พิทักษ์ หรือเจเจ วัย 23 ย่าง 24 ปี มีความฝันอยากเป็นหมอ อยากเป็นแพทย์เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทเหมือนลูกชายของเพื่อนแม่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของความฝัน เขาเป็นพี่ชายที่แสนดี แสนดีจริงๆ สำหรับจงกลนีแล้วเขมณัฎฐ์ ปองรักษ์ อาจารย์หมอหรือหมอเข้ม วัย 35 ย่าง 36 ปี ที่เคารพนับถือมาตลอด เขาเป็นอาจารย์ของเธอ แถมยังเป็นทายาทคนเดียวของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังขึ้นชื่อที่สุดในยุคนี้ และถือว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทมือหนึ่งของโรงพยาบาลก็ว่าได้ ถึงเขมณัฏฐ์จะยังหนุ่ม แต่ความสามารถของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย ตั้งแต่เมื่อต้นปีที่แล้ว พ่อของเขาผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งนี้ หัวใจวายเฉียบพลันจากไป เขาก็เข้ามาควบคุมบริหารอย่างเต็มตัว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเป็นแค่ผู้ช่วยของพ่อเท่านั้น

ในฐานะอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองอย่างเขมณัฏฐ์แล้ว เขามองดูเด็กสาวมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต จนตอนนี้มาเป็นลูกศิษย์ของเขา ใบหน้าที่สวยตามวัย ผิวพรรณขาวอมชมพู ใบหน้ารูปไข่ทำให้เขามองเพลินทุกครั้งที่เจอหน้าหรือพูดคุยกัน จะเป็นแพทย์โดยสมบูรณ์ได้ต้องเป็นแพทย์ฝึกหัดหนึ่งปีหลังจากที่เรียนจบหลักสูตร 6 ปีแล้ว

“อาจารย์หมอคิดอะไรอยู่คะ” จงกลนีถามอาจารย์หมอที่ตัวเองเคารพตรงหน้าด้วยความสงสัย เมื่อตั้งแต่เข้ามาพบเขาในห้องทำงานส่วนตัว เขาก็เอาแต่จ้องมองเธอไม่พูดไม่จา ในกลุ่มนักศึกษาแพทย์ของเธอต่างตั้งฉายาให้เขาว่า ‘อาจารย์หมอหน้าเดียว’

“เย็นนี้ไปไหนไหม” เขาถามคนตัวเล็กทันที

“ก็มีไปดื่มกับเพื่อนๆ ที่เป็นแพทย์ฝึกหัดด้วยกันค่ะ อาจารย์หมอ...”

“อยู่ด้วยกันสองคนไม่ต้องเรียกอาจารย์ก็ได้ เราคนกันเอง” เขารีบเอ่ยแทรกตัดประโยคของคนตัวเล็ก ไม่ชอบเลยที่เธอเรียกห่างเหินแบบนี้

“ค่ะหมอเข้ม” ไม่เรียกอาจารย์หมอ แต่ยังคงเรียกเขาหมอเหมือนเดิม

“ทำไมไม่เรียกว่าพี่เข้มเหมือนสมัยเด็กๆ ล่ะ” เขาขัดใจนัก คนตัวเล็กยังคงดื้อเหมือนเดิม แม้จะไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่เธอเรียนแพทย์ จนมาเจอกันเมื่อสองเดือนก่อน ตอนเห็นรายชื่อนักศึกษาจะมาฝึกงานด้วย เมื่อเห็นชื่อเธอ เขาดีใจมากที่จะได้เจอน้องสาวที่น่ารักของตัวเอง แต่พอมาเจอกัน การปฏิบัติตัวและการแสดงออกของเธอแตกต่างจากเมื่อครั้งยังเด็กจนเขารู้สึกน้อยใจและเสียใจอยู่ในที แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

“ตอนนี้ดิฉันไม่ใช่เด็กแล้ว เห็นทีจะไม่เหมาะค่ะ อีกอย่างที่นี่ก็โรงพยาบาลด้วย”

เธอเอ่ยแก้ต่างให้ตัวเอง ใครจะอยากสนิทกับคนหน้าเดียวล่ะ ตอนไหนโกรธ ตอนไหนอารมณ์ดี แยกไม่ออกเลย เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาและเห็นมาตลอด เขามีแต่หน้านิ่งๆ มองแล้วโลกมืดมนไปหมด ดูยังไงก็ไม่สดใส เสียดายหน้าตาหล่อเสียเปล่า แต่กลับยิ้มไม่เป็น

“แต่นี่ห้องทำงานส่วนตัวของพี่” เขาบอกเธอ

“ค่ะ แต่ก็ไม่ควรอยู่ดี เพราะเราไม่ได้สนิทอะไรกัน ว่าแต่หมอเข้มมีธุระอะไรกับดิฉันเหรอคะ พอดีจะรีบไปค่ะ เพื่อนๆ รออยู่”

“ไปดื่มร้านไหน”

“ก็ร้านนั่งชิลฟังเพลงเบาๆ แถวโรงพยาบาลเนี่ยแหละค่ะ” เธอบอก

“พักที่หอพักหรือคอนโด”

“ถามทำไมคะ”

“แม่พี่ให้ถาม จริงๆ วันนี้แม่ให้ชวนเจเจไปทานมื้อเย็นด้วยนะ ตั้งแต่เจเจมาเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลของเรา เจเจก็ยังไม่ได้แวะไปหาแม่พี่เลย และน้ายาก็โทรมาย้ำให้พี่ดูแลเราด้วย” ไม่รู้ทำไมเธอถึงมาฝึกงานที่กรุงเทพฯ ทั้งๆ ฝึกงานที่ขอนแก่นก็ได้ แต่ทำไมถึงทำเรื่องขอมาฝึกที่โรงพยาบาลของเขาด้วย ข้อนี้เขาไม่เข้าใจหญิงสาวว่าทำไมต้องมาลำบากตัวคนเดียวในกรุงเทพฯ ด้วย

“ขอบคุณนะคะ แต่ดิฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ และฝากบอกป้าขวัญด้วยนะคะ เดี๋ยวว่างๆ จะแวะไปหาที่บ้านค่ะ แต่วันนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะนัดเพื่อนไว้แล้ว” เธอบอกอีกฝ่าย

“รู้ว่าโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ แต่ยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี พักที่ไหน” เขายังคงถามคำถามเดิม

“พักที่หอพักที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ค่ะ”

“สะดวกสบายไหม”

“ก็โอเคค่ะ อยู่กับเพื่อนๆ” เธอบอกเขา

“มาอยู่คอนโดก็ได้นะ พี่มีคอนโดที่ไม่ได้อยู่ และอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเราด้วย” เขาบอกเธอ

“ไม่ดีกว่าค่ะ ดิฉันอยากอยู่กับเพื่อนๆ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะหมอเข้ม” พูดจบเธอก็ยกมือไหว้ลาอย่างคนมีมารยาทแล้วเดินไปยังประตูและเปิดออกจากห้องไป

เฮ้อ!

เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานทันที มองเธอจนประตูปิดแนบสนิท ทำไมน้องน้อยที่เคยตามติดเขาสมัยเด็ก พอโตมาถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้ ตลอดเวลาที่เธอมาฝึกงานที่นี่ มาเป็นลูกศิษย์คอยเดินตามเขาตลอดการสอนที่มีเคสพิเศษๆ สำหรับนักศึกษาแพทย์ เขาพยายามมากเพื่อจะเข้าหาเธอ แต่เหมือนว่าจงกลนีจะสร้างกำแพงขวางทางเขาไว้

ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!

“ครับแม่ขวัญ” เขาคว้าโทรศัพท์มากดรับสายพร้อมกรอกเสียงทุ้มสุภาพส่งไปในสาย

“ว่ายังไงหมอเข้ม เจเจจะมาทานข้าวเย็นกับเราไหม”

“เจเจมีนัดแล้วครับแม่”

“แม่อดเจอน้องเลย งั้นไม่เป็นไรลูก ว่าแต่เย็นนี้ลูกจะกลับมากินมื้อเย็นกับแม่ไหมหมอเข้ม หรือว่าติดเวรรึเปล่าเย็นนี้”

“วันนี้ว่างครับแม่ขวัญ อีกอย่างใครจะปล่อยให้แม่ที่รักกินข้าวเย็นคนเดียวครับ” คำพูดกับใบหน้าที่แสดงออกมาต่างกันลึกลับ ก็หน้าของเขายังคงนิ่งตึงเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่คำที่พูดนั้นเป็นคำพูดเอ่ยแซวหยอกเย้าผู้เป็นแม่ แต่ก็นั่นแหละสำหรับเขาไม่ว่าจะเสียใจ โกรธ หรือมีความสุข เขาก็มีหน้าเดียว

“จ้า งั้นแม่สั่งเด็กทำของโปรดลูกไว้นะ”

“ครับแม่ ขอบคุณนะครับ”

“จ้า ขับรถกลับบ้านดีๆ นะลูก”

“ครับ เจอกันที่บ้านนะครับ” แล้วก็กดวางสายจากแม่ที่รักแล้วอ่านเอกสารตรงหน้าต่อเพื่อจะได้เซ็นอนุมัติงบประมาณให้เสร็จแล้วรีบกลับบ้านไปทานมื้อเย็นกับคุณแม่ที่รักของตัวเอง

หลังทานมื้อเย็นอิ่มแล้ว สองแม่ลูกก็นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ลูกชายอ่านหนังสือเกี่ยวกับระบบประสาทเป็นผลงานวิจัยของต่างชาติ ส่วนแม่ก็ปักผ้าเช็ดหน้าเป็นงานอดิเรกเหมือนที่เคยทำทุกวันยามว่าง นอกจากปักผ้าเช็ดหน้าแล้วก็มีทำสวน ปลูกต้นไม้ จัดสวน

“หมอเข้ม” นางวางมือจากผ้าที่ปักอยู่เอ่ยเรียกลูกชายที่สนใจแต่หนังสือในมือ

“ครับแม่ขวัญ” เขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือมองไปยังแม่ที่นั่งอยู่โซฟาตัวยาวตรงข้ามตัวเอง

“เมื่อไหร่ลูกจะมีสะใภ้ให้แม่ และมีหลานให้แม่สักที แม่เหงานะหมอเข้ม”

“ยังไม่ถึงเวลาครับ”

“แล้วเวลาของหมอเข้มมันคือเมื่อไหร่ ตอนนี้สามสิบห้าย่างสามสิบหกแล้วนะลูก หมอเข้มแก่แล้วนะ”

นางล่ะเหนื่อยใจกับลูกชายจริงๆ ไปดูตัวก็หลายครั้งต่อหลายครั้ง แต่ก็ไปทำหน้านิ่งๆ มึนๆ ไร้อารมณ์ให้คู่ดูตัวหงุดหงิดหนีกลับตลอด จนตอนนี้ไม่มีใครกล้าให้ลูกสาวนัดดูตัวกับลูกชายของนางแล้ว แม้จะหล่อ โปรไฟล์ดี เพียบพร้อมทางฐานะด้านการเงินและงาน แต่ก็ไม่มีใครต้องการ เพราะเขมณัฏฐ์นั้นไร้ซึ่งอารมณ์ตอบสนองกลับสาวๆ ที่มาดูตัวทุกครั้ง พูดอะไรก็ไม่แคร์ใครจนสาวๆ หวาดกลัว ยิ่งหน้าดุๆ ด้วยแล้วยิ่งทำให้น่ากลัวไปอีก

“แล้วหน้าน่ะหัดยิ้มบ้าง หัดยิ้มในกระจกวันละครั้งสองครั้งบ้างก็ดีหมอเข้ม แม่ล่ะอยากรู้จริงๆ เลยยามลูกรักษาคนไข้ลูกหน้าไร้ความรู้สึกแบบนี้รึเปล่า”

“ที่ผมรักษามาก็มีตายแค่ไม่กี่คนนะครับ ที่เหลือคือรอดและมาขอบคุณผมด้วยซ้ำ” เขาตอบแม่พร้อมหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อย นั่นแหละคือยิ้มของลูกชายนาง

“เฮ้อ! ชาตินี้แม่จะได้เห็นหน้าสะใภ้และหลานไหมเนี่ย ถ้าลูกยังเป็นแบบนี้ เพื่อนๆ ของแม่ก็ไม่กล้าส่งลูกสาวมาดูตัวด้วยแล้วนะหมอเข้ม”

“แม่จะรีบไปไหนครับ ผมยังไม่รีบเลย อีกอย่างตอนนี้ผมก็ดูๆ อยู่” เขาบอกแง้มเล็กน้อยในท้ายประโยค นั่นแหละทำให้ขวัญตาลุกจากโซฟาตัวที่ตัวเองนั่งไปนั่งเบียดลูกชายทันที

“ว่าไงนะหมอเข้ม หมอเข้มมีดูๆ แสดงว่าตอนนี้มีคนที่ชอบแล้วใช่ไหม”

“ก็ชอบมาตั้งนานแล้วครับ เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น” เขาตอบเสียงเรียบ

“ลูกเต้าเหล่าใครหมอเข้ม” นางเขย่าแขนลูกชายด้วยความอยากรู้

“ถึงเวลาแม่ขวัญก็รู้เองแหละครับ รับรองแม่ขวัญจะรักเธอแน่นอน เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ แม่ขวัญก็รีบนอนนะครับ พรุ่งนี้ต้องใส่บาตรให้พ่อแต่เช้า”

“ให้แม่เตรียมของใส่บาตรให้ด้วยไหมหมอเข้ม”

“ครับ หนึ่งชุดเหมือนเดิม”

“จ้า งั้นลูกไปนอนพักผ่อนเถอะ รีบๆ พาสะใภ้มาไหว้แม่เร็วๆ นะลูก ถ้าช้าแม่จะให้ลูกไปดูตัวกับลูกสาวเพื่อนแม่อีกนะ เห็นว่าเดือนหน้าจะกลับมาจากสเปน”

“ครับผม” เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป

ส่วนขวัญตาก็รีบลุกกลับมานั่งที่เดิมของตัวเองแล้วดูเวลา ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มเองจึงโทรหาเพื่อนรักที่อยู่ขอนแก่นอย่างจรรยาทันที เพื่อพูดคุยปรึกษาเรื่องลูกชายหน้าเดียวของตัวเอง ก็นางกลุ้ม เครียด กลัวว่าลูกชายจะเป็นอีแอบ ตั้งแต่เป็นหนุ่มจนตอนนี้ยังไม่เคยมีแฟนหรืออาจจะมีแต่นางไม่รู้ก็ได้ แต่คือไม่มีแหละ เพราะไม่เคยเห็นเขมณัฏฐ์เล่าเรื่องผู้หญิงหรือพาผู้หญิงมาบ้านเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่หน้าตาก็ดี รูปร่างก็ดี ดีกว่าพระเอกดาราหนังเสียด้วยซ้ำ แต่กลับไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย ทั้งที่สาวๆ ที่นัดดูตัวนั้นก็สวยใช่เล่น แต่เจ้าลูกชายก็ทำเสียเรื่องทุกครั้ง เพราะบุคลิกหน้าตาของเจ้าตัวดีนั่นแหละที่ทำให้สาวๆ หนีไปหมด

อ่านต่อ

สารบัญ อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ตอน
อ่านเลย
แชร์