
ขอปฏิเสธได้ไหม
ตอน 2
กู้เหวยอีเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว พอเห็นผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าก็อึ้งไปทันที
เธอตาลายงั้นเหรอ? ทำไมฟู่จิ่งเฉินถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ล่ะ? หลินลี่ลี่เพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศ เขาควรจะอยู่ต่อกับผู้หญิงที่เขารักไม่ใช่หรอกเหรอ?
ฟู่จิ่งเฉินขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าเธอเงียบไปนาน
ตอนนั้นกู้เหวยอีรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังว่ายอยู่ในน้ำไม่มีผิด
เธอเปียกโชกไปทั้งตัว ผมยาวแนบอยู่กับแก้มซีดเซียว ปลายผมของเธอยังมีหยดน้ำอยู่ ดูเหมือนลูกแมวตัวเปียกโชกที่ซุกอยู่ใต้หลังคาในวันที่ฝนตกไม่มีผิด มันดูน่าสงสารและทำอะไรไม่ถูก
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ?” ฟู่จิ่งเฉินขมวดคิ้วขึ้นมา น้ำเสียงของเขาดูแข็งกร้าวมาก
กู้เหวยอีนึกถึงคำพูดอ่อนโยนที่เขาพูดกับหลินลี่ลี่ที่โรงแรมเมื่อครู่ขึ้นมา ใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง
ดูเหมือนว่าเวลาที่ฟู่จิ่งเฉินอยู่กับคนที่รักและไม่ได้รักนั้น ท่าทางแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
เธอพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้พลางยิ้มให้ฟู่จิ่งเฉิน ก่อนจะอธิบายขึ้นมาเบา ๆ ว่า “ตอนกลับมาจู่ ๆ ฝนก็ตก ฉันไม่ได้พกร่มไปด้วยเลยเปียกน่ะค่ะ”
พอพูดจบ จู่ ๆ กู้เหวยอีก็รู้สึกคันจมูกและจามออกมาอย่างหนัก
ฟู่จิ่งเฉินยังคงขมวดคิ้วแน่นและไม่มีทีท่าว่าจะคลายออกเลย
“กู้เหวยอี เธออายุเท่าไหร่แล้ว? เวลาตากฝน สิ่งแรกที่ควรจะทำตอนกลับถึงบ้านก็คือเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เธอยังต้องให้ฉันสอนอยู่อีกเหรอ?”
รอยยิ้มของกู้เหวยอีแข็งทื่อไปทันที “ขอโทษค่ะ...”
“รีบไปจัดการให้เรียบร้อยซะ อย่าให้เป็นหวัดล่ะ” ฟู่จิ่งเฉินนั้นดูเหมือนจะขี้เกียจพูดอะไรกับเธอไปมากกว่านี้ เขาเดินเข้าไปข้างในพลางขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด
เป็นหวัดงั้นเหรอ? จู่ ๆ กู้เหวยอีก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้เธอท้องอยู่ จะเป็นหวัดไม่ได้เด็ดขาด
พอนึกขึ้นได้ เธอก็รีบกลับห้องไปอาบน้ำอุ่นทันที ความหนาวเย็นในร่างกายของเธอก็ค่อย ๆ ถูกชะล้างออกไป
กู้เหวยอีเปิดห้องน้ำที่เต็มไปด้วยไอร้อนพลางนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมา แต่ไม่คิดว่าจะเห็นร่างของฟู่จิ่งเฉินเข้า
กู้เหวยอีตกใจ ก่อนจะร้องอุทานขึ้นมาเบา ๆ และรีบเอามือปิดหน้าอกไว้ทันที
ฟู่จิ่งเฉินมองมาที่เธอด้วยสายตาลุ่มลึก พอสังเกตเห็นท่าทางของเธอ ก็ถามขึ้นมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบว่า “จะปิดทำไม? ร่างกายของเธอมีตรงไหนที่ฉันไม่เคยเห็นบ้าง?”
จู่ ๆ ใบหน้าเล็ก ๆ ของกู้เหวยอีก็แดงก่ำขึ้นมาทันที ภาพที่เธอพัวพันกับฟู่จิ่งเฉินก็ผุดขึ้นมา
ฟู่จิ่งเฉินค่อย ๆ หยิบยาแก้หวัดออกมาหนึ่งเม็ด ก่อนจะถือแก้วน้ำแล้วเดินเข้าไปหากู้เหวยอี
“มากินยาก่อน”
กู้เหวยอีเหลือบมองยาในมือของเขา พอนึกถึงเด็กในท้องก็รู้สึกลังเลขึ้นมาเล็กน้อย
“เอ่อ... ฉันไม่ได้เป็นอะไร ไม่ต้องกินยาหรอกมั้งคะ?”
แต่น้ำเสียงของฟู่จิ่งเฉินนั้นไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดอะไรเลย “เธอไม่รู้เหรอว่า ตอนนี้สีหน้าของเธอดูซีดเซียวมากน่ะ? พรุ่งนี้เราต้องไปหาคุณย่า ทางที่ดีเธออย่ามาป่วยในเวลาแบบนี้นะ”
กู้เหวยอีไม่กล้ากินยาแบบสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะตั้งท้องเลยไม่ยอมให้ความร่วมมือ “ฉันดื่มน้ำร้อนเยอะ ๆ ก็ได้แล้วล่ะค่ะ ไม่ป่วยหรอกค่ะ”
ฟู่จิ่งเฉินขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างหงุดหงิด เขาเดินไปข้างหน้าจากนั้นก็รับแก้วน้ำมาพลางดื่มน้ำอุ่นและกินยาเข้าไป
“จิ่งเฉิน คุณ... อ๊ะ!”
ยังไม่ทันที่กู้เหวยอีจะเอ่ยปากพูดจบ ร่างสูงของฟู่จิ่งเฉินก็โน้มตัวลงมา นิ้วอันหยาบกร้านของเขาจับคางอันอ่อนนุ่มของเธอไว้แน่น และจูบริมฝีปากสีชมพูของเธอ
ยาแก้หวัดไหลลงไปในคอของกู้เหวยอีพร้อมกับน้ำ มือใหญ่ ๆ ของฟู่จิ่งเฉินประคองหัวเธอไว้ ก่อนจะบังคับให้เธอกลืนยาและน้ำลงไป
ลมหายใจอันร้อนแรงทำให้กู้เหวยอีรู้สึกมึนหัว เธอไม่ทันตั้งตัวเลยคล้อยตามจูบอันร้อนแรงของฟู่จิ่งเฉินไป
จูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนกระตุ้นความปรารถนาของฟู่จิ่งเฉินขึ้นมา จากนั้นทั้งสองคนก็ล้มลงไปบนเตียง
ฟู่จิ่งเฉินดูดริมฝีปากที่อ่อนล้าของกู้เหวยอีด้วยความโหยหา เขายืดตัวตรงพลางดึงเนกไทที่คอเสื้อออก แววตาลุ่มลึกนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวไม่มีผิด
สายตาเบลอ ๆ ของกู้เหวยอีสบเข้ากับสายตาอันตรายของเขา เธอได้สติขึ้นมาทันที และตอนที่โดนฟู่จิ่งเฉินกดลงอีกครั้ง เธอก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า “ไม่ได้!”
กู้เหวยอียื่นมือออกมาอย่างสั่นเทาและกดมันลงบนร่างอันแข็งแกร่งของเขา
“ว่าไงนะ?” ฟู่จิ่งเฉินขมวดคิ้วขึ้นมาทันที เพราะคิดว่าตัวเองหูฝาด
เขากำลังจะจูบเธออีกครั้ง แต่กู้เหวยอีกลับหันหน้าหนีและไม่กล้าสบตากับเขา ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยความยากลำบากว่า “ฟู่จิ่งเฉิน เรา... หย่ากันเถอะค่ะ”
แค่คำ ๆ เดียวก็ทำให้ความปรารถนาของฟู่จิ่งเฉินดับวูบลงทันที
เขาบีบคางของกู้เหวยอีอย่างเย็นชาพลางบังคับให้เธอหันหน้ามา แววตาลุ่มลึกจ้องแววตาใส ๆ ของเธออย่างไม่วางตา ก่อนจะค่อย ๆ พูดขึ้นมาว่า “ไหนเธอพูดอีกครั้งสิ?”
ใจของกู้เหวยอีเต้นตึกตักขึ้นมาทันที เธอระงับอารมณ์ปั่นป่วนในใจไว้ พลางจ้องตาฟู่จิ่งเฉินแล้วพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “ฉันบอกว่า เราหย่ากันเถอะค่ะ”
ตอนนั้น แววตาของฟู่จิ่งเฉินฉายแววสับสนขึ้นมาทันที “ทำไมล่ะ?”
กู้เหวยอีที่ได้ยินแบบนี้ถึงกับอึ้งไปทันที เธอรู้สึกสับสนกับคำถามของฟู่จิ่งเฉิน
จะเป็นเพราะอะไรไปได้ล่ะ?
ต้องเป็นเพราะต้องการเติมเต็มความปรารถนาของเขาและยกตำแหน่งคุณนายฟู่ให้หลินลี่ลี่ ผู้หญิงที่เขารักอยู่แล้ว
“ต้องเป็นเพราะ...”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตระกูลกู้งั้นเหรอ? อยากได้เงินใช่ไหม?” ยังไม่ทันที่กู้เหวยอีจะพูดอะไร ฟู่จิ่งเฉินก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาอย่างหงุดหงิดว่า “กู้เหวยอี ทางที่ดีเธอสงบเสงี่ยมเจียมตัวจะดีกว่านะ ถ้าอยากได้อะไรก็บอกมาตรง ๆ อย่าพูดอะไรไร้สาระและมาเอะอะกับฉันแบบนี้”
กู้เหวยอีกำหมัดขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ
ที่แท้ฟู่จิ่งเฉินคิดว่าเธอเอาเรื่องหย่ามาพูดเพื่อเอะอะกับเขา เขากลัวว่าเธอจะถือโอกาสเสนอเงื่อนไขเพื่อหาผลประโยชน์งั้นสินะ?
กู้เหวยอียกมุมปากขึ้นมาเบา ๆ น้ำเสียงนั้นแผ่วเบา แต่เด็ดขาดมาก “ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ฉันไม่อยากได้อะไรเลย แค่อยากจะหย่าเท่านั้น ฟู่จิ่งเฉิน ยังไงซะเราก็ต้องหย่ากันอยู่แล้ว หย่ากันตอนนี้กับผ่านไปสักพักค่อยหย่านั้นมันแตกต่างกันตรงไหนเหรอคะ?”
พอเธอพูดจบ ฟู่จิ่งเฉินกลับไม่ตอบสนองใด ๆ เขาแค่จ้องเธอด้วยสายตาที่แปลกและลุ่มลึก
ใจของกู้เหวยอีตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที แต่กลับมีความคาดหวังแปลก ๆ ขึ้นมา
“หรือว่า... คุณไม่อยากหย่างั้นเหรอคะ?”
คุณอาจจะชอบ





