ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ขอปฏิเสธได้ไหม

ขอปฏิเสธได้ไหม

กู้เวยยีรับบทเลขาสาวพ่วงตำแหน่งภรรยาลับของฟู่จิงเฉิน ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทว่าความดีใจที่รู้ว่าตั้งครรภ์กลับมลายหายไป เมื่อเธอพบภาพบาดตาที่สามีใกล้ชิดกับรักแรกอย่างสนิทสนม เธอจึงตัดสินใจหนีไปพร้อมหัวใจที่แตกสลายเพื่อหลีกทางให้คนทั้งคู่ หลายปีผ่านไปอดีตสามีกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้งพร้อมความตื่นเต้นเมื่อเห็นครรภ์ที่แก่ตัว แต่กู้เวยยีกลับตอกหน้าเขากลับอย่างเย็นชาว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่เรื่องของเขาอีกต่อไปในฐานะคนเคยรักกันอีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

พอนึกขึ้นมาว่าฟู่จิ่งเฉินอาจจะไม่อยากหย่า ใจของกู้เหวยอีก็เต้นรัวขึ้นมาทันที ลมหายใจนั้นแทบจะหยุดอยู่แล้ว

แต่ฟู่จิ่งเฉินกลับยิ้มเยาะขึ้นมาท่ามกลางสายตาที่คาดหวังของเธอ

“กู้เหวยอี เธอรู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่น่ะ?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการเสียดสี พอกู้เหวยอีได้ยินแล้ว มันเหมือนกับมีหนามจำนวนมากทิ่มแทงใจของเธอไม่มีผิด “เธอคิดเองเออเองแล้วล่ะ ฉันจะไม่อยากหย่างั้นเหรอ?”

ฟู่จิ่งเฉินมองไปที่ใบหน้าของกู้เหวยอี สายตานั้นดูเย็นชาเป็นที่สุด “กู้เหวยอี เธอจำไว้นะ เธอเป็นคนขอหย่าเอง พอมีอะไรเกิดขึ้น แล้วเธออย่าเสียใจมาขอร้องฉันก็แล้วกัน”

พอพูดประโยคนี้จบ ฟู่จิ่งเฉินก็ลุกขึ้นยืนอย่างไม่อาลัยอาวรณ์พลางกระแทกประตูแล้วจากไปทันที

กู้เหวยอีนอนเหม่ออยู่บนเตียงเย็น ๆ ความรู้สึกผิดหวังนั้นมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไปหมด

เธอสูดลมหายใจขึ้นมาเบา ๆ พลางยกมือขึ้นมาลูบท้องน้อยเบา ๆ ราวกับสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนั้น

ตอนแรกเธอกะจะบอกเรื่องที่เธอท้องกับฟู่จิ่งเฉิน แต่ตอนนี้พวกเขากำลังเตรียมตัวจะหย่ากันแล้ว

ในเมื่อเป็นแบบนี้ กู้เหวยอีก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกฟู่จิ่งเฉินแล้ว เธอคนเดียวก็สามารถเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างแข็งแรงได้

กู้เหวยอีนึกถึงงานในปัจจุบันของเธอขึ้นมา ก่อนจะรู้สึกช่วยไม่ได้

ตอนแรก คุณนายใหญ่ฟู่นั้นจัดให้เธอไปทำงานเป็นเลขาของฟู่จิ่งเฉินเพื่อที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ของเธอกับฟู่จิ่งเฉิน

ตอนนี้ดูเหมือนว่าถึงเวลาต้องลาออกจากงานนี้ซะแล้ว

...

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่หวนฉิว กรุ๊ป

พอกู้เหวยอีเข้ามาที่บริษัท ก็โดนเพื่อนร่วมงานขี้นินทาสองสามคนจับตัวไว้ได้

“พี่เหวยอี เรารอคุณมานานแล้วค่ะ! รีบบอกเรามาเร็ว ๆ เถอะค่ะ คุณฟู่กับหลินลี่ลี่อะไรนั่นมันยังไงกันแน่คะ?”

“ลือกันให้แซดเลยว่าคุณฟู่ของเราได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับให้กับหลินลี่ลี่ นางแบบชื่อดังระดับนานาชาติ แถมยังเชิญพวกเพื่อน ๆ ไปร่วมงานจำนวนมากด้วย ดูท่าว่าคุณฟู่นั้นกะจะเปิดตัวกับหลินลี่ลี่แล้วงั้นสินะคะ?”

“ฉันยังได้ยินมาว่า หลังจากงานเลี้ยงต้อนรับนั้น คุณฟู่กับหลินลี่ลี่ค้างคืนด้วยกัน ไม่แน่ว่าอีกหน่อยหลินลี่ลี่อาจจะกลายมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยของหวนฉิว กรุ๊ปก็เป็นได้นะคะ!”

พอกู้เหวยอีได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที เธอเงียบไป “ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้หรอก”

เพื่อนร่วมงานหลายคนมองหน้ากันพลางพูดติดตลกขึ้นมาทันที “พี่เหวยอี อย่าล้อเล่นหน่อยเลยค่ะ คุณเป็นเลขาส่วนตัวของคุณฟู่ เรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้จักคุณฟู่ดีที่สุดในบริษัทแล้วก็ว่าได้ ทำไมคุณถึงไม่รู้ข่าววงในอะไรเลยล่ะคะ?”

กู้เหวยอียกยิ้มขึ้นมาอย่างขมขื่น ทุกคนนั้นต่างก็รู้ดีว่าเธอคือเลขาของฟู่จิ่งเฉิน แต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่า เธอเป็นภรรยาที่ฟู่จิ่งเฉินไม่ยอมเปิดตัวด้วย เธอจะไปรู้เรื่องอะไรได้ล่ะ?

เธอถอนหายใจและพูดขึ้นมาอย่างเรียบ ๆ ว่า “ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้จริง ๆ พวกเธอเลิกซุบซิบกันได้แล้ว”

พวกเพื่อนร่วมงานอยากจะถามต่อ แต่กู้เหวยอีกลับแย่งพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจังก่อนว่า “ฉันบอกแล้วว่าบอกไม่ได้ เลิกถามได้แล้ว พวกเธอมาที่บริษัทเพื่อมาซุบซิบกันรึไง? ยังไม่รีบไปทำงานอีก?”

ท่าทางนิ่ง ๆ ของกู้เหวยอีนั้นทำให้พวกเพื่อนร่วมงานรู้สึกกลัว เลยต้องเงียบไป

“โอเคค่ะ พี่เหวยอี เรารู้แล้วค่ะ”

พอกู้เหวยอีจากไป พวกเพื่อนร่วมงานสองสามคนก็มองแผ่นหลังของเธออย่างเงียบ ๆ และอดไม่ได้ที่จะบ่นขึ้นมา

“ชิ วางมาดอะไรกัน คิดว่าตัวเองแน่นักรึไง คุณฟู่ไม่ได้มีเธอเป็นเลขาแค่คนเดียวสักหน่อย”

“ใช่ ๆ สามปีก่อนนั้น จู่ ๆ เธอก็เข้ามาในแผนกเลขานุการ แถมยังหน้าตาสวยอีก ทุกคนนั้นคิดว่าเธอมีความสัมพันธ์อะไรกับคุณฟู่ซะอีก แต่สุดท้าย สามปีนี้คุณฟู่กลับไม่ชายตามองเธอเลย เวลาออกไปคุยเรื่องธุรกิจก็ไม่พาเธอไปด้วย บอกว่าเป็นเลขาส่วนตัว แต่ก็เป็นได้แค่ในนามเท่านั้นแหละ”

“วันดี ๆ ของเธอกำลังจะสิ้นสุดลงแล้วล่ะ ไว้หลินลี่ลี่ขึ้นตำแหน่งเมื่อไหร่ คนแรกที่จะโดนเล่นงานก็คือเธอ ใครจะไปสบายใจที่มีเลขาสวย ๆ อยู่ข้าง ๆ ผู้ชายของตัวเองแบบนี้ได้กัน”

“นั่นน่ะสิ...”

สองสามคนหัวเราะกันอย่างมีความสุข เสียงดังลั่นจนดังก้องไปทั่วห้องทำงาน

กู้เหวยอีไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อเริ่มทำงานทันที

เธอจะไม่รู้ได้ยังไงกันว่าพวกเพื่อนร่วมงานนั้นต่อหน้าดีกับเธอ แต่ลับหลังนั้นมองเธอยังไงน่ะ แต่เธอไม่สามารถโต้กลับได้ เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็คิดว่ามันน่าตลกเช่นกัน

ไม่นานก็ถึงเวลาเลิกงาน ทุกคนในแผนกเลขานุการก็กลับกันเกือบหมดแล้ว

กู้เหวยอีได้รับโทรศัพท์จากเซี่ยงอวิ๋นซูเพื่อนสนิทของเธอ

“เหวยอี ฉันเห็นข่าวเมื่อเช้านี้แล้ว ฟู่จิ่งเฉินกับหลินลี่ลี่อะไรนั่นมันยังไงกันแน่? ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม?”

พอฟังน้ำเสียงสงสัยของเพื่อนรัก กู้เหวยอีก็ได้แต่ถอนหายใจขึ้นมาเบา ๆ

“อวิ๋นซู ข่าวพวกนั้นเป็นเรื่องจริง”

เซี่ยงอวิ๋นซูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และพูดออกมาด้วยความตกใจ “ว่าไงนะ? ! ”

ผ่านไปทั้งวัน กู้เหวยอีก็คิดได้อย่างกระจ่างแล้ว น้ำเสียงของเธอดูนิ่งเรียบมาก “ฉันกับฟู่จิ่งเฉินแต่งงานกันเพราะสัญญา ฉันรู้ดีว่าเขาไม่มีความรู้สึกอะไรกับฉัน แต่มันติดอยู่ที่ว่าคุณย่าของเขาบังคับให้เขาแต่งงานกับฉันเฉย ๆ ตอนนี้ผู้หญิงที่เขารักที่สุดกลับมาแล้ว ฉันเองก็ไม่จำเป็นต้องตื้อเขาอีกต่อไป ควรจะสละตำแหน่งให้พวกเขาได้แล้ว”

เซี่ยงอวิ๋นซูนั้นกลับพูดขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “แต่... แล้วลูกในท้องจะทำยังไงล่ะ? เมื่อวานเธอบอกว่า เธอจะบอกข่าวดีเรื่องที่ท้องกับฟู่จิ่งเฉินเพื่อเซอร์ไพรส์เขาไม่ใช่รึไงกัน?”

“สำหรับเขาถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์งั้นเหรอ? หรือว่าเป็นเรื่องน่าตกใจกันแน่” กู้เหวยอีลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวและยิ้มอย่างขมขื่นพลางพูดว่า “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันอยากจะหย่าและเลี้ยงเด็กคนนี้เพียงลำพัง ไม่จำเป็นต้องบอกให้เขารู้หรอก”

“หย่างั้นเหรอ? เธอตัดสินใจดีแล้วงั้นเหรอ” เซี่ยงอวิ๋นซูพูดขึ้นมาด้วยความกังวล “เธอไม่อยากให้ฟู่จิ่งเฉินรู้เรื่องที่เธอท้อง แต่ถ้าเธอยังอยู่ที่หวนฉิว กรุ๊ปต่อไปล่ะก็ ไม่ช้าก็เร็วเรื่องที่เธอท้องต้องถูกเปิดเผยแน่นอน”

“สบายใจได้ ผ่านช่วงนี้ไปแล้วฉันจะลาออกเอง ถึงตอนนั้นฉันจะกลับไปทำในสิ่งที่ฉันชอบอีกครั้ง”

พอพูดถึงความฝัน สีหน้าของกู้เหวยอีก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“จริงเหรอ? เหวยอี ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจกลับมาแล้วงั้นสินะ?” เซี่ยงอวิ๋นซูรู้สึกประหลาดใจ เธอพูดขึ้นมารัว ๆ ทันที “เยี่ยมไปเลย! ฉันเคยบอกเธอไปแล้วว่า เธอคือชิงเย่ฉือ ดีไซเนอร์ที่มีพรสวรรค์ซึ่งเป็นตำนานแห่งโลกแห่งการออกแบบแฟชั่น ! จะไปเป็นเลขาของฟู่จิ่งเฉินได้ยังไงกัน แบบนั้นมันไม่คุ้มเลย!”

“ชิงเย่ฉืองั้นเหรอ...” พอเอ่ยถึงชื่อที่หายไปนานนี้ กู้เหวยอีก็รู้สึกสับสนขึ้นมา

ใช่ เพื่อฟู่จิ่งเฉินแล้ว เธอลืมตัวตนของตัวเองไปนานเลย และแทบจะลืมชื่อนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ

“กู้เหวยอี”

เสียงสุขุมของผู้ชายดังขึ้นมาจากด้านหลัง

กู้เหวยอีกลับมาได้สติอีกครั้ง ก็เห็นว่าฟู่จิ่งเฉินยืนอยู่ข้างหลังตัวเองและมองมาที่เธอด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FVP” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FVP
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย การกลับมาอย่างมีชัย
9.6
ลู่หว่านใช้ชีวิตในฐานะภรรยาลับมานานสามปีโดยไม่เคยพบหน้าสามี ทว่าเขากลับขอหย่าเพื่อไปทุ่มเทให้หญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์และกลับมาเฉิดฉายด้วยความสามารถที่ซ่อนไว้ ทั้งการเป็นหมอเทวดา แฮ็กเกอร์ และอัจฉริยะในอีกหลายด้าน เมื่อตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผย อดีตสามีที่เคยเย็นชากลับมาอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว พร้อมเสนอจะยกทรัพย์สินและชีวิตทั้งหมดเพื่อแลกกับการให้เธอกลับมาเคียงข้างเขาอีกครั้งในฐานะคนรัก
หน้าปกนวนิยาย อย่ายุ่งกับมันอีก! หัวใจของนายกูกำลังจะหันกลับมาหาคุณ
8.3
โจวซีทุ่มเทกายใจทำหน้าที่ภรรยาให้กู้หลางเอี้ยนอย่างซื่อสัตย์ แม้เขาจะเย็นชาและมีคนในใจอยู่แล้วก็ตาม เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ทุกคนต่างรอดูจุดจบที่น่าอับอายของเธอ ทว่าเธอกลับเลือกเซ็นใบหย่าอย่างเด็ดเดี่ยวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ กู้หลางเอี้ยนที่กำลังสับสนพยายามรั้งเธอไว้ด้วยความเจ็บปวด แต่เธอกลับโชว์แหวนวงใหม่พร้อมบอกลาความอดทนที่เคยมี แท้จริงแล้วความรักที่ทุกคนเห็นอาจไม่ใช่เพื่อเขา แต่เธอกำลังมองหาใครบางคนในอนาคตที่รออยู่
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรัก..ประธานขา
8.5
เมื่อนางเอกถูกดูหมิ่นเรื่องรูปลักษณ์จากหญิงสาวที่พึ่งพาเพียงศัลยกรรม เธอจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าความงามที่แท้จริงคืออะไร ทว่าความขัดแย้งในใจกลับทวีคูณเมื่อเธอเข้าใจผิดว่าถูกพระเอกล่วงเกินทางเพศ ความอัปยศและความเสียใจทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติพันธะสัญญาทั้งหมดที่มีต่อเขา เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและการเผชิญหน้าท่ามกลางโลกของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
หน้าปกนวนิยาย รักที่ทรมาน  รักที่ต้องเจ็บ
7.4
เมื่ออรอุมาตัดสินใจก้าวเข้าสู่การเป็นภรรยาของกาจ เธอหวังเพียงความรัก แต่กลับได้รับบทลงโทษจากไฟแค้น เมื่อเขาปักใจเชื่อว่าเธอคือต้นเหตุที่ทำลายความรักสิบปีของเขา ชายหนุ่มจึงสร้างนรกบนดินเพื่อทรมานเธออย่างเลือดเย็น ความโหดร้ายพุ่งถึงขีดสุดในวันคลอดลูก เมื่อเธอตกเลือดอย่างหนักจนเฉียดตาย ทว่าสามีกลับไร้เยื่อใย บังคับให้นำเลือดของเธอไปช่วยชีวิตผู้หญิงอีกคน และยังปฏิเสธลูกน้อยซึ่งเป็นสายเลือดของตนเอง เมื่ออรอุมาฟื้นคืนสติจากห้วงมฤตยู เธอจึงได้ตระหนักถึงความจริงอันแสนปวดร้าว โลกทั้งใบพังครืนลงต่อหน้า ทำให้เธอรู้ซึ้งว่าความรักที่ทุ่มเทไปนั้นมีเพียงความพ่ายแพ้และคราบน้ำตา
หน้าปกนวนิยาย คุณเลขาในความลับ
9.2
โชคชะตาหรือความซวยกันแน่ที่ทำให้ อังเดร เบอร์นาร์ด หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ต้องมารับตำแหน่งเลขาฯ คนที่แปดให้แก่ทายาทสาวเพียงคนเดียวของตระกูลดังอย่างคุณหญิงวริศรา เธอคือไฮโซสาวผู้ร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้านายจอมจู้จี้และมีข้อกำหนดมากมายในการทำงาน หน้าที่ครั้งนี้จึงกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของเลขาฯ หนุ่มที่ต้องรับมือกับความเรื่องเยอะของเจ้านายสาวผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงสังคมไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้