
เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
ตอน 3
พรกมลเก็บของเสร็จเรียบร้อย เธอฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วเดินเข้าไปในแผนกออกแบบของบริษัทในเครือเจริญสุขโอภาส
ทันทีที่เธอก้าวเข้ามา ออฟฟิศที่เคยเสียงดังก็เงียบลงทันที ทุกสายตาหันมามองเธอเป็นตาเดียว ราวกับเธอเป็นตัวประหลาด
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งจงใจพูดเสียงดัง "นึกว่าจับพลัดจับผลูได้เป็นนกฟีนิกซ์ ที่แท้ก็เป็นแค่นกกระจอกที่ต้องกลับคืนสู่รังเดิม"
พรกมลกำสายกระเป๋าถือไว้แน่น เธอเม้มปาก ก้มหน้าเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วก็พบว่าแบบร่างดีไซน์ที่เธอวาดไว้เมื่อคืนถูกกาแฟหกใส่จนเปียกโชก
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ไม่ได้โวยวายอะไรออกมา ค่อย ๆ หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดคราบกาแฟอย่างเงียบ ๆ พยายามรักษาเกียรติของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
เสียงฮือฮาดังขึ้นที่โถงทางเดิน อภิเดชเดินนำหน้าผู้บริหารกลุ่มใหญ่เข้ามาตรวจงานในแผนกออกแบบ ข้างกายของเขามีศศิกานต์ที่ดูบอบบางยืนอยู่
ศศิกานต์แกล้งทำเป็นเดินมาที่โต๊ะของพรกมลโดยบังเอิญ แล้วอุทานด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "อุ๊ยตาย! โต๊ะของพนักงานคนนี้ทำไมสกปรกอย่างนี้ล่ะคะ"
อภิเดชเหลือบมองพรกมลด้วยสายตาเย็นชา แล้วหันไปพูดกับหัวหน้าแผนกออกแบบ "บริษัทของเราไม่ต้องการพนักงานที่ไม่สามารถแม้แต่จะจัดโต๊ะทำงานของตัวเองให้เรียบร้อยได้"
หัวหน้าแผนกรีบพยักหน้าหงก ๆ แล้วหันมาดุพรกมลเสียงดัง "พรกมล! ไปขนเอกสารเก่าในห้องเก็บของมาเดี๋ยวนี้!"
พรกมลเงยหน้าขึ้นสบตากับอภิเดช แต่ในดวงตาของเขามีเพียงความเย็นชาและห่างเหิน ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยนอนเตียงเดียวกันมาก่อน
อภิเดชแนะนำพรกมลกับลูกค้าชาวต่างชาติที่มาด้วยกัน น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย "นี่คือคุณพรกมลจากฝ่ายออกแบบของเรา"
คำว่า 'คุณพรกมลจากฝ่ายออกแบบ' เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของพรกมล เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้องน้อย ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกาย
พรกมลกัดริมฝีปากที่ซีดเผือดของตัวเองไว้แน่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวด เธอยกมือไหว้ลูกค้าชาวต่างชาติ แล้วหันหลังเดินไปที่ห้องเก็บของ
ศศิกานต์มองตามหลังพรกมลที่เดินโซซัดโซเซไปด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก แล้วหันไปควงแขนอภิเดชอย่างสนิทสนม
พรกมลเดินเข้าไปในห้องเก็บของที่มืดและอับชื้น ทันทีที่ประตูปิดลง เธอก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง
เธอเกาะผนังไว้แน่น เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เธอเป็นห่วงลูกในท้องเหลือเกิน กลัวว่าการล้มเมื่อคืนกับอารมณ์ที่แปรปรวนในวันนี้จะทำร้ายลูก
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นอย่างรุนแรง พรกมลหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อ 'คุณยาย'
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แล้วรับโทรศัพท์ "คุณยายขา"
เสียงไอของคุณยายดังมาจากปลายสาย "กมลเอ๊ย แฟนที่ลูกบอกว่าจะพามาให้ยายดูตัวน่ะ เสาร์อาทิตย์นี้พามาได้ไหม"
หัวใจของพรกมลบีบรัด น้ำตาเกือบจะไหลออกมา เพื่อไม่ให้คุณยายที่กำลังป่วยต้องเป็นห่วง เธอจึงต้องโกหกออกไป "ได้ค่ะยาย เดี๋ยวสุดสัปดาห์นี้กมลจะพาเขาไปหานะคะ"
คุณยายดีใจมากแล้ววางสายไป แต่พรกมลกลับรู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง ตอนนี้เธอจะไปหาแฟนที่ไหนมาให้คุณยายดูตัวได้
ประตูห้องเก็บของถูกเปิดออกอย่างแรง หัวหน้าแผนกตะโกนใส่หน้าเธอ "มัวอู้อยู่นี่เอง! รีบไปขนของได้แล้ว!"
พรกมลรีบเช็ดน้ำตา ลุกขึ้นยืน แล้วอุ้มกล่องเอกสารที่หนักอึ้งขึ้นมา แขนของเธอสั่นเทาด้วยความอ่อนแรง
เธออุ้มกล่องเอกสารเดินออกจากห้องเก็บของ แล้วก็ชนเข้ากับอภิเดชและศศิกานต์ที่กำลังจะเดินกลับพอดี
ศศิกานต์แกล้งร้องเสียงหลงแล้วซบเข้าหาอ้อมกอดของอภิเดช พรกมลพยายามจะหลบ แต่ก็ไม่ทัน
กล่องเอกสารหนัก ๆ หลุดจากมือของเธอ ตกลงบนพื้นเสียงดังโครม กระดาษปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ
อภิเดชรีบประคองศศิกานต์ไว้ แล้วหันมาดุพรกมลด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราด "ซุ่มซ่าม! ทำอะไรไม่รู้จักระวัง!"
พรกมลไม่ได้โต้เถียงอะไร เธอแค่ก้มลงเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นอย่างเงียบ ๆ แผ่นหลังของเธอตั้งตรงอย่างทระนง
อภิเดชเห็นแผ่นหลังที่ดื้อรั้นของเธอก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เขาจูงมือศศิกานต์เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เสียงหัวเราะเยาะของเพื่อนร่วมงานดังขึ้นรอบตัว พรกมลเก็บเอกสารเสร็จเรียบร้อย แววตาของเธอกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
เธอกลับไปที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มพิมพ์ใบลาออก เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องออกจากบริษัทนี้ทันทีที่หย่าเสร็จ
คุณอาจจะชอบ





