
คาสโนว่าอ้อนรัก
ตอน 2
หลายวันต่อมา เอมิกาต้องแล่นไปหาปวีร์ถึงที่อีกครั้งด้วยความโกรธ เมื่อมาถึงก็แทบอยากขย้ำเขาให้แหลกลาญคามือเพราะเจ้าถิ่นนั่งยกยิ้มร่าเริงรอต้อนรับราวรู้ตัวดี
“สวัสดีครับเอมีก้า... ไม่คิดว่าคุณจะทนคิดถึงผมไม่ไหวถึงขนาดต้องมาหาผมถึงที่นี่” ปวีร์ยิ้มกว้างต้อนรับคนที่มาเยือนราวกับยินดีเสียหนักหนา เอมิกาแทบกระโจนเข้าตะปบกงเล็บบนใบหน้าหล่อเหลานั่นเมื่อได้ยินคำทักทาย แต่ที่ทำได้คือถลึงตาใส่แค่นั้น
“คุณปวีร์! คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไง ” หญิงสาวพ่นวาจาดุดันใส่ทันทีที่ได้เห็นหน้า ยิ่งเห็นดวงตาคู่หวานส่องประกายระยิบระยับมองมา เอมิกายิ่งอยากหยิบอะไรจิ้มตาคู่นั้นให้สมกับความเข่นเขี้ยว
“นั่งก่อนสิครับ” ปวีร์ผายมือเชิญชวนด้วยท่าทีนิ่งเรียบไม่ทุกข์ร้อนใดๆ ทั้งที่อีกฝ่ายมีท่าทีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนแทบกระโดดเข้าเข่นฆ่าเขาเสียให้ได้
“ไม่จำเป็น! คุณบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ คุณไปข่มขู่อะไรบอส” เอมิการุกไล่เอาความ ไม่ใส่ใจกับคำเชิญชวนสักนิด เธอดั้นด้นมาถึงถิ่นจอมวายร้ายอย่างเขาเพียงเพราะต้องการคุยให้รู้เรื่อง หญิงสาวรู้ตัวดีว่า เขากำลังเดินหน้าหาเรื่องเธอ ด้วยต้องการแก้แค้นคืนที่เธอบังอาจแอบถ่ายภาพกิจกรรมอนาจารของเขากับรตีคู่ควงคนใหม่ แล้วยังฉีดสเปรย์พริกไทยใส่ตาเขาเสียจนแสบไปถึงทรวงใน
“ข่มขู่เหรอครับ ตอนไหนนะ ทำไมผมจำไม่ได้” ปวีร์เลิกคิ้วสูงถามกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พร้อมฉีกยิ้มกว้าง ชายหนุ่มแทบอยากปล่อยฮาเสียให้ดังลั่นห้องกับท่าทีราวลูกแมวกำลังขู่ฟ่อๆ ของเอมิกา
“คุณอย่ามาเฉไฉ คุณปวีร์” เอมิกาย้อนกลับเสียงสูงปรี๊ดจนแก้วหูแทบแตกด้วยอารมณ์โกรธพุ่งขึ้นถึงขีดสุด หญิงสาวอยากกรีดร้องให้ลั่นห้องกับท่าทีใสซื่อราวไม่รู้เรื่องราวของอีกฝ่าย ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาทำอะไรไปบ้าง
“ชู่ว... เบาๆ หน่อยสิครับ เสียงดังไปเกิดเลขาฯ ผมได้ยิน เขาจะเข้าใจผิดว่าคุณกำลังข่มขู่ผม” ปวีร์แกล้งปรามราวเป็นห่วงกลัวคนอื่นเข้าใจผิดเธอเสียเหลือเกิน นั่นทำให้เอมิกาแทบเต้นเร่าด้วยทั้งโกรธและขัดเคืองใจ
“คุณบอกมาดีกว่า ว่าคุณต้องการอะไร” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดยาวและลึกเพื่อระงับดับอารมณ์และตั้งสติก่อนเจรจาอีกครั้ง
“ตัวคุณไง” ปวีร์ตอบรวดเร็วโดยไม่ต้องคิด แล้วส่งยิ้มหวานให้ราวต้องการยืนยันคำพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน แต่เอมิการาวถูกน้ำร้อนสาดซัดเข้าเต็มหน้า
“ไอ้... ”
“อ๊ะๆ กรุณาใช้วาจาสุภาพหน่อยนะครับ ไม่งั้นผมจะเอาเทปเสียงนี่ไปเผยแพร่ว่านักข่าวอย่างคุณกำลังใช้วาจาไม่สุภาพและกำลังคุกคามผมอยู่”
“ฮึ่ย!” หญิงสาวสะกดกลั้นอารมณ์โกรธด้วยการกำหมัดแน่นก่อนสะบัดหน้าพรืดหันหนีไปอีกทาง เพราะเพียงขยับอ้าปากจะด่ากลับที่เขาบังอาจใช้วาจาดูหมิ่น แต่ปวีร์สวนกลับรวดเร็วพร้อมหยิบเอาเครื่องบันทึกเสียงที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะขึ้นมาวางตรงหน้าแล้วส่งสายตาท้าทายมาให้
“ไม่เอาน่าคิตตี้ คุณซีเรียสแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ” ปวีร์กระเซ้าเมื่อเห็นอีกฝ่ายแทบดิ้นเร่าด้วยความขัดเคืองใจ ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อเอ่ยคำว่าน่ารัก เขายอมรับว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครทำกิริยาแบบนี้ใส่เขาสักคน
“ฉันชื่อเอมมี่ ไม่ใช่คิตตี้” เอมิกาหันขวับกลับมาจ้องคนที่เรียกเธอว่า คิตตี้ แทบทันที พร้อมท้วงด้วยน้ำเสียงถือดีไม่มียำเกรง
ปวีร์มองกิริยานั้นด้วยความรู้สึกสนุกที่กลั่นแกล้งให้คนตรงหน้าได้แต่แสดงท่าทีฮึดฮัดขัดใจ ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่ส่องประกายวาววับราวอยากจับเขาหักแขนขานั้น หรือจะเป็นอาการทำปากขมุบขมิบราวแอบสาปแช่งเขา ปวีร์รู้สึกราวกำลังนั่งมองเด็กน้อยแสนงอน
“เอมมี่... คิตตี้... ผมว่า...ผมชอบชื่อ คิตตี้ มากกว่าครับ ...แมวน้อย” ปวีร์ขยิบตาให้อย่างล้อเลียนยามเอ่ยขานนามแทนตัวหญิงสาวว่า แมวน้อย เอมิกาได้แต่อ้าปากค้างมองคนตรงหน้าตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน
“คุณปวีร์! ”
“ครับคิตตี้! ”
เอมิกาสะบัดหน้าหนีเมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน หญิงสาวกล้าสาบานโดยไม่ต้องคิดเลยว่าเธอไม่เคยเจอใครตีหน้ามึนได้เท่าผู้ชายชื่อปวีร์มาก่อน
‘มันเรื่องอะไรกันเนี่ยยัยเอมมี่! ทำไมเธอต้องมานั่งทนให้ไอ้บ้านี่ลวนลามเธอด้วยยะ! ไหนจะคำพูดเอย ไหนจะสายตาการันตีความบ้ากามนั่นเอย เธอจะนั่งเฉยให้มันได้อะไรขึ้นมาเอมิกา’
“ฉันจะลงข่าวขอโทษคุณก็ได้เรื่องข่าวคุณกับพี่คีย์ แล้วฉันก็ต้องขอโทษคุณเรื่องที่แอบถ่ายรูปอนาจารของคุณกับคู่ขาวันนั้น แต่ฉันไม่ขอทำสกู๊ปพิเศษบ้าบออะไรนั่นเด็ดขาด” เอมิกาพยายามไกล่เกลี่ยอีกครั้งหลังจากสงบสติอารมณ์ตัดใจข่มความโกรธพยายามไม่ถือโทษคำพูดระรานนั่น
“คงจะไม่ได้หรอกครับคิตตี้ เพราะว่าบอสของคุณเขาเซ็นรับรองไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณเบี้ยวถือว่าผิดเงื่อนไข ผมมีสิทธิ์ฟ้องหมิ่นประมาทคุณได้” ปวีร์ตีหน้าเศร้าราวเห็นใจแต่คนฟังกลับอ้าปากค้าง ถามย้ำราวไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน
“วะ...ว่าไงนะ”
“บอสคุณไม่ได้บอกไว้เหรอครับว่า เขาทำจดหมายขอโทษผมกับคีตาแล้ว และออกหนังสือรับรองที่จะเสนอข่าวเพื่อกู้หน้าให้ผมในสกู๊ปพิเศษ” ปวีร์อธิบายต่อพลางเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายพร้อมส่งสายตาใสซื่อมาให้ราวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเขาไม่ใช่คนต้นคิด ทั้งที่ความเป็นจริงเขาเป็นฝ่ายหลอกล่อให้เจ้านาย จอมงกของเอมิกายอมตอบรับข้อตกลง เพราะเรื่องนี้วิทยาเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ไปเต็มๆ
“บอสจะทำสกู๊ปพิเศษอะไรมันก็เรื่องของบอส ไม่เกี่ยวกับฉัน” เอมิกาเถียงเสียงลั่นราวต้องการย้ำเตือนว่าเธอไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเงื่อนไขนั้น
“ผมว่ามันเกี่ยวกับคุณโดยตรงนะครับคิตตี้ เพราะในหนังสือรับรองระบุไว้ว่าคนที่เป็นคนเสนอข่าวของผมกับคีตาต้องทำสกู๊ปพิเศษนี้แก้ข่าวให้ผม และบังเอิญมันเป็นคุณ... คิตตี้” ปวีร์เฉลยยิ้มๆ ชายหนุ่มเก็บซ่อนความสะใจที่จะได้กลั่นแกล้งเอมิกาไว้ภายใต้แววตาแสดงความเห็นใจ เขาวางแผนทำทุกอย่างเพื่อหาเรื่องดึงเอมิกามาอยู่ใกล้ เขาจะได้จัดหนักเอาคืนให้สาสมกับความแค้นที่แสนแสบทรวง ยิ่งเอมิกามีท่าทีต่อต้านเขายิ่งสนุก
“อะไรนะ” เอมิกาอุทานอ้าปากค้างครั้งที่เท่าไรเธอก็จำไม่ได้ แต่สายตาที่ทอดมองมาราวเห็นใจ เธอรู้ว่าเขากำลังแอบสะใจที่ได้กลั่นแกล้งเธอ หญิงสาวมั่นใจว่าที่ปวีร์ตามจิกกัดเธอไม่ปล่อยไม่ใช่เรื่องข่าวของเขากับคีตา แต่เพราะชายหนุ่มต้องการแก้แค้นเรื่องวีรกรรมภาพอนาจารของเขากับรตีที่ถูกมือดีอย่างเธอแอบถ่ายต่างหาก
‘ยัยเอมมี่เอ๊ย... ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย ฮึ่ย! ไอ้มือบ้านี่น่าตัดทิ้งนัก บังอาจไปแอบถ่ายรูปอนาจารนั่น หาเรื่องใส่ตัวจริงๆ แล้วจะทำไงดีล่ะคราวนี้’
คุณอาจจะชอบ





