ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร่านดอกรัก

ร่านดอกรัก

เมื่อกณิศาเลือกเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ชยธรจึงตัดสินใจมอบหัวใจให้หญิงอื่นเพื่อประชดความเจ็บปวด การทรยศในครั้งนี้กลายเป็นรอยร้าวที่ทำให้เธอไม่อาจให้อภัยได้ จากความรักที่เคยหนักแน่นมั่นคงกลับแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นและการชิงดีชิงเด่น ทั้งคู่ต่างพยายามห้ำหั่นเพื่อเอาชนะกันในเกมความสัมพันธ์ ทว่าในทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายต้องทุกข์ทรมานจากการกระทำของตน พวกเขากลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดร้าวรานที่กัดกินหัวใจไม่ต่างกันเลย
ตอน
แชร์

ตอน 1

ร่านดอกรัก

บทที่1

หญิงสาวร่างระหงในชุดสีดำแบบทันสมัยอุ้มเด็กน้อยวัยขวบเศษก้าวเข้ามาในศาลาที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพ ในระหว่างพระสงฆ์กำลังสวดพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์*

(*พระอภิธรรมนี้ถือเป็นหลักธรรมชั้นสูงในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโปรดพุทธมารดา และเหล่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพียงครั้งเดียว นิยมสวดในงานศพ มี ๗ คัมภีร์ ประกอบด้วยบท พระสังคิณี พระวิภังค์ พระธาตุกถา พระปุคคลปัญญัตติ พระกถาวัตถุ พระยมก พระมหาปัฏฐาก) กลายเป็นจุดสนใจของคนในศาลาที่นั่งประณมมือรับฟังเสียงสวดมนต์อย่างสำรวม ทุกคนต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียว และส่วนหนึ่งให้ความสนใจกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่หญิงสาวลากเข้ามาและเด็กน้อยที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขน ก่อนหันไปพูดซุบซิบสลับกับปรายตาเหยียดหยามมองอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

หญิงสาวรับรู้ว่ามีสายตาหลายคู่มองตนอยู่ และรู้ด้วยว่ากำลังซุบซิบนินทาเรื่องอะไร แต่เธอไม่ใส่ใจดวงตาจดจ่ออยู่ที่โลงสีขาว ซึ่งวางอยู่ท่ามกลางแจกันดอกกุหลาบสีขาวสลับชมพูที่จัดวางอย่างสวยงาม ใกล้โลงสีขาวมีรูปถ่ายขนาดใหญ่ของหญิงสาวในชุดราตรี ไม่ต่างจากภาพชุดที่ถ่ายสำหรับงานมงคลแต่อย่างใด

ใบหน้าผู้หญิงในภาพนั้นยิ้มแย้มอย่างสดใส ดวงตาสีเดียวกับเธอทอประกายแห่งความสุข ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่แปลกแต่อย่างใดที่เจ้าสาวในภาพจะสดใสร่าเริงเช่นนี้ แต่มันกลับทำให้คนมองสลดหดหู่ใจ รูปพวกนี้สมควรวางไว้ให้คนชื่นชมที่ห้องจัดเลี้ยงในงานวิวาห์ หาใช่มาวางไว้ที่หน้าหีบศพในศาลาที่พระกำลังสวดอภิธรรมเคล้าเสียงร่ำไห้อย่างอาลัยอาวรณ์ของญาติมิตรที่ยังตัดใจไม่ขาดเช่นนี้

หน้าชุดรับรองสำหรับแขกผู้ใหญ่และเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม พรมผืนหนาปูทับเสื่อพลาสติกขนาดใหญ่ที่ทอเป็นผืนเดียว ลาดเต็มพื้นที่ว่างจากบริเวณที่วางหีบศพถึงยกพื้นที่ซึ่งพระภิกษุกำลังนั่งสวดพระอภิธรรมอยู่ บนพรมผืนหนาบรรดาญาติของผู้ล่วงลับนั่งประณมมือไหว้พระรับฟังบทสวดมนต์ บางคนกำลังซับน้ำตาที่ซึมออกมา หนึ่งในนั้นคือหญิงวัยกลางคนที่ดวงตาแดงก่ำจากการร่ำไห้และกำลังได้รับการปลอบโยนจากญาติๆ ซึ่งเป็นผู้หญิงต่างวัยที่นั่งอยู่ด้วยกัน และทุกสายตาก็เหลียวไปที่ร่างซึ่งมาหยุดยืนมองรูปถ่ายหน้าหีบศพ

“แม่ก้อย” เสียงเรียกชื่ออย่างคาดไม่ถึงดังขึ้น แม้ไม่ดังจนกลบเสียงพระที่กำลังสวดอภิธรรม แต่เรียกให้สายตาหลายคู่เพ่งมองหญิงสาวเจ้าของชื่ออย่างเพ่งพิศมากขึ้น

ก่อนที่เสียงนินทาจะดังกลบเสียงพระสวดหญิงสาววัยใกล้เคียงกับคนที่ตกเป็นเป้าสายตาก็ยืนขึ้น เดินเข้าไปหากระชากแขนแล้วถามลอดไรฟัน

“นังก้อย ใครให้แกมา” หญิงสาวนามแจ่มจันทร์ถามเสียงเขียว ทั้งยังออกแรงลากเจ้าของชื่อ

คนถูกกระชากแขนจนเกือบเซ มองกลับสายตาแข็งกร้าว เธอกลัวว่าแรงกระชากของแจ่มจันทร์จะทำเด็กหญิงในมือร่วงตกลงพื้นได้จึงขืนตัวเอาไว้ วางกระเป๋าที่ลากมาแล้วผลักแจ่มจันทร์กลับพร้อมพูดเสียงลอดไรฟัน

“ปล่อยแขนฉัน”

“ไม่ปล่อย ออกไปจากศาลาเลยนังก้อย” แจ่มจันทร์ทำหน้าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่ยอมปล่อยแขนหญิงสาวที่หวังอัปเปหิออกไปเสียจากงานศพ

“เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน แล้วปล่อยแขนฉันได้แล้วนะ” ก้อยหรือกณิศาก็ไม่ยอมเช่นกัน เมื่อแจ่มจันทร์ไม่ยอมฟังเสียงยังกระชากแขนทั้งที่เธออุ้มเด็กเอาไว้ในมือ เธอจึงผลักอีกครั้งด้วยแรงทั้งหมดจนแจ่มจันทร์ผงะไปข้างหลังแล้วล้มลงก้นกระแทกพื้นทันที

“โอ๊ย! อี...” แจ่มจันทร์ร้องโอดโอย ยกนิ้วชี้หน้าผรุสวาทด้วยความโกรธ แต่มีเสียงตวาดห้ามไว้

“หยุดเสียที นี่มันในวัดในวา พระก็กำลังสวดอยู่” หญิงวัยกลางคนใบหน้าซีดเซียวไร้การปรุงแต่งดวงตาแดงก่ำจากการร่ำไห้หันมาห้ามทั้งคู่ แม้เสียงปรามนั้นจะตะคอกแต่ไม่ได้ดังเกินไปเพราะแค่สองคนยื้อยุดกันก็เป็นเป้าสายตามากพอแล้ว จึงไม่อยากร่วมวงตกเป็นเหยื่อจากดวงตาอีกหลายๆ คู่ไปด้วย ก่อนที่นางจะหันไปหากณิศาที่มองมาอย่างสำนึกผิดและขออภัยอยู่ในที

“กลับไปคอยที่บ้านก่อน”

“แม่!” กณิศาพ้อเสียงละห้อย แต่ไม่กล้าเอ่ยอันใดอีกเมื่อเห็นแววตาแข็งกร้าวระคนตัดพ้อของนางสายบัวผู้เป็นมารดา หญิงสาวรีบยกมือไหว้ทั้งที่มีเด็กน้อยในอ้อมแขน อ้อนวอนเบาๆ

“ให้ก้อยจุดธูปบอกพี่เกดก่อนได้ไหมคะ”

“จะบอกอะไรล่ะ บอกว่าน้องชั่วๆ ที่มันหนีไปกับแฟนของพี่สาวตัวเองกลับมาแล้วนะหรือ” แจ่มจันทร์ได้ทีจึงพูดถากถางขึ้นอีกทั้งคำพูดและสายตา เพราะเจ็บใจที่ถูกกณิศาทำให้เจ็บตัวจนก้นระบบในเวลานี้ แต่เธอก็ถูกปรามเบาๆ จากมารดาตนเอง

“พอทีเถอะจันทร์” แล้วหันไปพูดกับกณิศา

“กลับไปคอยที่บ้านเถอะแม่ก้อย ให้นายชาติขับรถไปส่ง” นางสำรวยผู้มีศักดิ์เป็นน้าบอก ก่อนหันมองหาชายที่เอ่ยชื่อเพื่อจะให้ไปส่งกณิศาที่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดนี้เท่าใดนัก เมื่อไม่เห็นอยู่ในสายตาจึงหันไปสั่งบุตรสาวของตนเอง

“จันทร์ไปตามนายชาติมาซิ”

“ผมขับรถไปส่งเองครับ” เสียงทุ้มแทรกขึ้นจากด้านหลังของหญิงสาวที่กำลังถูกกีดกันออกไปให้พ้นจากบริเวณงานจนทุกคนหันไปมองพร้อมเพรียงกัน ชายเจ้าของคำพูดยิ้มบางๆ ให้ทุกสายตา ก่อนจะหันมาค้อมศีรษะให้กณิศา

“เชิญครับคุณก้อย” เขาเอ่ยชวนอย่างสนิทสนม แล้วหยิบกระเป๋าเดินทางของเธอมาถือเอาไว้ เพื่อไม่ให้เจ้าตัวปฏิเสธได้

กณิศามองชายหนุ่มแล้วหันกลับไปมองมารดา ที่ยังวางหน้านิ่งเหมือนไม่ไยดี ไม่เหมือนสำรวยและแจ่มจันทร์ที่ยังจับจ้องเธอและเด็กน้อยในอ้อมแขน ผู้เป็นน้าพยักหน้าสนับสนุน ส่วนแจ่มจันทร์ผู้เป็นลูกกลับแสยะมุมปากส่งสายตาเหยียดหยาม

กณิศาไม่สนใจคนทั้งคู่เท่ามารดาของตนเอง และรู้สึกเจ็บแปลบเมื่อนางสายบัวเมินหนี หันไปสนใจกับเสียงสวดพระอภิธรรมต่อ หญิงตัดสินใจเดินตามชายคนดังกล่าวไปเพราะขืนยืนอยู่ตรงนี้ต่อ นอกจากจะเป็นเป้าสายตานานขึ้นแล้ว หัวตาเธอก็เริ่มร้อนน้ำตาที่เกิดจากความน้อยใจมารดากำลังจะเอ่อคลอ แต่มิวายยังหันไปมองรูปถ่ายของกนกกรพี่สาวที่ล่วงลับอย่างสำนึกผิด ที่ตนยังไม่ได้มีโอกาสจุดธูปหน้าหีบศพเพื่อขออโหสิกรรมในสิ่งที่ผ่านๆ มา

สายตาหลายคู่เฝ้ามองจนกณิศาอุ้มเด็กน้อยออกไปนอกศาลา เดินตามชายหนุ่มไปที่ลานจอดรถ แล้วหันกลับมาซุบซิบพูดคุยจนบางคนตั้งหน้าตั้งตาพูดถึงเรื่องของหญิงสาว จนลืมไปว่าเวลาและสถานที่นี้พึงอยู่ในความสำรวม

“ถ้าเป็นลูกสาวฉัน จะตีให้หลังลายแล้วขังไว้ในห้องไม่ให้ออกมาร่าน หนีตามผู้ชายไปแบบนี้หรอก”

“หน้าไม่อาย ยังมีหน้ากลับมาอีกแถมกระเตงลูกมาด้วย เป็นฉันจะตะเพิดไปให้ไกลไม่ให้เหยียบเข้าบ้านหรอก ขายขี้หน้าจริงๆ”

“เด็กที่อุ้มมานะเหมือนจะเป็นผู้หญิงเสียด้วย คอยดูเถอะอีกหน่อยก็หัวกระไดไม่แห้ง ดอกทองเหมือนแม่มันนั่นแหละ”

“แอ้ม!”

เสียงกระแอมดังขึ้นด้านหลังวงนินทาจนทั้งหมดสะดุ้งโหยง หุบปากที่กำลังจะด่าว่าอย่างเมามัน แต่ไม่มีสักคนที่จะกล้าหันกลับไปมองว่าผู้ใดส่งเสียงขัดจังหวะขึ้น มือที่ประณมไว้แค่ระดับตักรีบยกขึ้น ก้มหน้าสำรวมประหนึ่งคนซาบซึ้งในรสพระธรรม แต่ยังมิวายชายตามองซึ่งกันและกันเป็นระยะๆ เหมือนจะมีสัญญาต่อกันว่าเรื่องที่พูดนั้นยังไม่จบไม่สิ้น ในขณะที่คนส่งเสียงขัดขึ้นด้วยความรำคาญนั้นหันไปมองตามร่างหญิงสาวที่ถูกนินทาอย่างเวทนา

ต่อไปแม้จะเสร็จสิ้นงานศพของกนกกรแล้ว แต่กณิศาจะต้องตกเหยื่อจากปากของชาวบ้านไปอีกนานทีเดียว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เผลอมีชู้จนติดใจ
8.7
อริสา คุณแม่ผู้เพียบพร้อมกลับถลำลึกเข้าสู่โลกแห่งความลับหลังพลาดพลั้งไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายอื่นที่ไม่ใช่สามี ความเร้าใจและสัมผัสอันแปลกใหม่ที่ได้รับทำให้เธอเริ่มเสพติดรสชาติของการนอกใจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแอบออกไปหาความสำราญกับชายชู้มากหน้าหลายตาโดยที่สามีไม่ล่วงรู้ ยิ่งนานวันเธอก็ยิ่งจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนยากจะหยุดยั้งพฤติกรรมนี้ได้
หน้าปกนวนิยาย บ่วงวิวาห์จำยอม (The Unwilling Wedding)
9.4
ปารวีถูกพ่อบังคับให้แต่งงานกับญาตาวี ลูกสาวของผู้หญิงที่ทำลายความสุขของแม่เขาในอดีต ชายหนุ่มจึงวางแผนล่อลวงเธอเข้าสู่บ่วงวิวาห์เพื่อแก้แค้นให้สาสมกับความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาเคยได้รับ แม้ญาตาวีจะพยายามหลีกหนีจากอารมณ์ที่ร้ายกาจและท่าทีหยิ่งยโสของเขาเพียงใด สุดท้ายเธอกลับติดกับดักจนต้องเสียตัวและตกเป็นภรรยาตามกฎหมายอย่างจำยอม ท่ามกลางความเกลียดชังและการทำร้ายจิตใจที่ปารวีก่อขึ้น ความใกล้ชิดกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่สั่นคลอนหัวใจของทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว
หน้าปกนวนิยาย สวัสดี ท่านประธาน(ภาคที่1)
8.4
ตลอดห้าปีเธอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับลูกน้อย แต่โลกต้องพังทลายเมื่อเด็กถูกลักพาตัวไปอย่างเป็นปริศนา ท่ามกลางความตื่นตระหนก ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจและเผด็จการได้ก้าวเข้ามาพร้อมความจริงที่ทำให้ตกตะลึง เขาประกาศกร้าวว่าเป็นพ่อที่แท้จริงของเด็ก ยิ่งไปกว่านั้น ชายผู้นี้คือประธานบริหารสูงสุดแห่งองค์กรยักษ์ใหญ่ที่มีพนักงานนับหมื่นชีวิต เหตุการณ์ที่พลิกผันราวกับความฝันนี้ ดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความวุ่นวาย และบังคับให้ต้องรับมือกับสถานะใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตธรรมดาของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
หน้าปกนวนิยาย เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา
8.8
ภายใต้ความสัมพันธ์ลับที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีเงื่อนไขในฐานะเด็กในปกครองของคุณดิน กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดและไม่อาจละเมิดได้คือการห้ามมอบหัวใจให้แก่กันอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางโลกของมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยอำนาจและแรงดึงดูดที่แสนอันตราย เธอต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาพันธสัญญาแห่งความเย็นชานี้ไว้ แม้ว่าความใกล้ชิดจะคอยสั่นคลอนความรู้สึกเพียงใดก็ตาม บทพิสูจน์ใจครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรเมื่อหัวใจเริ่มไม่ฟังคำสั่งและก้าวข้ามเส้นแบ่งที่เขาขีดไว้ตั้งแต่วันแรก