
ตัวแทนสถานะเมีย
ตอน 2
ในเมื่อเธอกล้าหักหลังเขาได้ถึงขนาดนี้ เธอก็ควรได้อะไรตอบแทนกลับไปบ้าง รวมถึงความรู้สึกผิดเสียใจรวมถึงเสียดายที่กล้าตัดสินใจทำแบบนี้ลงไป
“แล้วเจ้านายอยากเจอใครครับ หรือว่า...”
“สั่งคนเตรียมรถ อีกห้านาทีฉันลงไป”
“ครับเจ้านาย” ภูมิเอ่ยรับ แล้วกลับออกไปสั่งให้คนเตรียมรถไว้รอวิชญ์ทันที ชายหนุ่มพอจะเดาใจเจ้านายออก แต่ก็ยอมรับว่าไม่ทั้งหมดแน่
รถยุโรปคันหรูขับออกจากเพนต์เฮาส์ใจกลางเมืองแล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านของแก้วกาญ ที่วิชญ์ยังไม่มีโอกาสได้แวะไปเลยสักครั้ง แม้เขากับเธอจะคบหากันมาเกือบหนึ่งปีแล้วก็ตามที นั่นเพราะทุกครั้งที่ขอไปแก้วกาญมักจะปฏิเสธเสมอ
โดยระหว่างทางวิชญ์ก็นั่งทำงานไปด้วย เพราะไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวกระทบกับงานแม้แต่น้อยนิด ยิ่งโปรเจกต์ใหญ่ที่พึ่งคว้ามาไว้ในมือได้หมาดๆ ก็อยากทำให้มันออกมาดีทุกอย่าง
“ถึงแล้วครับเจ้านาย”
“ที่นี่น่ะเหรอ“
“ครับ” ภูมิเอ่ยรับ ในขณะที่วิชญ์ลดกระจกรถลงเพื่อจะมองบ้านหลังตรงหน้าให้ชัด ถ้าเขาจำไม่ผิดเมื่อปีก่อนแก้วกาญเคยขอเงินจากเขาก้อนหนึ่ง โดยเธอบอกว่าจะเอาเงินก้อนนั้นมาซ่อมบ้านที่ทรุดโทรมให้น้องสาวที่ใกล้จะเรียนจบแล้วได้อยู่อย่างสะดวกสบายขึ้น ซึ่งเขาก็เซ็นเช็คเงินสดให้เธอไปหนึ่งล้าน
แต่พอได้มาเห็นบ้านหลังที่ว่ากับตาตัวเอง ดูเหมือนเงินหนึ่งล้านมันจะล่องหน เพราะบ้านก็ยังคงดูทรุดโทรม ไม่มีร่องรอยของการซ่อมแซมเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยิ้มเหยียดให้กับความโง่ของตัวเอง ที่เลือกไว้ใจคนใกล้ตัวผิดไปถึงสองคน ซึ่งเรื่องนี้วิชญ์สั่งเก็บเป็นความลับ หากเรื่องหลุดถึงหูนักข่าวหรือคนอื่นคงได้พูดกันอย่างสนุกปาก และหากใครกล้าขัดคำสั่งเขาโทษของคนนั้นคือ...ความตายเท่านั้น
คนขับรถรีบลงจากรถแล้วเดินเข้ามาเปิดประตูให้เจ้านาย ซึ่งวิชญ์ก็ก้าวลงไปพร้อมกับคว้าแว่นกันแดดขึ้นมาสวมลงไปบนใบหน้าอันหล่อเหลา แต่ทว่ากลับยิ่งส่งให้ชายหนุ่มน่ามองมากขึ้นไปอีก
ภูมิทำหน้าที่กดออดเพื่อบอกเจ้าของบ้านว่าตอนนี้มีแขกมาขอพบ ทำซ้ำอยู่สองสามครั้ง แต่ทว่ากลับไม่มีใครออกมาเปิดประตู
“น้องสาวคุณแก้วอาจไม่อยู่บ้านครับเจ้านาย”
“อยู่สิ เพราะกลอนมันถูกใส่จากข้างใน กดออดต่อไปจนกว่าเธอจะยอมออกมาเปิด”
“ครับ” ภูมิเอ่ยรับแล้วทำตามที่วิชญ์บอกทันที ในขณะที่มารีญาซึ่งกำลังจัดการอาบน้ำให้สุนัขอยู่หลังบ้านก็เหมือนจะได้ยินเสียงออดดังแว่วมา
“อยู่นิ่งๆ ก่อนนะซูชิ” น้ำเสียงสดใสเอ่ยบอกน้องหมาพันธุ์ปอมเมอริเนียนสีขาวที่เพื่อนบ้านนำมาฝากเลี้ยงขึ้น จากนั้นก็รีบลุกขึ้นจัดการปัดเนื้อปัดตัวลวกๆ แล้วเดินจ้ำไปยังหน้าบ้าน ซึ่งก็พบกับชายสามคืนยืนรออยู่ โดยหนึ่งในนั้นคือคนที่มารีญาพอจะคุ้นหน้าคุ้นตา
“สวัสดีค่ะคุณภูมิ”
“สวัสดีครับคุณมาย์ด อ้อ...นี่คุณวิชญ์ เจ้านายผมครับ” ภูมิรีบแนะนำมารีญาให้รู้จักกับวิชญ์ทันที เพราะดูจากแววตาของเธอแล้วก็เหมือนจะสงสัยอยู่ว่าคนที่มาพร้อมกับเขานั้นเป็นใคร
“คุณวิชญ์” มารีญารู้ได้ทันทีว่าผู้ชายที่ภูมิเอ่ยบอกว่าเป็นเจ้านายนั้นคือใคร เพราะต่อให้ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเคยพบหน้ากันมาก่อน แต่การที่พี่สาวของเธอกำลังคบหาอยู่กับวิชญ์ ก็เหมือนเป็นการรู้จักกันไปโดยปริยาย ทำให้เธอตามข่าวของชายหนุ่มอยู่เรื่อยๆ
โดยก่อนหน้านี้พี่สาวเองก็หมั่นโทรศัพท์มาเล่าเรื่องความเป็นอยู่ที่สุขสบายเพราะวิชญ์นั้นดูแลดี ให้เธอฟังอยู่บ่อยๆ แม้ระยะหลังมานี้จะไม่ค่อยได้เอ่ยถึงก็ตาม
ในขณะที่วิชญ์ก็เพ่งมองเธอผ่านเลนส์แว่นกันแดดแบรนด์ดังเช่นกัน โดยไล้สายตามองมาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยก็ว่าได้ เพราะนี่คือครั้งแรกที่ได้พบหน้ากัน โครงหน้าของสองพี่น้องช่างคล้ายคลึงกัน แต่แก้วกาญออกแนวเซ็กซี่ทันสมัยมากกว่าน้องสาวที่ดูเรียบร้อยจนดูเฉิ่ม ยิ่งตอนนี้เธอดูมอมแมมก็ยิ่งตลก
“ผมกับเจ้านายขอเข้าไปในบ้านเพื่อคุยธุระอะไรสักหน่อยได้ไหมครับ”
“แต่วันนี้ฉันไม่ค่อยสะดวกจริงๆ ค่ะ” มารีญาก้มมองสภาพของตัวเอง แม้จะเสียมารยาทแต่เธอยังไม่พร้อมรับแขกจริงๆ
“บอกเธอไปว่าฉันรอได้” แม้จะไม่ได้อยู่ไกลกันแต่ วิชญ์กลับคุยกับมารีญาผ่านภูมิ
“เจ้านายผมบอกว่ารอได้ครับ” ภูมิรีบบอก ซึ่ง มารีญาก็คิ้วผูกโบเล็กๆ เพราะแทนที่วิชญ์จะคุยกับเธอตรงๆ ทั้งๆ ที่เธอกับเขาก็ยืนใกล้กันขนาดนี้ แต่เขากลับคุยกับเธอผ่านลูกน้องตัวเองอีกที คนอะไรทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก
“นานนะคะ เพราะฉันกำลังเอาเจ้าซูชิอาบน้ำด้วย”
“บอกเธอไป ฉันจะรอ” เสียงของวิชญ์ดังขึ้น ซึ่งภูมิก็หยิบคำพูดนั้นมาคุยกับมารีญาอีกทอด
“รอได้ครับ”
“งั้นก็ได้ค่ะ” มารีญาเอ่ยรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะเชื้อเชิญให้ทั้งสองคนเข้ามาในบ้าน เมื่อนำน้ำมาเสิร์ฟให้แขกเสร็จ เธอก็รีบออกไปจัดการเจ้าซูชิรวมถึงจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย
โดยระหว่างนั่งรออยู่นั้น วิชญ์ก็สำรวจรอบๆ บ้านของเธอไปด้วย แม้ภายนอกจะดูทรุดโทรมจากดินฟ้าอากาศ แต่ทว่าภายในบ้านก็ยังคงสะอาดสะอ้านดี ไม่มีอะไรให้รกหูรกตา กระทั่งสายตาหันไปเห็นรูปของ แก้วกาญที่วางอยู่ อารมณ์ของวิชญ์ก็ปั่นป่วนทันที
กระทั่งผ่านไปเกือบๆ หนึ่งชั่วโมง มารีญาที่เอาซูชิเข้ากรงไปแล้วรวมถึงตัวเธอเองก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ จึงกลับเข้ามานั่งคุยกับแขกทั้งสองคน ซึ่งคนหนึ่งนั่งอีกคนหนึ่งยืน คนที่นั่งคือวิชญ์ส่วนคนที่ยืนดูความเรียบร้อยคือภูมิ
“ขอโทษที่ให้รอนานค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ” คนที่เอ่ยตอบมารีญากลับมาคือภูมิ ในขณะที่วิชญ์ซึ่งยังคงสวมแว่นกันแดดอยู่ได้แต่นั่งไขว่ห้างรอฟังคำตอบเงียบๆ เท่านั้น
“แล้วสองสามวันมานี้ คุณมายด์ได้คุยกับคุณแก้วบ้างหรือเปล่า” ภูมิเป็นตัวแทนของวิชญ์เอ่ยถามมารีญาขึ้นอีกครั้ง
คุณอาจจะชอบ





