
ตัวแทนสถานะเมีย
ตอน 3
“ไม่เลยค่ะ ว่าแต่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพี่แก้วหรือคะ” นั่นเพราะเธอกับพี่สาวไม่ได้คุยกันทุกวัน และคำถามของภูมิรวมถึงการที่จู่ๆ วิชญ์ก็โผล่มาที่บ้านคนเดียวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้วถามถึงพี่สาวเธอแบบนี้ ก็ยิ่งสร้างความสงสัยให้มารีญาเป็นอย่างมาก
“พี่เธอหักหลังฉันแถมยังขโมยเงินกับเครื่องเพชรฉันไปอีก” วิชญ์เอ่ยตอบด้วยเสียงห้วนๆ ซึ่งมารีญาก็แย้งให้พี่สาวทันทีเช่นกัน
“ไม่จริง พี่แก้วไม่ใช่คนแบบนั้น”
“เธอก็คิดว่าฉันโกหก หาเรื่องพี่สาวเธองั้นสิ”
“ต่อให้พี่แก้วทำจริงก็คงมีเหตุผล” ยังไงมารีญาก็ยืนกระต่ายขาเดียวเพื่อเข้าข้างพี่สาวของเธอ เพราะต่อให้วิชญ์กับแก้วกาญจะได้ชื่อว่าเป็นคนรักกัน แต่ยังไงชายหนุ่มก็ยังเป็นคนอื่น
“นั่นสิ เพราะฉันก็อยากฟังเหตุผลที่ว่าเหมือนกัน” รอยยิ้มของวิชญ์บ่งบอกว่าเขาไม่ได้เป็นมิตรแต่อย่างใด และเขาก็ดูเย็นชาเสียจนมารีญารู้สึกหวั่นใจ กลัวเขาทำอะไรพี่สาวเธอ
“งั้นฉันจะโทรหาพี่แก้วตอนนี้เลย” เอ่ยบอกเสร็จ มารีญาก็คว้าโทรศัพท์ออกมากดโทรออกหาแก้วกาญ แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับปิดเครื่อง
“ติดต่อไม่ได้ใช่ไหม”
“แบตพี่แก้วอาจจะหมดก็ได้”
“แก้ต่างให้กันดีสมกับเป็นพี่น้อง” วิชญ์เอ่ยประชดประชัน แม้ประโยคที่ได้ยินจะทำให้รู้สึกจี๊ดในความรู้สึกแต่ถึงอย่างนั้นมารีญาก็ต้องเก็บซ่อนเอาไว้
“เอาเป็นว่าหลังจากนี้ถ้าเธอติดต่อพี่สาวได้ ก็ช่วยบอกให้เอาของทุกอย่างมาคืนฉันด้วย ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่รับรองความปลอดภัย” เอ่ยบอกเสร็จวิชญ์ก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปอย่างหงุดหงิด ในขณะที่ภูมิก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากรีบตามเจ้านายไปเช่นกัน
ทันทีที่ทั้งสองกลับออกไปแล้ว มารีญาถึงกับนั่งหน้าเครียดมากกว่าเดิม กระทั่งได้ยินเสียงรถของวิชญ์เคลื่อนตัวออกไปจากหน้าบ้าน เธอจึงคว้าโทรศัพท์มากดโทรออกหาพี่สาวอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคงเหมือนเดิม ยิ่งคำพูดทิ้งท้ายของวิชญ์ที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวก็ยิ่งทำให้เธอนึกห่วง
“เปิดเครื่องหน่อยสิพี่แก้ว” มารีญาเอ่ยบอกพี่สาว โดยขอให้อีกฝ่ายแบตเตอรี่โทรศัพท์หมดอย่างที่คิด เพราะหากแก้วกาญหายไปด้วยสาเหตุที่วิชญ์พูดเธอต้องทำยังไง แต่ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป มารีญาก็อยากฟังจากปากพี่สาวเสียก่อน นั่นทำให้เธอส่งข้อความไปยังเบอร์ของแก้วกาญ เพื่อให้ติดต่อกลับหาโดยด่วน
ในขณะที่วิชญ์ซึ่งนั่งอยู่ในรถที่กำลังมุ่งหน้ากลับเพนต์เฮาส์ก็กำลังใช้ความคิด ต่อให้ตอนนี้มารีญาจะยังไม่รู้เรื่องแก้วกาญ แต่เขาก็มั่นใจว่าหลังจากนี้ต้องมีการติดต่อกันแน่
“ยังให้คนจับตามองน้องสาวของแก้วไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ฉันไม่เชื่อใจเธอ”
“ครับเจ้านาย” ภูมิเอ่ยรับ แล้วโทรศัพท์ไปสั่งลูกน้องอีกชุด ที่กำลังเฝ้าจับตามองมารีญาอยู่อีกทอด ก่อนจะแอบมองเจ้านายนิดหน่อย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นคงทำให้วิชญ์เสียหน้าและอยากเอาคืนเป็นแน่ ถูกใครหักหลังคงไม่เจ็บใจเท่าคนใกล้ตัวที่ไว้ใจ
เพราะหากเป็นเขาก็คงทำแบบนี้ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินเพื่อตามหาคนก่อเรื่องเขาก็พร้อมจะทำ แล้วเค้นถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ทำไมถึงกล้าหักหลังคนที่รักกันได้
ทำไมถึงได้เปลี่ยนความรักให้เป็นความเกลียดชังที่ไม่มีวันให้อภัย
ทำไม...
ตั้งแต่ที่ได้รู้เรื่องของพี่สาว มารีญาก็นั่งกระวนกระวายใจ พยายามติดต่อหาแก้วกาญนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้ ซึ่งกว่าที่เธอจะข่มตาหลับก็เกือบสว่าง
มารีญางัวเงียตื่นแล้วรีบไปอาบน้ำ เพราะวันนี้เธอต้องไปสัมภาษณ์งาน เมื่อแต่งตัวเสร็จก็ลงไปหาอะไรง่ายๆ กินในครัว โดยก่อนจะออกจากบ้านก็เอาเจ้าซูชิไปคืนเจ้าของที่กลับมาจากเที่ยวต่างจังหวัดวันนี้ โดยรับค่าจ้างส่วนที่เหลือมาด้วย จากนั้นก็เดินทางไปสัมภาษณ์งานทันที
โดยไม่รู้ว่าบริษัทที่เรียกเธอไปสัมภาษณ์วันนี้จะเป็นบริษัทในเครือของวิชญ์ ซึ่งบังเอิญว่าชายหนุ่มเข้ามาประชุมวันนี้ด้วยเช่นกันและมองเห็นเธอตั้งแต่เดินเข้าประตูมา
“นายไปถามประชาสัมพันธ์ ว่าเธอมาทำอะไรที่นี่” แม้จะมองเห็นว่ามารีญาเดินไปยังห้องเล็กที่มีไว้เฉพาะสัมภาษณ์พนักงานใหม่พร้อมกับพนักงานฝ่ายบุคคล ซึ่งก็พอจะเข้าใจได้ว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ แต่วิชญ์ก็ยังสั่งให้ภูมิไปถามมาให้แน่ชัด
“ครับ” ภูมิเอ่ยรับแล้วทำตามที่เจ้านายบอกทันที ไม่นานก็กลับมารายงาน
“เธอมาสัมภาษณ์งานครับเจ้านาย”
“แผนกอะไร”
“จัดซื้อครับ”
“ขึ้นแบล็คลิสต์ชื่อเธอไว้ ฉันไม่อยากให้คนแบบนี้มาทำงานที่บริษัท” วิชญ์เอ่ยสั่งออกไปเสียงห้วน เพราะถือว่านี่คือบริษัทของเขาที่จะทำอะไรก็ได้ แต่ภูมิกลับแย้งขึ้น
“แต่เธอกับคุณแก้วคนละคนกันละครับเจ้านาย”
คุณอาจจะชอบ





