
เจ้าบ่าวฟ้าประทาน
ตอน 2
“ขอบใจนะ ที่ปลุก”
“อืม...”
พิมดาวขยับตัวหนี เธอพยักหน้ารับแกนๆ เขาเป็นคนแปลกหน้าที่น่ากลัวและน่าขยะแขยงที่สุด เสื้อผ้ายับยู่ยี่ หัวหูกระเซอะกระเชิง รูปร่างสูงใหญ่ยังกับยักษ์ปักหลั่น แถมกลิ่นตัวเหลือทนสุดๆ...
“เธอไม่มีบ้านอยู่หรือไง ทำไมมานั่งเลื่อนลอยที่สวนสาธารณะ”
มันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ กับการที่เธอมานั่งจุ่มปุกอยู่ตรงนี้ ในเมื่อมันเป็นพื้นที่สาธารณะ ใครจะไปใครจะมาก็ได้ พิมดาวเริ่มฉุน เมื่อชายหนุ่มกำลังสร้างความรำคานให้เธอ เขาก่อกวนจนเธอไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ
แยนปรายตามองยัยเด็กหน้าจืด ผมสีน้ำตาลอ่อนขมวดเป็นก้อนๆ ไว้ด้านหลังศีรษะ เธอสวมแว่นอันใหญ่ๆ ไว้บนหน้า ทำท่าทำทางเหมือนเด็กเรียนทั่วๆ ไป เขาเริ่มสำรวจผู้หญิงข้างตัว ว่าไปเธอก็ดูดีไม่ใช่น้อย ผิวขาวใสวิ้งๆ ขนาดไม่ได้แต่งเติมเครื่องสำอางค์ยังขาวหมดจด ลาดไหล่ระหง ลำคอเรียวบาง ลูกผมที่ตกห้อยๆ ลงมาระคอทำให้เธอดูเย้ายวน ชวนให้ซุกไซ้พิลึก
“สวนสาธารณะนี่เขาเปิดให้ประชาชนทั้งหมดมาใช้ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นที่รกร้าง อีกอย่างการที่ฉันมานั่งตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่มีบ้านจะอยู่ เพราะฉันไม่ได้นอนหลับในพุ่มไม้เหมือนคุณ!!”
พิมดาวตวัดสายตาใส่ เธอแยกเขี้ยวขู่สำทับเพราะเขากำลังทำให้เธอเสียเวลาอ่านหนังสือ
“เธอเรียนเศรษฐศาสตร์เหรอ”
แยนแหล่ตามองตำราเล่มใหญ่ๆ ในมืออีกฝ่ายก่อนจะขยับปากถาม เขาไม่รู้สึกอะไรเลยกับน้ำเสียงกระแทกกระทั้นแบบนี้ เมื่อน้ำเสียงที่เจ้าหล่อนใช้ไม่ได้ครึ่งของคุณนายเทเรซิน
พิมดาวพ่นลมหายใจแรงๆ เธอพับตำราในมือเก็บลงกระเป๋าผ้าใบใหญ่ “เปล่าฉันเรียนกฎหมาย แต่ก็ต้องรู้ความเป็นไปทั้งหมดที่เกี่ยวพันไม่ใช่รึ!!”
พิมดาวเรียนกฎหมายระหว่างประเทศ เธอต้องการหาจุดบกพร่องของกฎหมายไทยกับเพื่อนต่างชาติ และต้องการพัฒนาไม่ให้ประเทศของตัวเองมีข้อเสียเปรียบให้คู่ค้า เพราะจากที่เห็นๆ มาประชาชนชาวไทยถูกเอาเปรียบจากต่างชาติเพราะกฎหมายไทยมีช่องโหว่ให้เพื่อร่วมโลกคดโกง
“อืม...เก่งนี่ ฉันเองเป็นผู้ชายแท้ๆ ไม่เคยชอบเลยไอ้พวกตำราเล่มหนาๆ มันเหมาะที่จะเอาไว้หนุนหัวนอนมากกว่า”
แยนไหว่ไหล่เขาไม่จำเป็นต้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เมื่อยังมีคนมีฝีมือมากพอที่จะชักจูงมาทำงานด้วย อีกอย่างต้นตระกูลก่อร่างปลูกสร้างรากฐานไว้ให้มั่นคงแข็งแรง ขนาดพวกเขาทั้งหมดล้มหายตายจากไปเป็นสิบๆ ปี เขาก็ไม่เคยเห็นว่าบริษัทที่พ่อทำไว้จะซบเซาหรืออับปางลง
ชีวิตหนุ่มโสดแสนสบาย มีกองมรดกท่วมหัว ไม่ว่าจะใช้จ่ายหนักมือแค่ไหน ผลกำไรที่ที่บริษัททำได้ก็ไม่เคยจะยุบยอบลงซักนิด มีแค่ปัญหาเดียวที่คอยกวนใจ คือการมีมาดามเทเรซินผู้เป็นย่า ท่านเป็นจอมเผด็จการและคอยชี้นำให้เขาต้องคอยทำตามมาตั้งแต่เด็ก อายุล่วงเขาไปแปดสิบสองปี คุณย่าเขายังแข็งแรงและคอยตามติดตลอดเวลา จนเกือบจะกระดุกกระดิกไปทางไหนก็ไม่ได้ ท่านต้องการให้เขามีทายาทสืบสกุล ซึ่งชายหนุ่มยังไม่พร้อม...
พิมดาวแอบเบ้ปากจะให้เธอเชื่อรึว่าผู้ชายคนนี้เรียนจบชั้นวิทยาลัย ในเมื่อเขาทำตัวไร้สาระ เมาไร้สตินอนข้างทาง ถึงจะหน้าตาดีก็เถอะ!! มันไม่ได้เป็นการประกาศเกียรติคุณของเขาเสียหน่อย อืม...อาจจะเป็นลูกหลานคนมีสตางค์และชอบทำตัวไร้แก่นสารไปวันๆ ก็เป็นได้
เธอขยับตัวเตรียมตัวกลับ ในเมื่อทนนั่งอยู่ตรงนี้ก็คงไม่เกิดประโยชน์เพราะถูกก่อกวนจากผู้ชายหน้าตาดีตัวใหญ่ยักษ์ที่สำคัญกลิ่นตัวเขาเกินที่จะทน
“อ้าวจะกลับแล้วเหรอ!!”
เมื่อคนข้างตัวขยับตัวลุกขึ้นยืนชายหนุ่มจึงอดใจไม่ไหวเขาเอ่ยปากถามทันที...
พิมดาวก้มหน้าลง ช่างไม่รู้เลยรึว่าเขาสร้างความรำคานให้กับเธอ จนทำให้เธอต้องอับเปหิตัวเองกลับไปอยู่ในห้องพักที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางเสียง มันก็ยังดีกว่าทั้งภาพและกลิ่น
“อ้าว ทำไมไม่ตอบ!!”
แยนบ่นตามหลัง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนและก้าวเท้าตามผู้หญิงคนนั้นไปห่างๆ ไม่รู้สิสัญชาตญาณของเขาบอกนี่ ว่าเธอคนนี้อาจจะทำให้เขาหลุดจากกรอบการควบคุมของคุณย่า...
พิมดาวเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อผู้ชายคนนั้นเดินตามเธอมาห่างๆ ถึงบนถนนจะเต็มไปด้วยผู้คนแต่มันก็เป็นอันตรายไม่ใช่หรือหากเขาคิดกับเธอในแง่ไม่ดี
“งูเห่าหรือเปล่าวะ”
เธอบ่นอุบๆ อิบๆ คิดถึงคำภาษิตโบราณของประเทศไทย เปรียบเหมือนชาวนาใจดีช่วยเหลืองูเห่าที่ใกล้จะแข็งตาย พอโอบอุ้มเอาไว้ให้ไออุ่นจนตัวมันรู้สึกดีขึ้น กลับแว้งกัดคนที่ช่วยเหลือ เธอคงไม่ได้โชคร้ายขนาดนั้นหรอก ยังไงก็ขอให้รอดปลอดภัยเพราะอีกแค่ไม่กี่ช่วงตึกเธอก็จะถึงที่พักของตัวเอง
คุณอาจจะชอบ





