หน้าปกนวนิยาย เรารักกันไม่ได้

เรารักกันไม่ได้

8.3 / 10.0
ความสัมพันธ์ที่เคยจบลงไปแล้วกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกจุดจนลุกโชน แม้ความโหยหาจะรุนแรงเพียงใด แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับย้ำเตือนว่าเส้นทางของเราทั้งคู่ไม่มีวันบรรจบกันได้อีก สุดท้ายเปลวเพลิงแห่งความรักครั้งนี้ก็แผดเผาทุกความรู้สึกจนมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่านและความว่างเปล่า เป็นบทสรุปของรักที่เป็นไปไม่ได้ซึ่งทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความสูญเสียและเศษซากความทรงจำที่ไม่อาจย้อนคืนมาได้อีกตลอดกาล

เรารักกันไม่ได้ ตอนที่ 1

ชายหนุ่มวัยเกือบห้าสิบเดินดูสินค้าในตลาดสด อันเต็มไปด้วยของกินของใช้มากมายเรียงรายทั่วบริเวณ สายตาจับจ้องไปยังอาหารนานาชนิด ด้วยไม่ได้สนใจผู้คนรอบข้างสักเท่าไร ยิ่งเดินมาเลือกซื้อกับข้าวมื้อเย็น จึงจำเป็นต้องรีบซื้อเพราะเวลามีน้อย หนุ่มใหญ่ผู้นี้จึงเลิกแกงไว้สองอย่าง ส่วนเท้าทั้งสองข้างขยับไปเหยียบสาวใหญ่วัยเดียวก่อน

“อุ๊ย ขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจครับ” ต้อมเงยหน้ามองหญิงสาวด้วยสายตาอันบ่งบอกว่ายอมรับผิด

“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวรุ่นเดียวกันยิ้มให้พร้อมพยักหน้าเป็นการให้อภัย

“ต้อมใช่ไหม” ชายหนุ่มยืนข้างหญิงสาวพูดขึ้น

“นาย เอ่อ อาคมใช่ไหม” ต้อมมองตาค้างและรู้สึกประหลาดใจที่ได้เจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

“อือ เราไม่ได้เจอกันนานเลยหนอ ตอนนี้นายทำอะไรอยู่” อาคมถามด้วยความสงสัย

“เรากลับมาอยู่บ้านทำสวนน่ะ นายล่ะทำงานอะไร” ต้อมถามด้วยความอยากรู้

“เราเป็นนายก อบต ส่วนเวลาว่างเราทำนา”

“อือ ดีจัง กลับบ้านมาคราวนี้ไม่เสียเที่ยว”

“เราก็ดีใจที่เจอนายนะ เพื่อนๆ ถามหานายกันยกใหญ่เลย เอ่อ เราลืมแนะนำนี่เมียเราชื่อส้ม”

“ยินดีที่รู้จักนะ” ต้อมยิ้มให้อย่างยินดี

“เช่นกันค่ะ”

“เราขอเบอร์หน่อย เฟส ด้วย”

“ตรงนี้เลยเหรอ อือ ก็ได้นะ”

ต้อมรีบจ่ายเงินค่าแกงสองถุงแล้วเดินออกห่างมาจากร้าน เฉกเช่นเดียวกันกับอาคมและภรรยาของเขา เมื่อสถานการณ์และเวลาเหมาะต้อมจึงบอกเบอร์โทรพร้อมชื่อเฟส ส่วนเพื่อนเก่าไม่รีรอเม้มเบอร์และแอคเฟสทันใด

“ถ้างั้นเรากลับก่อนนะ ว่างๆ จะโทรหานาย”

“อือ” ต้อมพยักหน้าให้ด้วยความยินดี

สายตาของต้อมมองคู่สามีภรรยาเพื่อนสมัยเรียนจนลับตา หลังจากนั้นเขาเดินต่อไปยังร้านอื่นเพื่อซื้อสิ่งของและอาหารอย่างที่ต้องการอยู่พักหนึ่ง จนสองมือเต็มไปด้วยถุงหิวพะรุงพะรัง ต้อมรีบเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่จอดอยู่ท้ายตลาด เมื่อไปถึงก็ขับรถเครื่องกลางเก่ากลางใหม่ออกไปในทันที

ยามค่ำคืนอันดึกสงัดต้อมยังไม่ได้หลับนอน ถึงแม้จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จหมดแล้วก็ตาม ด้วยความที่อยากจะคุยกับเพื่อนเก่าอดีตคุ้นเคย แต่พูดคุยผ่านทางไลน์ได้ไม่นานเป็นอันต้องหยุด ซึ่งต้อมเข้าใจดีในข้อนี้เพราะอาคมไม่ใช่คนโสด

ความรู้สึกอันดีงามได้เจอเพื่อนเก่าคนแรก ความคิดอีกทางอยากเจอหลายคน โดยเฉพาะเพื่อนบางคนที่เคยมีความนัยต่อกัน ต้อมจึงค้นหาจากเฟสของอาคม เพื่อตามหาเพื่อนสนิทคนคุ้นเคยที่แวบเข้ามาในใจของเขา

ท้ายที่สุดต้อมได้เจอเพื่อนคนนั้นในเฟส เขาจึงกดขอเป็นเพื่อนไม่นานได้รับการตอบรับ ความรู้สึกยินดีปรีดา สมหวังในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ต้อมจึงรีบดูไทม์ไลน์ของเพื่อนคนนี้ เพียงดูครั้งแรกเขารู้สึกใจหาย ด้วยว่ามีแต่รูปโปรไฟส์ที่อยู่เดี่ยวๆ นอกนั้นเป็นรูปครอบครัวของเพื่อนเคยสนิท ต้อมพยายามมองข้ามผ่านไป แต่ด้วยความรู้สึกอยากพูดคุยมีมากกว่า เขาจึงส่งข้อความไปหา คงเดช เพื่อนรักทันที

“จำได้ไหมใครเอ่ย”

“จำได้ ต้อมไง หล่อขึ้นเยอะเลยนะ”

“มีแต่แก่ขึ้นหล่อน้อยลงมากกว่านะเราว่า”

“แหม รุ่นนี้แล้วก็ตามนั้น ว่าแต่นายเป็นไงบ้างอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ติดต่อเพื่อนฝูงเลย”

“ตอนนี้เรากลับมาอยู่ที่บ้านแล้วนะ มาทำไร่ทำสวนนายล่ะอยู่ที่ไหนทำอะไร”

“เราอยู่กรุงเทพ ทำงานรับเหมาเดินสายไฟ”

“ได้กลับมาบ้านบ้างไหม”

“ไม่ได้กลับหรอก เราซื้อบ้านจัดสรรอยู่ที่นี่กับลูกและเมียเรา นายล่ะเอาเมียมาอยู่ที่บ้านด้วยเหรอ”

“เปล่า เราไม่มีเมีย เรากลับมาอยู่บ้านกับพ่อและแม่”

“ว้าว”

“หมายความว่าอย่างไง”

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่ถ้านายว่างๆ มาเที่ยวหาเราก็ได้นะ เราจะพานายไปเที่ยวและนั่งคุยกัน”

“อือ ถ้าว่างเราจะไปหานะ”

“โอเคร แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้เราต้องทำงาน”

“อือ”

ความรู้สึกหลังคุยแซทจบ ต้อมถึงกับใจสั่นแต่ไม่ได้ผิดคาดมากนัก ด้วยอะไรหลายอย่างเขาจึงไม่แปลกใจ ทำไมเพื่อนรักของตัวเองมีครอบครัวที่อบอุ่น ส่วนตัวของต้อมเองนั้นกว่าจะกลับมาอยู่บ้าน ได้ผ่านมรสุมชีวิตอย่าหนักหน่วง

จิตใจของต้อมในตอนนี้เริ่มคิดถึงอดีตที่หอมหวน มีความสุขสมวัยในวันวาน เป็นความแตกต่างอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ หลังจากได้พูดคุยกับเพื่อนรักคนเคยสนิท ต้อมล้มตัวลงนอนพร้อมหลับตาคิดเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาร่วมสามสิบปี

ร่างบางๆ ของต้อมในสมัยสามสิบปีที่แล้ว ยืนมองหอพักชายในมหาวิทยาลัยฟ้าคราม เขายังไม่กล้าเดินเข้าไปทั้งๆ ที่มีเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกัน ต่างเดินทยอยเข้าไปยังหอพักแห่งนี้ จนเสียงเข้มๆ ดุๆ ดังขึ้นต้อมจึงมีสติอย่างทันท่วงที

“น้องเมื่อไรจะเข้ามา ยืนเหม่อมองอะไร” ชายหนุ่มที่ดูแก่กว่าต้อมไม่มากตะโกนมาจากหอพักชาย

เสียงอันดังของรุ่นพี่ทำให้ต้อมต้องเดินเข้าไปหา ถึงแม้ว่าจะกลัวและตื่นเต้นแต่ต้องทำใจเดินไปยังรุ่นพี่หนุ่มรูปหล่อ

“พี่ขอดูใบเสร็จหน่อย”

กระเป๋าที่ต้อมสะพายได้ออกจากไหล่บ่ามาวางไว้บนพื้น มือข้างหนึ่งของต้อมเปิดกระเป๋าควักใบเสร็จค่าหอพักออกมาให้รุ่นพี่ได้ดู

“อือ ตามพี่มา”

รุ่นพี่หนุ่มรูปหล่อเดินนำหน้าต้อมอย่างรวดเร็ว ด้วยน้องๆ นักศึกษาทยอยเข้ามาทีละหลายคน รุ่นพี่คนนี้ต้องรีบพาน้องนักศึกษาเข้าหอพักแข่งกับเวลาอันเหลือน้อย ต้อมได้เดินตามนักศึกษารุ่นพี่ไปยังชั้นสามห้องท้ายสุด เพียงประตูถูกผลักเข้าไปสายตาของต้อมรีบสอดส่ายส่องดูอย่างไว

“ไอ้อ๊อฟฝากน้องด้วยนะ”

“เอ่อ” รุ่นพี่คมเข้มขานรับ

“น้องเข้าไปเลย” รุ่นพี่หนุ่มหล่อยิ้มให้ก่อนรีบวิ่งลงไปยังชั้นล่าง

ต้อมเดินเข้าไปด้วยท่าทีนุ่มนิ่มถ่อมตัวยิ้มนิดๆ ไปหาอ๊อฟรุ่นพี่ในห้อง กระเป๋าที่ถือมาได้วางลงกับพื้นอีกครั้ง เพื่อยกมือไหว้รุ่นพี่ที่นั่งยิ้มอย่างยินดี

“สวัสดีครับพี่อ๊อฟ”

“น้องชื่ออะไร” เสียงแหบๆ ของอ๊อฟได้ดังขึ้น

“ต้อมครับ”

“อือ น้องต้อม เหลือเตียงสุดท้ายพอดีเลย” อ๊อฟชี้มือไปยังเตียงที่หกซึ่งอยู่ริมสุด

“ครับ” ต้อมเดินไปยังทิศทางที่รุ่นพี่ในห้องชี้มือ

สายตาของต้อมมองไปรอบๆ ห้องสี่เหลื่ยมที่กว้างพอสมควร มีเตียงนอนสองแถวหันปลายเท้าเข้าหากัน ส่วนตู้เสื้อผ้าล้วนอยู่บนหัวเตียงนอน ตรงกลางห้องมีราวตากผ้าและโต๊ะรีดเสื้อผ้าสองตัว

ก่อนที่ต้อมจะวางกระเป๋าบนเตียงนอน รอยยิ้มของเขาปรากฏขึ้นให้เตียงข้างๆ ด้วยท่าทีและสีหน้าต้องคาดการณ์ไว้ว่า คงเป็นนักศึกษาใหม่เหมือนกับเขาอย่างแน่นอน

“เราชื่อสนนะนายชื่อต้อมเราได้ยินเมื่อกี้” สนยิ้มตอบกลับอย่างไมตรีจิต

“อือ” ต้อมพยักหน้า

ชายหนุ่มอีกสี่คนที่นั่งบนเตียงต่างแนะนำชื่อ พร้อมบอกคณะที่ได้เข้าศึกษา ทุกคนต่างเป็นเองกับต้อมอย่างมาก จนเขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาพอสมควร

“นายเรียนคณะอะไรล่ะ” สนคนเดิมถามไถ่ด้วยความอยากรู้

“เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเอกไฟฟ้า”

“อ่ะ” เพื่อนใหม่ต่างส่งเสียงออกมาพร้อมกัน รวมทั้งอ๊อฟรุ่นพี่ที่อยู่ภายในห้องคนเดียว

“ไม่อยากเชื่อเลย” สนเอ่ยขึ้น

ต้อมไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อยที่บรรดาเพื่อนใหม่ ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเรียนคณะนี้ อย่าว่าแต่เพื่อนใหม่เลยในส่วนตัวของเขาเองยังไม่อยากเชื่อเหมือนกัน เพราะก่อนสอบเลือกได้สามคณะ สองคณะแรกต้อมคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ มาได้คณะสุดท้ายที่ใส่ไว้กันพลาด ซึ่งเป็นความสมหวังของต้อมอย่างไม่คาดคิด มีอยู่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้อมเข้าใจตัวเองดี ไม่ว่าจะหน้าตาท่าทางบ่งบอกชัดเจนว่าเขาเป็นแบบไหน นี่จึงเหตุที่หลายคนแปลกใจทำไมไปเรียนคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมได้

“อย่ามัวคุยกันเลย เดี๋ยวคืนนี้ต้องลงไปยังห้องประชุม ตอนนี้มีเวลาว่างก็จัดเสื้อผ้าใส่ตู้ แล้วรีบอาบน้ำด้วยนะ เพราะเราไม่มีห้องน้ำส่วนตัว มีแต่ห้องน้ำรวมที่อยู่นอกห้อง เราต้องใช้ร่วมกับคืนอื่น รีบๆ กันหน่อยนะพี่ขอเตือน” อ๊อฟรุ่นพี่ใจดีซึ่งผิดกับหน้าตาอยู่ในโหมดโหด ได้พูดขึ้นด้วยเสียงอันอ่อนโยนจนดูอบอุ่น แต่ยังคงเอกลักษณ์แหบอยู่เหมือนเดิม

สิ้นเสียงของอ๊อฟต้อมรีบจัดแจงทุกอย่างให้รวดเร็ว เพื่อให้ทันเวลาประชุมน้องใหม่ช่วงเวลาค่ำๆ ในเย็นนี้

อ่านต่อ

สารบัญ เรารักกันไม่ได้

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ เจ้าของอาณาจักรการเงินระดับประเทศ ใช้เวลากว่าทศวรรษเพื่อตามหาฝาแฝด ดาหลาและกาสะลอง โดยหวังจะชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยทำลายครอบครัวของพวกเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในคืนนั้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นกำพร้า กลับกลายเป็นรอยแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความแค้นของสองพี่น้องยังคงฝังรากลึก เปลี่ยนดอกไม้ที่เคยอ่อนโยนให้กลายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่พร้อมจะทำลายล้างชายที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของพวกเธอ
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักคือเธอ
8.9
นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เด็กกำพร้าสาวผู้โชคดีได้สมรสกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง ทว่าชีวิตคู่ตลอดสามปีกลับไร้ซึ่งความรัก จนกระทั่งวันที่เธอตั้งครรภ์ สามีกลับขอหย่าเพราะปักใจเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างมีคนใหม่ แต่ในจังหวะที่ความสัมพันธ์กำลังจะขาดสะบั้น เขากลับเปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยเธอไป พร้อมสารภาพความในใจที่ทำให้เธอต้องสับสน ท่ามกลางรอยร้าวและความแค้นที่ปนไปกับความรัก ว่าที่คุณแม่มือใหม่จะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตที่ยากจะคาดเดานี้
หน้าปกนวนิยาย เกมพิชิตใจหลังแต่งงาน
8.2
ซูลี่หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์แต่มักซ่อนเร้นตัวตนภายใต้ท่าทีเสแสร้ง พยายามใช้คำหวานหว่านล้อมโม่สิงหย่วน ทว่านักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชากลับไม่เคยแยแสต่อลูกไม้ของเธอเลย จนกระทั่งวันที่ซูลี่ตัดสินใจละทิ้งความพยายามและเลิกเอาใจเขา กลับกลายเป็นโม่สิงหย่วนเองที่ทนไม่ได้ เขาถึงขั้นยอมทิ้งความสุขุมเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด พร้อมเสนอแลกทุกสิ่งในชีวิตเพียงเพื่อให้เธอกลับมาสนใจเขาอีกครั้ง ความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำให้ชายผู้เคยควบคุมทุกอย่างได้ต้องสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง
ตอน
อ่านเลย
แชร์