ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย The devil's Lover  เล่ห์รักยัยตัวร้าย

The devil's Lover เล่ห์รักยัยตัวร้าย

ภีมวัจน์ ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาและรักสนุกต้องมาเผชิญหน้ากับ กอหญ้า สาวแสบที่ทิ้งรอยลิปสติกพร้อมเช็คค่าตัวหนึ่งร้อยล้านไว้ให้หลังคืนวันไนท์สแตนด์อันดุเดือด แม้ภีมจะภาวนาขอไม่พบเจอเธออีก แต่โชคชะตากลับดึงดูดให้เขาต้องพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของตัวแม่คนนี้ กอหญ้าที่ตั้งใจจะล่อลวงหัวใจนักธุรกิจหนุ่มให้สำเร็จเริ่มถลำลึกในความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว จากเกมสนุกๆ กลายเป็นความรักที่เร่าร้อนและจริงจังจนเขาไม่อาจต้านทานมนต์ขลังของเธอได้อีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

เช้าวันต่อมา

ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้กอหญ้าค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปหาความอบอุ่นที่เธอซุกตัวนอนหลับมาตลอดทั้งคืนกลิ่นน้ำหอมที่ไม่คุ้นจมูกดั่งนาฬิกาปลุกที่ชวนให้เด็กสาวค่อยๆลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกายราวกับถูกรถขนาดใหญ่บดทับจนรู้สึกร้าวไปทุกส่วน

กลิ่นหอมที่ยังคงลอยมาแตะจมูกทำให้กอหญ้าค่อยๆเงยหน้าขึ้นจนกระทั่งหน้าผากของเธอสัมผัสเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่นุ่มหยุ่นราวกับก้อนเต้าหู้เด็กสาวถึงกับชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าของเธอจะเผยความละอายใจออกมา

นี่เมื่อคืนเธอเมามากจนเผลอเข้ามานอนห้องของผิงผิงเลยเหรอเนี่ย แต่เอ๊ะ!! หรือว่าเมื่อคืนเธอเผลอมีเรื่องตบตีกับสายขิมจนถูกผิงผิงลากกลับห้องมานะ

กอหญ้าขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมพยายามนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามนึกเท่าไรเธอก็นึกไม่ออกในขณะที่กำลังว้าวุ่นใจคนข้างกายที่กำลังนอนหลับสนิทก็พลันขยับเข้ามาใกล้ๆพร้อมดึงเธอเข้ามาซุกตรงซอกคอของเขาทำให้ความคิดที่กำลังจมดิ่งวนอยู่ในอ่างเล็กที่ยังหาคำตอบไม่ได้ของกอหญ้าพลันกลับคืนมา

“นอนดีๆหน่อยได้ไหมผิงผิง”

กอหญ้าเอ่ยบอกคนข้าง ๆ ที่เธอคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทพร้อมขยับใบหน้าออกมาจากบริเวณซอกคอที่เธอซุกอยู่จนกระทั่งสายตาของเธอปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นแกะสลักฝีมือไมเคิลแองเจโล จิตรกรชื่อดังของอิตาลี 

ดวงตาคู่สวยพลันเบิกกว้างมองคนที่นอนอยู่เคียงข้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจหัวใจของเธอพลันดีดตัวหนึ่งทีแล้วเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุสองมือรีบยกขึ้นปิดปากเอาไว้เมื่อเธอเกือบจะหลุดเสียงกรีดร้องออกมาให้คนที่กำลังนอนหลับสนิทตกใจตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับเธอที่ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าทำไมคนที่นอนอยู่ข้างๆเธอถึงได้กลายเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนนี้ไปได้

“นี่ตกลงว่าเราเข้าห้องผิดหรือถูกลากเข้ามาในห้องนี้กันแน่วะกอหญ้า”

กอหญ้าพึมพำเสียงเบาหวิวด้วยความคิดที่สับสนวุ่นวายก่อนที่เอวของเธอจะถูกคนที่กำลังนอนหลับยื่นมือมารวบทีเดียวเธอก็กลับเข้าไปนอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง วินาทีที่ริมฝีปากของเขาแนบลงบนแก้มของเธอภาพความทรงจำที่เธอพยายามนึกถึงก็ค่อยๆไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก

เรื่องระหว่างเขาและเธอมันเริ่มจาก...

บาร์

“เบาได้เบาเว้ยเพื่อนตั้งแต่เข้ามามึงซัดไปหลายแก้วแล้วนะ”

ซันนี่เอ่ยเตือนกอหญ้าด้วยความเป็นห่วงเธอไม่ได้ห่วงกลัวว่าโรคตับแข็งจะถามหาเพื่อนหรอกนะแต่เธอกลัวว่าเพื่อนสนิทของเธอจะเมาจนทิ้งคำว่า สติ เอาไว้ที่บาร์น่ะสิถ้าไม่เชื่อทุกคนก็รอดูคืนนี้ได้เลย

“มึงจะห้ามมันทำไมว่ะซัน...”

“ซันนี่จ้ะซันนี่ กรุณาเรียกชื่อกูให้ถูกด้วยผิงผิง”

ผิงผิงยังพูดไม่ทันจบประโยคซันหรือซันนี่เพื่อนชายที่ใจเป็นหญิงเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มก็รีบเอ่ยทักท้วงให้ผิงผิงเรียกชื่อเธอให้ถูกทันที

“เออ ซันนี่ก็ซันนี่ มึงนี่ก็ย้ำกูจังเผลอนิดเดียวรีบท้วงเลยนะ”

“มันแน่นอนอยู่แล้ว ก็ในเมื่อกูเปลี่ยนชื่อเป็นซันนี่แล้วมึงก็ต้องเรียกชื่อกูให้ถูกด้วย”

“พวกมึงนี่ก็ขยันกัดกันเหลือเกินนะ สามวันดีสี่วันไข้ไม่เบื่อมั้งไง”

กอหญ้าเหน็บให้เพื่อนสนิททั้งสองคนที่ยักไหล่น้อยๆอย่างไม่แยแสกับคำพูดของเธอก่อนที่ทั้งสองคนจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเบาๆซึ่งตรงข้ามกับกอหญ้าที่ยกแก้วตรงหน้าขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดแก้วด้วยสีหน้าเรียบสนิทราวกับว่าเธอกำลังดื่มน้ำเปล่าอย่างไรอย่างนั้นเลย

“ถ้ามึงจะยกซดเหมือนลำยองขนาดนี้เมาขึ้นมากูไม่แบกกลับห้องนะบอกไว้ก่อน”

ซันนี่รีบพูดออกตัวก่อนคนแรกเมื่อดูแล้วเห็นท่าคืนนี้กอหญ้าคงจะเมาจนลืมสติเอาไว้ที่บาร์แห่งนี้แน่ ๆ

“กูมีขาเดินหลับห้องเองได้มึงไม่ต้องห่วง”

กอหญ้ายกมือขึ้นตบหลังเพื่อนเบา ๆ ก่อนที่เธอจะคีบน้ำแข็งใส่แก้วและชงเหล้าเข้มๆให้ตัวเอง

           “ระวังเอาไว้บ้างก็ดีนะ วันนี้ขาของมึงอาจจะพามึงเดินเข้าห้องผิดก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะจริงไหม” 

ผิงผิงเอ่ยแซวกอหญ้าที่รีบยกนิ้วขึ้นส่ายไปมาเป็นเชิงปฏิเสธคำกล่าวหาของเพื่อนรักที่กำลังดูถูกความสามารถในการเอาตัวรอดของเธออยู่ต่อให้เธอเมามากแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันเข้าห้องผิดหรอก..มั้งนะ

“ไม่มีทางแน่นอน”

กอหญ้าพูดขึ้นด้วยความมั่นใจเพราะสกิลการดื่มของเธอนั้นถือว่าคอแข็งใช้ได้ทีเดียวโดยที่เธอไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเวลาที่ตัวเองเมานั้นสติที่เคยเต็มร้อยกลับเหลือน้อยจนแทบเท่ากับศูนย์

“ว่าแต่นังสายขิมมันเป็นอะไรมากปะ กูเห็นมันนั่งจ้องหน้ามึงตั้งแต่เข้ามาแล้ว”

คำพูดของผิงผิงทำให้กอหญ้าคิดถึงเรื่องฝึกงานของเธอที่เกิดความผิดพลาดขึ้นและไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลยเมื่อทางบริษัทที่ทางมหาวิทยาลัยส่งเรื่องไปตอบรับเธอเข้าฝึกงานเรียบร้อยแล้วซึ่งความผิดพลาดในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเธอหรือสายขิมคู่อริเบอร์หนึ่งของเธอแต่อย่างใด

“คงหงุดหงิดมั้งที่ไม่ได้ไปฝึกงานบริษัทที่ตัวเองเล็งเอาไว้ตั้งแต่ตอนแรก”

คำพูดของกอหญ้าทำให้คิ้วของซันนี่และผิงผิงพร้อมใจขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยเพราะเรื่องฝึกงานของพวกเธอเพิ่งจะเสร็จเรียบร้อยไปเมื่อไม่กี่วันนี้นี่เอง

“หงุดหงิดเรื่องที่ฝึกงานแล้วมันเกี่ยวอะไรกับมึงด้วยวะกอหญ้า” 

ซันนี่เอ่ยถามกอหญ้าเพื่อให้คลายข้อสงสัยที่กำลังก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นอยู่ในใจ

“ไม่เกี่ยวได้ยังไงก็ในเมื่อบริษัทที่มันอยากจะไปฝึกงานดันสลับกับกูน่ะสิ”

“ห๊ะ มึงว่ายังไงนะ”

ผิงผิงกับซันนี่พร้อมใจกันตะโกนถามกอหญ้าอีกครั้งด้วยความตกใจทำให้คนที่เพิ่งบอกสาเหตุที่สายขิมเอาแต่จ้องหน้าเธอได้แต่ยกมือขึ้นปิดหูเอาไว้ราวกับกลัวหูดับ

“แล้วพวกมึงจะพากันตะโกนทำไมเนี่ย”

กอหญ้าต่อว่าสองสาวที่ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อยแถมตอนนี้ทั้งคู่ยังพากันจ้องหน้าเธอเพื่อรอฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นตาไม่กระพริบอีกด้วย

“ก็ไม่มีอะไรมาก อาจารย์เขาแค่หยิบเอกสารของกูกับมันสลับกันน่ะก็เลยทำให้กูต้องไปฝึกงานที่ AK Group ส่วนมันก็ไปแทนกูแค่นั้นเอง”

“เดี๋ยวนะกอหญ้า นี่มึงไม่คิดที่จะเล่าเรื่องนี้ให้พวกกูฟังบ้างหรือไง”

ผิงผิงเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่ส่ายหน้าไปมาน้อยๆราวกับว่าเรื่องนี้ไม่ได้สำคัญมากพอที่จะต้องเล่าให้เธอกับซันนี่ฟัง

“ก็มันไม่ใช่เรื่องสำคัญสักหน่อยในเมื่อมึงก็ฝึกงานที่บริษัทของป๊ามึง ส่วนมึงก็ฝึกงานที่บริษัทของครอบครัวมึง ส่วนกูก็แค่ดวงไม่ดีถูกสลับที่ฝึกงานแค่นั้นเอง”

กอหญ้าบอกเพื่อนด้วยท่าทีที่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเพราะเธอมองว่าการฝึกงานไม่ว่าจะฝึกที่ไหนเธอก็ต้องตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุดเพื่อให้ผ่านการฝึกงานก็แค่นั้นเอง

“สำหรับมึงอะไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่สำหรับนังสายขิมกูว่ามันคงสำคัญมากแน่ ๆ ดูจากสายตาที่กำลังมองมาที่มึงราวกับจะฉีกเนื้อมึงออกเป็นชิ้น ๆ แล้ว มันคงกำลังโกรธมึงจนแทบอยากจะอาละวาดเลยแหละ”

ความคิดเห็นของซันนี่ทำให้กอหญ้าเพียงปรายตามองสายขิมที่กำลังจ้องมาที่เธอด้วยสายตาที่จงใจแสดงออกให้เธอรู้ว่าโกรธและเกลียดเธอมากเพียงไรเพียงแวบเดียวเท่านั้น ก่อนที่เธอจะหันมาสนใจแก้วเหล้าตรงหน้าต่อเพราะเรื่องที่ฝึกงานเธอเคลียร์กับสายขิมไปตั้งแต่สามวันก่อนที่พวกเธอกับเพื่อนๆในห้องจะเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนก่อนออกฝึกงานแล้ว

สำหรับกอหญ้าเธอจบเรื่องไปตั้งแต่วันที่ฟาดฝีปากใส่กันที่หน้าห้องน้ำแล้วส่วนสายขิมจะจบหรือไม่จบก็ช่างหัวสายขิมปะไรเธอไม่เก็บมาคิดให้เปลืองพื้นที่ในสมองหรอก อย่างวันนี้เรื่องที่สายขิมกำลังนั่งจ้องเธอด้วยสายตาโกรธเกลียดถ้าซันนี่ไม่พูดขึ้นมาเธอก็คงไม่รู้เพราะกอหญ้าไม่ได้ให้ความสนใจในตัวสายขิมเลยแม้แต่น้อย

“ช่างหัวมันปะไรอยากจะโกรธหรือเกลียดกูก็ตามสบาย เพราะตั้งแต่ปีหนึ่งมันก็ไม่เคยรักกูอยู่แล้วนี่นาจริงไหม?”

กอหญ้าเอ่ยบอกเพื่อนอย่างคร้านจะใส่ใจให้เสียเวลาก่อนที่เธอจะนั่งดื่มต่อจนเริ่มรู้สึกมึนหัวเล็กน้อยแต่รสชาติที่ขมปลายลิ้นหวานล้ำเมื่อไหลสู่ลำคอของเหล้าราคาแพงตรงหน้า ทำให้กอหญ้าตัดใจเลิกดื่มไม่ลงเธอยังคงนั่งดื่มกับเพื่อนไปเรื่อย ๆ แก้วแล้วแก้วเล่าจนกระทั่งซันนี่และผิงผิงเริ่มคุยกับเธอด้วยลิ้นที่พันกันเธอก็ยังคงไม่เลิกดื่ม

“เดย์ ธัน เรารบกวนแบกผิงผิงกับซันนี่ไปส่งที่ห้องพักหน่อยสิดูท่าคงจะเมาจนดื่มไม่ไหวแล้ว”

เมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิททั้งสองคนที่พากันเมาจนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะกับโซฟากอหญ้าก็หันไปเอ่ยขอความช่วยเหลือจากเพื่อนผู้ชายในห้องให้พาทั้งสองคนขึ้นไปส่งที่ห้องพัก ซึ่งสองหนุ่มเมื่อได้รับคำไหว้วานทั้งคู่ก็ไม่รอช้าที่จะเข้ามาพยุงเพื่อนในห้องที่เมาไม่ได้สติเพื่อพาขึ้นไปส่งตามคำขอของสาวสวยที่กำลังฉีกยิ้มให้พวกเขาด้วยแววตาหยาดเยิ้ม

“แล้วกอหญ้าล่ะไม่กลับห้องพร้อมสองคนนี้เหรอ?”

เดย์หันมาถามกอหญ้าที่ยังคงนั่งดื่มต่อไม่ยอมลุกขึ้นเดินตามพวกเขามาด้วยความสงสัยเพราะตอนนี้ในบาร์เพื่อน ๆ ในห้องต่างก็เริ่มพากันแยกย้ายกลับห้องพักแล้ว

“เราขออยู่ต่ออีกสักพักก็แล้วกันเหล้ากำลังหวานทำใจเลิกดื่มไม่ได้จริงๆ”

คำตอบที่ติดตลกของกอหญ้าทำให้เดย์ได้แต่หลุดยิ้มขำก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจและค่อย ๆ พยุงผิงผิงเดินจากไปทิ้งให้กอหญ้านั่งดื่มเพียงลำพัง

ขอแก้วนี้แก้วสุดท้ายก็แล้วกัน

เมื่อเริ่มรู้สึกมึนและเมาจนมองเห็นภาพตรงหน้าไม่ค่อยชัดเจนกอหญ้าก็บอกตัวเองว่าให้ดื่มแก้วที่เธอเพิ่งชงเป็นแก้วสุดท้ายก่อนที่เธอจะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดแก้วด้วยความชื่นใจ

“ฮ่า เหล้ายี่ห้อนี้หวานชะมัด เอิ๊ก”

เสียงหวานพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ทิ้งท้ายก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟาและสะบัดหน้าไปมาแรง ๆ สองสามครั้งเพื่อเรียกสติจากนั้นร่างบางที่อยู่ในชุดสายเดี่ยวสุดเซ็กซี่เข้าชุดกับกระโปรงสั้นที่โชว์เรียวขาเนียนสวยก็ค่อย ๆ เดินออกไปจากบาร์ด้วยอาการซวนเซเล็กน้อยเมื่อสติที่เคยเต็มร้อยนั้นเหลือน้อยเต็มทีแล้ว

ติ้ง

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกกอหญ้าก็พาตัวเองเดินเข้าไปพร้อมพยายามเพ่งมองตัวเลขตรงหน้าเพื่อกดไปยังชั้นห้องพักของเธอแต่เพราะว่าดื่มมากเกินไปตัวเลขตรงหน้าถึงได้ดูลายตาไปหมด เธอพยายามเพ่งมองอีกครั้งนิ้วเรียวจึงจิ้มลงบนเลข ๆ หนึ่งที่เธอมั่นใจว่ามันคือชั้นห้องพักของเธออย่างแน่นอนทั้ง ๆ ที่ชั้นที่กดลงไปนั้นคือชั้นห้องพักสำหรับเจ้าของโรงแรมแห่งนี้เท่านั้น

“อ๊ะ ถึงแล้ว”

เมื่อประตูเปิดออกยังชั้นที่พักของเธอกอหญ้าก็รีบหอบร่างของตัวเองออกมาจากลิฟต์ทันทีซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับใครบางคนที่กำลังวางสายจากเลขาคู่ใจอยู่พอดี เสียงประตูลิฟต์ที่เปิดออกทำให้ภีมวัจน์ที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหันไปมองร่างบางที่กำลังเดินออกมาด้วยอาการเซจนแทบพยุงตัวเองเอาไว้ไม่อยู่

หึ แค่มานอนให้ฉันกระแทกถึงกับต้องดื่มเหล้าย้อมใจ

ภีมวัจน์ได้แต่คิดอยู่ในใจเงียบ ๆ ก่อนที่เขาจะมองสาวสวยในชุดเซ็กซี่ที่แทบจะปิดบังเรือนร่างเย้ายวนของเธอไม่มิดอีกครั้งด้วยความสนใจใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ยิ่งมองก็เหมือนยิ่งต้องมนต์สะกดทำให้ภีมวัจน์ตัดสินใจก้าวยาว ๆ เข้าไปกระชากแขนของเธอให้เดินตามเขาเข้ามาที่ห้อง

ปัง

เสียงประตูที่ปิดลงไม่ได้ทำให้สติของกอหญ้ากลับคืนมาเลยแม้แต่น้อยร่างบอบบางของเธอถูกพันธนาการอยู่ภายใต้วงแขนใหญ่ของภีมวัจน์ที่กำลังมองดวงหน้างามของผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลงใหลไปชั่วขณะ

“เอิ๊ก ปวดหัวอะอยากนอนแล้ว”

กอหญ้าพึมพำเสียงเบาด้วยความรู้สึกปวดศีรษะจนแทบจะระเบิดเมื่อแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปเป็นจำนวนมากกำลังออกฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่ภีมวัจน์กลับตีความหมายคำพูดของเธอไปอีกทาง

“หึ เธอได้นอนทั้งคืนสมใจแน่ ๆ คนสวย แต่นอนให้ฉันกระแทกนะทูนหัวไม่ใช่นอนหลับ”

จบประโยคริมฝีปากสีไวน์ก็ก้มลงบดขยี้กลีบปากนุ่มสีแดงเพลิงช่วงชิงจูบแรกไปจากร่างบางของกอหญ้าที่เมามายจนแทบไม่ได้สติทำให้เธอหลงคิดไปเองว่าลมหายใจอุ่นร้อนที่กำลังเป่ารดใบหน้าของเธอ ริมฝีปากที่เจือไปด้วยลมหายใจหอมกรุ่นที่กำลังบดจูบเธออย่างดูดดื่ม มือใหญ่ที่กำลังสัมผัสและบีบเคล้นไปทั่วร่างกายของเธอจนรู้สึกเสียวสะท้านนั้นคือความฝันที่แสนหวาบหวามฝันที่เธอบอกตัวเองว่ามันคือฝันดีที่สุดในค่ำคืนนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
8.5
ชีวิตของรินรุ้งพลิกผันจากพนักงานขายสู่พี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งแม่เลี้ยง เธอต้องรับมือกับลูกสาวจอมแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซ่อนความแค้นไว้ภายใต้หน้ากากเทพบุตร หลังสูญเสียคู่หมั้นไปนานแปดปี เขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาเคยจูบในคืนฝนตก และหวังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่ความไร้เดียงสากลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตาย ท่ามกลางอุปสรรคจากลูกสาวตัวน้อยที่หวงพ่อสุดชีวิต รินรุ้งต้องหาทางกำราบสองพ่อลูกก่อนที่กับดักเสน่หาครั้งนี้จะแผดเผาชีวิตเธอจนหมดสิ้น
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักเร่าร้อน NC18++
7.9
คิณ อัคนี ทายาทมหาเศรษฐีผู้เย็นชาและหล่อเหลา กลับยอมเปิดใจให้เพียง อรนลิน นางร้ายสุดเซ็กซี่แห่งวงการบันเทิง เมื่อเธอตกที่นั่งลำบากจนต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขา นักธุรกิจหนุ่มจึงยื่นข้อเสนอที่มีราคาสูงลิ่วเพื่อดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความปรารถนาที่แผดเผาใจ แม้จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเร่าร้อน แต่เอยกลับหลงระเริงอยู่ในไฟรักที่เขาสร้างขึ้นจนยากจะถอนตัว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยร่างกายและหัวใจดวงน้อยๆ
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย รักที่ซ่อนแค้น
9.4
โชคชะตานำพาเฮเลน่ามาพบกับชาร์ลีผู้ทรงอิทธิพล แม้ฉากหน้าเธอจะดูเป็นสาวน้อยผู้อ่อนโยน แต่แท้จริงกลับซ่อนตัวตนที่แข็งแกร่งและอำนาจลึกลับไว้มากมาย ชาร์ลีคอยปกป้องเธออย่างดุดันจนไม่มีใครกล้าขัดใจ แม้แต่ตระกูลใหญ่ที่เคยพ่ายแพ้ต่อเธอก็ต้องยอมศิโรราบ เมื่อเฮเลน่าพยายามหนีไป ชาร์ลีจึงเริ่มออกตามล่าเธอไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อพาเธอกลับมา โดยเขามุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญเพื่อให้เธอได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะหงส์ผู้สง่างาม
หน้าปกนวนิยาย รักไม่มีลิมิต Love Unlimitz "Untill you"
8.3
นาธานคือมหาเศรษฐีหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่สาวๆ ต่างยกให้เป็นสามีแห่งชาติ ทั้งรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและฐานะที่ร่ำรวย ทว่าเขากลับตกหลุมรักธารใส หญิงสาวชาวไทยธรรมดาๆ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้เขาจะพยายามแสดงความคลั่งรักและเข้าหาเธอมากเพียงใด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการปฏิเสธและท่าทีผลักไสจากเธออยู่เสมอ ความสัมพันธ์ครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยคำถามว่าเหตุใดเธอถึงไม่ยอมใจอ่อนให้กับชายหนุ่มที่เพียบพร้อมเช่นเขาเสียที
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ