ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย The devil's Lover  เล่ห์รักยัยตัวร้าย

The devil's Lover เล่ห์รักยัยตัวร้าย

ภีมวัจน์ ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาและรักสนุกต้องมาเผชิญหน้ากับ กอหญ้า สาวแสบที่ทิ้งรอยลิปสติกพร้อมเช็คค่าตัวหนึ่งร้อยล้านไว้ให้หลังคืนวันไนท์สแตนด์อันดุเดือด แม้ภีมจะภาวนาขอไม่พบเจอเธออีก แต่โชคชะตากลับดึงดูดให้เขาต้องพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของตัวแม่คนนี้ กอหญ้าที่ตั้งใจจะล่อลวงหัวใจนักธุรกิจหนุ่มให้สำเร็จเริ่มถลำลึกในความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว จากเกมสนุกๆ กลายเป็นความรักที่เร่าร้อนและจริงจังจนเขาไม่อาจต้านทานมนต์ขลังของเธอได้อีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

“กะ กรี๊ด อุ๊ป”

กอหญ้ารีบยกมือขึ้นปิดปากเอาไว้ทันทีเมื่อเธอเผลอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจกับภาพฉากเมคเลิฟที่ร้อนแรงยิ่งกว่าหนังเอวีที่เคยดูระหว่างเธอกับเขาก่อนที่ดวงตากลมโตจะเหลือบมองร่างสูงของคู่กรณีที่กำลังนอนหลับสนิทคล้ายอิ่มเอมใจที่ได้เชยชมเธอตลอดราตรีที่ผ่านมาสองมือที่ยกขึ้นปิดปากเอาไว้อย่างแน่นหนาพลันเงื้อขึ้นสุดแรงด้วยความโมโห

ในจังหวะที่มือของกอหญ้าใกล้จะสัมผัสกับใบหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังนอนหลับอยู่กอหญ้าก็พลันยั้งมือของตัวเองเอาไว้อย่างกะทันหันเมื่อรู้สึกเสียดายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาหล่อขนาดนี้เธอทำใจให้หน้าของเขามีรอยแดงจากฝ่ามือของเธอไม่ได้จริงๆคิดได้ดังนั้นกอหญ้าจึงค่อยๆลดมือลงและทิ้งแนบลำตัวในที่สุด

“เฮ้อ เจอคนหล่อมาตั้งเยอะแยะแต่ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้หล่อขนาดนี้นะ”

     กอหญ้าถอดถอนใจด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่หลงเสน่ห์ผู้ชายที่หน้าตาแต่ทำไมเธอถึงตัดใจประทุษร้ายผู้ชายที่มอบรอยราคีคาวให้เธอคนนี้ไม่ลงกันนะกอหญ้าครุ่นคิดด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง ปกติแล้วเธอไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายที่หลงใหลผู้ชายหน้าตาดีเลยแม้แต่น้อยต่อให้หล่อแค่ไหนกอหญ้าก็ไม่เคยชายตาแลด้วยซ้ำแต่กับผู้ชายที่กำลังนอนหลับสนิทคนนี้ทำไมเธอถึงละสายตาไปจากใบหน้าคมคายของเขาไม่ได้สักทีนะ

    “หล่อจนใจเจ็บ”

กอหญ้าพึมพำเสียงเบาอีกครั้งก่อนที่เธอจะค่อยๆประทับกลีบปากนุ่มนิ่มลงบนแก้มของภีมวัจน์แผ่วเบาอย่างลืมตัว

“จูบนี้ถือว่าเอาคืนก็แล้วกัน”

สิ้นสุดเสียงพึมพำกอหญ้าพลันเผยรอยยิ้มออกมาน้อยๆก่อนที่เธอจะค่อยๆย่องลงจากเตียงและเก็บเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมอย่างลวกๆเมื่อเรียบร้อยแล้วกอหญ้าก็ไม่รอช้าที่จะพาตัวเองออกไปจากห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายหวาบหวามด้วยความรวดเร็ว 

เรียวขาสวยเดินจากไปได้เพียงไม่กี่ก้าวกอหญ้าก็พลันชะงักน้อยๆก่อนที่เธอจะยกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์ หึ จับเธอกินจนเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้ถ้าไม่ทิ้งถ้อยคำด่าทอเอาไว้ให้ดูต่างหน้าก็ไม่ใช่กอหญ้าลูกสาวของแม่แก้มใสแล้วถึงแม้ว่าเธอจะเสียตัวแต่ก็ไม่นึกเสียใจอย่างไรแล้วผู้ชายหน้าตาดีที่กำลังนอนหลับตาพริ้มคนนี้ก็ต้องได้รับบทเรียนซะบ้าง

คิดได้ดังนั้นกอหญ้าก็ไม่รอช้าที่จะหยิบลิปสติกสีแดงสดในกระเป๋าออกมาดวงตากลมโตจ้องมองแท่งลิปสติกสีแดงฉ่ำน้ำด้วยสายตามุ่งร้ายก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหยุดยืนอยู่ข้างๆเตียงใหญ่ มือเรียวสวยค่อยๆบรรจงเขียนคำด่าทอคำหนึ่งไว้บนหน้าผากของภีมวัจน์ด้วยลายมือที่ค่อนข้างโยกโย้แต่ความหมายในคำด่าทอกลับเจ็บเข้าไปถึงทรวง

“นอนหลับฝันดีนะพ่อวันไนท์”

มุมปากของเด็กสาวพลันหยักโค้งด้วยความสะใจก่อนที่เธอจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจคนที่กำลังนอนหลับฝันดีอยู่บนเตียงเลยแม้แต่น้อย เรื่องราวที่เกิดขึ้นในค่ำคืนที่ผ่านมากอหญ้าไม่โทษใครทั้งนั้นนอกจากตัวเองที่ดื่มจนเมามายและขาดความยับยั้งชั่งใจหากเธอมีสติสักนิดเรื่องระหว่างเธอและเขาคงไม่เลยเถิดมาจนถึงขั้นนี้อย่างแน่นอน

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ความทรงจำที่ไม่ได้ตั้งใจจะคิดถึงก็พลันหลั่งไหลเข้ามาในหัวอีกระลอกคล้ายเกลียวคลื่นที่สาดกระทบริมฝั่งวนอยู่เช่นนั้นไม่รู้จบ กอหญ้ายกมือขึ้นลูบแก้มที่เห่อร้อนของตัวเองด้วยความกระดากอายทุกท่วงท่าลีลายังคงฝังแน่นในความทรงจำที่เลือนรางก่อนที่เธอจะเลื่อนนิ้วมือมาลูบริมฝีปากที่บวมเจ่อเพราะแรงดูดเคล้นแผ่วเบาคล้ายกำลังใจลอยไปถึงใครบางคน

“เฮ้อ เมาจนขึ้นผิดชั้นสินะ กอหญ้านะกอหญ้าเธอรักษาความซิงเอาไว้ชิงโชคมาตั้ง 21 ปีอยู่ ๆ ก็ดันมาเสียซิงให้ไอ้หน้าหล่อขั้นเทพที่ไหนก็ไม่รู้”

เด็กสาวรำพึงรำพันด้วยความเสียดายเล็กน้อยก่อนที่ความเสียใจก่อนหน้านี้จะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วเธอไม่ใช่คนที่จมอยู่กับความทุกข์ใจหรือเศร้าเสียใจนานในเมื่อเธอพลาดไปแล้วก็ช่างมันเถอะจะมามัวคิดเล็กคิดน้อยไปทำไมกัน

ถึงแม้ว่าความบริสุทธิ์คือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนมักจะหวงแหนแต่สำหรับกอหญ้าแล้วเธอไม่ได้หัวโบราณขนาดนั้นในใจของเด็กสาวพร่ำบอกว่าไม่เสียดายแต่ลึกๆแล้วกอหญ้าก็แอบหวังว่าผู้ชายคนแรกและคนสุดท้ายของชีวิตจะเป็นคนๆเดียวแต่เธอก็ทำได้เพียงแค่คิดยากนักที่พรหมลิขิตจะเล็งลูกศรให้เธอได้สมหวังกับเขาคนนั้นผู้ชายหน้าหล่อที่เธอดันเสียตัวให้เขาอย่างงง ๆ

“ก็แค่เสียตัวไม่เห็นต้องเสียใจวันหน้าเจอผู้ชายที่จริงใจเธอก็แค่ลืมมันไปซะกอหญ้า”

กอหญ้าเอ่ยปลอบใจตัวเองเบาๆก่อนที่เธอจะถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าและเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระคราบราคีคาวออกจนหมดจดแต่สิ่งที่ยังคงหลงเหลือให้เธอจดจำก็คือรอยแดงเป็นจ้ำๆตามลำตัวซึ่งแทบไม่มีส่วนไหนเลยที่เขาไม่ทิ้งรอยแดงเอาไว้

“ผู้ชายบ้าอะไรมือหนักชะมัดเลย ซี๊ด”

เสียงร้องด้วยความเจ็บดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อเธอบรรจงแตะรองพื้นกลบรอยแดงจนไม่เหลือรอยให้ใครได้เห็นว่าเมื่อคืนเธอไปทำอะไรกับใครมากอหญ้าเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจก่อนที่เธอจะแต่งหน้าบางๆให้ตัวเองพร้อมฮัมเพลงรักอย่างอารมณ์ดี

“ไอ้ผู้ชายสารเลว”

ภีมวัจน์กำหมัดแน่นด้วยความโมโหจนแทบอยากจะยกมือชกกระจกบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าให้แตกกระจายตั้งแต่มีเซ็กซ์ครั้งแรกมาจนถึงก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครกล้าดีเอาลิปสติกมาเขียนด่าทอเขาด้วยถ้อยคำหยาบคายไว้บนหน้าผากเหมือนผู้หญิงคนนี้เลยสักคน

ติ๊ด ติ๊ด ปึง

“แย่แล้วครับท่านประธานแย่แล้ว”

เสียงเปิดประตูห้องพักที่มาพร้อมเสียงร้องตะโกนด้วยความร้อนรนระคนตกใจของเตชินทร์เลขาคู่ใจของเขาทำให้ภีมวัจน์ที่กำลังโมโหค่อยๆหันมามองหน้าเลขาตัวดีด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์

“หุบปาก แหกปากร้องโวยวายอะไรนักหนา”

น้ำเสียงตะคอกดุดันที่ทรงพลังของภีมวัจน์ทำให้เตชินทร์รีบยกมือขึ้นปิดปากทันทีก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนหน้าผากของผู้เป็นนายท่าทีสำรวมที่เพิ่งเรียกคืนกลับมาก็พลันหลุดขำพรืดออกมาอย่างอดทนไม่ไหว

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทะ ทำไมหน้าผากของท่านประธาน ฮ่า ฮ่า”

เตชินทร์หัวเราะเสียงดังอย่างไม่เกรงใจพร้อมยกนิ้วขึ้นชี้ที่หน้าผากของภีมวัจน์ด้วยความขบขันก่อนที่เขาจะกระโดดหลบกล่องทิชชูที่ขว้างมาสุดแรงอย่างหวุดหวิดราวกับรู้ทันอารมณ์ของผู้เป็นเจ้านายว่ายามที่โมโหทีไรของใกล้มือเป็นต้องถูกหยิบมาขว้างใส่เขาทุกครั้งไป

“ถ้ายังไม่หยุดหัวเราะฉันจะหักเงินเดือนนาย...”

หมับ

“อุด แอ้ว อับ”

สองมือของเตชินทร์ยกขึ้นปิดปากอีกครั้งพร้อมเอ่ยตอบผู้เป็นเจ้านายด้วยน้ำเสียงอู้อี้แต่สายตาของเตชินทร์ก็ยังคงมองตัวหนังสือที่อยู่บนหน้าผากของภีมวัจน์ไม่วางตาด้วยความขบขันอยู่ดี 

“ฉันให้นายหาสาวจากบาร์มาให้ไม่ใช่ยัยตัวแสบที่ไหนก็ไม่รู้ที่บังอาจทิ้งคำด่าไว้บนหน้าผากของฉันแบบนี้”

หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วภีมวัจน์ก็ย่างสามขุมเข้ามาหาเลขาคู่ใจที่ถอยร่นไปทีละก้าวตามจังหวะก้าวเดินของผู้เป็นนายด้วยความรักตัวกลัวตายยามที่เจ้านายของเขาโมโหขึ้นมาเขาไม่อยากจะอยู่ใกล้ๆแม้แต่สักวินาทีเดียว

“คะ คือ คือว่า...”

“พูดมาสักทีมัวอ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ”

ถ้อยคำต่อว่าของภีมวัจน์ที่มาพร้อมสายตาดุดันทำให้เตชินทร์พลันสะดุ้งน้อยๆด้วยความตกใจก่อนที่เขาจะเรียบเรียงคำพูดในหัวให้เข้าที่เข้าทางและเริ่มรายงานเจ้านายถึงเรื่องของผู้หญิงที่ผู้เป็นนายให้เขาหามาบำเรอความสุขบนเตียงในค่ำคืนที่ผ่านมา

“เมื่อคืนหลังจากที่ผมติดต่อผู้หญิงให้ท่านประธานเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็ไปนั่งดื่มที่บาร์ดาดฟ้าต่อจนเมาพอกลับถึงห้องผมก็หลับไปทันที จนกระทั่งตื่นขึ้นมาเช้านี้ผมก็ได้รับข้อความจากคนสวยว่ามารอที่หน้าห้องแล้วไม่มีใครเปิดประตูออกมาหาเธอบอกรอไม่ไหวก็เลยกลับไปก่อนผมถึงรู้ว่าบอกเลขห้องท่านประธานผิดไปครับ”

สีหน้าสำนึกผิดของเตชินทร์ทำให้คำด่าทอที่เตรียมจะพ่นใส่เลขาคู่ใจพลันถูกกลืนหายกลับลงไปในลำคอก่อนที่ภีมวัจน์จะยกมือขึ้นมาคลึงหว่างคิ้วเบาๆด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าเขาสมควรหัวเราะหรือร้องไห้ดีกับเหตุการณ์วันไนท์สแตนด์กับคนแปลกหน้าที่เขารับรู้เพียงว่าเป็นค่ำคืนที่เขามีความสุขมากแต่ความสุขของเขากลับถูกทำลายลงด้วยคำด่าที่ไม่เคยมีใครหน้าไหนมันกล้าด่าเขามาก่อนแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครถึงกล้าดีมาเขียนด่าเขาบนหน้าผากแบบนี้

“ละ แล้ว หน้าผากของท่านประธาน”

เตชินทร์ที่ทั้งอยากจะหลุดขำและรู้สึกผิดไปพร้อมๆกันยกนิ้วชี้ไปบนหน้าผากของภีมวัจน์อย่างกล้าๆกลัวๆด้วยความสงสัยว่าเหตุใดหน้าผากของท่านประธานสุดหล่อของเขาถึงได้มีคำว่า ไอ้ผู้ชายสารเลว เขียนอยู่บนนั้นได้

“อยากจะบ้าตายจริงๆเลย”

ภีมวัจน์ส่ายหน้าไปมาช้าๆด้วยความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกตั้งแต่รู้จักกับคำว่าเซ็กซ์เขาไม่เคยทำเรื่องแบบนี้แบบผิดฝาผิดตัวกับใครเลยสักครั้งนี่เป็นครั้งแรกที่เขาคว้าผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มานอนด้วยเพราะคิดว่าเธอคือผู้หญิงที่เลขาของเขาหามาให้ แต่จะว่าไปแล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นจะโกรธก็ไม่ผิดเพราะเขาเองที่เป็นคนลากเธอเข้ามาในห้องพร้อมเมคเลิฟกับเธออย่างเร่าร้อนอยู่ครึ่งค่อนคืนโดยที่แทบจะไม่ได้พักเลยทั้ง ๆ ที่เธอเป็นใครก็ไม่รู้ 

“หวังว่าอายุคงเกิน 18 ปีแล้วนะ” ภีมวัจน์พึมพำเสียงเบาด้วยความรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย

“ท่านประธานว่าอะไรนะครับ”

เตชินทร์ที่ได้ยินเสียงพึมพำไม่ค่อยชัดเจนเอ่ยถามภีมวัจน์ด้วยความอยากรู้ทำให้คนที่เพิ่งสงบสติอารมณ์และพยายามระงับโทสะเอาไว้สุดความสามารถได้แต่ถลึงตาใส่ลูกน้องที่รีบก้มหน้าลงด้วยความกลัวทันที

เขาก็แค่อยากรู้ไม่เห็นต้องทำหน้าดุใส่เลย

เตชินทร์ที่ก้มหน้างุดแอบต่อว่าภีมวัจน์ที่ยกมือขึ้นเสยผมไปมาสองสามรอบก่อนที่เขาจะเดินตามหามือถือที่ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเผลอโยนเอาไว้ตรงไหนด้วยความตั้งใจจนกระทั่งมือใหญ่พลิกเปิดผ้าห่มบนเตียงออกสายตาของเขากลับสะดุดกับรอยแดงจางๆคล้ายรอยเลือดบนผ้าปูที่นอนขาวสะอาดภีมวันจน์ก็พลันพุ่งตัวลงไปบนที่นอนทันทีเมื่อสายตาอยากรู้อยากเห็นของเตชินทร์กำลังมองมาที่เตียงอย่างให้ความสนใจ

ตุ้บ

คิ้วเข้มของเตชินทร์ขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความแปลกใจเมื่ออยู่ ๆ ท่านประธานที่เพิ่งลุกจากเตียงนอนกระโดดกลับลงไปนอนบนเตียงอีกแล้ว

“ท่านประธานยังอยากนอนต่ออีกเหรอครับ”

เมื่อความสงสัยของเตชินทร์เริ่มทำงานเขาก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามท่านประธานที่คราวนี้ใบหน้าหล่อเหลาคลายความบูดบึ้งลงไปถึงเจ็ดส่วนเหลือเพียงใบหน้ายิ้มระรื่นของเขาที่ทำให้เตชินทร์รู้สึกขนลุกขนพองอย่างบอกไม่ถูก

“อ้อ พอดีปวดหัวนิดหน่อยน่ะเลยอยากนอนพักสักแป๊บ” ภีมวัจน์ตีหน้าสื่อแสร้งตาใสตอบคำถามของเตชินทร์ที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“ผมว่าท่านประธานเช็ดหน้าผากสักหน่อยไหมครับ จะนอนหลับทั้ง ๆ ที่มีคำว่าไอ้สารเลวอยู่บนหน้าผมว่าดูไม่ค่อยดี...”

ผลัวะ

“โอ๊ย ผมเจ็บนะครับท่านประธาน”

เตชินทร์ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ถูกหมอนขว้างใส่เต็มแรงด้วยความเจ็บพร้อมตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ในใจว่าเขาพูดอะไรผิดไปทำไมท่านประธานถึงได้โหดร้ายกับเขาแบบนี้

“รีบไสหัวไปไกลๆก่อนที่ฉันจะหักเงินเดือนนายจนไม่เหลือสักบาท”

เตชินทร์ไม่รอให้ผู้เป็นนายพูดซ้ำเป็นครั้งที่สองขายาวๆของเขาก็รีบก้าวออกจากห้องของภีมวัจน์ทันทีอย่างรู้งานพร้อมก่นด่าท่านประธานอยู่ในใจตลอดทางที่เดินกลับไปยังห้องพักของตัวเอง  หลังจากที่เลขาคู่ใจเดินออกจากห้องไปแล้วภีมวัจน์ก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนนุ่มพร้อมเพ่งมองคราบสีแดงด้วยความสงสัยก่อนที่เขาจะให้ข้อสรุปแก่ตัวเองว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเขาได้ทำเรื่องที่น่าละอายใจด้วยการเปิดซิงแม่สาววันไนท์ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเองเลยสักนิด

เฮ้อ นี่เขาก้าวเท้าไหนออกจากบ้านนะถึงได้เจอเรื่องเฮงซวยแบบนี้

ภีมวัจน์ถอดถอนใจด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่องรอยหวาบหวามออกจากร่างกายจนหมดจดพร้อมตรงไปที่ห้องทานอาหารด้วยความรู้สึกหิวเพราะเมื่อวานเขาดันกินแม่สาววันไนท์คนนั้นแทนข้าวนะสิ

ห้องอาหาร

ใบหน้าหล่อเหลาที่เฉยชาไร้รอยยิ้มของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรมดึงดูดสายตาของสาวๆที่ทั้งโสดไร้คนคู่ใจและไม่โสดมีพันธะเป็นคำว่าแฟนและทะเบียนสมรสครอบครองให้มองมาด้วยความสนใจพร้อมซุบซิบกับคนข้างกายด้วยรอยยิ้มชื่นชม

หนุ่มโสดสุดฮอตแห่งปีที่เข้ารับตำแหน่งท่านประธานตั้งแต่อายุเพียง 23 ปีต่อจากบิดาที่ล่วงลับไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเขาเพราะแทบทุกช่องข่าวสารและหน้าหนังสือพิมพ์ล้วนเอ่ยถึงท่านประธานของ AK Group ที่ไม่ชอบออกงานสังคมแต่กลับเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้รับตำแหน่งนักธุรกิจดีเด่นถึง 4 ปีซ้อนแทบทุกวัน

           ครืด ครืด

เสียงสั่นของมือถือทำให้กอหญ้าที่กำลังเดินเข้ามาในห้องอาหารรีบหยิบมือถือออกจากกระเป๋าใบเล็กมากดรับสายทันทีเมื่อหน้าจอโชว์สายเรียกเข้าเป็นชื่อของผิงผิงเพื่อนสนิท

“นี่มึงนอนตื่นสายหรือมึงแกล้งซ้อมตายห๊ะกอหญ้า”

ทันทีที่กดรับสายคำพูดเหน็บแนมเธอของผิงผิงก็ดังเข้ามาในสายทันทีอย่างไม่ให้เธอตั้งตัวเมื่อได้ยินคำถามของเพื่อนสนิทกอหญ้าพลันกลอกตาไปมาด้วยความหมั่นไส้ก่อนที่เธอจะกรอกเสียงตอบโต้เพื่อนกลับไปอย่างเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน

“ถ้ากูตื่นสายแล้วเหมือนซ้อมตาย มึงกับซันนี่ก็คงเตรียมโลงศพรอได้เลยละมั้ง”

คำตอบยียวนสุดกวนของกอหญ้าทำให้มุมปากของซันที่กำลังนั่งฟังอยู่กระตุกริกด้วยความหมั่นไส้ไม่ต่างกันเรื่องฝีปากที่เจ้าคารมและคมเหมือนใบมีดใครก็สู้เพื่อนสาวของเธอคนนี้ไม่ได้

“อย่าพูดจาอัปมงคลแต่เช้าสิเพื่อนรักรีบมาได้แล้ว พวกกูสองคนหิ้วท้องรอมึงจนใส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย”

กอหญ้ายังไม่ทันเอ่ยตอบโต้หลังจบประโยคปลายสายก็กดตัดสายไปทันทีทำให้เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาน้อยๆพร้อมก้มลงเก็บมือถือไว้ในกระเป๋าสะพายตามเดิมโดยที่สองเท้ายังคงไม่หยุดเดินเพราะคิดว่าทางข้างหน้าคงไม่มีใครจนกระทั่ง

“อ๊ะ”

กอหญ้าร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อร่างบอบบางของเธอปะทะเข้ากับร่างสูงเต็มแรงมือของเธอพลันยื่นไปข้างหน้าและคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อยึดเกาะไม่ให้ตัวเองล้มลงแต่คนที่ถูกเธอจับมือเอาไว้กลับกระชากเธอเข้ามาหาตัวเองทำให้ร่างบางของกอหญ้าตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาไปโดยปริยาย

กลิ่นหอมที่คุ้นเคยของกันและกันพลันปะทะเข้าเต็มใบหน้าของคนทั้งคู่ก่อนที่ดวงตากลมโตของกอหญ้าจะช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของภีมวัจน์ที่กำลังก้มหน้าลงมองเธอเช่นกัน ทันทีที่ดวงตาสองคู่สบกันความทรงจำที่เร่าร้อนในยามค่ำคืนที่ผ่านมาพลันหลั่งไหลเข้ามาในหัวของคนทั้งคู่คล้ายคลื่นพายุที่โหมกระหน่ำ

“ไอ้ผู้ชายสารเลว”

“แม่สาววันไนท์ตัวดี”

ต่างคนต่างเอ่ยเรียกชื่อที่ตั้งให้กันและกันด้วยความตกใจก่อนที่มือใหญ่และมือหอมนุ่มนิ่มจะรีบยกขึ้นปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้อย่างพร้อมเพรียงกันกลายเป็นภาพหนุ่มสาวสองคนกำลังยืนโอบกอดและยกมือขึ้นปิดปากกันและกันเอาไว้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องอาหารต่างพุ่งความสนใจมาที่คนทั้งคู่ทันที

“ตามฉันมานี้เดี๋ยวนี้”

ภีมวัจน์กระซิบเสียงดุดันลอดไรฟันบอกกอหญ้าพร้อมจับจูงมือเล็กของเด็กสาวลากออกมาจากห้องอาหารทันทีท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่ต่างมองมาด้วยความสนใจรวมไปถึงผิงผิงกับซันนี่ที่พากันอ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเช่นเดียวกับสายขิมที่มองตามแผ่นหลังของกอหญ้าที่กำลังเดินตามแรงจูงของภีมวัจน์ไปด้วยความโมโหจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาเสียงดังเพื่อระบายความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
8.5
ชีวิตของรินรุ้งพลิกผันจากพนักงานขายสู่พี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งแม่เลี้ยง เธอต้องรับมือกับลูกสาวจอมแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซ่อนความแค้นไว้ภายใต้หน้ากากเทพบุตร หลังสูญเสียคู่หมั้นไปนานแปดปี เขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาเคยจูบในคืนฝนตก และหวังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่ความไร้เดียงสากลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตาย ท่ามกลางอุปสรรคจากลูกสาวตัวน้อยที่หวงพ่อสุดชีวิต รินรุ้งต้องหาทางกำราบสองพ่อลูกก่อนที่กับดักเสน่หาครั้งนี้จะแผดเผาชีวิตเธอจนหมดสิ้น
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักเร่าร้อน NC18++
7.9
คิณ อัคนี ทายาทมหาเศรษฐีผู้เย็นชาและหล่อเหลา กลับยอมเปิดใจให้เพียง อรนลิน นางร้ายสุดเซ็กซี่แห่งวงการบันเทิง เมื่อเธอตกที่นั่งลำบากจนต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขา นักธุรกิจหนุ่มจึงยื่นข้อเสนอที่มีราคาสูงลิ่วเพื่อดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความปรารถนาที่แผดเผาใจ แม้จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเร่าร้อน แต่เอยกลับหลงระเริงอยู่ในไฟรักที่เขาสร้างขึ้นจนยากจะถอนตัว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยร่างกายและหัวใจดวงน้อยๆ
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย รักที่ซ่อนแค้น
9.4
โชคชะตานำพาเฮเลน่ามาพบกับชาร์ลีผู้ทรงอิทธิพล แม้ฉากหน้าเธอจะดูเป็นสาวน้อยผู้อ่อนโยน แต่แท้จริงกลับซ่อนตัวตนที่แข็งแกร่งและอำนาจลึกลับไว้มากมาย ชาร์ลีคอยปกป้องเธออย่างดุดันจนไม่มีใครกล้าขัดใจ แม้แต่ตระกูลใหญ่ที่เคยพ่ายแพ้ต่อเธอก็ต้องยอมศิโรราบ เมื่อเฮเลน่าพยายามหนีไป ชาร์ลีจึงเริ่มออกตามล่าเธอไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อพาเธอกลับมา โดยเขามุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญเพื่อให้เธอได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะหงส์ผู้สง่างาม
หน้าปกนวนิยาย รักไม่มีลิมิต Love Unlimitz "Untill you"
8.3
นาธานคือมหาเศรษฐีหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่สาวๆ ต่างยกให้เป็นสามีแห่งชาติ ทั้งรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและฐานะที่ร่ำรวย ทว่าเขากลับตกหลุมรักธารใส หญิงสาวชาวไทยธรรมดาๆ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้เขาจะพยายามแสดงความคลั่งรักและเข้าหาเธอมากเพียงใด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการปฏิเสธและท่าทีผลักไสจากเธออยู่เสมอ ความสัมพันธ์ครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยคำถามว่าเหตุใดเธอถึงไม่ยอมใจอ่อนให้กับชายหนุ่มที่เพียบพร้อมเช่นเขาเสียที
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ