ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกมวิวาห์ เดิมพันรัก

เกมวิวาห์ เดิมพันรัก

วิกฤตล้มละลายบีบให้แพทย์แผนไทยสาว พรนับพัน ต้องแต่งงานกับ หลิวโม่โฉว นักธุรกิจผู้เย็นชาที่ปิดตายหัวใจหลังสูญเสียภรรยาและมีชีวิตเพื่อลูกชาย ทว่าความสดใสดื้อรั้นของเธอกลับพังทลายกำแพงน้ำแข็งในใจเขา เปลี่ยนความเฉยชาให้กลายเป็นความปรารถนาที่จะยึดครองเธอทั้งกายและใจ ขณะเดียวกันพรนับพันก็พยายามสร้างเกราะป้องกันความรู้สึก เพราะรู้ดีว่าวิวาห์นี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก ท่ามกลางไฟปรารถนาและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เกมเดิมพันครั้งนี้จะตัดสินว่าใครคือผู้พ่ายแพ้และต้องเอ่ยคำรักออกมาเป็นคนแรก
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่ 1

ตอนที่1. จุดเริ่มต้น

แนะนำตัวละคร

พรนับพัน (ปันปัน) : อายุ 24 ปริญญาตรีแพทย์แผนไทยประยุกต์ ลูกสาวคนเดียวของคุณตระกูลศุขไสยาศน์ นิสัยร่าเริง มองโลกในแง่ดี

หลิวโม่โฉว : อายุ32 ปี บุคลิกเงียบขรึม ตัดสินใจเฉียบขาด เป็นประธานกลุ่มบริษัทหลิวกรุ๊ฟรุ่นที่ 3 เคยแต่งงานมา1ครั้ง

หลิวต้าเหนิง : อายุ5ขวบ ร่าเริง ฉลาด ถูกเรียกว่าเด็กอัจฉริยะ

หญิงสาวรูปร่างเพรียวบางในชุดเดรสเรียบร้อยแบบสุภาพ แต่เพราะความน่ารักสดใสของเจ้าของความสูง 155 เซนติเมตรทำให้เธอดูน่ารักน่าทะนุถนอม ใบหน้าหวานแต้มแต่งเครื่องสำอางแต่พอดีไม่จัดจ้านเกินไปอวดผิวพรรณเปล่งปลั่งและแก้มที่ฝาดสีเลือด ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีส้มอมชมพูขับเน้นให้รูปปากสวยน่าหลงใหล ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าดูราวกับเด็กสาววัยไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ ทั้งที่ปีนี้เธออายุยี่สิบสี่แล้ว

‘พรนับพัน’ คือชื่อของหญิงสาวดวงตาพราวระยับ ลูกสาวคนเดียวของคุณฐากูรและคุณนับดาว เป็นทายาทรุ่นที่สามของตระกูลศุขไสยาศน์ น้องชายของเธอชื่อ อายุยี่สิบสี่ปี พรนับพันเรียนจบแพทย์แผนไทยประยุกต์ ส่วนน้องชายสอบเข้าเรียนแพทย์แผนปัจจุบัน เธอเติบโตมากับครอบครัวที่เป็นหมอพื้นบ้านเมื่อถึงรุ่นพ่อได้พัฒนาสูตรยาสมุนไพรในรูปแบบทันสมัย ปัจจุบันมีโรงงานผลิตยาสมุนไพรไทยและวางแผนขายสินค้าในต่างประเทศ เรียกว่าเป็นครอบครัวหมอก็ไม่ผิดนัก

“อยากเป็นสาวโรงงานไหม” คุณฐากูรหยอกลูกสาวคนโต แต่หญิงสาวหันมาพร้อมพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม

“พ่อจะให้ปันปันทำตำแหน่งไหนดีคะ”

“เป็นลูกสาวพ่อทั้งที ก็ต้องเป็นเจ้าของโรงงานสิ”

“คุณปู่มาเห็นต้องดีใจแน่ๆค่ะ”

ดวงตากลมโตจ้องมองเบื้องหน้าอย่างตื่นเต้น อีกไม่นานสายพานการผลิตจะเริ่มต้น ตั้งแต่เธอจำความได้ก็ได้ยินคุณปู่ทองอินพูดถึงยาสมุนไพรไทย คอยสอนให้เธอรู้จักตำรับยาต่างๆ ปลูกฝังให้เธอรักด้านนี้อย่างไม่รู้ตัว จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เธอมุ่งมั่นเรียนสายวิทย์ สอบเข้าคณะแพทย์ แต่ที่หลายคนบ่นเสียดายเพราะเธอเลือกเรียนแพทย์แผนไทยประยุกต์ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่เพราะความฝันของเธอคือสืบทอดความฝันของคุณปู่ ไม่หรอก มันไม่ใช่แค่ความฝันของปู่แต่เป็นความฝันของเธอด้วย

“โรงงานจะเปิดได้เมื่อไหร่คะพ่อ” พรนับพันถามแล้วคล้องแขนบิดา สายตาเธอมองเพียงเบื้องหน้าโรงงานผลิตยาสมุนไพรจึงไม่ทันเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของพ่อ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองพ่อ อีกฝ่ายก็ยิ้มให้

“อีกสามเดือน แต่เราจะมีทดลองก่อนเปิดจริง”

“ตื่นเต้นจังค่ะ ปันปันเห็นที่นี่ตั้งแต่ยังเป็นที่ดินว่างเปล่าอยู่เลย”

พ่อเป็นคนบุกเบิกที่นี่ เดิมที่เป็นที่สวนของคุณย่าหลังจากคุณย่าเสียก็แบ่งสมบัติให้ลูกๆ อย่างเท่าเทียม ฐากูรลูกชายคนโตได้ที่ดิน 6 ไร่นี่มาครอบครอง เก็บเงินอยู่นานค่อยๆ ทำไปที่ละนิดละหน่อย หวังจะตั้งโรงงานของตัวเอง ไม่อยากพึ่งพาโรงงานคนอื่น ได้เป็นตัวของตัวเองเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองอย่างแท้จริง หลุดพ้นจากคำดูแคลนว่าเป็นแค่หมอยาพื้นบ้าน

พรนับพันไม่รู้ความคิดของพ่อ เธอเพียงอยากทำตามความฝันของปู่ทองอินที่เธอเคารพรัก โดยปกติพรนับพันทำงานที่โรงพยาบาลรัฐแผนกแผนไทยประยุกต์ หลายคนไม่เช้าใจ คิดว่างานของเธอคืองาน ‘นวด’ อย่างเดียว แต่ความจริงเธอสามารถรักษาโรคพื้นฐานได้ และความจริงพรนับพันมีแผนศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เธอสนใจค้นคว้าเรื่องยาสมุนไพรมาก โดยเฉพาะการผลิตยาสมุนไพรซึ่งตอนนี้เป็นที่สนใจของต่างชาติ และเธอต้องการให้คนอื่นรู้ว่าแพทย์แผนไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าแพทย์แผนปัจจุบันเลย บางคนยังเข้าใจผิดว่าเป็นยาผีบอกด้วยซ้ำ

“พ่อค่ะ เข้าไปดูข้างในได้ไหม”

“ได้ซิ” พ่อพยักหน้ารับ

“คราวหน้าเรามาพร้อมกันทั้งครอบครัวเลยนะคะ” พรนับพันเสนอ

“ตงตงขึ้นปีสองแล้ว คงไม่ได้กลับบ้านบ่อยๆ แบบเมื่อก่อน”

“นั้นสิ กลับมาบ้านอีกทีได้พาไปตัดแว่นตาใหม่แน่ๆ” พรนับพันหัวเราะร่า เธอภูมิใจในตัวน้องชายมาก ครอบครัวของเธอไม่เคยกดดันเรื่องการเรียนหรือบังคับหรือเรียนอะไร ต้องจบมาเป็นอะไร พวกท่านให้อิสระเต็มที่ แต่สองคนพี่น้องก็ได้รับอิทธิพลจากคุณปู่

“รอบๆ นี้เราปลูกต้นไม้เยอะๆ หน่อย ให้ร่มรื่นและเป็นที่พักผ่อนของพนักงาน ตรงนั้นที่เป็นที่จอดรถก็เอาต้นไม้มาลง ปันปันว่าเราเอาพวกต้นไม้กินได้ดีไหมคะ มะม่วงมะยมอะไรพวนี้ ถ้ามีลูกจะได้เก็บกินได้”

“ตามใจปันปันเลย ยังไงลูกก็เป็นเจ้าของโรงงานนี้ด้วย”

“ถ้าตงตงได้ยินน้อยใจแย่นะคะ” เธอหัวเราะ ครอบครัวเธอสนิทสนมกันดี พูดจาหยอกล้อกันได้ ไม่เหมือนบางครอบครัวที่เธอเคยเจอที่กดดันจนชวนอึดอัด

“เข้าไปดูข้างในกันค่ะ เสร็จจากที่นี่”

หญิงสาวกึ่งลากกึ่งจูงบิดาเข้าไปด้านใน ร่างสองคนพ่อลูกเข้าไปในโรงงานโดยไม่รู้ว่าถูกแอบบันทึกภาพเก็บไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะรูปของพรนับพัน ชายลึกลับที่นั่งในรถเก๋งจัดการส่งรูปไปทางสมาร์ทโฟน แล้วหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มไม่กี่นาทีต่อมาโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

“ครับบอส” เขาตอบรับปลายสายและรอรับคำสั่ง ดวงตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับคำสั่ง

“รับทราบครับบอส ผมจะอยู่ที่นี่ตามที่บอสสั่งครับ”

ปลายสายตัดสัญญาณไปแล้ว นักสืบหนุ่มจึงกล้าถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาดูรูปที่ถ่ายเก็บไว้ตามที่ได้รับหน้าที่มาแอบสืบเรื่องราวของ ‘พรนับพัน’ ว่าที่นายหญิงคนใหม่ของตระกูลหลิว งานนี้เหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่เพราะไม่รู้ว่าเจ้านายคิดอะไรอยู่ แต่ดูท่าทางคงถูกใจว่าหญิงสาวคนนั้นอยู่ไม่น้อย ไม่มีใครต้านทานรอยยิ้มสดใสและแววตากระจ่างคู่นั้นได้หรอก โดยเฉพาะท่าทางร่าเริงนั้น แต่ไม่รู้ว่า..ถ้าเข้าไปอยู่ในบ้านสกุลหลิวแล้วจะช่วยให้บ้านที่เหมือนต้องสาปกลับมาสว่างไสวได้หรือไม่ หรือถูกความดำมืดดูดกลืนจนไม่เหลือความสดใส

เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างไม่อาจทำอะไรได้ดีไปกว่านี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากหย่าแล้ว ฉันจะกลับบ้านไปรับมรดกของครอบครัว ร้องไห้ทำไม
8.8
เวิน เสวี่ยหนิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีตัดสินใจยุติความสัมพันธ์เจ็ดปีที่เธอเป็นฝ่ายยอมทุกอย่างเพื่อความรักที่ไร้ค่า หลังรู้ซึ้งว่าเวิน ซือเหนียน พี่ชายบุญธรรมไม่เคยมีใจให้และสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการหลอกตัวเอง เธอจึงโทรหาพ่อเพื่อยอมรับความผิดพลาดในอดีตที่เคยตัดขาดครอบครัวไปแต่งงานกับเขา เมื่อตาสว่างจากความฝันที่เจ็บปวด เธอจึงเลือกทิ้งอดีตและเตรียมตัวหย่าร้างเพื่อกลับไปสืบทอดมรดกของตระกูลตามความต้องการของพ่อและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่คู่ควร
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ประธานคนนี้สามีของฉัน
7.9
เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งเริ่มถอดใจจากเส้นทางน้ำหมึก ในคืนที่เมามายจนขาดสติ เธอจึงตะโกนประกาศกร้าวว่าอยากขายตัวแทนการเขียนนิยาย คำพูดพลั้งปากนั้นนำพาเธอไปสู่การป่าวประกาศกลางงานวิวาห์ว่า ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่คือสามีของเธอ! สำหรับเขาผู้เป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งและเชื่อมั่นในรักแรกพบ เมื่อสาวในดวงใจเสนอขายตัวให้มีหรือที่เขาจะปฏิเสธโอกาสนี้ ความสัมพันธ์วุ่นๆ ระหว่างท่านประธานหนุ่มและนักเขียนช่างฝันจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้หนูเป็นซีอีโอ
8.9
เฉี่ยนซีตื่นมาด้วยความรู้สึกผิดหลังถูกคนใกล้ชิดหักหลังจนเผลอมีความสัมพันธ์ข้ามคืนกับชายแปลกหน้า แต่ความหล่อเหลาของเขาทำให้เธอเปลี่ยนความรู้สึกเป็นความอายและตัดสินใจทิ้งเงินไว้ให้ก่อนจะหนีไป เจ๋อข่ายที่เป็นซีอีโอหนุ่มรู้สึกโกรธจัดที่ถูกปฏิบัติเหมือนชายขายบริการ เขาจึงสั่งให้ผู้ช่วยเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อตามหาตัวหญิงสาวรายนี้มาสั่งสอนให้เข็ดหลาบที่กล้ามาหยามเกียรติเขา เรื่องราวความวุ่นวายระหว่างเขากับเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บจำเป็น
9.1
เมื่อชลธารตกอยู่ในสภาวะจำยอมต้องใช้เงินก้อนโตถึงสามแสนบาท เธอจึงตัดสินใจเสนอขายเรือนร่างให้แก่ธีร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่ง แม้ฝ่ายชายจะมองว่าราคาดังกล่าวสูงเกินไปและมองเธอด้วยสายตาดูแคลนที่เห็นแก่เงิน แต่สุดท้ายเขากลับตอบตกลงภายใต้เงื่อนไขที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ธีร์ยื่นข้อเสนอว่าหากต้องการเงินจำนวนนี้ เธอต้องยอมมาเป็นเมียเก็บของเขาแบบถาวรแทนการซื้อขายเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หญิงสาวผู้ไร้ทางเลือกจึงต้องก้มหน้ายอมรับสถานะนางบำเรอรับใช้เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย ฉันไม่สามารถซ่อนความรักที่มีต่อคุณได้
8.6
เว่ยเหยียนตัดสินใจทำเรื่องที่เสี่ยงที่สุดในฐานะของเล่นลับๆ ของเหลียงเย่ถิง นั่นคือการลอบตั้งครรภ์ลูกของเขา เพื่อปกป้องชีวิตน้อยๆ เธอจึงทำทุกทางให้เขาขับไล่เธอออกไปจนสามารถพาลูกหนีไปได้สำเร็จ ทว่าเมื่อเขาตระหนักถึงความจริงจึงตามล่าจนจับตัวเธอกลับมาได้อีกครั้ง แม้เธอจะพยายามขัดขืนและประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมทนอยู่อย่างไร้ค่าอีกต่อไป แต่เหลียงเย่ถิงกลับเสนอที่จะเป็นคนดูแลทั้งเธอและลูกน้อยในอ้อมแขนนั้นไปตลอดกาล