ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกมวิวาห์ เดิมพันรัก

เกมวิวาห์ เดิมพันรัก

วิกฤตล้มละลายบีบให้แพทย์แผนไทยสาว พรนับพัน ต้องแต่งงานกับ หลิวโม่โฉว นักธุรกิจผู้เย็นชาที่ปิดตายหัวใจหลังสูญเสียภรรยาและมีชีวิตเพื่อลูกชาย ทว่าความสดใสดื้อรั้นของเธอกลับพังทลายกำแพงน้ำแข็งในใจเขา เปลี่ยนความเฉยชาให้กลายเป็นความปรารถนาที่จะยึดครองเธอทั้งกายและใจ ขณะเดียวกันพรนับพันก็พยายามสร้างเกราะป้องกันความรู้สึก เพราะรู้ดีว่าวิวาห์นี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก ท่ามกลางไฟปรารถนาและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เกมเดิมพันครั้งนี้จะตัดสินว่าใครคือผู้พ่ายแพ้และต้องเอ่ยคำรักออกมาเป็นคนแรก
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ตอนที่2 ครอบครัวหมอ

รถเก๋งสีเขียวพาสเทลเข้ามาจอดในโรงจอดรถแล้ว หญิงสาวในชุดเสื้อกาวน์สั้นของโรงพยาบาลรัฐก็ก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าสะพายไหล่ใบเก๋ ท่าทางเปี่ยมด้วยความมั่นใจของเธอทำให้หลายคนคิดไม่ถึงว่าพรนับพันเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ป้าฉลวยที่เป็นแม่บ้านอยู่มานานหลายปีก็ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

“คุณปันปันกลับมาแล้ว”

“ปันปันก็กลับบ้านทุกวันนี่ค่ะ” หญิงสาวหัวเราะร่าแล้วยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มเบาๆ เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาว สำหรับพรนับพันแล้ว ป้าฉลวยไม่ได้เป็นแค่แม่บ้านแต่เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเธอด้วย

คุณปู่ทองอินกับคุณย่าเพ็ญจันทร์มีลูกสามคน คนโตคือคุณฐากูรและลูกสาวอีกสองคนที่แต่งงานแยกครอบครัวไปอยู่คนละจังหวัด พรนับพันและศตพรเติบโตมาโดยมีคุณปู่คุณย่าอบรมสั่งสอน พ่อของเธอเป็นหมอยาพื้นบ้านที่เพิ่งมาสอบเอาใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ส่วนแม่เป็นเภสัชกรทำงานในโรงพยาบาลของรัฐ เมื่อสามีมีความสนใจอยากสร้างฝันของบิดาคือผลิตยาสมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จักจึงเข้ามาช่วย

พรนับพันเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นแบบครอบครัวใหญ่ แม้คุณย่าจากไปตอนที่เธออายุ15 แต่ทุกอย่างในบ้านยังอบอวลด้วยความรักของคุณย่าอยู่เสมอ ป้าฉลวยเป็นแม่บ้านดูแลตั้งแต่คุณย่าจากไป ป้าฉลวยเป็นม่ายลูกติดมีลูกชายหนึ่งคนอายุมากกว่าพรนับพันชื่อ “ธารณ์” คุณปู่อนุญาตให้สองแม่ลูกอยู่บ้านหลังเล็กด้านหลังเรือนหลังใหญ่ ธารณ์เองก็คอยช่วยงานคุณพ่อของพรนับพัน เขาเจียมตัวและไม่กล้าตีสนิทกับคนในตระกูลศุขไสยาศน์

“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาทานข้าวเถอะค่ะ”

ป้าฉลวยยิ้มกว้าง การได้ทำงานที่นี้คือความสุขของนาง ชีวิตเหมือนได้หลุดจากขุมนรก สามีของนางเมาและทุบตีทำร้ายร่างกายจนนางต้องหอบลูกชายหนี ใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ เพราะเมื่อไรที่สามีรู้ที่อยู่ก็จะตามมาทำร้ายร่างกายและพยายามให้กลับไปอยู่ด้วยกัน ธารณ์ทนเห็นแม่ถูกพ่อตบตีไม่ได้จึงเข้าไปช่วยห้ามแต่ตัวเองถูกพ่อเตะกระเด็น คราวนั้นปู่ทองอินที่ไปตรวจคนป่วยตามบ้านเดินทางผ่านมาเจอเข้าจึงเข้าช่วยเหลือ ปู่ทองอินเป็นที่รักและเคารพของคนที่นั้นจึงไม่มีใครกล้ามีเรื่องด้วย แรกทีเดียวปู่ทองอินแค่ตั้งใจว่าจะให้ที่พักอาศัยอยู่ชั่วคราว แต่สามีนางกลับมาถูกรถชนตายเสียก่อน หมดเคราะห์กรรมกันไป ทำให้นางฉลวยกับลูกชายไม่ที่ให้กลับแม่สามีก็ไม่ต้อนรับ ปู่ทองอินจึงให้อยู่ช่วยงานที่นี่

ธารณ์กลับเข้ามาพอดีเห็นพรนับพันหัวเราะหยอกมารดาของตนก็อดยิ้มไม่ได้ นับวันความรู้สึกที่เขามีต่อหญิงสาวคนนี้ก็มากขึ้นทุกขณะ จะทำอย่างไรได้ แม่คอยย้ำให้เขาเจียมตัวแต่ใจของเขามันห้ามไม่ได้เลย

“พี่ธารณ์มาแล้ว คุณพ่อก็กลับมาพร้อมกันใช่ไหมคะ” พรนับพันทักทายธารณ์ เธอไม่เคยมองว่าเขาเป็นลูกแม่บ้าน และเพราะเขาอายุมากกว่าเธอสองปี เธอจึงเรียกว่า ‘พี่’ อย่างไม่รังเกียจ

“ครับ คุณท่านกลับมาแล้ว ผมเอากระเป๋ามาเก็บ”

“แล้วคุณพ่อไปไหนล่ะคะ”

“ไปพบคุณปู่ทองอินครับ”

“เข้าใจแล้ว” พรนับพันพยักหน้ารับ แล้วหันไปยิ้มกับป้าฉลวย “หอมกลิ่นแกงส้มจังค่ะ ปันปันไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวลงมากินข้าว”

“ค่ะๆ รีบไปเถอะค่ะ”

“อ้อ! เมื่อตอนเที่ยงปันปันคุยกับตงตง น้องบอกหมูแดดเดียวที่ทำให้ไว้หมดแล้วค่ะ ต้องรบกวนป้าฉลวยทำไว้ให้หน่อย เอาไว้ค่อยไปส่งเสบียงให้ตงตงกัน”

“ได้ค่ะได้ ป้าจะทำไว้ให้ค่ะ”

ศตพรเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ชั้นปีที่สอง ใช้ชีวิตเด็กหอเพราะไม่ต้องการรีบร้อนเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับมหาวิทยาลัย แต่ทุกสองสัปดาห์มารดาก็จะเตรียมของกินของใช้เอาไปส่งที่หอเป็นประจำ หากศตพรมีวันหยุดจึงได้กลับบ้านสักครั้ง

ป้าฉลวยเห็นสายตาลูกชายก็รอจนพรนับพันเดินขึ้นบันไดลับตาไปแล้วก็ตีแขนลูกชายไม่แรงนัก แต่ทำให้ธารณ์สะดุ้งแล้วหันมามองมารดา

“แม่...”

“ห้ามคิดอะไรกับคุณหนูปันปัน” ป้าฉลวยดุลูกชายแล้วก็ส่ายหน้าไปมา “ครอบครัวศุขไสยาศน์มีบุญคุณกับเรามาก ยังไงแกก็ห้ามคิดใฝ่สูงเด็ดขาด”

“ครับแม่” ธารณ์ได้แต่ยิ้มเศร้า เรื่องของหัวใจมันห้ามไม่ได้จริงๆ แต่เขาก็ได้แต่เก็บความรู้สึกนี้ไว้ในอกที่เหมือนรอวันระเบิดออกมา

“เอาเถอะๆ เพิ่งกลับจากโรงงานก็ไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อน กินข้าวเย็นแล้วก็ไปช่วยรดน้ำต้นไม้ด้วย ต้นกุหลาบของคุณปันปันนะ อย่าลืมล่ะ”

“ครับแม่”

ธารณ์รับคำสั่งแล้วก้าวยาวๆ เอากระเป๋าของคุณฐากรูไปวางไว้ในห้องทำงาน จากนั้นเดินออกมา ตำแหน่งหน้าที่ของเขาคือผู้จัดการโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่กำลังเปิดในไม่ช้า แต่หน้าที่ของเขาแทบจะทำงานทุกอย่างตามที่คุณฐากรูสั่ง ความจริงเขาเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องทำงานกับตระกูลศุขไสยาศน์ก็ได้ ซึ่งคุณปู่ทองอินผู้ให้ทุนการศึกษาก็ไม่เคยบังคับเขา แต่เพราะมารดาสั่งให้เขาช่วยงานคุณฐากรู เพื่อตอบแทนบุญคุณและส่วนหนึ่งเขาก็เต็มใจเพราะได้อยู่ใกล้พรนับพัน ตั้งแต่ที่เขามาอยู่ที่นี่เขายังจำวันแรกที่พบพรนับพันได้เป็นอย่างดี เธอยิ้มราวกับโลกไม่เคยมีเรื่องโหดร้ายใดๆ ซึ่งต่างจากชีวิตเขาที่ต้องปากกัดตีนถีบ อดมื้อกินมื้อและยังมีพ่อขี้เมาทุบตีแม่กับเขาอยู่เสมอ เขาไม่เคยคิดว่าจะได้พบรอยยิ้มสดใสอย่างนี้มาก่อน เหมือนแสงแดดยามเช้าที่สาดแสงเข้ามาหลังพายุใหญ่จากไป นับตั้งแต่นั้น เขามักเฝ้ามองเธอเสมอ เธอเติบโตเหมือนดอกไม้ที่งดงาม เขาอาจไม่เคยเจอผู้หญิงมาเยอะแต่สำหรับเขาแล้วเธอสวยที่สุด มีเด็กหนุ่มๆ มาจีบไม่น้อย แต่พรนับพันไม่เคยมีแฟนหรือคนรัก เธอยุ่งกับสวนสมุนไพรของคุณปู่ทองอิน เขาไม่อยากให้มือเรียวงามคู่นั้นต้องเปื้อนดินจึงต้องคอยช่วยเวลาที่เธออยากปลูกต้นไม้ต่างๆ

‘กุหลาบพวกนี้เราเอากลีบมาทำชาได้นะคะ’

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากหย่าแล้ว ฉันจะกลับบ้านไปรับมรดกของครอบครัว ร้องไห้ทำไม
8.8
เวิน เสวี่ยหนิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีตัดสินใจยุติความสัมพันธ์เจ็ดปีที่เธอเป็นฝ่ายยอมทุกอย่างเพื่อความรักที่ไร้ค่า หลังรู้ซึ้งว่าเวิน ซือเหนียน พี่ชายบุญธรรมไม่เคยมีใจให้และสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการหลอกตัวเอง เธอจึงโทรหาพ่อเพื่อยอมรับความผิดพลาดในอดีตที่เคยตัดขาดครอบครัวไปแต่งงานกับเขา เมื่อตาสว่างจากความฝันที่เจ็บปวด เธอจึงเลือกทิ้งอดีตและเตรียมตัวหย่าร้างเพื่อกลับไปสืบทอดมรดกของตระกูลตามความต้องการของพ่อและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่คู่ควร
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ประธานคนนี้สามีของฉัน
7.9
เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งเริ่มถอดใจจากเส้นทางน้ำหมึก ในคืนที่เมามายจนขาดสติ เธอจึงตะโกนประกาศกร้าวว่าอยากขายตัวแทนการเขียนนิยาย คำพูดพลั้งปากนั้นนำพาเธอไปสู่การป่าวประกาศกลางงานวิวาห์ว่า ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่คือสามีของเธอ! สำหรับเขาผู้เป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งและเชื่อมั่นในรักแรกพบ เมื่อสาวในดวงใจเสนอขายตัวให้มีหรือที่เขาจะปฏิเสธโอกาสนี้ ความสัมพันธ์วุ่นๆ ระหว่างท่านประธานหนุ่มและนักเขียนช่างฝันจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้หนูเป็นซีอีโอ
8.9
เฉี่ยนซีตื่นมาด้วยความรู้สึกผิดหลังถูกคนใกล้ชิดหักหลังจนเผลอมีความสัมพันธ์ข้ามคืนกับชายแปลกหน้า แต่ความหล่อเหลาของเขาทำให้เธอเปลี่ยนความรู้สึกเป็นความอายและตัดสินใจทิ้งเงินไว้ให้ก่อนจะหนีไป เจ๋อข่ายที่เป็นซีอีโอหนุ่มรู้สึกโกรธจัดที่ถูกปฏิบัติเหมือนชายขายบริการ เขาจึงสั่งให้ผู้ช่วยเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อตามหาตัวหญิงสาวรายนี้มาสั่งสอนให้เข็ดหลาบที่กล้ามาหยามเกียรติเขา เรื่องราวความวุ่นวายระหว่างเขากับเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บจำเป็น
9.1
เมื่อชลธารตกอยู่ในสภาวะจำยอมต้องใช้เงินก้อนโตถึงสามแสนบาท เธอจึงตัดสินใจเสนอขายเรือนร่างให้แก่ธีร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่ง แม้ฝ่ายชายจะมองว่าราคาดังกล่าวสูงเกินไปและมองเธอด้วยสายตาดูแคลนที่เห็นแก่เงิน แต่สุดท้ายเขากลับตอบตกลงภายใต้เงื่อนไขที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ธีร์ยื่นข้อเสนอว่าหากต้องการเงินจำนวนนี้ เธอต้องยอมมาเป็นเมียเก็บของเขาแบบถาวรแทนการซื้อขายเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หญิงสาวผู้ไร้ทางเลือกจึงต้องก้มหน้ายอมรับสถานะนางบำเรอรับใช้เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย ฉันไม่สามารถซ่อนความรักที่มีต่อคุณได้
8.6
เว่ยเหยียนตัดสินใจทำเรื่องที่เสี่ยงที่สุดในฐานะของเล่นลับๆ ของเหลียงเย่ถิง นั่นคือการลอบตั้งครรภ์ลูกของเขา เพื่อปกป้องชีวิตน้อยๆ เธอจึงทำทุกทางให้เขาขับไล่เธอออกไปจนสามารถพาลูกหนีไปได้สำเร็จ ทว่าเมื่อเขาตระหนักถึงความจริงจึงตามล่าจนจับตัวเธอกลับมาได้อีกครั้ง แม้เธอจะพยายามขัดขืนและประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมทนอยู่อย่างไร้ค่าอีกต่อไป แต่เหลียงเย่ถิงกลับเสนอที่จะเป็นคนดูแลทั้งเธอและลูกน้อยในอ้อมแขนนั้นไปตลอดกาล