
友人 MA Friend'XXX เปลี่ยนเพื่อนให้เป็นแฟน
ตอน 2
เออ เวิร์คว่ะ!! ฉันกับมันหน้าตาหาเรื่องชาวบ้านเขาจะตาย ถ้าหาแฟนไม่ได้ ก็ได้กันเองเนี่ยแหละ ไม่เห็นยากเลย แก่ไปก็ไม่เหงาด้วย เสียอย่างเดียว หน้าฉันดุ หน้ามันก็ดุ ลูกฉันออกมาต้องหน้ามหาโจรมากแน่ๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอกนุ่น...” “ฉันยกยิ้มหวานอย่างมีเลศนัยก่อนจะตบบ่าคนร่างสูงอย่างเป็นมิตร พูดเสียงทีเล่นทีจริงเหมือนตั้งใจจะกวนตีน “ถ้าหาใครไม่ได้ ก็จะเอาแกเนี่ยแหละ”
เป็นเพราะฉันพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ชวนคบกันเหมือนชวนมันกินข้าว ทำให้ไอ้นุ่นชะงักก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะให้กับข้อเสนอของฉัน
“ไอ้นัท ไร้สาระอีกละ”
“ยังไง?” ฉันเหล่สายตามองหน้ามันอย่างต้องการคำตอบ ทำให้ไอ้นุ่นถอนหายใจยาวแล้วดีดนิ้วเข้าที่หน้าผากฉันซ้ำเข้าที่เดิมดังป๊อกจนฉันผงะไปด้านหลัง ความเจ็บจี๊ดแผ่กระจายจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งทำให้ฉันเบะปากไม่พอใจ
มันคงคิดว่าแรงดีดของมันเบามากมั้ง! หัวคนนะไม่ใช่ลูกแก้ว ดีดอยู่ได้!
มันเงียบแล้วมองหน้าฉันครู่นึงราวกับกำลังแสกนสายตาและท่าทางของฉันว่าพูดจริงหรือพูดเล่นก่อนจะหัวเราะร่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางยืดมือออกมาตบบ่าฉันสามที
“ใจเย็น นี่เพื่อน”
ฉันคลำหัวป้อยๆ อย่างหงุดหงิด สาเหตุไม่ใช่เพราะมันดีดหน้าผากฉันจนระบมแต่เพราะมันคิดว่าฉันล้อเล่น…
ทั้งที่ฉันเอาจริง
เบาะข้างซ้ายฉันว่างเปล่าตลอดแนว พอๆ กับเบาะข้างขวาของไอ้นุ่นที่ไร้เงาสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ฉันกับไอ้นุ่นทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่มๆ กลางโรงหนังก่อนจะพ่นลมหายใจเซ็งเมื่อไอ้เด็กเบาะด้านหน้าฉันมันกำลังร้องโหวกเหวกโวยวายเหมือนมีโทรโข่งติดปาก
ฉันหงุดหงิดเลยแกล้งใช้ส้นเท้ากระทุ้งเบาะหน้าเบาๆ หนึ่งทีเป็นการเตือนให้เด็กเงียบ ไอ้เด็กโทรโข่งนั่นหันกลับมาและสบตากับฉันเพียงเสี้ยววินาที...
“แง แม่จ๋า”
ก็ร้องไห้ซะเฉยๆ
“ไอ้นัทไปแกล้งเด็กทำไม” ไอ้คนร่างสูงหันมาปราม หารู้ไม่ว่าเมื่อไอ้เด็กคนที่มันพาดพิง พอเลื่อนสายตาไปมองหน้ามันดันร้องไห้หนักกว่าเก่า
“ยังไม่ทำอะไรเลย มันร้องเองของมัน” ฉันจิ๊จ๊ะแล้วเบ้หน้า เป็นสาเหตุให้จากเดิมที่หน้าดุอยู่แล้ว ดุเข้าไปอีก ฉันผิดอะไร ฉันก็ไม่เข้าใจ เลยพยายามฉีกยิ้มให้ไอ้เด็กเวรนั่นอย่างจริงใจแต่ไม่ได้ผล...
“แงงงงงงงงงงงงงงงงงงง”
แถมร้องหนักกว่าเดิมอีก
โอ๊ย เด็กอะไรวะ เอาใจยากฉิบหาย เห็นคนสวยแล้วร้องไห้ใส่ได้ไง เสียมารยาทที่สุด ฉันบ่นในใจพลางย่นคิ้วเซ็งแล้วสะบัดหน้าหันไปทางอื่น ไอ้เด็กนั่นงอแงพร้อมสูดน้ำมูกฟืดใหญ่หันไปกอดผู้หญิงวัยกลางคนข้างๆ ด้วยท่าทีกลัวๆ
“ยังอีกๆ” ไอ้นุ่นตีมือฉันเพื่อปราม ด้วยความที่คิดว่าฉันจงใจแกล้งไอ้เด็กคนนั้น ทั้งที่ฉันเปล่า ฉันแค่ยิ้มให้ ไม่รู้ทำไมมันร้องไห้ แต่ฉันก็ชินแล้วกับอะไรแบบนี้ เพราะฉันเจอมาตั้งแต่เล็กยันใหญ่
ฉันหันไปเบ้หน้าใส่มันไม่นาน เสียงภาพยนตร์ก็เริ่มดังกระหึ่ม มีการฉายโฆษณาและเทรลเลอร์ของภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ฉันกับไอ้นุ่นเลือกดูหนังผีตลกอารมณ์ดีแต่มีความหลอนนิดหน่อย สำหรับฉันมันกะโหลกกะลาและไร้สาระมากๆ ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องผีหรือเรื่องลี้ลับใดๆ ในโลก และฉันไม่ใช่คนที่จะตลกกับมุขตุ้งแช่ เพราะฉันเป็นคนเส้นลึกมาก แต่ไอ้นุ่นมันเป็นคนที่ชอบเรื่องผี ลี้ลับ ทำนายทายทักสุดๆ แถมยังชอบดูอะไรที่ไม่ถูกโฉลกกับเบ้าหน้ามันแม้แต่เสี้ยว
ยกตัวอย่างเช่น การที่มันอ่านนิยายรักหวานแหววแบบมุ้งมิ้งขั้นสุด หรือแม้แต่การ์ตูนตาหวานพระนางงอนง้อกันไปครึ่งเรื่อง มันยิ่งชอบ ฉันว่ามันไม่ถูกต้อง
“หนังมาแล้ว” ไอ้นุ่นเบิกนัยน์ตาอย่างตื่นเต้นก่อนจะหยิบเอาป็อปคอร์นเข้าปาก ฉันนั่งดูด้วยท่าทีนิ่งเงียบ เสียงหัวเราะบ้าง กรี๊ดบ้างดังปะปนเป็นระยะ เมื่อหนังเข้าสู่กลางเรื่อง เนื้อหาเริ่มเข้มข้นขึ้น ปมต่างๆ ในภาพยนตร์เริ่มหักมุม ความน่ากลัวจากน้อยเริ่มทะยานไปมาก มือของฉันเย็นเยียบ ขณะที่บรรยากาศในโรงเงียบกริบ ทุกอย่างมืดลงมีเพียงเสียงดนตรีที่กระตุ้นให้คนดูหลอนและจินตนาการไปต่างๆ นานาว่าจะมีอะไรมาให้ลุ้นอีก
คุณอาจจะชอบ





