
友人 MA Friend'XXX เปลี่ยนเพื่อนให้เป็นแฟน
ตอน 3
ฉันถดตัวพิงหลังเข้ากับเบาะแน่น ใบหน้าเริ่มแนบไปกับเบาะที่ไอ้นุ่นนั่งอยู่ เสียงลมหายใจเริ่มระส่ำระส่ายจนคนข้างๆ สังเกตได้ชัด มันย่นคิ้วก่อนจะมองหน้าฉันด้วยรอยยิ้มขำ
“กลัวเป็นด้วยเหรอ?” มันหัวเราะ ในขณะที่ฉันหน้าหงิกงอ “มือสั่นเลยดูดิ” มันชี้มาทางมือฉันอย่างนึกตลกก่อนจะเอนตัวหลบฝ่ามือพิฆาตที่ฉันเต็มใจประเคนให้มัน ฉันทำท่าจะตีมันอีก มันเลยใช้มือหนานั่นรับไว้และจับไว้แน่น
หึ... ฉันลอบยิ้มในใจก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะ มือของไอ้นุ่นมันอุ่นมากจนฉันรู้สึกได้ ไอ้คนร่างสูงยิ้มร่าก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ ไอ้ผีนรกนั่นก็โผล่แฮ่เข้าที่หน้าจอ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรี๊ดดังลั่นโรงจนทำเอาฉันหูแทบแตก ฉันหวีดร้องตามไปด้วยก่อนจะเด้งตัวแล้วเอาหัวมุดเข้ากับแผ่นอกของคนใกล้ตัว
“แม่ง” ฉันสบถหงุดหงิดจนไอ้นุ่นหัวเราะชอบใจ
ใช่สิ มันชอบแกล้งฉัน และมีความสุขทุกครั้งที่เห็นฉันเป็นทุกข์
“ตัวเองน่ากลัวกว่าผีอีก ทำเป็นกรี๊ด ขวัญอ่อนนะเราอ่ะ”
ฉันไม่ตอบ แต่แอบเบะปากให้กับคำกล่าวของมันอย่างหมั่นไส้ ฉันบีบมือมันแน่นแล้วซบเข้ากับแผ่นอกนั่นอย่างเงียบๆ ไอ้นุ่นไม่หือไม่อือไม่ได้ว่าอะไร ซ้ำยังนั่งไขว่ห้างดูหนังต่อ
ซึ่งมันก็ดี...
ฉันเหล่สายตาไปยังหน้าจอแล้วบังเกิดความคิดที่ว่าไร้สาระขึ้นมาไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ไอ้นุ่นคงเข้าใจว่าฉันกลัวผีมากแต่แกล้งทำเป็นไม่กลัว ฉันรู้ว่าการแสดงอาการสั่นเล็กน้อยและวี๊ดว้ายบ้างมันทำให้ฉันดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น
แถมยังเป็นผู้หญิงที่ได้ถึงเนื้อถึงตัวมันเป็นพิเศษซะด้วย...
ฉันได้กลิ่นโคโลญจ์อ่อนๆ มันเบาบางและหอมละมุนเหมือนกลิ่นสบู่ เสียงกรีดร้องโหยหวนจากทั่วทุกสารทิศยังคงดังลั่นโรง ในขณะที่ฉันสั่นเล็กๆ พอเป็นกระสัยให้ไอ้นุ่นหัวเราะเล่นๆ แล้วหันมาเอ็นดูฉันตามวิสัยคนใจดีอย่างมันด้วยการลูบหัวปลอบ หารู้ไม่ว่าภายใต้ใบหน้าที่ซบเข้ากับแผ่นอกกำลังยกยิ้มอย่างมีชัยชนะ
ผู้หญิงบนโลกนี้มีอยู่หลายประเภท แต่ที่แน่ๆ ผู้หญิงทุกคนล้วนเจ้าเล่ห์เจ้ากลมาแต่กำเนิดไม่มากก็น้อย แต่บังเอิญฉันดันมีไอ้สิ่งที่เรียกว่ามารยามากไปหน่อย ฉันสามารถตีเนียนหน้านิ่งและใช้ความเป็นเพื่อนเข้าใกล้มันได้ไม่ยาก
แค่นี้ก็เห็นแววชนะใสๆ มาแต่ไกลแล้ว หินโดนน้ำเซาะมันยังกร่อน มีเหรอที่ผู้ชายอย่างไอ้นุ่นโดนฉันอ่อยวันละเล็กวันละน้อยจะไม่เถลไถลเผลอใจมาบ้าง ทว่าด้วยความที่พวกเราเป็นเพื่อนกันฉันจึงต้องแสดงท่าทีสงบไว้ก่อน ไม่ชิงแหวกหญ้าให้งูตื่น ไม่งั้นแทนที่จะได้แฟนแทนเพื่อน อาจจะต้องเสียทั้งเพื่อนแถมยังไม่ได้แฟนอีก
นี่ซีรีบรัมในสมองของฉันสร้างสรรค์มาจากอะไรวะ ถึงได้ฉลาดหลักแหลมขนาดนี้
“นุ่น” ฉันเอ่ยเรียกมันเพื่อจะหาเรื่องคุยหรือพูดนิดๆ หน่อยๆ หากแต่พอเลื่อนสายตามาจ้องใบหน้าขาวสะอาด ฉันก็รู้ทันทีว่าการที่มันนิ่งๆ แล้วไม่โต้ตอบอะไรไม่ใช่เพราะมันไม่ถือที่ฉันแตะต้องตัวมันหรอก
แต่มัน...
ฉันถอนหายใจไม่รู้จะสมเพชให้กับสภาพอนาถของมันดีรึเปล่า ไอ้นุ่นถดตัวลงจนหัวมันแทบจะกลืนลงไปกับเบาะ เหงื่อเม็ดเล็กพร่างพราวเต็มหน้าผาก มือเย็นเฉียบนั่นจับฉันไว้แน่น
“นี่มึงกลัวผีเหรอเนี่ย” ฉันหัวเราะให้กับท่าทีของมัน ขนาดกลัวแม่งยังต้องเก๊ก มันตวัดสายตาดุๆ มามองแล้วปฏิเสธเสียงเรียบแต่โคตรจะไม่เนียน
“เปล่า แค่ลุ้นไปหน่อย”
โห พูดมาได้ ใครจะไปเชื่อ!
“ไม่ได้กลัว” มันพูดแบบนั้นแต่มันดันบีบมือฉันแน่นขึ้นอีก มันบีบมือฉันได้สักพักก็หันใบหน้ามามองฉันนิ่งๆ แม้แสงจากจอภาพยนตร์จะไม่มากนัก แต่ก็มากพอให้ฉันเห็นเค้าโครงใบหน้ารูปไข่และนัยน์ตาฉายแววประหลาดของมันได้
ชั่วขณะที่มันหันกลับ แม้ไม่ถึงสามวินาที...
ฉันก็สังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของคนร่างสูง
ยิ้มทำไมวะ... เครื่องหมายปริศนาปรากฏขึ้นในมันสมองของฉันทันที มันรู้ทันเหรอ? ...ไม่มั้ง มันไม่น่าฉลาดขนาดนั้น ฉันคิดอยู่ในใจก่อนจะเหลือบสายตาไปมองคนข้างๆ อย่างหวาดระแวง
ไม่หรอกมั้ง... ฉันพิจารณารูปหน้าเรียวนั่นหลายครั้งจนคนข้างๆ จับสังเกตได้เลยเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ
“ตกลงจะดูหนังหรือจะดูนุ่น?”
นี่คือความตอแหลอีกประการของไอ้นุ่น มันไม่ขึ้นกูมึงกับใคร แถมยังเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อที่แสนจะมุ้งมิ้ง แปรผกผันกับหน้าตาที่โคตรจะดุ ตัดภาพมาที่ฉัน นอกจากหน้าตาพร้อมตบแล้วยังพูดจาพร้อมมีเรื่องอีกต่างหาก
“ก็หนังมันน่ากลัวอ่ะ เลยดูนุ่นแทน” ฉันแกล้งหยอกมันด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง พร้อมนัยน์ตาพริ้งพราวเจ้าเล่ห์ ไอ้นุ่นยกยิ้มที่มุมปากแล้วหยอกกลับ
“น่ารักอ่ะดิ๊”
คุณอาจจะชอบ





