
สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)
ตอน 2
เมื่อจักรพรรดิน้อยมีท่าทางคิดตรองอยู่พักใหญ่ อู่ซุนต้าเอ่อร์ได้ทีเห็นสวามีเริ่มคล้อยตาม นางจึงเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก ตีถ่านต้องตีตอนที่มันยังร้อน นางถือเช่นนั้น
“...ธรรมเนียมกล่าวไว้ว่า หากพ้นหกเดือนแล้วฮองเฮายังไม่มีวี่แววตั้งครรภ์มังกรให้แต่งตั้งสนม หากพ้นหกเดือนให้หลังสนมยังไม่ตั้งครรภ์เช่นกันให้แต่งตั้งสนมใหม่ เสี่ยวหวง...ท่านคงรู้ว่าข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงเรื่องราวนี้ได้หรอกเพคะ ยิ่งฝ่าฝืนยิ่งมีข้ออ้างให้พวกเขาปลดข้ามากยิ่งขึ้น”
เป็นฮองเฮาใครว่าจะสบายทั้งชาติ นางคนหนึ่งที่ขอค้านคำกล่าวอ้างนี้สุดตัว นอกจากจะต้องปกครองวังหลังที่แสนวุ่นวายในแต่ละวัน คอยดูแลกฎระเบียบของเหล่านางกำนัลที่มีมากมายนับพันคน ปรนนิบัติองค์จักรพรรดิไม่ให้ขาดตกบกพร่องตามหน้าที่ ยังต้องใจกว้างดั่งมหาสมุทรทุกแห่งรวมกันเพื่อให้จักรพรรดิน้อยมีทายาทสืบทอดราชบัลลังก์ให้มากที่สุดอีกด้วย
หากใจแคบไม่ยอมรับสนมเพิ่มก็จะถูกครหาว่าเป็นฮองเฮาที่ไม่ดำเนินตามครรลองที่ควรจะเป็น ฝ่าฝืนจารีตอันพึงปฏิบัติ ยิ่งหึงหวงยิ่งไม่บังควรมากขึ้นไปอีก ผิดพลาดเพียงนิดอาจไม่มีทางให้ถอยแม้สักก้าวเดียว
“จะว่าตามธรรมเนียมนั่นก็ถูกของเจ้า แต่ข้าไม่ได้อยากร่วมหอกับพวกนางเสียหน่อย เพียงแค่มองยังไม่มีอารมณ์จะร่วมหอด้วยสักนิด หาได้งดงามเหมือนเจ้าไม่”
จักรพรรดิน้อยจำต้องยอมรับอย่างไม่อาจขัดได้ ด้วยมันคือกฎที่ปฏิบัติกันมาช้านานในราชวงศ์เพื่อให้มีทายาทมังกรสืบทอดต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน แต่เขาก็ทำใจร่วมหอกับพวกนางไม่ได้จริง ๆ
“ข้าไม่อยากร่วมหอกับพวกนางเลยต้าเอ่อร์”
จะให้เขาทำอย่างไร ในเมื่อมีแต่ใบหน้าของอู่ซุนต้าเอ่อร์ที่ลอยวนอยู่ในห้วงความคิดของเขาอยู่แทบทุกเวลา
“ข้าทราบเพคะเสี่ยวหวง...แต่หากไม่ทำเช่นนี้ข้าจะต้องถูกปลด”
หลังจากหารือกันแล้ว วันต่อมาอู่ซุนต้าเอ่อร์จึงได้มีการประกาศคัดเลือกสนมคนใหม่เข้าวัง ขุนนางหลายคนเห็นว่าโอกาสมาถึงจึงรีบส่งบุตรสาว หลานสาวที่พ้นวัยปักปิ่นมาร่วมคัดเลือกกันมากมายหลายคนทีเดียว
มีสตรีสาวที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมากมายมาสมัครคัดเลือกสนมครั้งนี้ แต่กว่าจะคัดเหลือสามคนสุดท้ายได้ อู่ซุนต้าเอ่อร์ก็เหนื่อยไม่น้อย แม้จะมีสนมเอกอีกสองคนมาช่วยเลือกก็ตาม
“พวกเจ้าทั้งสามจงปรนนิบัติรับใช้องค์จักรพรรดิอย่างดีเถิด”
นางกล่าวทิ้งท้ายเมื่อการคัดเลือกสิ้นสุดลง แม้จะไม่อยากทำเช่นนี้แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ นางมิอาจละเว้นได้
ทว่าแม้จะมีพิธีแต่งตั้งสนมอย่างเป็นทางการแก่ทั้งสามคนแล้วไซร้ จักรพรรดิน้อยก็ยังไม่ยอมไปเยือนตำหนักใดเลยสักที เขาทำเพียงส่งของกำนัลไปให้หลังรับตำแหน่งเท่านั้น ทำให้องค์ฮองเฮาผู้ที่คัดสรรสตรีมากมายถึงกับปวดหัวไม่น้อยกับการดื้อแพ่งเช่นนี้ของสวามี
‘ข้ายอมให้แต่งตั้งสนมตามที่เจ้าบอกแล้ว แต่ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะยอมเข้าหอร่วมเตียงกับพวกนาง เจ้าก็รออีกหกเดือนแล้วค่อยหาสนมใหม่เถิด หากเจ้าไม่ท้องน่ะนะ’
จักรพรรดิน้อยเอ่ยกับนางเมื่อคืนก่อนเสียงนิ่ง ก่อนที่เขาจะสะบัดผ้าห่มคลุมและหันหนีนางอย่างไม่ประสงค์จะต่อปากต่อคำด้วย แต่ครั้นจะให้หาสนมใหม่ทุกหกเดือน อีกหน่อยก็คงมีสนมเดินสวนกันเต็มวังกระมัง!
‘จะให้ข้าเลือกนางสนมทุกหกเดือนก็ไม่ไหวนะเพคะเสี่ยวหวง’
‘จะให้ข้าไปร่วมหอกับสนมอื่นที่ไม่ใช่เจ้า ข้าก็ทำไม่ไหวเช่นกัน’
นั่นปะไร! ดื้อดึงไม่ต่างอันใดกับบุตรติดมารดา
หลังจากนั้นไม่นานนักการไม่ยอมเข้าหอร่วมเตียงกับสนมก็ทำให้เหล่าขุนนางไม่พอใจขึ้นมาอีกระลอก คราวนี้พวกเขาเริ่มแข็งข้อกับองค์จักรพรรดิมากขึ้น บ้างก็ขาดประชุมไม่ยอมมาหารือเรื่องราชการแผ่นดิน
การยกเรื่ององค์ฮองเฮาไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้จึงกลับมาอีกครั้ง
“ฝ่าบาท หากพระองค์ไม่ยอมร่วมหอกับสนมเลยสักนาง เช่นนั้นโปรดทรงปลดฮองเฮาพระองค์นี้ส่งกลับเผ่าของนางแล้วแต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่เถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอทรงโปรดพิจารณาปลดฮองเฮาด้วยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขุนนางทั้งหมดเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียง ด้วยต้องการกดดันให้องค์จักรพรรดิปลดฮองเฮาจากชนเผ่าห่างไกลนั่นเสีย
“ปลดฮองเฮาของข้าหรือ...ให้ข้าปลดนางเช่นนั้นข้าปลดพวกเจ้าทั้งหมดนี่ไม่ง่ายกว่าหรือ”
เมื่อถูกกดดันจากเหล่าขุนนาง เขาก็อยากจะกดดันพวกนั้นคืนบ้าง จะเป็นไรไปหากเขาจะเลือกปลดขุนนางทุกคนด้วยความพอใจของตน ในเมื่อเขาถูกมองว่าเป็นจักรพรรดิผู้โหดร้ายอยู่แล้ว
“.......”
ท้องพระโรงปกคลุมไปด้วยความเงียบ ไม่มีขุนนางคนใดกล้าพูดขึ้นมาอีก ด้วยกลัวอาญาจะตกที่ตนเองและครอบครัวเบื้องหลัง พวกเขาจึงได้แต่เก็บความไม่พอใจอยู่เงียบ ๆ
“แต่หากพวกเจ้าอยากให้ข้าลองร่วมหอกับบรรดาสนมบ้างข้าก็จะลองดู เอาเป็นว่าวันพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้าข้าจะถือว่าเป็นฤกษ์ยามดีก็แล้วกัน”
จักรพรรดิเอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ ทำให้ขุนนางที่ก้มหน้างุดมองหน้ากันด้วยความยินดี ไม่คิดว่าพระองค์จะเปลี่ยนใจขึ้นมา
โดยไม่รู้เลยว่าเขามีแผนการที่วางเอาไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว...
คุณอาจจะชอบ





