ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิผู้สูงส่งหรือบัณฑิตผู้มีความรู้ ต่างก็ต้องยอมสยบให้แก่ภรรยาตัวน้อย โดยเฉพาะสองอาหลานแห่งราชวงศ์จิ่งที่มักถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ ชุนเสี่ยวป๋ายตัดสินใจรุกจีบบัณฑิตหนุ่มใหญ่เหลียนไช่ด้วยตัวเอง เพราะหากรอช้าคงไร้วาสนาจะได้ครองคู่กัน ขณะที่อู่ซุนต้าเอ่อร์ต้องรับมือกับพายุรักอันเร่าร้อนของจักรพรรดิจิ่งซานหวง แม้นางจะพยายามถีบเขาตกเตียงหรือเขาสรรหาข้ออ้างหลบเลี่ยงการร่วมเตียงเพียงใด สุดท้ายนางก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือสามีจอมเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะจับนางกินทุกค่ำคืน
ตอน
แชร์

ตอน 3

จักรพรรดิน้อยขมวดขนงมุ่นตลอดช่วงบ่าย เขาเดินวนไปมาเพื่อคิดหาทางออกให้แก่ตนเอง เหล่าขุนนางไม่มีทีท่าจะยอมแพ้โดยง่าย ถึงตอบปัดออกไปอย่างไรก็ไม่พ้นต้องวกกลับมาถามไถ่อีกอยู่ดี

“น่ารำคาญใจเสียจริง” จักรพรรดิน้อยพึมพำ

“ยัดเยียดสนมให้แก่ข้าไม่ยอมเลิก น่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก”

เมื่อหลีกเลี่ยงเรื่องที่จะต้องเข้าหอกับเหล่าสนมไม่ได้แล้ว เขาก็คิดหาอุบายใหม่ พอวันเข้าหอใกล้เข้ามาเขาก็เริ่มล้มป่วยกระเสาะกระแสะจนแรงไม่ค่อยมี บรรดาขุนนางต่างก็ไม่พอใจที่เหตุการณ์กลายเป็นเช่นนี้ แต่ในเมื่อเป็นเรื่องใหญ่จึงได้แต่สงสัย ไม่มีใครกล้าออกความเห็น

“แค่ก ๆ”

จักรพรรดิน้อยกระแอมไอออกมา ใบหน้าอิดโรยคล้ายคนหมดแรง เขายื่นแขนให้หมอหลวงได้จับชีพจรเพื่อตรวจดู

“.......”

หมอหลวงตรวจแล้วก็ถึงกับถอนหายใจ สายตาขององค์จักรพรรดิก็ลอบกดดันเขาเหมือนมีคมดาบจ่ออยู่ที่ลำคอ สายตาของเสนาบดีอาวุโสที่นั่งอยู่ด้านหลังรอผลตรวจเองก็กดดันไม่แพ้กัน จนเขาไม่รู้จะเอ่ยปากออกมาอย่างไรดี

“อาการขององค์จักรพรรดิเป็นอย่างไรบ้าง”

เสนาบดีมองใบหน้าซีดเซียวของจักรพรรดิน้อยสลับกับสีหน้าหนักใจของหมอหลวงแล้วก็อยากจะรู้เต็มแก่ว่าเป็นอย่างไรกันแน่

“องค์จักรพรรดิทรงมีพระวรกายอ่อนแอเนื่องมาจากอาการอ่อนเพลียสะสม ชีพจรเต้นอ่อนจนจับแทบไม่ได้ ทรงหายใจไม่เต็มปอด คงเป็นเพราะทรงหักโหมมากจนเกินไปทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอขอรับ”

หมอหลวงวินิจฉัยอาการโดยไม่ได้ลงรายละเอียดว่าหักโหมของจักรพรรดิน้อยนั้นหมายถึงเรื่องใด แต่ก็ทำให้คนฟังอีกหลายคนหูแดงได้ไม่น้อย ด้วยต่างรู้กันดีว่าองค์จักรพรรดินั้นร่วมหอกับองค์ฮองเฮาจากเผ่าจงเฉินอย่างหักโหมเพียงใด

“ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเชียวหรือท่านหมอ”

“ขอรับ องค์จักรพรรดิจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ”

“แล้วเช่นนี้เรื่องทายาทเล่า” ขุนนางคนหนึ่งเอ่ยปากถามออกมาอย่างลืมตน เป็นผลให้องค์จักรพรรดิน้อยตวัดตามองอย่างไม่สบอารมณ์นัก

นี่ขนาดเขาเจ็บป่วย พวกมันยังจะคิดถึงแต่เรื่องทายาทอีกหรือไง!

“ที่ข้าถามเพียงต้องการทราบว่าองค์จักรพรรดิจะให้กำเนิดทายาทได้อย่างสมบูรณ์ดีหรือไม่ขอรับ”

ขุนนางผู้นั้นแก้ต่าง แต่ไม่ว่าจะฟังอย่างไรก็ไม่ได้ดูดีขึ้นเลยสักนิด

“หากพระวรกายไม่แข็งแรง ย่อมยากที่จะให้กำเนิดทายาทขอรับ”

พอเสนาบดีทั้งสามได้ยินอย่างนั้นก็หน้าเสียไปตาม ๆ กัน ต่างคนต่างก็คิดว่าช่างบังเอิญเหลือเกินที่ทรงประชวรในตอนนี้พอดิบพอดี แต่เมื่อคิดทบทวนถึงช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาก็พอเข้าใจได้ ขนาดทรงร่วมหอกับฮองเฮาแทบทุกราตรีก็ยังไร้วี่แววตั้งครรภ์โอรสสวรรค์ อาจเพราะพระวรกายอ่อนแออย่างที่หมอหลวงว่าจริง ๆ

“เช่นนั้นจะมีทางรักษาหรือไม่ท่านหมอ”

เสนาบดีอาวุโสถามอย่างร้อนใจ หากจักรพรรดิน้อยไม่สามารถมีทายาทได้เลยย่อมเป็นปัญหาใหญ่แน่ แคว้นนี้จะไม่มีผู้สืบทอดบัลลังก์ ทายาทร่วมสายโลหิตของพระองค์คนอื่นก็ถูกอดีตอ๋องสิบเจ็ดสังหารสิ้นนับแต่เขาชิงบัลลังก์มาจากอดีตจักรพรรดิแล้ว

“ข้าแนะนำว่าให้ทูลเชิญองค์จักรพรรดิไปพักผ่อนที่วังฤดูร้อนคงจะดีขอรับ ให้พระองค์ทรงพักผ่อนพระวรกายอย่างเงียบ ๆ” หมอหลวงแนะนำ

“หากพักผ่อนแล้ว พระวรกายจะกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดีใช่หรือไม่”

“ขอรับท่านเสนาบดี” หมอหลวงตอบ “ข้าแนะนำให้ทูลเชิญองค์จักรพรรดิไปที่วังฤดูร้อน เนื่องจากที่นั่นเหมาะแก่การพักผ่อนและฟื้นฟูพระวรกาย”

เหล่าเสนาบดีได้ฟังก็ขบคิดกันอย่างหนัก การแปรพระราชฐานของจักรพรรดิไม่ใช่เรื่องเล็ก ทั้งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและยังต้องคำนึงถึงราชกิจแผ่นดินที่ต้องจัดการอีกด้วย แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นก็จำต้องทำตามคำของหมอหลวง ในฐานะที่เขาจะต้องถวายการรักษาตลอดแม้จะแปรพระราชฐานไปพักที่ใดก็ตาม

“เช่นนั้นก็เห็นสมควรที่จะต้องทูลเชิญองค์จักรพรรดิไปพักที่นั่นสักระยะเถิด”

เสนาบดีกล่าวกับหมอหลวงอย่างยินยอม หากพระวรกายองค์จักรพรรดิยังเป็นเช่นนี้เห็นทีอาณาจักรจะอ่อนแอลงได้ ด้วยไร้ผู้ครองบัลลังก์ที่ทรงอำนาจ

องค์จักรพรรดินอนฟังด้วยสีหน้าอิดโรยอย่างคนไร้เรี่ยวแรงโดยแท้ ดวงเนตรของเขาเลื่อนลอยแต่ในใจกลับลอบยิ้มเจ้าเล่ห์สมปรารถนา

“ข้าจะออกประกาศให้ทราบโดยทั่วว่าองค์จักรพรรดิจะเสด็จไปประทับที่วังฤดูร้อน”

เสนาบดีก็เสนาบดีเถิด จะสู้ความเฉลียวฉลาดของเขาได้อย่างไรเล่า!

ข่าวการเสด็จขององค์จักรพรรดิสร้างความกังวลใจให้ผู้คนในวังหลวงมิใช่น้อย แม้แต่เหล่าสนมเองที่เมื่อได้รับประกาศเลื่อนการเข้าหอในครานี้จากองค์ฮองเฮาก็กังวลฟุ้งซ่าน ด้วยพวกนางกำลังจะได้ถวายงานรับใช้องค์จักรพรรดิในไม่ช้านี้แล้ว จู่ ๆ พระองค์กลับล้มป่วยลงเสียได้

เพื่อความแนบเนียนยิ่งขึ้น นับตั้งแต่ป่วยจักรพรรดิน้อยก็ไม่เสด็จตำหนักฮองเฮาอีกเลย ทำให้หลายคนเชื่อว่าพระองค์ป่วยจริง จะมีก็แต่อู่ซุนต้าเอ่อร์เท่านั้นที่รู้ทันสวามีของตนดี

ตอนที่นางได้รับข่าวจากคนของตำหนักใหญ่ว่าสวามีของนางป่วยจนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อก็ตกใจไม่ต่างจากคนอื่น เพราะเขาไม่ได้บอกนางเอาไว้ล่วงหน้าแม้แต่น้อย

คนแข็งแรงราวกับโคถึกถึงเพียงนั้นมีหรือวันดีคืนดีจะล้มป่วยโดยง่ายเช่นนี้...

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ท่านอา อย่าร่ำสุรา
8.2
เจียลี่เฝ้ามองท่านอาหวังผู้เอาแต่ดื่มสุราจนละเลยเรื่องสตรี เมื่อเขาเอ่ยปากให้เธอหาโสเภณีมาปรนนิบัติ เด็กสาวผู้พิการและต่ำต้อยกลับปฏิเสธด้วยความเจียมตัว ทว่าเขากลับไม่เคยดูแคลนเธอเหมือนคนอื่น ซ้ำยังข่มขวัญด้วยคำกระซิบว่าตนเองคืออสุรกายร้ายที่จ้องจะลิ้มลองกลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่น ท่ามกลางความเมามายและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน หัวใจของเจียลี่เริ่มสั่นคลอนไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของชายที่เธอเทิดทูนเหนือใครในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน
9.1
ตงฟางลี่หยาง แม่ทัพผู้เย็นชาแห่งแคว้นเทียนหยวนใช้ชีวิตเพื่อรอวันสะสางความแค้นต่ออดีตสหายอย่างสาสม ทว่าหัวใจที่มืดมนกลับสั่นคลอนเมื่อโชคชะตาจากหยกบุบผานำพาหลิงลี่ย่า หมอหญิงสาวผู้ข้ามเวลามาจากโลกยุคปัจจุบันให้มาพบกัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตราย แม่ทัพหนุ่มจอมโหดกลับต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามไล่ล่าและจับกุมสตรีผู้กุมหัวใจคนนี้มาเป็นของเขาให้ได้ เรื่องราวความรักข้ามมิติที่เต็มไปด้วยความแค้นและการตามหาหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เจียงซินเฟย จันทราตำหนักเย็น
8.5
เจียงซินเฟยเป็นเพียงพระสนมชั้นผู้น้อยที่ถูกลืมเลือนอยู่ในมุมมืดของวังหลัง แม้แต่พระนามของนางฮ่องเต้ก็ยังทรงจำไม่ได้ ทว่าค่ำคืนแห่งวสันต์เพียงคืนเดียวกลับตราตรึงอยู่ในหฤทัยอย่างประหลาด ท่ามกลางภาระงานราชกิจอันหนักอึ้งที่ทำให้จักรพรรดิผู้เย็นชาละเลยเรื่องสตรี สิ่งที่สั่นคลอนความรู้สึกของพระองค์กลับไม่ใช่ความเร่าร้อน แต่เป็นแววตาอันแสนโศกเศร้าของนางที่สะท้อนท่ามกลางความเงียบเหงาในตำหนักเย็นแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ
8.7
ภายใต้ภาพลักษณ์ของจ้าวเยว่ สตรีผู้แสนเกียจคร้านจนคนรอบข้างต่างพากันส่ายหน้าและดูถูกเหยียดหยาม กลับซ่อนเร้นความสามารถอันไร้เทียมทานดุจดั่งคมดาบที่ถูกเก็บงำไว้ในฝักอย่างมิดชิด ทว่าเมื่อภัยอันตรายเริ่มคืบคลานเข้ามาคุกคามสามีผู้เป็นที่รัก นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องละทิ้งหน้ากากแห่งความเฉื่อยชา แล้วปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาเพื่อปกป้องเขาให้พ้นจากอันตราย ถึงเวลาที่ความลับของนางจะต้องถูกเปิดเผยให้โลกได้รับรู้