ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิผู้สูงส่งหรือบัณฑิตผู้มีความรู้ ต่างก็ต้องยอมสยบให้แก่ภรรยาตัวน้อย โดยเฉพาะสองอาหลานแห่งราชวงศ์จิ่งที่มักถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ ชุนเสี่ยวป๋ายตัดสินใจรุกจีบบัณฑิตหนุ่มใหญ่เหลียนไช่ด้วยตัวเอง เพราะหากรอช้าคงไร้วาสนาจะได้ครองคู่กัน ขณะที่อู่ซุนต้าเอ่อร์ต้องรับมือกับพายุรักอันเร่าร้อนของจักรพรรดิจิ่งซานหวง แม้นางจะพยายามถีบเขาตกเตียงหรือเขาสรรหาข้ออ้างหลบเลี่ยงการร่วมเตียงเพียงใด สุดท้ายนางก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือสามีจอมเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะจับนางกินทุกค่ำคืน
ตอน
แชร์

ตอน 1

ความวุ่นวายมาเยือนแก่องค์จักรพรรดิน้อยอีกครั้ง เมื่อเขาเพียรเสด็จแต่ตำหนักฮองเฮาไม่เว้นวัน เสร็จงานราชการยามใดก็รีบไปประทับที่นั่น ทว่าเขากลับยังไม่มีทายาทสืบทอดเสียทีและยังไม่มีท่าทีข้องแวะกับสนมนางกำนัลคนใดด้วย จึงเกิดคำครหานินทาขึ้นมากมายจนเหล่าขุนนางต้องรวมตัวกันมาประท้วงที่ท้องพระโรง

“พระองค์ควรเสด็จไปตำหนักสนมบ้างนะพ่ะย่ะค่ะ จนป่านนี้ยังไม่มีวี่แววว่าองค์ฮองเฮาจะให้กำเนิดทายาทเลย กระหม่อมเกรงว่าบ้านเมืองอาจจะระส่ำระส่ายไม่มั่นคงได้พ่ะย่ะค่ะ”

ขุนนางอาวุโสผู้หนึ่งกล่าวขึ้น คนอื่นที่เหลือก็รีบส่งเสียงสนับสนุนตามมา พาให้จักรพรรดิน้อยถอนหายใจอย่างเอือมระอา

“พวกท่านจะกังวลอันใดมากมายท่านเสนาบดี ข้ายังแข็งแรงถึงเพียงนี้ยังไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

“ตรัสเช่นนั้นไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะองค์จักรพรรดิ เรื่องรัชทายาทเป็นเรื่องใหญ่ หากทรงละเลยจะยุ่งยากในกาลข้างหน้านะพ่ะย่ะค่ะ”

“กระหม่อมเห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ หากองค์ฮองเฮาทรงให้กำเนิดทายาทไม่ได้ก็เท่ากับบกพร่องต่อหน้าที่ ตามธรรมเนียมจะต้องถูกปลดนะพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงคัดค้านดังลั่นทั่วท้องพระโรงจนไม่รู้ว่าผู้ใดกล่าวออกมาบ้าง เหล่าขุนนางต่างพากันโน้มน้าวจักรพรรดิน้อยจนถึงขั้นเอาอู่ชุนต้าเอ่อร์ของเขามาขู่กลาย ๆ ด้วยรู้ว่านั่นคือสิ่งที่จักรพรรดิน้อยให้ความสำคัญเป็นอันมาก

“หากพระองค์ไม่ประสงค์จะเข้าหอกับสนมที่มีอยู่ ก็โปรดให้องค์ฮองเฮาผู้มีน้ำพระทัยยิ่งใหญ่ทรงแต่งตั้งสนมขึ้นมาใหม่เพื่อถวายการรับใช้ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

ขุนนางยืนกรานเสียงหนักแน่น ด้วยเพราะทราบดีว่าจักรพรรดิน้อยไม่มีทางโต้แย้งได้ ฮองเฮาจากชนเผ่าทางเหนือนั่นได้เข้าเฝ้าปรนนิบัติทุกคืนค่ำ ทว่าจนบัดนี้ก็หาได้มีวี่แววขององค์รัชทายาท

“โปรดตระหนักถึงเรื่องนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ฝ่ายองค์จักรพรรดิได้ฟังดังนั้นก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโหพลุ่งพล่านจนอยากจะสั่งประหารใครสักคนในท้องพระโรงแห่งนี้ ลบหลู่เขาเพียงคนเดียวเขายังพอทำหูหวนลมได้อยู่ แต่บังอาจลบหลู่ฮองเฮาที่รักของเขาพวกมันช่างกล้าหาที่ตายนัก!

แต่เพราะพวกมันเอาเรื่องนี้มาขู่ จักรพรรดิน้อยจึงไม่อาจอาละวาดได้ดังใจนึก เพราะหากเขาทำไปโดยไม่ยั้งคิดผลเสียย่อมเกิดกับองค์ฮองเฮามิใช่ตัวเขาที่ครองบัลลังก์อยู่เป็นแน่

“ข้าซาบซึ้งนักที่พวกท่านเป็นห่วงบัลลังก์ของข้าถึงเพียงนี้ เอาเป็นว่าข้าจะกลับไปคิดดูอีกที”

พอจักรพรรดิน้อยตรัสเช่นนั้น เหล่าขุนนางก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยนึกกลัวว่าเขาจะไม่พอพระทัยจนอาละวาดขึ้นมา ทว่าพระองค์กลับยอมรับโดยง่ายผิดวิสัยบุรุษผู้ใจร้อนจนน่าแปลกใจยิ่ง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าพระพักตร์ขององค์จักรพรรดินั้นบูดบึ้งเพียงใด

เรื่องอันใดข้าจะต้องยอมทิ้งต้าเอ่อร์ไปนอนกับสนมอื่นเล่า!

เมื่อกลับมาอยู่ในห้องบรรทมยามราตรีกับอู่ซุนต้าเอ่อร์ตามลำพัง จักรพรรดิน้อยจึงเล่าเรื่องราวในท้องพระโรงวันนี้ให้นางฟังด้วยความหงุดหงิด ในใจยังคุกรุ่นอยู่ตลอด

“กล้าดียังไงมาบีบบังคับให้ข้ารับสนมใหม่ ไม่รู้ว่าข้าหรือพวกเสนาบดีนั่นกันแน่ที่เป็นจักรพรรดิของแคว้นนี้!”

เขากล่าวเสียงดังอย่างไม่สบอารมณ์ ตรองดูกี่รอบก็รู้ว่าพวกนั้นสนใจอำนาจของตนมากกว่า แม้นจะให้ฮองเฮาของเขาเป็นผู้คัดเลือกแต่ก็คงส่งบุตรหลานสักคนของตระกูลตนเข้ามาเป็นสนมอยู่ดี

“ขุนนางพวกนั้นหาได้มีความจริงใจต่อข้าไม่ พวกมันคงไม่ได้หวังทายาทของข้าหรอก เพียงแค่หวังทายาทที่เกิดจากบุตรสาวในตระกูลตนเองก็เท่านั้น!”

“ใจเย็นก่อนเพคะเสี่ยวหวง ที่ขุนนางพวกนั้นกล่าวทูลก็ไม่ผิด ตำแหน่งของข้าสมควรจะมีทายาทได้แล้ว”

“แต่พวกมันบีบบังคับให้ข้าทิ้งเจ้าไปเข้าหอกับสนม”

อู่ซุนต้าเอ่อร์เห็นสวามีโมโหร้ายเช่นนี้ก็ได้แต่ปลอบใจอยู่เคียงข้าง แม้นางจะอยากให้เขายอมไปหาสนมเหล่านั้นบ้าง แต่เขาก็ใจแข็งไม่ยอมท่าเดียวจึงเกิดปัญหาตามมาเช่นที่คาดไว้ไม่มีผิด

“ทรงรับสนมใหม่ตามที่พวกเขาเสนอเถิดเพคะ”

นางคิดทบทวนแล้วน่าจะเป็นวิธีที่กระทบกับทุกคนน้อยที่สุด จะว่าเห็นแก่ตัวก็ไม่ได้ แต่นางก็จำต้องปกป้องตำแหน่งฮองเฮาที่ครองอยู่ตอนนี้เช่นกัน

“เจ้าเห็นด้วยหรือต้าเอ่อร์ ไม่หวงข้าหรือไร”

จักรพรรดิน้อยถามพลางสะบัดหน้าหนีด้วยความน้อยใจ หึ...เขาอุตส่าห์กลัวนางจะน้อยใจเรื่องนี้ แต่นางกลับจ้องจะผลักไสเขาให้ไปหาสนมอื่นอยู่เรื่อย มันน่าน้อยใจนักเชียว

“ข้าหวงท่านมากเพคะเสี่ยวหวง แต่หากท่านละเลยจารีตที่พึงปฏิบัติเช่นนี้ เหล่าขุนนางก็จะเอามาเป็นข้ออ้างให้ปลดข้าจากตำแหน่งแล้วส่งกลับเผ่าจงเฉิน เราอาจไม่ได้พบกันชั่วชีวิตเลยนะเพคะ”

อู่ซุนต้าเอ่อร์ทูลความจริง จะมองอย่างไรเรื่องนี้ก็มีแต่ต้องยินยอมให้องค์จักรพรรดิน้อยไปร่วมหลับนอนกับสนมอื่น

“หากยอมไปนอนกับเหล่าสนม พวกเขาจะไม่มีข้ออ้างที่มากพอจะปลดข้าอีก...”

เมื่อฮองเฮาให้เหตุผลอย่างนั้นเขาก็เริ่มคิดตามอย่างใจเย็นลง จริงดังที่นางว่าและมันก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด เพียงแค่คิดว่าเขาต้องห่างจากนางตลอดไปเขาก็ใจแทบขาดรอน

เขาจะไม่ยอมเสียนางไปตลอดชีวีตที่เหลือเป็นแน่

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ท่านอา อย่าร่ำสุรา
8.2
เจียลี่เฝ้ามองท่านอาหวังผู้เอาแต่ดื่มสุราจนละเลยเรื่องสตรี เมื่อเขาเอ่ยปากให้เธอหาโสเภณีมาปรนนิบัติ เด็กสาวผู้พิการและต่ำต้อยกลับปฏิเสธด้วยความเจียมตัว ทว่าเขากลับไม่เคยดูแคลนเธอเหมือนคนอื่น ซ้ำยังข่มขวัญด้วยคำกระซิบว่าตนเองคืออสุรกายร้ายที่จ้องจะลิ้มลองกลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่น ท่ามกลางความเมามายและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน หัวใจของเจียลี่เริ่มสั่นคลอนไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของชายที่เธอเทิดทูนเหนือใครในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน
9.1
ตงฟางลี่หยาง แม่ทัพผู้เย็นชาแห่งแคว้นเทียนหยวนใช้ชีวิตเพื่อรอวันสะสางความแค้นต่ออดีตสหายอย่างสาสม ทว่าหัวใจที่มืดมนกลับสั่นคลอนเมื่อโชคชะตาจากหยกบุบผานำพาหลิงลี่ย่า หมอหญิงสาวผู้ข้ามเวลามาจากโลกยุคปัจจุบันให้มาพบกัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตราย แม่ทัพหนุ่มจอมโหดกลับต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามไล่ล่าและจับกุมสตรีผู้กุมหัวใจคนนี้มาเป็นของเขาให้ได้ เรื่องราวความรักข้ามมิติที่เต็มไปด้วยความแค้นและการตามหาหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เจียงซินเฟย จันทราตำหนักเย็น
8.5
เจียงซินเฟยเป็นเพียงพระสนมชั้นผู้น้อยที่ถูกลืมเลือนอยู่ในมุมมืดของวังหลัง แม้แต่พระนามของนางฮ่องเต้ก็ยังทรงจำไม่ได้ ทว่าค่ำคืนแห่งวสันต์เพียงคืนเดียวกลับตราตรึงอยู่ในหฤทัยอย่างประหลาด ท่ามกลางภาระงานราชกิจอันหนักอึ้งที่ทำให้จักรพรรดิผู้เย็นชาละเลยเรื่องสตรี สิ่งที่สั่นคลอนความรู้สึกของพระองค์กลับไม่ใช่ความเร่าร้อน แต่เป็นแววตาอันแสนโศกเศร้าของนางที่สะท้อนท่ามกลางความเงียบเหงาในตำหนักเย็นแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ
8.7
ภายใต้ภาพลักษณ์ของจ้าวเยว่ สตรีผู้แสนเกียจคร้านจนคนรอบข้างต่างพากันส่ายหน้าและดูถูกเหยียดหยาม กลับซ่อนเร้นความสามารถอันไร้เทียมทานดุจดั่งคมดาบที่ถูกเก็บงำไว้ในฝักอย่างมิดชิด ทว่าเมื่อภัยอันตรายเริ่มคืบคลานเข้ามาคุกคามสามีผู้เป็นที่รัก นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องละทิ้งหน้ากากแห่งความเฉื่อยชา แล้วปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาเพื่อปกป้องเขาให้พ้นจากอันตราย ถึงเวลาที่ความลับของนางจะต้องถูกเปิดเผยให้โลกได้รับรู้