ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีของเธอป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต เธอไปส่งไป๋เยว่กวงไปคลอดลูก

สามีของเธอป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต เธอไปส่งไป๋เยว่กวงไปคลอดลูก

ในวันวาเลนไทน์ที่ควรจะมีความสุข ฉันกลับได้รับข่าวร้ายว่าตนเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่ถึงเดือน ท่ามกลางความสิ้นหวัง ป๋อซือเหนียนสามีของฉันกลับสารภาพว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนอื่น แม้เขาจะยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางกายและยังรักฉันที่สุด แต่หัวใจของเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว ฉันที่ไร้เรี่ยวแรงจะยื้อแย่งจึงยอมตกลงให้พวกเขาคบกัน เพราะสำหรับคนที่กำลังจะตายอย่างฉัน การโวยวายหรือโกรธเคืองนั้นไม่มีความหมายอีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ของจีน ฉันถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนที่จะมีชีวิตอยู่

ขณะที่ฉันกำลังจมอยู่กับความมืดมนและความหวาดกลัว ป๋อซือเหนียนก็ทำหน้าตาทุกข์ทรมาน คุกเข่าลงตรงหน้าฉัน

“ซวงซวง ขอโทษนะ ฉันตกหลุมรักผู้หญิงอีกคนหนึ่งแล้ว ”

เขาพูดอย่างจริงจัง พร้อมให้คำมั่นสัญญา

“ฉันไม่ได้ทรยศต่อการแต่งงานของเรา เรามีความผูกพันทางใจ ฉันกับเธอคนนั้นจะไม่มีความสัมพันธ์ทางร่างกาย ความรู้สึกและคำมั่นที่ฉันมีต่อเธอจะไม่เปลี่ยนไป ฉันจะทำหน้าที่สามีต่อไปเสมอ

” ฉันกำแน่นรายงานการวินิจฉัย พยายามบีบคำออกมาจากลำคอว่า

“ตกลง…ฉันยกให้พวกเธอก็แล้วกัน”

ป๋อซือเหนียนตกใจและตื่นตระหนก รีบโอบฉันแน่น

“ซวงซวง อย่าทิ้งฉันนะ ฉันรักเธอคนนั้น แต่ฉันรักเธอมากกว่า อย่าโกรธฉันเลย อย่าทะเลาะกับฉันนะ”

ฉันยิ้มเจื่อนๆ ออกมา

“ไม่หรอก”

คนที่กำลังจะตายแล้ว ไม่มีอะไรต้องร้องไห้ฟูมฟายอีก

ป๋อซือเหนียนโล่งอก จับมือที่เย็นเฉียบของฉันไว้แน่น

“ทำไมหน้าซีดขนาดนี้ อีกแล้วใช่ไหม กระเพาะไม่สบายอีกแล้วหรือเปล่า ”

ความปวดบิดในท้องกลับมาเล่นงานอีกครั้ง

ฉันอยากบอกเขาว่าฉันเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ฉันกำลังจะตายแล้ว

ถึงเขายังห่วงใยฉัน แต่ฉันกลับเห็นได้ชัดว่าใจเขาลอยไปที่อื่นแล้ว

“คุณมีอะไรอยากบอกฉันอีกหรือเปล่า”

สายตาของเขาหลบเลี่ยง ไม่มองหน้าฉัน ก้มมองปลายเท้าตัวเอง ตะกุกตะกักไม่พูดออกมา

ฉันสูดหายใจลึก

“พูดมาเถอะ ฉันเตรียมใจไว้แล้ว ”

ป๋อซือเหนียนเอ่ยอย่างลังเล เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่กลับดังเหมือนฟ้าผ่าในหูฉัน

“เซียวเซียวท้องได้เก้าเดือนแล้ว ”

สมองฉันอื้อไปหมด

เขารีบพูดแก้ตัวอย่างลนลาน

“ฉันกับเซียวเซียวไม่ได้มีอะไรทางร่างกาย เด็กคนนั้นเกิดจากการใช้เทคโนโลยีช่วยในการมีลูก”

กลัวฉันจะรับไม่ไหว เขาจึงพยายามอธิบายด้วยเหตุผลที่มีช่องโหว่มากมาย

“ซวงซวง เธอเคยอยากมีลูกมาตลอด แต่เพราะร่างกายเลยไม่สามารถมีได้ พอเซียวเซียวคลอดแล้ว เราสองคนก็จะเลี้ยงเด็กด้วยกัน เด็กจะเรียกเธอว่าแม่ เขาก็เป็นลูกของเราเหมือนกัน”

ฉันนั่งนิ่งมองริมฝีปากที่ขยับขึ้นลงของเขา เสียงหึ่งดังในหูจนจับความหมายแทบไม่ได้

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ในแววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและความลำบากใจของเขา ฉันได้ยินเสียงของตัวเอง

“ตกลง”

ป๋อซือเหนียนชะงักไป ก่อนจะตื่นเต้นดีใจ รีบกอดฉันแน่น น้ำตาแห่งความจริงใจเอ่อออกมาจากดวงตา

“ซวงซวง ขอบคุณนะ”

เขากอดฉันแรงมาก จนกระเพาะถูกกดดัน กลิ่นเลือดผสมกรดในกระเพาะลอยขึ้นมาถึงลำคอ

ฉันรีบหันหน้าหนี ลุ้นว่าป๋อซือเหนียนจะสังเกตเห็นความผิดปกติของฉันหรือไม่

เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอก โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร

แต่เวลานี้เขามัวแต่มีความสุข แววตาที่ดำลึกของเขาส่องประกายที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

“เซียวเซียวเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ฉันมั่นใจว่าเมื่อเธอได้เจอ เธอก็จะชอบเธอเหมือนกัน!”

หัวใจฉันเต้นช้าลงครึ่งจังหวะ ยิ้มทั้งขมขื่นทั้งโล่งใจ

ใจของเขาไม่ได้อยู่กับฉันมานานแล้ว วันที่ฉันจากไป เขาคงไม่เสียใจนัก

จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

ป๋อซือเหนียนรีบไปเปิดประตูด้วยท่าทีร้อนรน

เธอเพิ่งก้มลง เขาก็รีบคุกเข่าครึ่งตัวช่วยเธอถอดรองเท้าเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ

ทันทีที่เข้ามา เธอก็ทรุดตัวลงคำนับตรงหน้าฉัน

“พี่คะ ขอโทษนะ”

ป๋อซือเหนียนก็คำนับตามไปด้วย รีบพูดปกป้องเธอ

“ซวงซวง นี่คือเซียวเซียว ความผิดเป็นของฉันเอง ฉันห้ามใจไม่ได้เลยเผลอไปใกล้ชิดกับเธอ”

ตรงอกฉันเจ็บราวกับถูกทุบ ความเจ็บปวดในกระเพาะถูกกลบลงไปทันที

เห็นทั้งคู่คำนับต่อหน้าฉัน ภายในใจฉันกลับแวบผ่านความรู้สึกประหลาดที่บอกไม่ถูก ทั้งอึดอัด ทั้งคันคะเยอ ทั้งเจ็บแปลกๆ

พูดตามตรง ถ้าป๋อซือเหนียนไม่ใช่สามีของฉัน ฉันคงคิดว่าพวกเขาคู่ควรกันจริงๆ

เธอมีผมดำยาวเป็นลอน ริมฝีปากแดงสด บุคลิกสดใส แม้ท้องโตนูนก็ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์

สองคนที่คำนับตรงหน้าฉัน เหมือนคู่รักที่ถูกครอบครัวกีดกันแต่ก็ยังอยากอยู่ด้วยกัน

แต่หนึ่งคือสามีที่รักกันมาสิบปี อีกหนึ่งคือคนที่เขาเผลอใจไปหา

ฉันกดกลืนรสเลือดคาวในลำคอ พยายามจะเอื้อมมือพยุงเซียวเซียวขึ้น

“เธอตั้งครรภ์อยู่ พื้นเย็น ระยะคลอดก็คงใกล้แล้ว ถ้าไม่รังเกียจ ก็มาพักอยู่ที่นี่เถอะ ป๋อซือเหนียนจะได้ดูแลเธอง่ายขึ้น”

พอพูดออกไป ฉันกลับรู้สึกโล่งใจ

ฉันเหลือเวลาไม่มากแล้ว ส่วนในท้องของเซียวเซียวกำลังมีชีวิตใหม่ที่กำลังจะลืมตาดูโลก ฉันควรหลีกทางให้แล้ว

“ไม่ต้องหรอก”

ป๋อซือเหนียนรีบประคองเธอขึ้นมา ระวังปกป้องทั้งตัวเธอและท้องที่โต

หัวใจฉันถูกบาดเจ็บอีกครั้ง ความปวดบิดในท้องพุ่งกลับมาอีก

เซียวเซียวมองเขาอย่างตัดพ้อ แต่หันมาหาฉันด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ไม่กล้าสบตา

“พี่คะ ฉันรู้ว่าพูดขอโทษแค่ไหนก็ไม่พอ ถ้าพี่ไม่รังเกียจ ขอให้ฉันได้โอกาสชดใช้บ้าง”

แววตาเธอเปล่งประกาย ด้วยความจริงใจที่สุด

“ซือเหนียนบอกว่าพี่สุขภาพไม่ดี กระเพาะก็ไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็ก ฉันเคยเรียนโภชนาการมา อาจช่วยดูแลกระเพาะให้พี่ดีขึ้นได้ ”

ความปวดร้อนในกระเพาะทวีความรุนแรง ฉันทนไม่ไหวแล้ว รีบเอามือปิดปากปิดจมูก วิ่งโซเซเข้าไปในห้องน้ำ

ฉันกอดโถส้วม ไอพ่นเลือดออกมาเป็นสาย กรดในกระเพาะเผาลำคอจนแสบ

ไหล่ฉันถูกสัมผัสด้วยความอบอุ่น เสียงห่วงใยดังขึ้นเหนือหัว

“ซวงซวง เธอเป็นอะไรรึเปล่า”

ฉันรีบเช็ดปาก กดชักโครกอย่างร้อนรน แต่ดันเสียการทำงานในเวลานี้

ป๋อซือเหนียนปากก็บอกว่าห่วง แต่สายตาเขาไม่เคยละไปจากเงาร่างที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น

ฉันโล่งใจที่เขาไม่สังเกตเห็น

ไม่รู้ทำไม ฉันถึงกลัวเหลือเกินว่าเขาจะรู้ว่าฉันกำลังจะตาย

ฉันกดความขมขื่นในใจไว้ หยิบสัญญาหย่าที่เตรียมไว้ล่วงหน้า หลอกให้เขาเซ็น

“อีกหนึ่งเดือน ลูกของพวกเธอจะเกิดแล้ว นี่คือของขวัญแต่งงานให้”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักแสนชัง ฤดูเหมันต์冬季不爱你
8.4
หลังจบสิ้นพิธีกราบไหว้ฟ้าดินและบรรพบุรุษอย่างเป็นทางการ ชีวิตคู่ที่ควรจะหวานชื่นกลับกลายเป็นเพียงเปลือกนอกที่แสนขมขื่น เมื่อหญิงสาวต้องติดอยู่ในพันธะสมรสกับชายที่มีคนในใจอยู่แล้ว การทนเห็นสามีแสดงความรักกับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตาคือความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว ในเมื่อความสัมพันธ์นี้ไม่มีร่องรอยของความสิเน่หาต่อกัน เธอจึงตัดสินใจยุติความทรมานด้วยการขอหย่าขาด และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อหลุดพ้นจากกรงขังแห่งเหมันต์นี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย หมูตุ๋นอุ่นรัก
9.3
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นระหว่างจ้าวจันทร์และเพื่อนชายคนสนิทเริ่มชัดเจนกว่าที่เคย เมื่อการหยอกล้อเรื่องจูบนำไปสู่บรรยากาศชวนหวั่นไหว แม้เขาจะเสนอโบนัสเป็นเงินแสนเพื่อตอบแทนที่เธอช่วยดูแลห้องให้ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจฟูที่สุดกลับไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความใส่ใจเล็กๆ อย่างการเตรียมแปรงสีฟันและของใช้ส่วนตัวไว้ให้พร้อมสรรพ การกระทำที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนนี้ทำให้จ้าวจันทร์มั่นใจว่าเขาก็มีใจให้เธอไม่ต่างกันแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย จอมทมิฬต้องมนต์
9.2
แพรฟ้าเติบโตมาท่ามกลางความยากแค้นโดยมีเพียงแม่เป็นที่พึ่งพา ในวัยเยาว์เธอเคยหลงใหลชายสูงศักดิ์ผู้เพียบพร้อมราวกับเทพบุตรเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่งดงาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนเธอเติบโตขึ้น ความจริงที่น่าหวาดหวั่นกลับปรากฏชัดว่าชายในฝันที่เธอเคยชื่นชมแท้จริงคือจอมทมิฬผู้ไร้ความปรานี ความโง่เขลาในอดีตกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อเทพบุตรที่เธอเคยเฝ้ามองจากบ้านหลังเล็กอันซอมซ่อกลับกลายเป็นคนที่ใจร้ายที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอ
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รักสวาทร้าย
8.4
แม้ฮัมดีนจะเป็นมหาเศรษฐีรูปงามที่เพียบพร้อมด้วยอำนาจและเงินทอง แต่ปัณฑารีย์กลับไม่ได้มองว่าเขาน่าสนใจ เธอตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอของเขาอย่างไร้เยื่อใย พร้อมตอกย้ำว่าชายผู้เพียบพร้อมคนนี้แก่และน่าเบื่อเกินกว่าจะมาเป็นคนดูแลชีวิตเธอ ก่อนจะใช้บทเรียนที่เขาเคยสอนมาจัดการทำร้ายร่างกายเขาเพื่อเอาตัวรอด ทิ้งให้ชายหนุ่มต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและความอัปยศจากการถูกลบเหลี่ยมโดยผู้หญิงที่เขาคิดว่าจะควบคุมได้อยู่หมัด
หน้าปกนวนิยาย ล่ามรักร้ายนายคาสโนว่า
9.4
ชมจันทร์ พยาบาลสาวที่เคยถูกเหยียดหยามเรื่องรูปลักษณ์อย่างรุนแรงจาก อาร์ต เพื่อนสนิทของชายที่เธอแอบรัก เขาเคยปรามาสว่าคนอ้วนและขี้เหร่อย่างเธอไม่มีวันได้หัวใจของคิมหันต์ไปครอง พร้อมเสนอคำแนะนำสุดเจ็บแสบให้เธอไปศัลยกรรมหรือเกิดใหม่เพื่อเปลี่ยนโฉมตัวเอง เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยรอยแค้นและความทรงจำอันแสนเจ็บปวดในอดีตจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อสาวสวยในวันนี้ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับเพลย์บอยหนุ่มปากร้ายที่เคยทำลายความมั่นใจของเธอจนหมดสิ้น
หน้าปกนวนิยาย พิษรักมาเฟียร้าย
8.6
จากโศกนาฏกรรมในอดีตที่พลิกผันชีวิตให้เด็กสาวต้องเข้ามาพึ่งพิงใต้อาณัติของมาเฟียหนุ่มผู้เอาแต่ใจและอารมณ์ร้ายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้เธอจะพยายามตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ในฐานะพี่น้องเพื่อรักษาขอบเขตที่ควรจะเป็น แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยพร้อมประกาศชัดว่าไม่เคยเห็นเธอเป็นน้องสาวเลยสักครั้ง เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานะของเธอจากคนในปกครองให้กลายเป็นภรรยาตามความปรารถนาของตนเองโดยไม่สนข้อผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น