ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์ยั่วให้พี่รัก

ซีรีส์ยั่วให้พี่รัก

เรื่องราวของหญิงสาวผู้มั่นคงในรักแท้ต่อพี่ชายข้างบ้านมานานแสนนาน เมื่อถึงเวลาที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เธอจึงตัดสินใจก้าวข้ามเส้นกั้นความเป็นพี่น้องด้วยความร่าเริงและเสน่ห์อันอบอุ่นที่ยากจะต้านทาน การรุกคืบครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการยั่วยวนให้เขาหวั่นไหวชั่วคราวเท่านั้น แต่เธอยังต้องการพิสูจน์ให้เขาประจักษ์ว่า ความรู้สึกของเด็กสาวในวันวานได้บ่มเพาะจนกลายเป็นความรักที่หนักแน่น พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างในฐานะคนรักอย่างเต็มตัวและยั่งยืนตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงเครื่องตัดหญ้าในบ้านข้าง ๆ ดังสะท้อนมากับสายลม ทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาเบา ๆ พลางเดินไปเปิดม่านหน้าต่าง

ไม่ผิดแน่ ชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาโดยตลอดกำลังตัดหญ้าอยู่ในสวน แผ่นหลังเปลือยเปล่าอาบเหงื่อ แผงอกกำยำสั่นสะเทือนตามแรงเครื่องตัดหญ้า

“พี่พี หล่อล่ำกว่าเดิมอีก” วดีพึมพำในลำคอ ริมฝีปากหยักสวยยกยิ้มอย่างมีเลศนัย

เขา... พีรวัฒน์ ชายหนุ่มข้างบ้านและพี่ชายของเพื่อนสนิทเธอ

เมื่อก่อนเขามองเธอเป็นแค่น้องเด็กขี้แยติดเพื่อนพี่ชาย

แต่วันนี้ วดีไม่ใช่เด็กอีกแล้ว และเขาก็ไม่ใช่แค่พี่ชายของเพื่อนอีกต่อไป

“ถ้าพี่พีไม่รู้ตัว หนูจะทำให้พี่รู้เอง ว่าหนูเร่าร้อนแค่ไหนเวลาอยู่ต่อหน้า” วดีเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเดรสสายเดี่ยวผ้าบางที่เพิ่งซื้อมาวันก่อน

ชุดรัดรูปแนบเนื้อ เน้นช่วงอกและเว้าเอว เส้นใยบางเฉียบจนเห็นได้ชัดว่าไม่มีชุดชั้นในใด ๆ รองรับ

เธอเดินออกจากบ้านด้วยรอยยิ้มแพรวพราว ก่อนเด็ดมะนาวจากต้นหน้าบ้าน แล้วเดินเลาะรั้วบ้านไปเคาะประตูเหล็กเบา ๆ

“พี่พี มะนาวบ้านหนูดกมาก เอาไหมคะ” พีรวัฒน์ชะงักมือที่ถือเครื่องตัดหญ้า เงยหน้าขึ้นมอง และตาคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นทันทีที่เห็นเธอ

สายตาคมกริบไล่จากปลายเท้าขึ้นมายังเรียวขาเนียน ๆ และหยุดอยู่ตรงหน้าอกกลมกลึงที่สั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจของเธอ

“แต่งตัวอะไรแบบนี้ เธอเพิ่งกลับมาใช่ไหมหนูดี” เสียงเขาแหบต่ำ พยายามไม่จ้องตาตรงจุดที่น่าจ้องที่สุด

“ค่ะ กลับมาแล้ว แล้วก็ คิดถึงพี่พีมากด้วยค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มหวานฉ่ำ

หญิงสาวยื่นมะนาวให้ มืออีกข้างแกล้งทำหล่น แล้วโน้มตัวลงเก็บต่อหน้าเขา

ท่วงท่าไร้การระวัง ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเบือนสายตาไม่ทัน แผ่นหลังขาวละมุนที่โผล่พ้นสายเดี่ยว และขอบสะโพกที่โค้งแนบชุดบาง ๆ จนเห็นเค้าโครงแทบทั้งหมด มันร้อนยิ่งกว่าแดดตอนเที่ยงเสียอีก

“ใส่ชุดแบบนี้เดินออกมาจากบ้านไม่กลัวใครเขามองเหรอ” ชายหนุ่มถามเสียงเข้ม

“หนูก็อยากให้พี่มองไงคะ” วดีกระซิบหวานพร้อมส่งสายตาท้าทาย

เขากลืนน้ำลายทันที และเบือนหน้าหนีราวกับกลัวจะแสดงอาการบางอย่างที่ไม่ควรออกไป

คืนนั้น ฝนตกพรำ ๆ วดีออกมายืนที่ระเบียงบ้าน สวมชุดนอนบางเฉียบสีอ่อน สายลมที่พัดเอื่อยๆพาให้ชายกระโปรงสะบัดขึ้น เผยให้เห็นกางเกงในลูกไม้ตัวจิ๋วที่แนบเนื้อ

ประตูบ้านข้าง ๆ เปิดออก พีรวัฒน์ยืนอยู่ตรงระเบียงพอดี สายตาคมคู่นั้นสบกับเธอโดยตรง

“ฝนตกแบบนี้ ระวังเป็นหวัดนะหนูดี” น้ำเสียงเขาทุ้ม

“ถ้าพี่เป็นห่วง มากอดหนูให้หายหนาวหน่อยสิคะ” เธอยิ้มหวาน

ชายหนุ่มยืนนิ่ง แล้วหันหลังกลับเข้าบ้าน แต่หัวใจกลับเต้นอย่างรุนแรง

วันต่อมา... พีรวัฒน์ออกกำลังกายอยู่หน้าบ้าน วดีใส่เสื้อกล้าม กับกางเกงขาสั้นไร้ชั้นใน เดินออกจากประตูรั้วบ้าน พร้อมถือขวดน้ำเย็น

“พี่พีคะ น้ำเย็นค่ะ” เธอยื่นขวดน้ำให้อย่างตั้งใจปลายนิ้วสัมผัสกัน เขาสะดุ้งเบา ๆ สบตาเธอด้วยสายตาที่ลึกขึ้นกว่าเดิม

“พี่พี ร้อนใช่ไหมคะ หนูช่วยเช็ดเหงื่อให้ไหม” วดีใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ติดมาด้วยเช็ดอกให้เขา ก่อนถูวนเบา ๆ ใกล้ซอกคอ สัมผัสที่เธอส่งให้ มันไม่ใช่การเช็ด แต่คือการเชื้อเชิญ

“อย่ามาทำแบบนี้กับพี่ มันดูไม่ดี” น้ำเสียงของพีรวัฒน์สั่นเล็กน้อย

“หนูไม่ได้อยากยั่วใครหรอกค่ะ หนูยั่วแค่พี่คนเดียว” เธอเอ่ยเสียงหวาน ก่อนขยับเข้าใกล้ กระซิบริมหูของเขา เขาเบือนหน้าหนี กลืนน้ำลาย แล้วเดินหนีทันทีโดยไม่พูดอะไรอีก วดีรู้ดีว่า เขาแทบจะระเบิดความอดทนออกมาแล้ว

วดีถือกล่องข้าวเข้าไปในบ้านพีรวัฒน์ตอนเย็น

มารดาของเขาไม่อยู่ มีแค่เขาคนเดียวที่นั่งอยู่ในครัว กำลังเช็ดเหงื่อหลังเพิ่งออกกำลังกายเสร็จใหม่ ๆ

“หนูทำแกงเขียวหวานมาฝากค่ะ ใส่ไก่กับมะเขือ พี่ลองชิมสิคะ” หญิงสาวยิ้มหวานพลางแกะกล่องใส่อาหารอย่างตั้งใจ ก้มหน้าจนชายเสื้อเปิดเห็นเนินอกขาวนวลแบบไม่ตั้งใจนัก แต่จงใจลึก ๆ พีรวัฒน์เหลือบมองก่อนเบือนหน้าหนี

“หนูดี ไปใส่เสื้อคลุมก่อน พี่ว่า”

“อ้าว พี่ไม่หิวเหรอคะ หรือหิวอย่างอื่นมากกว่า” เสียงแซวของวดีทำให้เขาสะอึก ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

“พูดอะไรแบบนี้ พี่เป็นผู้ชายนะ” หญิงสาวลุกขึ้นเดินอ้อมไปด้านหลัง ยกมือโอบจากข้างหลังช้า ๆ หน้าอกอวบแนบแผ่นหลังของเขา พร้อมกระซิบริมหู

“แล้วถ้าหนูอยากเป็นของพี่ล่ะคะ” พีรวัฒน์ขยับลุกขึ้นทันที ดันเก้าอี้ออกจนเสียงดัง เขาหันมาจับข้อมือเธอแน่น สายตาจ้องลึกจนวดีรู้สึกได้

“อย่ามาทำแบบนี้กับพี่อีก เข้าใจไหม” แต่เธอกลับหัวเราะเบา ๆ ยื่นหน้าเข้าใกล้ ปลายจมูกเฉียดปลายคางของเขาแผ่วเบา

กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผิวของเธอทำให้เขาแทบควบคุมสติไม่ได้ มือเล็กของวดีเลื่อนไปที่สาบเสื้อของชายหนุ่ม ก่อนคลายกระดุมทีละเม็ดช้าๆ

เขายืนนิ่ง แต่ไม่มีคำว่า “ห้าม”

“พี่พี ให้หนูดูแลก็ได้นะคะ หนูอยากเป็นของพี่จริง ๆ” เสียงกระซิบสั่นเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความกล้า มือของพีรวัฒน์คว้าข้อมือเธอไว้แน่น กระชากกลับ

วดีเซเข้าหาอกเขา ใบหน้าชนเข้ากับแผงอกร้อนผ่าวแล้วทันใดนั้น... ริมฝีปากของเขาก็ทาบลงมา

พีรวัฒน์กดริมฝีปากลงมาประกบปากเธอ เขาดูดเม้มริมฝีปากเธออย่างไม่ออมแรง วดีครางแผ่ว ลมหายใจตะกุกตะกักขณะตอบรับจูบอย่างเต็มใจ เขายกตัวเธอขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ครัว มือซุกเข้าใต้ชุดบาง ๆ แต่ทันใดนั้น... พีรวัฒน์หยุดชะงัก

“พี่ทำแบบนี้ไม่ได้” เขาเสียงสั่น ดันตัวออก หญิงสาวคว้าชายเสื้อเขาไว้แน่น

“แต่หนูอยากให้พี่ทำ อยากให้พี่รู้ว่า หนูหื่นแค่ไหนกับพี่” เขากลืนน้ำลาย ใบหน้าเห่อร้อน มือเขาวางบนขาอ่อนเธอ ก่อนรูดขึ้นช้า ๆ หยุดที่โคนต้นขาในจุดอ่อนไหวที่สุด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย นายหัวขาปรานีหนูหน่อย
8.9
นายหัวอารัณย์เคยพยายามหักห้ามใจโดยอ้างว่าเพลงขวัญยังเด็กเกินไปและไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติ แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ต่อความต้องการและลุ่มหลงในรสชาติของหญ้าอ่อนจนถอนตัวไม่ขึ้น แม้ฝ่ายหญิงจะอ้อนวอนขอความปรานีเพราะร่างกายเริ่มรับไม่ไหว แต่การตอบสนองที่สวนทางกับคำพูดของเธอกลับยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มอยากครอบครองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักพอ บทพิสูจน์ความอดทนครั้งนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน เมื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขาดูเหมือนจะไม่มีวันจางหายไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักซาตานเถื่อน
8.8
วิลาสินีตัดสินใจหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพื่อเลี้ยงดูลูกเพียงลำพังโดยไม่คิดพึ่งพาพ่อของเด็ก หลังจากที่เขาเคยมองข้ามความรักของเธอไปอย่างไม่ใยดี ทว่าเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง ความใกล้ชิดที่แสนหวานกลับทำให้เธอเริ่มหวั่นใจ เธอไม่แน่ใจว่าท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาคือความรักที่แท้จริง หรือเป็นเพียงแผนการอันแยบยลเพื่อทวงสิทธิ์ในตัวทายาทกันแน่ ท่ามกลางความระแวงในใจ เธอจะกล้าเชื่อใจซาตานที่เคยทำร้ายจิตใจเธอได้ลงหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย การอำลาครั้งสุดท้าย, รอยประทับอันยั่งยืน
7.8
ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ฉันต้องทนสู้กับโรคร้ายเพียงลำพังเพื่อทำหน้าที่ภรรยาที่ดีส่งเสริม คราม สามีสถาปนิกผู้รุ่งโรจน์ แต่ความภักดีนั้นกลับถูกตอบแทนด้วยการนอกใจ เมื่อเขาเลือกเด็กฝึกงานที่กำลังตั้งท้องและมองความเจ็บป่วยของฉันเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ แม้แต่แม่แท้ๆ ยังเข้าข้างเขา ทว่าเมื่อผลตรวจยืนยันว่าฉันเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย ความเศร้าก็เปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว ฉันจะไม่ยอมตายอย่างเหยื่อที่น่าสงสาร แต่จะขอใช้เวลาที่เหลือทำให้เขาต้องชดใช้และจดจำความผิดพลาดนี้ไปชั่วชีวิต
หน้าปกนวนิยาย มนตราจอมพยศ
9.2
เมื่อดาราเนตรพยายามทำเป็นลืมคำขอร้องที่เคยให้ไว้กับปรมัตถ์เพื่อหนีจากสถานการณ์ชวนหวั่นไหว ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์จึงใช้โอกาสนี้ทวงสัญญาด้วยบทลงโทษสุดเร่าร้อน เขาเสนอทางเลือกระหว่างรอยจูบกับการกลืนกินเธอไปทั้งตัว หญิงสาวจึงต้องใช้ไหวพริบเข้าแลกเพื่อหาทางรอดจากเงื้อมมือพยศร้ายด้วยการต่อรองเวลาและใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าสู้ ทว่าภายใต้ข้อตกลงที่ดูเหมือนเธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม ปรมัตถ์กลับซ่อนแผนการบางอย่างไว้เพื่อกำราบเธอให้อยู่หมัดในวันพรุ่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ในวันขอถอนหมั้น ลุงขี้โกงก็บีบเอวเพื่อล่อลวง
8.4
เฉินจินอันลูกสาวที่ถูกทอดทิ้งกลับมาพบว่าคู่หมั้นทรยศไปหาลูกบุญธรรม เธอจึงเลือกแก้แค้นด้วยการมีความสัมพันธ์กับชื่อหยานโจวอาของเขา ชายผู้เคร่งขรึมกลับตบะแตกในคืนเดียว แม้เขาจะอ้างว่าสนใจเพียงกามารมณ์แต่เธอกลับเยาะเย้ยในความไร้ฝีมือ ทว่าความจริงเธอกลายเป็นสะใภ้ใหญ่ที่อดีตคู่หมั้นต้องก้มหัวให้ พร้อมเปิดตัวตนที่แท้จริงในฐานะมหาเศรษฐีสาวผู้ทรงอิทธิพลโดยไม่ต้องพึ่งพิงอำนาจตระกูลใดเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง