ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อย่าให้เขารู้ว่าเราคิดว่าเราหื่น(แต่ทุกคนรู้)

อย่าให้เขารู้ว่าเราคิดว่าเราหื่น(แต่ทุกคนรู้)

อธิน อดีตพระมหาผู้เคร่งครัดในศีลธรรมต้องลาสิกขาออกมาเผชิญโลกภายนอกแม้จะตั้งมั่นถือพรหมจรรย์ตลอดชีวิต แต่เขากลับถูกทดสอบโดย พเยีย หญิงสาวสุดร่าเริงที่แอบหลงรักและหมายตาเขามาตั้งแต่สมัยครองผ้าเหลือง เมื่อความใสซื่อของอดีตพระนักเทศน์ปะทะกับเสน่ห์ยั่วยวนของน้องน้อยที่เขาเคยปฏิเสธ ตบะที่สั่งสมมานานกว่ายี่สิบปีก็เริ่มสั่นคลอน จากคนไม่เคยสัมผัสกามารมณ์กลับกลายเป็นชายหนุ่มที่หิวกระหายในรสรักอย่างไม่สิ้นสุด จนเขาต้องรุกหนักเพื่อครอบครองเธอทั้งกายและใจ พร้อมข้อเสนอผูกมัดที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

พอเสร็จจากทำบุญครบหนึ่งเดือนที่คุณพ่อเจริญจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่ท่านยังอยู่ในความทรงจำของครอบครัวเสมอ ภรรยาของท่านยังคงระลึกถึงท่านที่จากไป ลูกชายและลูกสาวก็ระลึกถึงบุญคุณของท่านที่ให้ชีวิตพวกเขาได้เกิดมาดูโลกใบใหญ่ใบนี้

“แม่กับน้องจะไปอยู่บ้านที่เขาใหญ่นะพ่อต้อม” นางบอกลูกชายที่เพิ่งกลับมาจากบริษัท

“ไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงครับ แล้วผมจะอยู่ที่บ้านนี่ยังไงครับ” เขาถามเมื่อท่านและน้องสาวที่พิการตั้งแต่เกิดจะหนีไปอยู่เขาใหญ่

“พ่อต้อมไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย หนูจุ๊บก็อยู่ด้วยที่บ้าน”

นางพูดถึงพเยีย แพงเจิด หรือจุ๊บ วัย 26 ปี ลูกสาวของเพื่อนรักที่มาทำงานเป็นผู้ช่วยให้สามีตัวเองตั้งแต่เรียนจบ ตอนนี้พเยียก็ได้มาเป็นผู้ช่วยของลูกชายนางแทนที่เพิ่งลาสิกขาออกมารับตำแหน่งประธานบริษัทไวน์ต่อบุญของครอบครัวที่ส่งต่อกันมาแต่รุ่นสู่รุ่น ที่บ้านของนางมีทั้งบริษัทส่งออก และไร่องุ่นที่เขาใหญ่พันกว่าไร่

“แม่จะให้ผมอยู่กับน้องจุ๊บสองคนเหรอครับ”

“ก็ใช่ไง น้องก็อยู่บ้านเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ตั้งแต่เรียนมหา’ลัยแล้วที่น้องมาอยู่ที่นี่” โอบจันทร์เอ่ยต่อ

“แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่ครับ จะให้ผมที่เป็นผู้ชายอยู่กับน้องจุ๊บได้ยังไงครับ เดี๋ยวชาวบ้านก็เล่าลือให้น้องเสียหายหรอกครับ”

เขาแย้งท่าน เพราะรู้สึกไม่ชอบพเยีย ไม่รู้ทำไมถึงขัดหูขัดตาทุกครั้งที่เห็นหน้าใสซื่อภายใต้กรอบแว่นหนาๆ และชุดป้าๆ ของเธอ แต่ยิ่งกว่านั้นคือหลังเลิกงาน เธอจะเปลี่ยนเป็นอีกคน จะว่าไปเธอมีสองบุคลิกก็ว่าได้ กลางวันจะเป็นสาวย้อนยุค พอตกกลางคืนหรือวันหยุดจะเป็นสาวทันสมัย แต่งตัวเปรี้ยว แถมชอบออกไปเที่ยวด้วยยามวันหยุด เขาไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ เขาได้แต่บอกตัวเองในใจ

“พ่อมหาอธินของแม่ ถ้ากลัวขนาดนั้นก็แต่งงานกับน้องสิลูก”

“แม่ก็รู้ผมถือพรหมจรรย์ ผมจะไม่แต่งงาน” เขารีบตอบท่าน

“แล้วใครจะมาเป็นทายาทสืบทอดธุรกิจของเราถ้าลูกไม่แต่งงาน น้องตาก็ไม่แข็งแรง มีแค่ลูกนะพ่อต้อม ที่จะสืบทอดวงศ์ตระกูลของเราในตอนนี้ ลูกก็สึกออกมาแล้ว ควรเรียนรู้เรื่องของชายหญิงได้แล้วนะลูก”

เฮ้อ!

อธินได้แต่ถอนหายใจเมื่อไม่รู้จะตอบท่านยังไงดี เขามองไปทางประตูห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้พเยียกำลังเข็นรถเข็นของน้องสาวเข้ามา เขาจึงเอ่ยขึ้นทันที

“อาตมา...คะ...คือผมขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับคุณแม่” บ่อยครั้งที่นึกว่าตัวเองยังอยู่ในผ้าเหลือง และหลุดพูดแทนตัวเองว่า ‘อาตมา, โยม’ บ่อยครั้ง ก็เขายังไม่ชินกับการพูดจาแบบปกติ

“ไปเถอะพ่อต้อม อย่าลืมนะว่าลูกคือความหวังของแม่” นางอดยิ้มขำลูกชายไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ตัวเองเป็นฆราวาสแล้วไม่ใช่พระภิกษุสงฆ์เหมือนก่อน

อธินได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้คุณแม่ที่รักแล้วเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น แต่ขณะเดินผ่านสองสาวต่างวัย เขาก็หยุดเดินแล้วยื่นมือไปลูบหัวน้องสาวที่น่ารักของเขาในวัย 18 ปี พร้อมพูดว่า...

“วันนี้น้องตาของพี่ต้อมสวยจังเลยค่ะ” เขาเอ่ยชมจากใจ เพราะอารยาสวยจริงๆ หากว่าไม่ผิดปกติแต่เด็ก ตอนนี้คงเป็นสาวที่มีหนุ่มๆ มาตามจีบหัวบันไดบ้านไม่แห้งแน่นอน

“ขอบคุณค่ะพี่ต้อม” อารยายิ้มเขินให้พี่ชาย

“แล้วเจอกันนะคะ พี่ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อน”

“ค่ะพี่ต้อม”

แล้วอธินก็เดินจากไปโดยไม่เอ่ยพูดคุยกับคนที่ยืนอยู่หลังรถเข็นของน้องสาว ไม่แม้แต่จะชายตามองอีกฝ่าย ส่วยคนที่ถูกเมินก็ได้แต่เม้มปากบ่นขมุบขมิบให้เขาพร้อมเข็นรถเข็นพาอารยาเข้าไปในห้องนั่งเล่นหาคุณป้าต่อ

“อย่าไปถือสาพ่อต้อมเลยนะหนูจุ๊บ พี่เขายังไม่ชินน่ะ อยู่วัดนานเกินไป” โอบจันทร์เอ่ยกับคนที่เดินมานั่งข้างตัวเอง

“หนูไม่สนใจหรอกค่ะป้าโอบ”

“พี่จุ๊บอย่าโกรธพี่ต้อมของน้องตาเลยนะคะ พี่ต้อมคงจะไม่ชินค่ะ” อารยาเอ่ยบ้างพร้อมกับรับขนมจากมือแม่ที่หยิบยื่นส่งมาให้ตัวเองทาน

“พี่ไม่สนใจหรอกค่ะน้องตา เพราะพี่ต้องทำงานกับพี่ต้อมอีกนาน”

“แล้วเป็นยังไงบ้าง หุ้นส่วนของเราให้การยอมรับพ่อต้อมไหม และพ่อต้อมทำงานเป็นยังไงบ้างหนูจุ๊บ” นางถามถึงลูกชาย เพราะคนที่ไม่เคยรู้เรื่องบริหารต้องมาทำงานนั่งตำแหน่งประธานคงจะยากที่หุ้นส่วนจะให้การยอมรับในตัวลูกชายตน

“ป้าโอบไม่ต้องห่วงนะคะ จุ๊บเองยังไม่อยากเชื่อว่าพี่ต้อมจะเข้าใจงาน เรียนรู้งานได้เร็วมากค่ะ แถมเก่งมากเลยค่ะ ตอนแรกผู้ถือหุ้นของเรารายอื่นก็ไม่ค่อยพอใจที่คนที่ไม่เคยเข้าบริษัทมานั่งตำแหน่งประธาน แต่พี่ต้อมทำให้ทุกคนยอมรับได้เพียงแค่เวลาหนึ่งอาทิตย์เท่านั้นค่ะ ทุกคนเคารพนับถือและเชื่อในตัวพี่ต้อมเหมือนเชื่อในตัวคุณลุงเลยค่ะ”

เธอพูดพร้อมกับยิ้มเมื่อนึกถึงบรรยากาศในห้องประชุม ใครจะคิดว่าคนที่อยู่ในผ้าเหลืองมาตลอดครึ่งชีวิตแบบอธินจะเด็ดเดี่ยวมากในยามบริหารงานและไม่ต้องพูดถึงเลย เขาเรียนรู้งานเร็วมาก เขาเข้าใจทุกอย่างเพียงแค่เธออธิบายครั้งเดียว แถมรู้จุดผิดพลาดแก้ไขได้ด้วย เธอนับถือความเก่งของแกนสมองชายหนุ่มเลย เชื่อแล้วทำไมถึงได้เป็นถึงพระมหา และเป็นพระนักเทศน์อันดับต้นๆ ของประเทศไทย แถมยังเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยสงฆ์อีก ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอประหลาดใจหลายอย่างมาก และยิ่งทำให้เธอใจเต้นแรง ยามนี้ศีรษะที่โล้นก็เริ่มมีผมงอกยาวขึ้นมาให้เห็นแล้ว ยิ่งดูเท่ยามใส่ชุดสูทสีดำ อยากรู้จังว่าภายในเสื้อผ้าเนื้อกายแท้ๆ ของผู้ชายที่ปฏิบัติตัวในศีลในธรรมตลอดจะเพอร์เฟคแค่ไหน แค่คิดก็ยิ้มละลายแล้ว

“หนูจุ๊บยิ้มเคลิ้มคิดอะไรอยู่ลูก” เมื่อเห็นว่าพเยียเงียบไปและยิ้มเคลิ้มแปลกๆ นางเลยถาม

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะป้าโอบ”

“งั้นสองสาวคุยเล่นกันไปนะลูก เดี๋ยวแม่จะไปดูในครัวว่าตอนนี้แม่อุ่นกับเด็กๆ เตรียมมื้อเย็นถึงไหนแล้ว” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินจากไปทันที

“พี่จุ๊บไม่คิดชอบพี่ต้อมบ้างเหรอคะ น้องตาอยากได้พี่จุ๊บเป็นพี่สะใภ้จังเลยค่ะ” สาวน้อยเอ่ยขึ้นเมื่อเหลือกันสองคน

“หืม! น้องตาพูดอะไรคะเนี่ย พี่มหาไม่ชายตามองพี่เลยจะให้พี่ชอบได้ยังไง...จริงๆ ก็แอบหวังเหมือนกัน” ท้ายประโยคเธอพูดกับตัวเองในใจ

“พี่จุ๊บสวยขนาดนี้พี่ต้อมของน้องตาต้องมองบ้างแหละค่ะ วันนี้ยังไม่มอง วันข้างหน้าอาจมองก็ได้นะคะ”

“ให้มันเป็นเรื่องอนาคตดีกว่าค่ะ ว่าแต่น้องตากับป้าโอบจะไปพักผ่อนที่บ้านที่เขาใหญ่วันไหนคะ”

“คุณแม่บอกน้องตาว่าพรุ่งนี้เช้าค่ะ”

“พี่อยากกลับด้วยเลย คิดถึงคุณแม่กับคุณพ่อ ไม่ได้เจอท่านจะเดือนแล้ว เพราะงานที่บริษัทยุ่งมากเลยช่วงนี้” เธอพูดเสียงอ่อน

“งั้นก็รีบเคลียร์งานแล้วตามน้องตาและคุณแม่ไปนะคะ พวกเราสองครอบครัวยังไงก็เหมือนครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว” บ้านพักของทั้งสองตั้งอยู่ในที่ดินผืนเดียวกัน เพราะทั้งสองเป็นหุ้นส่วนกันทั้งบริษัทส่งออกไวน์และไร่องุ่นพันกว่าไร่ก็มีครอบครัวของพเยียเป็นเจ้าของร่วมกัน ที่ไร่ก็มีโรงบ่มไวน์ด้วย ส่วนที่กรุงเทพฯ เป็นเพียงบริษัทใหญ่ที่มีไว้ติดต่อประสานงานกับลูกค้าเท่านั้น

“คงต้องรอให้พี่มหาทำงานทางนี้คล่อง พี่ถึงจะขอลากลับบ้านค่ะน้องตา”

“งั้นน้องตากับทุกคนจะรอที่เขาใหญ่นะคะ”

“ได้ค่ะ ว่าแต่น้องตาจะเรียนวาดรูปใช่ไหมคะ ป้าโอบให้พี่หาคุณครูให้ไปสอนที่บ้านให้”

“ใช่ค่ะ น้องตาเรียนจบมัธยมปลายแล้ว อยากไปเรียนมหา’ลัยกับเพื่อนๆ แต่...” เธอเงียบไปเมื่อมองขาที่เล็กลีบไร้เรี่ยวแรงจะลุกเดินของตัวเอง

“ไม่เอาไม่พูดแบบนั้นสิคะ เรียนอยู่บ้านได้อยู่กับคุณแม่และทุกคนดีออกค่ะ เดี๋ยวพี่จุ๊บจะหาคุณครูให้นะคะ”

“ขอบคุณนะคะพี่จุ๊บ” ทั้งสองสาวสนิทกันเพราะพเยียย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่เธอมาเรียนปีหนึ่ง จึงทำให้ทั้งสองสนิทกัน และจะว่าไปเหมือนเป็นลูกสาวของบ้านนี้อีกคนก็ว่าได้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ขอคืนดีได้ไหม
8.3
ตลอดสามปีในชีวิตคู่ เสิ่นเนียนอันพยายามทำทุกทางเพื่อให้โฮ่วอวินโจวรักเธอ แต่ความจริงกลับตอกย้ำว่าเขายังคงฝังใจกับรักแรกไม่เสื่อมคลาย ในวันที่เธอต้องเผชิญกับนาทีชีวิตขณะคลอดบุตร สามีของเธอกลับเลือกทอดทิ้งเธอไปต่างประเทศพร้อมกับผู้หญิงอีกคน เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างถาวรเพื่อชดใช้หนี้แค้นที่เคยมี ทว่าในวันที่เธอจากไปแล้ว โฮ่วอวินโจวกลับเป็นฝ่ายที่ต้องทนทุกข์ทรมานและพยายามอ้อนวอนขอให้เธอกลับมาหาเขาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง
8.8
เจมส์แอบซ่อนความรู้สึกที่มีต่อหนูดีไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา แม้ปากจะบอกว่าเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่หนูดีเองก็มีเพียงเขาคนเดียวในหัวใจมาตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ก้าวข้ามกำแพงเข้าไปสัมผัสถึงความในใจของเขาได้เลย ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักของคนทั้งคู่จากจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงน้ำแข็งนี้จะพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันได้เมื่อไหร่
หน้าปกนวนิยาย ลำนำรักร้าว
8.1
อาร์มตัดสินใจขับไล่พรพระจันทร์ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานีกลางดึก แม้เธอจะพยายามหลบหน้าเพียงใดก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือเขาได้ ชายหนุ่มตราหน้าเธอว่าเป็นกาลกิณีและลูกเมียน้อยที่น่ารังเกียจ พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าบ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับเธออีกต่อไปเพราะเขากำลังจะแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวด พรพระจันทร์ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เธอไม่ได้เลือก ในขณะที่เขาเหวี่ยงเธอออกไปให้พ้นทางราวกับสิ่งของที่ไร้ค่าและเป็นเสี้ยนหนามในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย NightZ [III] RASCAL MAFIA
9.5
ชีวิตที่เคยเรียบง่ายของฉันต้องพังทลายลงอย่างไม่คาดฝัน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เข้าไปพัวพันกับสมาชิกกลุ่มเทพเจ้าผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในมหาวิทยาลัย ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือเขาคนนั้นมีฐานะเป็นถึงว่าที่ผู้นำแก๊งมาเฟียที่กำลังถูกศัตรูตามล่าตัวอย่างหนักในขณะนี้ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายที่ล้อมรอบตัวเขา ฉันกลับต้องมาติดร่างแหในวังวนแห่งความตายนี้ไปด้วย แล้วแบบนี้ผู้หญิงธรรมดาอย่างฉันจะเอาชีวิตรอดจากวิกฤตการณ์ที่แสนอันตรายนี้ไปได้อย่างไรกัน
หน้าปกนวนิยาย อุปถัมภ์รักเมียเด็ก
7.8
เมื่อทางตันบีบบังคับให้ไร้ทางออก หญิงสาวจึงจำต้องหวนกลับไปหาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เคยถูกเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย การกลับมาครั้งนี้แลกด้วยพันธสัญญาอุปถัมภ์ที่เขาเป็นผู้กำหนดเงื่อนไข โดยมีมูลค่าการจ่ายที่สูงลิ่วเป็นสิ่งล่อใจ ทว่าภายใต้ข้อตกลงที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายนั้น กลับซ่อนเร้นความต้องการที่ลึกซึ้งเกินกว่าเธอจะคาดเดาได้ ยิ่งเขาพึงพอใจในตัวเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องจ่ายคืนด้วยสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองในความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย รักนายครั้งสุดท้าย
7.7
เปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างไม่คาดฝันได้กลายเป็นจุดจบของทุกสิ่ง โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่กลืนกินทรัพย์สินและความมั่นคงที่เขามี แต่ยังแผดเผาสายใยความสัมพันธ์และความรักอันงดงามให้มอดไหม้กลายเป็นธุลี ทิ้งไว้เพียงบาดแผลฉกรรจ์ในจิตใจที่ยากจะลบเลือน เมื่อสิ่งที่เคยเป็นดั่งที่พึ่งพิงทางใจได้สูญสลายไปต่อหน้า เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับความอ้างว้าง ท่ามกลางเถ้าถ่านของอดีตที่ไม่อาจหวนคืน เรื่องราวความผูกพันที่เคยเปี่ยมด้วยความสุขกลับต้องรูดม่านปิดฉากลง พร้อมกับดวงใจที่แหลกสลายและดับมอดไปพร้อมกองเพลิง