
อย่าให้เขารู้ว่าเราคิดว่าเราหื่น(แต่ทุกคนรู้)
ตอน 3
เช้าวันนี้แม่และน้องสาวของอธินเดินทางไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ตั้งแต่เช้า โดยมีลุงเติมทำหน้าที่ขับรถ และมีป้าอุ่นติดตามไปด้วย ในบ้านหลังใหญ่หลังนี้จึงเหลือเพียงแค่เขาและพเยียอยู่ด้วยกันสองคน จะว่าไปก็มีเด็กรับใช้อีกสามคนที่อยู่คอยดูแลความสะอาดในบ้าน
“เราไปทำงานกันเถอะค่ะพี่มหา” เมื่อรถตู้ประจำบ้านได้แล่นออกจากรั้วบ้านไปแล้ว พเยียจึงเอ่ยขึ้น
“พี่ว่าเราแยกกันไปดีกว่า พี่จะให้นายสวนมาขับรถให้” เขาไม่อยากร่วมเดินทางไปกับเธอ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่อยากโดยสารไปกับสาวเจ้า ก่อนหน้านี้ที่ยอมไปด้วยเพราะแม่ของเขาบังคับถึงได้ไปทำงานพร้อมเธอทุกวัน โดยมีเธอเป็นพลขับให้ เพราะเขาขับรถยนต์ไม่เป็น
“จะไปรบกวนพี่สวนทำไมคะพี่มหา” เธอพูดพร้อมขยับแว่นหนาๆ ของตัวเองเล็กน้อย มันไม่ใช่แว่นสายตาเป็นเพียงแว่นที่เธอใส่เสริมบุคลิกของเธอเท่านั้น
เฮ้อ!
“ถอนหายใจคืออะไรคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ งั้นไปทำงานกันเถอะ”
แล้วเขาก็เดินไปยังรถของเธอพร้อมเปิดประตูขึ้นไปนั่งที่ประจำข้างคนขับของตัวเอง ส่วนคนที่ทำหน้าที่ขับรถได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนมีแผนในหัว ‘ตอนนี้ก็มีแค่เรากับพี่มหาต้อมแล้วในบ้าน อยากรู้นักว่าเขาจะยังคงนิ่งเป็นอิฐปูนได้อยู่ไหม’ พึมพำกับตัวเองในใจเมื่อเปิดประตูรถขึ้นมานั่งประจำที่คนขับพร้อมติดเครื่องยนต์แล้วออกตัวรถออกไปจากบ้านไปยังบริษัททันที
ขับรถออกมาได้ไม่ไกลก็ติดไฟแดงยาวเหยียด ขนาดว่าออกมาเช้าแล้ว และบรรยากาศในรถก็เงียบสงบเหลือเกิน เธอเหลือบตามองคนที่นั่งข้างๆ แล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ เขากำลังอ่านหนังสือธรรมะอยู่ ‘ผู้ชายอะไร หายใจเข้าออกมีแต่ธรรมะ ให้มันได้แบบนี้สิ ผู้ชายสีขาวที่แท้จริง’ พึมพำกับตัวเองในใจก่อนจะพูดขึ้นทำลายความเงียบในรถ
“พี่มหาคะ” น้ำเสียงสดใสถามผู้ที่นั่งรถโดยสารมากับตัวเองในเช้านี้
“มีอะไรกับอาตมา โยมน้องจุ๊บ” เขาปิดหนังสือธรรมะในมือพร้อมน้ำเสียงทุ้มทรงเสน่ห์เอ่ยถามคนขับรถที่กำลังมองมาทางตน
“เดี๋ยวนะคะ อาตมา? โยมน้อง? พี่มหาสึกมาเดือนกว่าแล้วนะคะ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในผ้าเหลืองแล้วนะคะ” เธอแย้งชายหนุ่ม
“อาตมาชิน เอ่อ...พี่ชินน่ะ” เขายังไม่ชินกับการใช้ชีวิตนอกวัด นอกผ้าเหลือง ก็เขาบวชเรียนตั้งแต่เจ็ดขวบ เพิ่งจะลาสิกขามาไม่ถึงเดือน จึงยังไม่ชินกับโลกนอกผ้าเหลืองสักเท่าไหร่
“พยายามเข้านะคะพี่ต้อม ต่อไปจุ๊บไม่เรียกพี่มหาแล้วนะคะ กลัวเรียกแล้วพี่ลืมวัดไม่ได้ ต่อไปจะเรียกชื่อเล่นแล้วนะคะ พี่ต้อม...พี่ต้อม”
“ครับ โยมน้องจุ๊บ”
“อีกแล้วนะคะ โยมน้องจุ๊บอีกแล้ว ทำไมจุ๊บรู้สึกบาปแบบนี้ ทำไมยิ่งคุยยิ่งเหมือนจุ๊บกำลังคุยกับพระ ไม่คุยแล้วค่ะ” อยากปล่อยพวงมาลัยรถเอาเท้ากุมขมับจริงๆ
“ครับ”
เฮ้อ!
เธอได้แต่ถอนหายใจมองถนนและบังคับพวงมาลัยไปตามถนนต่อไปเมื่อสัญญาณไฟสีเขียวขึ้น รถที่อยู่ข้างหน้าเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง ส่วนผู้โดยสารของเธอก็เปิดหนังสือธรรมะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ
พอมาถึงที่บริษัท เขาก็เดินตรงเข้าไปในห้องทำงานทันที ส่วนเธอก็เดินไปยังห้องทำงานของตัวเองที่อยู่ตรงข้ามกับชายหนุ่ม เธอวางกระเป๋าสะพายใบสวยเข้ากับชุดย้อนยุคไปยังยุคครูระเบียบพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้แล้วเสียงสั่นเตือนโทรศัพท์ส่วนตัวในกระเป๋าสะพายก็ดังขึ้น
ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!
มือเล็กหยิบกระเป๋ามาเปิดล้วงโทรศัพท์ออกมากดรับสายทันทีเมื่อเห็นว่าชื่อที่โชว์หน้าจอเป็นชื่อของเพื่อนสนิทของตัวเอง
“ว่าไงยะ ยัยชีจำแลง” เสียงหวานเหน็บแนมมาในสาย
“เดี๋ยวเหอะยัยวิเวียน” เธอตอบกลับทันทีพร้อมกับยิ้มขำ ก็จริงอย่างเพื่อนว่านั่นแหละ
“คืนนี้วันศุกร์ ไปผับด้วยกันไหม”
“อยากไปบาร์โฮสมากกว่าแก” เธอบอกเพื่อน
“ย่ะ แม่คนรวยสายเปย์หนุ่มๆ”
“ที่สีลมนะคืนนี้ แต่งเบาๆ ใช่ไหม” วิเวียนถามมาในสายและคำว่า ‘แต่งเบาๆ’ นั้นก็คือจัดเต็มไม่ยอมกัน
“แน่นอนสิ เบาได้เบานะแก”
“งั้นฉันโทรชวนพวกยัยตุ๊ดพวกนั้นก่อนนะว่าคืนนี้เจอกันที่บาร์โฮส เราจะไปจิกผู้ชายกัน”
“จ้า เจอกัน เบาได้เบานะเว้ย แค่นี้ก่อนนะ ฉันต้องทำงานกับพระอิฐพระปูนแล้วแก เดี๋ยวต้องเอาเอกสารและสรุปรายงานการประชุมไปให้เจ้านายน่ะ”
“จ้า แม่ชีจำแลง”
“พูดไป เดี๋ยวเขารู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงหื่น นี่คีพลุคแว่นหนาขนาดนี้เพื่อเจ้านายเลยนะแก”
“จ้ะๆ เอาที่คิดว่าได้เถอะ เก็บลวดลายตัวเองให้ดีล่ะ อย่าเผลอหลุดให้เหยื่อกลัวล่ะยัยจุ๊บ”
“ไม่หลุดหรอก ถึงหลุดก็อาจจะไม่ทันแล้ว เพราะตอนนั้นฉันจับเขากินทั้งตัวแล้วแก”
“จ้ะ แค่นี้แหละ เจอกันสี่ทุ่ม หน้าบาร์โฮส”
“โอเค” แล้วเธอก็กดวางสายจากเพื่อนแล้วหยิบแฟ้มเอกสารที่ทำสรุปไว้เมื่อวานมาถือกอดแนบอกแล้วเดินออกจากห้องทำงานตัวเองไปยังห้องของประธานหนุ่มที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของตัวเอง
คุณอาจจะชอบ
![หน้าปกนวนิยาย ในรอยรักร้าว [ดราม่าหนัก พระเอกถูกเอาคืนสาสมมาก]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/bfbb45c85001834806839808633/kIpEBgrCekMA.webp!15491.webp)




