ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กากีป้ายแดง

กากีป้ายแดง

เพียงออแสร้งสวมบทบาทเป็นหญิงร้ายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพีรวัส อดีตสามี แต่เขากลับแสดงความหึงหวงรุนแรงเพราะกังวลเรื่องชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของตนเอง แม้เธอจะยืนยันว่าสถานะโสดทำให้เธอมีสิทธิ์ยุ่งกับใครก็ได้ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ พีรวัสตัดสินใจใช้กำลังบังคับให้เธอกลับมาเป็นภรรยาของเขาอีกครั้ง พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนและแรงปรารถนาที่ยากจะต้านทานไหว
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ ๑ วิวาห์ป้าประทาน

เพียงออหรือชื่อเล่นน่ารักน่าชังว่าโอมเพี้ยงก้มลงกราบสุภาวัยหกสิบเศษที่หยิบยื่นชีวิตใหม่ให้แล้วยังหยิบยื่นคำว่าเจ้าสาวว่าที่นายผู้หญิงของตระกูลวีระวัทน์มาให้ด้วย จากเด็กกำพร้าพุงโลที่ตายายนำไปฝากไว้ที่สถานสงเคราะห์แล้วไม่รับกลับบ้านอีกเลยหรือจะเรียกให้ถูกก็คือตายายนำไปทิ้งไว้ที่นั่นสู่บ้านเศรษฐีคหบดีใหญ่เมื่อสุภาและหลานๆ นำอาหารไปเลี้ยงเด็กๆ เนื่องในวันเกิด สุภาถูกชะตากับโอมเพี้ยงมากตั้งแต่แรกเห็น แต่หลานชายคนเล็กกลับรังเกียจเด็กหญิงตัวผอมพุงป่องและหัวยุ่งจนเผลอพูดว่า

‘เหมือนหมาเน่า’

‘พีก็ น้องแค่ไม่ได้สระผมหวีผมแล้วมัดจุกสวยๆ เหมือนพี่รดาก็เท่านั้น’ สุภาติง

‘โอย ป้าอย่าเอามาเทียบกับรดาสิ’ พีรดาในวัยยี่สิบกำลังเป็นสาวสะพรั่งรีบค้านก่อนเดินหนีไปช่วยหยิบจับขนมและน้ำหวานแจกเด็กๆ สุภามองตามหลานสาวแล้วส่ายหน้าช้าๆ ไม่ได้เคืองโกรธแต่เอ็นดูมากกว่า

‘โอมเพี้ยงไปล้างมือก่อนแล้วค่อยมากินข้าว’ ครูพี่เลี้ยงในสถานสงเคราะห์เดินมาจูงเด็กหญิงวัยห้าขวบเจ้าของชื่อน่ารักน่าชังนั้น

‘ผมพาไปเอง’พีรพงศ์ในวัยยี่สิบเอ็ดที่กลับมาจากต่างประเทศในช่วงปิดภาคเรียนเดินมาจูงเด็กน้อยไปล้างมือที่อ่างล้างมือ โดยครูพี่เลี้ยงยังเดินตามไปอยู่ดีเพราะมีเด็กๆ อีกหลายคนกำลังล้างมืออยู่

‘เด็กมาใหม่หรือครับ ท่าทางยังตื่นคน’ พีรพงศ์ถามพลางถูง่ามนิ้วน้อยๆ ให้อย่างเบามือ

‘ก็ไม่ใหม่เท่าไหร่ค่ะ มาอยู่ได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว แต่ทีแรกตายายเอามาฝากเช้าเย็นมารับกลับเพราะต้องทำงานทั้งคู่ แต่วันที่สามนี่มาฝากไว้แล้วหายไปเลยไม่ยอมมารับกลับ มีคนไปดูที่บ้านก็เห็นว่าย้ายออกไปแล้ว’

‘อ้าว! ตั้งใจทิ้งหรือครับ’

‘คงงั้นค่ะ เพราะไม่มีใครติดต่อมาอีกเลย’ ครูพี่เลี้ยงหน้าเศร้าลงเพราะความสงสารเด็กหญิงตัวน้อย

‘พ่อแม่เด็กละครับ’ พีรพงศ์ยังสงสัย

‘ตาของน้องบอกว่าแม่ตายตอนคลอด ส่วนพ่อไม่รู้ว่าเป็นใคร ลูกสาวเคยทำงานบ้านเศรษฐีพอท้องก็กลับมาอยู่บ้านเฉยๆ ให้พ่อแม่เลี้ยงจนคลอดแล้วตาย พ่อแม่ก็ต้องเลี้ยงหลานต่อ’

‘แล้วตายายก็เอามาทิ้งเพราะเลี้ยงไม่ไหว น่าสงสารนะ’ สุภาแทรกขึ้น

‘ไม่เชิงค่ะ มีคนบอกว่าตาบุญพากับยายกองลาภกลัวหลานสาวจะเป็นเหมือนแม่เลยไม่อยากเลี้ยงไว้’ ครูพี่เลี้ยงบอกทำเอาสองคนป้าหลานหันสบตากันเหมือนต่างเข้าไปนั่งอยู่ในใจของกันและกันแล้วสุภาก็เป็นคนเอ่ยขึ้น

‘อ้าว! หลานบุญพากับกองลาภหรอกเหรอ’ สุภาเอ่ยพลางพิศมองเด็กน้อยอีกครั้ง

‘ท่านรู้จักหรือคะ’ ครูพี่เลี้ยงถามอย่างแปลกใจ

‘คนงานเก่าที่ไร่นะ ลาออกไปทำมาค้าขายเลยไม่ได้ติดต่อกันอีก ถึงว่าสิหน้าคุ้นๆ ใช่ไหมตาพงศ์’ สุภาหันไปถามหลานชายคนโตแต่หลานชายคนเล็กที่ยืนห่างออกไปกลับตอบน้ำเสียงกวนๆ

‘ไม่เห็นจะคุ้นเลย’

‘เอ้า ตาพีก็เรายังเด็กจะจำคนงานเก่าแก่ได้ยังไงกัน’ สุภาพูดยิ้มๆ แล้วหันไปพูดกับเด็กหญิงตัวน้อย

‘ไปอยู่กับยาย อืม เรียกป้าก็พอนะยายมันแก่ๆ ยังไงไม่รู้ ไปอยู่กับป้าไหมลูก’สุภาย่อตัวลงนั่งยองๆ จ้องตาใสแจ๋วของเด็กหญิงที่จ้องตนเองสลับกับหลานชายแล้วพยักหน้า สุภาจะดึงเข้ามากอดแต่เด็กหญิงโอมเพี้ยงกลับโผไปกอดขาพีรพงศ์แทน

‘แรดแต่เด็ก’ พีรวัสพูดขึ้น สุภาหันขวับมาปรามหลานชายทันที

‘ตาพีพูดอะไรออกมา น้องตัวเท่านี้จะรู้ประสาอะไร’

‘ไม่รู้ประสาแล้วทำไมเลือกกอดผู้ชาย’ ตามด้วยเหยียดมุมปาก ก่อนจะวิ่งหนีเมื่อพีรพงศ์ก้มลงไปกระซิบอะไรบางอย่างแล้วเด็กน้อยวิ่งตรงมาที่เขาพลางกางมือเหมือนจะโอบกอด

‘เฮ้ย! หมาเน่า ไม่เอาอย่าเข้ามานะ ไปให้พ้น อย่าตามมา’

แต่ในวันนี้ยายหมาเน่าตัวนั้นกำลังจะเป็นเจ้าสาวแสนสวยของพีรวัส คนชอบดูแคลน

งานวิวาห์จากคำสั่งของสุภาเพราะกลัวพีรวัสจะคว้าผู้ชายที่ไหนมาเป็นหลานเขยหรือหลานสะใภ้ให้แกอีกคนเหมือนที่พีรพงศ์ทำจึงเกิดขึ้น

“นี่เป็นสมบัติส่วนตัวของป้า ป้าให้เพี้ยง” สุภาส่งกล่องกำมะหยี่สีแดงให้ เพียงออรับมาแล้วเปิดออกดูทันที ข้างในเป็นสร้อยข้อมือเส้นเล็กตรงกลางเป็นรูปหัวใจสองดวงไขว้กันฝังเพชรเม็ดเล็กๆ แต่น้ำงามจับใจ

“ชอบไหมลูก” ป้าสุภาถามเมื่อเด็กสาวทำตาโต

“สวยจังเลย แต่เพี้ยงคงไม่กล้าใส่ กลัวทำหาย”

“เอาไว้ใส่เวลาออกงานไงลูก ยังไงเราก็ต้องออกงานกับพี่พีเค้าอยู่แล้วในฐานะเมีย”

“แต่เพี้ยงมีเครื่องประดับที่เป็นของหมั้นแล้วนี่คะคุณท่าน”แม้สุภาจะสั่งสอนให้เรียกป้าเหมือนหลานคนอื่นๆ แต่เพียงออไม่อาจเอื้อมยังเรียกว่าคุณท่านตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ในปกครองของป้าสุภา

“นั่นเป็นของที่เจ้าสาวสมควรจะได้ตามสิทธิ์อยู่แล้ว แต่นี่เป็นของป้า ป้าให้รางวัลเด็กดีเชื่อฟังผู้ใหญ่ มาป้าใส่ให้ใส่ออกงานคืนนี้เลยก็แล้วกัน”สุภาหยิบสร้อยข้อมือจากกล่องเพื่อสวมให้เพียงออ

“แล้วนี่ก็เป็นของจากพี่” เสียงพีรพงศ์ดังมาก่อน แล้วเดินเข้ามาพร้อมกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินขนาดใหญ่กว่ากล่องของสุภานัก

“พี่พงศ์” เพียงออเรียกเสียงหลง วิ่งไปกอดเขาทันที สุภาอดมองไปด้านหลังหลานชายไม่ได้ และพีรพงศ์ก็เห็นสายตาของป้าจึงบอกให้คลายกังวล

“ผมมาคนเดียวครับ ว่าจะมาให้ทันพิธีเช้าแต่ไม่มีตั๋ว” เขาดันตัวเพียงออออกห่าง มองสำรวจเด็กสาวแล้วยิ้ม

“โตขึ้นมากนะสาวน้อย สวยมากๆ ด้วย”

“ขอบคุณค่ะ เพี้ยงดีใจที่พี่พงศ์มา ดีใจจริงๆ” ก่อนจะแบะปากใกล้จะร้องไห้เต็มแก่ แต่พีรพงศ์กับสุภารีบห้าม

“อย่าร้องนะยัยเพี้ยง”

“ไม่ร้องจ้ะ เดี๋ยวหน้าเลอะหมด” พีรพงศ์ว่าแล้วดึงเด็กสาวมากอดอีกครั้ง ลูบศีรษะที่มีมวยผมสูงเพื่อให้เข้ากับชุดราตรีเปิดไหล่ที่สวมใส่

“คนดีใจเขามีแต่ยิ้มหรือหัวเราะ ไม่มีใครร้องไห้แบบเราหรอกนะ” พีรพงศ์ดันตัวเพียงออออกห่างแล้วเปิดกล่องกำมะหยี่ที่ถือมา

“ของขวัญแต่งงานสำหรับเจ้าสาวคนสวย พี่สวมให้นะ”

“อะไรหรือไหนขอดูหน่อย” สุภารีบเดินมาดู สร้อยพร้อมจี้เพชรรูปหัวใจไขว้กัน ช่างเข้ากันกับสร้อยข้อมือที่นางให้อย่างลงตัว

“สวยดี ซื้อของแพงให้น้องแบบนี้แฟนเราไม่ว่าเอารึ”

“ไม่ว่าครับ ยังช่วยผมเลือกเสียด้วยซ้ำ” เขาหยิบสร้อยจากกล่อง มาทาบที่คองามระหงของเพียงออ

“สวย ออร่ามาเต็มเลยเพี้ยงเอ๊ย” สุภาชื่นชม เพียงออรีบไหว้ขอบคุณพีรพงศ์ทันที

“ขอบคุณมากค่ะ”

“จ้ะ มาพี่สวมให้”

“ผมสวมให้เอง นี่เจ้าสาวของผม” พีรวัสที่ใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เดินเข้ามาแย่งสร้อยในมือพีรพงศ์แต่เจ้าของไม่ยอม

“ของขวัญพี่ให้ พี่สวมให้เพี้ยงเอง” พีรพงศ์ยืนกราน

“แต่นี่เจ้าสาวผม คืนนี้ก็เป็นเมียผม ทำไมผมจะสวมให้ไม่ได้”

“ก็เพราะมันเป็นของขวัญจากพี่ไงนายพี อีกอย่างแกก็เมาเดี๋ยวทำสร้อยขาด”

“ไม่ได้เมาเสียหน่อย แค่มึนๆ” เจ้าบ่าวเถียงเสียงอ้อมแอ้มจนคนในห้องต่างลอบยิ้ม

“ตาพีมาล้างหน้าล้างตาเสียหน่อยมา เดี๋ยวจะได้ลงไปรับแขก” ป้าสุภาเดินมาดึงมือเจ้าบ่าว ที่ยอมเดินตามไปโดยดี ทว่ายังอดหันไปมองเจ้าสาวของตัวกับญาติผู้พี่ไม่ได้

พีรพงศ์สวมสร้อยคอให้เพียงออเสร็จก็จูบริมผมพร้อมอวยพร“ขอให้มีความสุขในชีวิตแต่งงานนะเพี้ยง พี่คงให้เพี้ยงได้เท่านี้” น้ำเสียงเต็มตื้นจนเพียงออเงยหน้ามองสงสัย แต่ยังไม่ได้พูดอะไรพีรพงศ์ก็พูดขึ้นอีกครั้ง

“พี่ไปนะ”

“อ้าว! ทำไมรีบจังคะ”

“จริงๆ แล้วโทนี่รอพี่อยู่ในรถ” เขาบอกสั้นๆ เป็นอันเข้าใจกัน ไม่ว่าเวลาล่วงมากี่ปีป้าสุภาก็ทำใจยอมรับชีวิตแต่งงานของเขากับแฟนหนุ่มไม่ได้

เพียงออไหว้ลาพีรพงศ์อีกครั้งแล้วเดินไปส่งที่ประตู พอหันกลับมาก็เห็นเจ้าบ่าวของตนยืนพิงประตูห้องน้ำมองอยู่สายตาไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย จนอยากถามกลับไปว่า

โกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหนไม่ทราบคะคุณขา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย MY BROTHER [镜幻情人]
8.7
ขณะที่สุ่ยถิงกำลังวุ่นอยู่กับกองหนังสือ ต้าเซียนก็โผเข้ากอดเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เธอทำตัวไม่ถูกจนถึงขั้นลืมหายใจ ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างมากของพี่ชายผู้เคร่งขรึมหลังจากหายหน้าไปเพียงเจ็ดวันสร้างความสับสนให้เธอไม่น้อย คำหยอกล้อเรื่องการกลั้นหายใจของเขาทำให้สุ่ยถิงได้แต่เก็บความหวั่นไหวไว้ในใจ เพราะตอนนี้หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวจนแทบจะรับมือไม่ไหวกับสัมผัสอันอบอุ่นที่เขาปรนเปรอให้โดยไม่ทันตั้งตัว
หน้าปกนวนิยาย เพราะฉันคือผู้หญิงในมุมมืด
8.8
ลิลลี่คือหญิงสาวทรงเสน่ห์ประจำเล้าจ์ที่เควิน ซุง มองว่าเป็นเพียงคู่นอนที่ไร้ค่าเกินกว่าจะเดินเคียงข้าง ทว่าเมื่อเขาเห็นเธอปรนนิบัติชายอื่น ความหึงหวงก็ปะทุขึ้นจนกลายเป็นความโกรธแค้น ลิลลี่จึงตอกกลับด้วยการท้าทายให้เขาจ่ายหนักหากต้องการตัวเธอในคืนนี้ คำพูดลองดีของเธอทำให้เควินฟิวส์ขาด เขาพร้อมจะสั่งสอนให้แม่ดอกไม้ดอกนี้ต้องร่ำไห้และจดจำบทลงโทษของเขาไปตลอดทั้งคืนเพื่อระบายอารมณ์กรุ่นโกรธที่เธอริอาจมาเล่นตัวใส่คนแง่กับคนอย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย คุณอาสายดาร์ก
8.9
จิณณ์ หนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์ผู้เปรียบเสมือนเสือร้ายที่สาวๆ ต่างรุมล้อม ทว่าเป้าหมายหนึ่งเดียวของเขาคือ มนตกานต์ หรือลูกเจี๊ยบ หลานสาวนอกไส้ที่เคยเป็นเด็กแว่นสุดเชย แต่ปัจจุบันเธอกลับแปลงโฉมเป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่เพื่อมัดใจอาจิ๋วของเธอให้ได้ มนตกานต์เดินหน้าใช้จริตยั่วยวนหวังให้เขาตบะแตก แม้จะหวั่นใจกับความดุดันของอาหนุ่มอยู่บ้าง ฝั่งจิณณ์ที่พยายามรักษาจรรยาบรรณก็เริ่มจะทนไม่ไหว เมื่อความเย้ายวนตรงหน้าปลุกสัญชาตญาณดิบให้ปะทุ จนเขาอยากจะขย้ำลูกไก่ตัวนี้คามือโดยไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
เมื่อฮั่วเยี่ยนสือทิ้งเธอไปหาคนรักเก่าในวันครบรอบ ซูหว่านหนิงจึงเลือกหย่าขาดและกลับเข้าสู่วงการบันเทิงจนโด่งดัง เธอฉีกหน้ากากดอกไม้พลาสติกของมือที่สามอย่างไม่ใยดี ขณะที่อดีตสามีผู้หยิ่งผยองกลับต้องร้อนรนเมื่อเห็นชายหนุ่มโปรไฟล์ดีมากมายรุมล้อมอดีตภรรยา จากคนเย็นชาเปลี่ยนเป็นคนคลั่งรักที่คอยตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่ชายตามองพร้อมประกาศกร้าวว่าคนอย่างเขาไม่คู่ควรกับเธออีกต่อไป และเธอจะไม่มีวันหวนกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย มนตราจอมพยศ
9.2
เมื่อดาราเนตรพยายามทำเป็นลืมคำขอร้องที่เคยให้ไว้กับปรมัตถ์เพื่อหนีจากสถานการณ์ชวนหวั่นไหว ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์จึงใช้โอกาสนี้ทวงสัญญาด้วยบทลงโทษสุดเร่าร้อน เขาเสนอทางเลือกระหว่างรอยจูบกับการกลืนกินเธอไปทั้งตัว หญิงสาวจึงต้องใช้ไหวพริบเข้าแลกเพื่อหาทางรอดจากเงื้อมมือพยศร้ายด้วยการต่อรองเวลาและใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าสู้ ทว่าภายใต้ข้อตกลงที่ดูเหมือนเธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม ปรมัตถ์กลับซ่อนแผนการบางอย่างไว้เพื่อกำราบเธอให้อยู่หมัดในวันพรุ่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ปราบพยศคุณหนูขาวีน
9.4
เมื่อคุณหนูเอลินอร์จอมดื้อรั้นและเอาแต่ใจต้องมาเจอกับปฐพี ชายหนุ่มผู้ได้รับมอบหมายให้มากำราบความพยศของเธอ แต่แทนที่จะขัดแย้งกัน ทั้งคู่กลับมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นจนแทบไม่แยกจากกัน แม้ในเวลาทำงานปฐพีก็ยังหาโอกาสใกล้ชิดและหยอกเย้าจนหญิงสาวทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเสน่หา ปฐพีใช้เล่ห์กลอันเร่าร้อนเพื่อมัดใจคุณหนูขาวีนให้ยอมสยบอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขาแต่เพียงผู้เดียวในทุกสถานการณ์