ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย น้องสาวร้อนรัก

น้องสาวร้อนรัก

เมื่อสาวข้างบ้านสุดเซ็กซี่มาปรากฏตัวในสภาพไร้เสื้อผ้าที่ปลายเตียงของเขา ชายหนุ่มก็ไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป แม้เธอจะเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิทที่เขาไม่ควรล่วงเกิน แต่ความเย้ายวนและสัมผัสอันเร่าร้อนของเธอกลับปลุกปั่นอารมณ์ดิบจนยากจะควบคุม เพียงแค่เธอแตะต้องตัวเขา ความต้องการก็ลุกโชนจนต้องดึงเธอเข้ามาร่วมเตียงเพื่อลิ้มลองรสชาติความเผ็ดร้อนที่ยากจะต้านทานไหวในค่ำคืนนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

2

น้องสาวเพื่อน

ดนัยมองจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกับแบบร่างตึกที่เขากำลังปรับแก้ ชายหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วมากขึ้นเมื่อมีเสียงเรียกพลางเคาะประตูอย่างไม่เกรงใจ

ตลอดทั้งคืนเขาไม่ได้นอนเพราะต้องแก้แบบจนถึงเช้าเพื่อที่จะเสร็จทันส่งลูกค้ากลับต้องมาชะงักเพราะเสียงที่ขัดจังหวะแต่เข้า

ชายหนุ่มลุกจากโต๊ะทำงานตรงไปที่ประตูบ้านทันทีเพื่อจะหยุดเสียงรบกวน เมื่อเขาเปิดประตูมาพบพสุธร คิ้วที่ขมวดอย่างหงุดหงิดก็คลายลง สายตาจ้องมองเพื่อนด้วยความฉงน

"ไม่รีบไปขึ้นเครื่อง?" ดนัยกล่าวถาม

"รีบ แต่มาฝากยายแพรวกับแกก่อน" พสุธรตอบ

"ไม่ฝากก็ช่วยดูอยู่แล้ว ฝากจนกลายเป็นสิ่งที่ฉันต้องทำเป็นประจำ ให้ตายเถอะ" ดนัยกล่าวประชด

แต่พสุธรใช้ว่าจะใส่ใจหรือคิดมากกับคำพูดของดนัย หนำซ้ำยังสวนกลับหน้าตาเฉย

"ก็ดี งั้นคราวหลังฉันจะได้ไม่ต้องมาบอก จะได้ออกไปเลย"

"ยังจะมีคราวหลังอีกเหรอวะ"

"เออดิ ไปละ รีบ"

พสุธรกล่าวอย่างกวนประสาทก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถที่เรียกมาแทนขับรถไปเอง ก็เพราะไม่อยากเอารถไปจอดทิ้งไว้ที่สนามบิน และไม่อยากรบกวนดนัยที่กำลังทำงานชิ้นสำคัญให้ไปส่ง แค่เขาเห็นสีหน้าอิดโรย ผมยุ่งเหยิง ใต้ตาคล้ำ ก็พอจะเดาได้ว่านั่งทำงานมาทั้งคืนยังไม่ได้นอน

เมื่อพสุธรขึ้นรถไป ดนัยก็หันไปมองบ้านของเพื่อนที่ปิดเงียบก่อนจะปิดประตูหมุนตัวกลับเข้าไปทำงานต่อให้เสร็จแม้ภายในหัวจะคิดถึงแต่ใบหน้าของน้องสาวเพื่อนที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงนุ่มรอเวลาไปมหาวิทยาลัยในช่วงบ่าย

...สี่ปีก่อน

เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งผับเช่นเดียวกับผู้คนที่วาดลวดลายเต้นอย่างร้อนแรงไปกับเสียงเพลง มีเพียงกลุ่มชายหนุ่มห้าคนที่นั่งดื่มอย่างใจเย็นไม่สนใจสายตาผู้หญิงมากมายที่ส่งสายตาทอดสะพานมาให้ทุกมุมของผับ มีเพียงหนึ่งเดียวที่ชายหนุ่มทั้งสี่สนใจเห็นจะเป็นภาพหญิงสาวกอดคอชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มหวานที่วางอยู่บนโต๊ะ ยกเว้นหนึ่งชายหนุ่มที่นั่งนิ่งมีใบหน้าไม่พอใจกับเพื่อนอีกสี่คนที่นั่งมองรูปถ่าย

"ไอ้สุ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าแกมีน้องสาวสวยขนาดนี้ ขอไม่ได้เหรอวะ"

รเมศเงยใบหน้าขึ้นมามองพสุธรด้วยรอยยิ้มเย้าหยอก

"อย่างแกอย่าหวังเลย คนที่ไอ้สุจะยกให้ก็มีแต่ไอ้นัยเท่านั้นแหละ"

เขตต์ทิศละสายตาจากภาพถ่ายน้องสาวของพสุธรมามองรเมศพลางกอดคอให้กำลังใจที่จะต้องอดได้น้องสาวเพื่อนมาเป็นแฟน

"ไม่ยกให้ใครทั้งนั้นแหละ"

พสุธรกล่าวพลางยกเตกิลาดื่มลวดเดียวหมดแก้วก่อนจะหยิบรูปถ่ายของตัวเองและน้องสาวเก็บเข้ากระเป๋า หลังจากถูกเพื่อนอย่างเจนภพดึงออกระหว่างที่เขาหยิบบัตรเครดิตมาให้พนักงานจนเป็นเหตุให้ทุกคนกันเขาออกและวางรูปไว้บนโต๊ะ

"ไม่ยกให้แน่นอนเหรอวะ อย่างไอ้นัยไง ใช้โควตาบ้านใกล้เรือนเคียง มันไม่ตกใจเลยที่เห็นรูปแกกับน้องสาว พอลองนึกอีกทีว่าแกสองคนอยู่บ้านข้างกัน ซุ่มเงียบเหรอวะ ไอ้นัย"

เจนภพเอ่ยพลางกระทุ้งศอกไปที่ดนัยซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างด้วยท่าทางสบายใจ มือถือแก้วที่มีเครื่องดื่มวอดก้าสายตาจับจ้องไปที่พสุธร

ทว่า กลับไม่ได้มองเพื่อนสนิทแต่มองเลยไปด้านหลังซึ่งมีร่างสูงเพรียวของหญิงสาวใบหน้าสะสวยอยู่ในชุดเดรสเกาะอกเข้ารูปสีแดงเดินตรงมายังโต๊ะพวกเขา พสุธรมองดนัยก่อนจะมองไปตามสายตาก็พบกับหญิงสาวสวยที่ส่งยิ้มมาทางพวกเขา

"ไอ้นัยก็เหมือนพี่ชายอีกคนของน้องฉัน นู้น ตัวจริงของมันมาแล้ว"

พสุธรหันกลับมาพูดซึ่งทำให้คนอื่นๆ หันไปตามสายตาของดนัย

“สเปคมันคนละขั้วกับน้องสาวแกเลยวะ เซ็กซี่ หุ่นเพรียว สวยเผ็ดร้อน หน้าอกอึ๋มโคตร”

รเมศพูดขึ้นอย่างล้อเลียนดนัย ซึ่งทำให้คนอื่นๆ พากันหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ พอดีกับหญิงสาวสวยเดินเข้ามานั่งลงข้างดนัยละฉกจูบโชว์เพื่อนทันทีอย่างไม่นึกเขินอาย

แต่ทั้งหมดทั้งมวนที่เพื่อนๆ ต่างพูดกลับไม่เป็นไปอย่างที่พูดแม้ดนัยเพิ่งจะจูบกับแฟนสาวก็ตามเพราะสิ่งที่เขามองกลับไม่ใช่แฟนสาว แต่เป็นน้องสาวของพสุธรที่รีบวิ่งหนีไปอีกทางกับเพื่อนเมื่อสายตาหันมาเห็นพี่ชายของตัวเอง ดนัยเห็นแพรวนลินมาพักหนึ่งแล้วระหว่างรอคนอื่นๆ ตามมา เมื่อพสุธรมาถึงกลับทำตัวไม่รู้ว่าน้องสาวมาเที่ยวผับจึงทำให้เขาแน่ใจว่าน้องสาวของเพื่อนแอบพี่ชายมาเที่ยวกับเพื่อน

หากพสุธรรู้เรื่องก็คงไม่พ้นกักบริเวณ มากสุดก็ขอให้เขาซึ่งจะรับงานน้อยแต่เป็นงานใหญ่และมักจะว่างเป็นพิเศษให้คอยตามดูแลและตามคุมพฤติกรรมอยู่ห่างๆ ตั้งแต่แพรวนลินขึ้นมัธยมปลายจนตอนนี้เข้าปีหนึ่ง ยกเว้นวันนี้ที่พวกเขาออกมาสังสรรค์หลังจบงานใหญ่ทันทีโดนไม่ได้ตรงกลับบ้าน จึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรที่เห็นแพรวนลินและพสุธรเองก็ไม่รู้ว่าน้องสาวตัวเองหนีเที่ยว

แสบเสียจริง...แพรวนลิน

"พี่นัย พี่นัยคะ! ตื่นสิ ตื่น!"

แพรวนลินเข้ามาบ้านของดนัยเป็นครั้งที่สี่เพื่อมาขอความช่วยเหลือแม้จะรู้สึกแปลกๆ และเขินอายเล็กน้อยเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวาน ยิ่งเธอเห็นเคาน์เตอร์ห้องครัวร่างกายก็ร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกประหม่าขึ้นมา กว่าจะยอมเดินไปหาดนัยที่ฟุบหลับคาโต๊ะทำงานก็กินเวลาไปเกือบสิบนาที

แต่เรื่องสอบวิชาสุดท้ายในวันสุดท้ายก็สำคัญกว่าจะต้องมายืนเสียเวลาเขินอาย เธอทั้งเขย่าทั้งเรียกชายหนุ่มก็ไม่ยอมตื่นเสียที เธอจึงยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผยอรอยยิ้มมุมปากออกมาอย่างนึกสนุก

ไวเท่าความคิด

แพรวนลินเดินเข้าไปใกล้จนตัวเกือบชิดชายหนุ่มพลางก้มใบหน้าลงไปใกล้ใบหูของดนัยเพื่อจะเป่าลมใส่หูก่อนจะตะโกนเรียกให้เขาตื่น แต่จังหวะที่เธอก้มลงไปด้านข้างใบหน้าของดนัย ดวงตาคมก็ลืมขึ้นสบสายตาเธอเข้าพอดีจึงทำให้แพรวนลินตกใจรับถอยหลังหนีจนไม่ระวังไปสะดุดขาเก้าอี้เลื่อนที่ดนัยนั่งอยู่ มือแกร่งรีบคว้าเอวเล็กของแพรวนลินเอาไว้และออกแรงดึงจนเธอมานั่งลงอยู่บนตัก

กลิ่นกายหอมละมุนอ่อนๆ ของแพรวนลินลอยมาแตะจมูกดนัยจนรู้สึกตัวตื่นจึงได้เห็นใบหน้าหวานสวยของเธออยู่ใกล้แค่คืบเดียว เขาตกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่เท่ากลัวว่าหญิงสาวจะหงายหลังล้มไปกระแทกขอบตู้เก็บเอกสารด้านหลัง

"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า"

ดนัยกล่าวถาม แต่ยังไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวลุกออกจากตัก

"ไม่ ไม่เจ็บค่ะ"

แพรวนลินนั่งนิ่งไม่กล้าขยับไปไหนเมื่ออยู่บนตกของดนัยอีกทั้งแขนแกร่งที่โอบเอวไว้ก็ทำให้เธอยิ่งรู้สึกประหม่า

"มีอะไร ถึงเข้ามาในบ้านพี่"

ดนัยยังคงยิงคำถามแต่ยังไม่ยอมให้หญิงสาวลุกออกจากตัก แม้ภายในจะรู้สึกทรมานก็ตามเพราะได้กลิ่นกายหอมละมุน ผิวเนื้อนุ่มมือของแพรวนลินที่อยู่ในชุดนักศึกษาต่างจากเมื่อวานก็ตรงกระโปรงพลีทที่ยาวเลยเข่าลงมาเล็กน้อยแม้เสื้อจะยังพอดีกับตัวจนเผยให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน

"อีกครึ่งชั่วโมงแพรวจะเข้าสอบ คือแพรวจะขอให้พี่นัยไปส่งได้ไหมคะ ปกติพี่พสุจะเป็นคนไปส่ง"

"อืม แล้วสอบกี่วิชา เลิกกี่โมง พี่จะได้รอรับเลย" ดนัยยิงคำถามเป็นชุด

"วิชาเดียววิชาสุดท้ายแล้วค่ะ ถ้าเสร็จก่อนก็ชั่วโมงเดียว ช้าหน่อยก็สองชั่วโมงค่ะ"

"โอเค พี่ขอล้างหน้าก่อน"

ดนัยพยักหน้าก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ แพรวนลินรีบลุกขึ้นเดินออกไปยืนอยู่ห่างๆ เพื่อรอดนัยล้างหน้า

แพรวนลินรอดนัยไม่นานก็พากันออกไปขึ้นรถของชายหนุ่มที่จอดอยู่โรงจอดรถ เมื่อขับรถออกมาจากบ้านได้ไม่นานแพรวนลินก็หยิบสมุดที่สรุปไว้เตรียมอ่านสอบในวันนี้ แม้มหาวิทยาลัยจะอยู่ไม่ไกลเดินทางเพียงสิบห้านาทีก็ถึงแต่สำหรับแพรวนลินกลับเป็นเวลานานเสียจนอยากจะให้ถึงภายในสิบนาทีด้วยเพราะความเงียบจนได้ยินเสียงแอร์และลมหายใจ

แม้จะทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่การอยู่ภายในรถด้วยกันสองต่อสองช่างเป็นอะไรที่น่าอึดอัดและชวนให้หัวใจเต้นแรง

ดนัยเลี้ยวพวงมาลัยรถเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยขับตรงไปตามทางเพื่อไปส่งยังหน้าคณะที่หญิงสาวเรียน แม้จะไม่เคยมาส่งด้วยตัวเองแต่การที่ถูกพสุธรออกคำสั่งให้มาตามดูหญิงสาวทุกเย็นตั้งแต่ปีหนึ่งก็ทำให้เขารู้กิจวัตรประจำวันของหญิงสาวในทุกปีโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว แม้จะมีบางวันที่พสุธรไม่เพียงมาส่งแต่ยังมารับกลับเขาก็เผลอลืมตัวขับรถมาดูหญิงสาวจนคล้ายกับว่าสิ่งที่เขาทำกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำในทุกวัน

"ขอบคุณนะคะ พี่นัยจะไม่รอก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแพรวขึ้นรถกลับเอง งานพี่ยังไม่เสร็จไม่ใช่เหรอคะ"

แพรวนลินกล่าวพลางเก็บสมุดลงกระเป๋าผ้า

"ไม่เป็นไร อีกสี่วันจะถึงวันส่งงานให้ลูกค้า เดี๋ยวพี่รอ"

"อ๋อค่ะ งั้นแพรวไปก่อนนะคะ เพื่อนส่งข้อความมาตามแล้ว สวัสดีค่ะ"

แพรวนลินกล่าวจบก็ยกมือไหว้ผู้ที่มีอายุมากกว่าก่อนจะรีบเปิดประตูลงจากรถ เมื่อลงจากรถเธอก็พบกับมาวินที่กำลังเดินเข้าตึกของคณะพอดีจึงเดินเข้าไปพร้อมกันอย่างสนิทสนมจนดนัยที่มองตามถึงกับลดกระจกลงเพื่อดูหน้าผู้ชายที่เดินไปพร้อมแพรวนลิน

เมื่อทั้งคู่เดินหายเข้าไปในตึกคณะเขาจึงขับรถวนออกจากมหาวิทยาลัยไปหาร้านนั่งรอหญิงสาวสอบเสร็จทันที

ดนัยลองขับรถหาร้านเพื่อนั่งรอหญิงสาวจนพบกับร้านกาแฟซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางเข้ามหาวิทยาลัยจึงเลือกที่จะเข้าไปรอ ชายหนุ่มสั่งเครื่องดื่มที่ชอบดื่มเป็นประจำอย่างดับเบิล เอสเพรสโซ่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดเล่นระหว่างรอหญิงสาว แม้เวลาจะผ่านไปอย่างช้าๆ

แต่การนั่งจิบกาแฟและเลื่อนโทรศัพท์เล่นสลับเช็กงานผ่านอีเมลก็เป็นเวลาผ่านไปแล้วห้าสิบนาที ดนัยเงยใบหน้ามองผ่านกระจกร้านไปยังหน้ามหาวิทยาลัยก็พบเด็กนักศึกษาเริ่มพากันออกมา ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ไปยังห้องแชทของแพรวนลิน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้ส่งข้อความหาแพรวนลินแม้จะคอยตามคอยคุมแต่ก็ไม่เคยได้คุยหรือโทร. หากันสักครั้ง

"ขอโทษนะคะ พี่มาที่นี่ครั้งแรกเหรอคะ เพิ่งเคยเห็นหน้า"

เสียงหวานเล็กของหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวถามจึงทำให้ดนัยหันกลับมามองด้วยสายตาสำรวจอีกฝ่ายเพื่อประเมินอุปนิสัยและบุคลิก ซึ่งต่างจากที่มองแพรวนลินที่ไม่มีแววตาเฉยชาเท่ากับการมองนักศึกษาสาวที่อยู่ด้านหน้า

"ฉันชื่อมินนี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ อาจจะดูเสียมารยาท แต่ขอนั่งดื่มด้วยคนนะคะ"

นักศึกษาสาวที่เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบนอกจากมองมาที่ตัวเองจึงคิดไปเองว่าชายหนุ่มไม่ได้ผลักไสจึงถือวิสาสะนั่งลงฝั่งตรงข้ามและสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานที่เดินมารับออเดอร์ก่อนจะหันมามองดนัยด้วยสายตาทอดสะพาน

"พี่ไม่คิดจะบอกชื่อตัวเองหน่อยเหรอคะ เราน่าจะทำความรู้จักกันไว้ เผื่อจะได้..."

นักศึกษาสาวพูดพลางเลื่อนมือไปใกล้มือแกร่งที่วางทับโทรศัพท์มือถือก่อนจะวางนิ้วชี้ลงบนมือแกร่งพลางไล่วนไปบนหลังมือ ช้อนสายตามองอย่างยั่วยวน โดยมีสายตาจากเพื่อนอีกโต๊ะคอยส่งมาเชียร์ ชายหนุ่มมองสายตาของนักศึกษาหญิงที่ช้อนสายตามองมาแต่ก็แอบเหลือบไปมองยังโต๊ะข้างๆ ซึ่งอยู่ถัดไปอีกสองโต๊ะ

รอยยิ้มมุมปากของดนัยจึงยกขึ้นเมื่อเข้าใจว่ากำลังถูกนักศึกษาสาวรุกจีบ แม้อีกฝ่ายจะตรงสเปคแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกสนใจเลยสักนิด จนเขาเองก็ยังแปลกใจกับตัวเอง แต่ก่อนที่นักศึกษาสาวจะเลื่อนมือมากุมมือชายหนุ่มมากกว่านี้ พนักงานเสิร์ฟก็เดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มที่อีกฝ่ายสั่งเสียก่อนจึงต้องยกมือออกจากมือของชายหนุ่ม

"คือว่า..."

จังหวะที่ดนัยจะกล่าวปฏิเสธ เสียงเตือนว่ามีข้อความเข้าจึงทำให้ดนัยก้มลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพบว่าเป็นข้อความของแพรวนลินที่ส่งมาให้เขารู้ว่าเธอจะเดินข้ามมาหาเองชายหนุ่มจับวางโทรศัพท์ลงที่เดิมและรอหญิงสาวแทน

ทว่า ถูกนักศึกษาสาวที่เข้าใจผิดคิดว่าชายหนุ่มจะขอแลกไลน์จึงฉกโทรศัพท์ออกมาจากมือชายหนุ่มและเปิดแอปพลิเคชันไลน์เพื่อเพิ่มเพื่อนด้วยตัวเองโดยไม่ลืมที่จะจัดให้อยู่กลุ่มรายการโปรดแต่เมื่อเปิดเข้าไปดูในรายการโปรดก็พบมีรายชื่อไลน์ของหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรก่อนจะออกมาที่เพิ่มรายชื่อเบอร์โทรศัพท์ ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เพิ่มเบอร์ก็ถูกชายหนุ่มดึงโทรศัพท์กลับคืนไปเสียก่อน

"แค่ไลน์ก็ได้ค่ะ ว่าแต่ไลน์ที่อยู่ในรายการโปรดเป็นไลน์ของใครเหรอคะ"

แม้จะแน่ใจว่าเป็นไลน์ใครแต่ก็อดที่จะถามไม่ได้ แต่เมื่อดนัยจะเอ่ยตอบ เสียงหวานใสของแพรวนลินก็ดังขึ้นก่อนจากด้านหลังชายหนุ่ม

"พี่นัย รอนานหรือเปล่าคะ แพรวรีบทำกลัวพี่...อ้าว น้องมินนี่"

เสียงของแพรวนลินที่กำลังพูดกับดนัยหยุดลงก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างทักทายน้องสายรหัส แม้จะแปลกใจอยู่บ้างที่เห็นน้องสายรหัสนั่งอยู่โต๊ะเดียวกับดนัย เธอมองน้องสายรหัสด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะหันไปมองดนัยที่ยังนั่งเงียบด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้

"เธอรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอ"

ดนัยกล่าวถามก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงรอคำตอบจากแพรวนลิน

"ค่ะ น้องสายรหัสของแพรวเอง อยู่ปีสอง มีอะไรกันหรือเปล่าคะ"

แพรวนลินตอบก่อนจะถามกลับในท้ายประโยคพลางมองดนัยสลับกับน้องสายรหัส

"ไม่มีอะไรค่ะพี่แพรว มินนี่ไม่รู้ว่าเป็นแฟนพี่เลยรับคำท้าจากเพื่อนให้มาขอไลน์ ยังไงพี่ก็ช่วยลบไลน์ของมินนี่ด้วยนะคะ"

น้องสายรหัสกล่าวตอบจบก็เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองทันที แพรวนลินมองตามก็พบกับรุ่นน้องคณะที่พากันยกมือไหว้เคารพรุ่นพี่ เธอส่งยิ้มให้ก่อนจะหันกลับมามองดนัย

"โสดได้ไม่กี่วันก็เสน่ห์แรงนะคะ" แพรวนลินกล่าวแซว

"เลิกแซวแล้วกลับกันเถอะ พี่ไม่ค่อยชอบเท่าไร"

ดนัยกล่าวขึ้นพลางคว้ามือเล็กของแพรวนลินหมุนตัวเดินไปทางออก

แต่ทว่า ก็ต้องชะงักเท้ายืนมองกลุ่มนักศึกษาที่ยืนขวางทางด้วยความสงสัย ยกเว้นก็แต่แพรวนลินที่ก้าวเท้ามาหลบอยู่หลังดนัยเมื่อกลุ่มนักศึกษาที่ขวางทางออกอยู่นั่นเป็นเพื่อนๆ ของเธอที่พยายามปกปิดไม่ให้รู้ว่าใครมารับมาส่งหลงัจากก่อนเข้าสอบมาวินได้บอกกับคนในกลุ่มว่ามีคนมาส่งเธอ อีกทั้งตอนสอบเสร็จเธอไม่ทันระวังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความของดนัยที่ส่งมาทำให้ศิขรินที่เห็นว่าเธอกำลังตอบแชท แพรวนลินหลีกเลี่ยงจนออกมาก่อนคนอื่นๆ แต่ไม่คิดว่าจะถูกตามมาทัน

"ยายแพรว ไหนว่าไม่มีแฟนไงยะ"

สิรฎาหรือมิ้น เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจพลางจ้องมองมาเขม้น

"นั่นสิ พวกเราก็หลงคิดว่าโสดอยู่คนเดียวในกลุ่ม"

อังคณาหรือแคท เอ่ยขึ้นบ้าง แต่คำพูดของอังคณาทำให้ดนัยเหลือบสายตาไปมองแพรวนลินที่โผล่ศีรษะออกมาส่งยิ้มให้กับเพื่อนด้วยสีหน้าเหยเก

หากไม่มีคำว่า 'โสดคนเดียวในกลุ่ม' คงไม่ทำให้เขาสนใจได้มากขนาดนี้

"ไม่ใช่นะ พี่นัยไม่ใช่..."

แพรวนลินรีบเอ่ยปฏิเสธแต่ก็ถูกดนัยกล่าวตัดบท

"ถ้าอยากจะคุยกัน เอาไว้ไลน์คุยกันนะ พี่ขอพาแพรวกลับบ้านก่อน พี่มีงานต้องทำต่อ"

"เอาไว้ฉันจะไลน์ไปอธิบายนะ บาย"

แพรวนลินรีบพูดเมื่อดนัยจูงมือเธอเดินผ่านกลางกลุ่มของเพื่อนตัวเอง

"ในฐานะที่ฉันสนิทกับแกมากที่สุดรองจากยายริน ฉันจะเป็นคนทักไปเตือนแกเอง"

จันทิมาหรือน้ำหวาน ตะโกนไล่หลังแพรวนลินอย่าเย้าหยอกซึ่งถูกดนัยกุมมือไม่ยอมปลอยเดินออกจากร้านตรงไปขึ้นรถ Porsche 718 Boxster S คันสีดำเทาก่อนจะขับออกไปซึ่งสร้างเสียงฮือฮาให้กับกลุ่มเพื่อนที่รีบยกโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายเพื่อเอาไปแซวแพรวนลินในไลน์กลุ่ม

"แพรวต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ"

แพรวนลินเอ่ยขึ้นเมื่อดนัยขับรถออกมาจากร้านกาแฟได้ไม่นาน ทว่าสิ่งที่เธอพูดออกไปดนัยไม่ได้สนใจแต่อย่างใด นอกจากสิ่งที่เขากล่าวถามออกไป

"ทั้งกลุ่มเธอคนเดียวเหรอที่โสด"

"เอ่อ ก็ค่ะ แพรวโสด"

แพรวนลินกล่าวตอบแม้จะสงสัยไม่น้อยที่ชายหนุ่มรู้สึกสนใจชีวิตโสดของเธอขึ้นมา ทั้งที่พสุธรมักจะบ่นให้ดนัยฟังอยู่บ่อยครั้งว่ายังไม่อยากให้เธอมีแฟนและภูมิใจที่เธอยังโสดและรักษาความบริสุทธิ์มาจนอายุยี่สิบสามได้

"งั้นเหรอ"

ดนัยตอบเพียงสั้นๆ แพรวนลินจึงกล่าวถามด้วยความสงสัย

"ทำไมค่ะ พี่นัยมี...พี่นัยจอดรถทำไมคะ"

แพรวนลินไม่ทันจะกล่าวถามจบก็ต้องตกใจที่ดนัยหักพวงมาลัยเข้าข้างทางก่อนถึงไฟแดงที่จะเลี้ยวเข้าไปทางเส้นทางที่จะเข้าหมู่บ้านจัดสรรที่เธอและดนัยอยู่ เธอหันไปมองดนัยทันทีที่กล่าวจบ แต่เมื่อเธอหันไปไม่ทันจะได้ตั้งตัวก็ถูกดนัยรั้งท้ายทอยประกบปากจูบทันที มือเล็กยกขึ้นมาดันหน้าอกแกร่งของดนัยทันทีพยายามขืนตัวเองออกห่างด้วยความตกใจที่ถูกชายหนุ่มฉกจูบ

ดนัยกดจูบแพรวนลินอย่างหนักหน่วงเพื่อให้หญิงสาวได้เผยอริมฝีปากออก ความช่ำชองทำให้เขากดจูบได้ไม่นานหญิงสาวก็เผยอริมฝีปากออก ลิ้นอุ่นจึงสอดเข้าไปสำรวจความหวานของโพรงปากนุ่มของแพรวนลิน

มือแกร่งที่วางไว้ที่เอวคอดของหญิงสาวดึงเสื้อนักศึกษาให้พ้นขอบกระโปรงพลีทก่อนจะสอดมือเข้าไปสัมผัสผิวเนียนนุ่มของหญิงสาวก่อนจะเลื่อนไปกอบกุมทรวงอกพอดีมือที่อยู่ภายใต้บราเซียร์ก่อนจะเคล้นคลึงเต้าขนาดพอดีมืออย่างสนุกมือ ลิ้นอุ่นเกี่ยวกระหวัดลิ้นของหญิงสาวจนคราบน้ำลายเลอะมุมปากของทั้งสองคน มือเล็กที่ออกแรงดันอกแกร่งคลายลงและเลื่อนขึ้นไปโอบรอบคอของชายหนุ่มเอาไว้

เสียงครางกระเส่าดังขึ้นอย่างเป็นระยะจากแพรวนลินที่รู้สึกซาบซ่านเมื่อถูกมือแกร่งบีบเคล้นคลึงหน้าอก มือเล็กจิกลงที่ต้นคอขอชายหนุ่ม ขาเรียวที่อยู่ใต้กระโปรงบิดเร่าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกปั่นป่วนที่ท้องน้อยและความรู้สึกแปลกที่หว่างขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลิ้นอุ่นยังคงเกี่ยวกระหวัดอย่างติดใจกับความหวานละมุนในโพรงปากแต่ทว่ามือที่อยู่ไม่สุขดันร่างบางขยับชิดกายพลางปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออกก่อนจะผละมือออกไปดันตัวเบาะเอนลง

ร่างบางเอนไปตามแรงที่ชายหนุ่มโถมตัวดันให้เธอนอนราบไปกับเบาะ ปลายเสื้อนักศึกษาตกไปอยู่ข้างตัวทั้งสองข้างเผยให้เห็นบราเซียร์สีเนื้อเรียบอย่างสุภาพและมันกำลังจะถูกปลดออกด้วยมือแกร่ง หากไม่มีเสียงโทรศัพท์ของแพรวนลินดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ทำให้แพรวนลินได้สติยกมือดันอกแกร่งและบ่าของดนัยออก เมื่อริมฝีปากผละออกแพรวนลินจึงรีบเอ่ยออกไป

"พี่นัย...พี่นัยคะ มือถือแพรวดังคะ"

เพียงเธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากหยุด แต่เมื่อหญิงสาวรีบชูโทรศัพท์ขึ้นมาซึ่งโชว์รายชื่อคนโทร. เข้ามาทำให้ดนัยปรับเบาะขึ้นมาระดับปกติ

"รับเถอะ"

ดนัยไม่พูดเปล่ายังปัดหน้าจอโทรศัพท์รับให้แพรวนลินก่อนจะติดกระดุมเสื้อนักศึกษาให้เธอ เมื่อยังเห็นเธอไม่ยอมพูดกับคนปลายสายจึงเบนสายตาไปทางโทรศัพท์ให้เธอตอบกลับคนปลายสายที่ตะโกนออกมา

แพรวนลินรู้สึกเขินเล็กน้อยแต่ก็ทำตามที่ดนัยบอก เธอยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูพลางกรอกเสียงตอบ ทว่าก็ต้องหันไปมองดนัยที่ติดกระดุมให้เธอจนครบและดันชายเสื้อลงไปใต้กระโปรง เธอรู้สึกวาบหวิวขึ้นมาทันทีจนต้องแอบขยับตัวไม่ให้ดนัยโดนสิ่งที่อยู่หว่างขา แต่ดูเหมือนเธอจะคิดผิดเพียงเธอขยับตัวเล็กน้อยปลายนิ้วของดนัยแตะโดนที่โหนกนูนของเธอ

"อะ อืม ได้ ไว้เจอกันนะ"

แพรวนลินเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าหลังจากพูดจบ ซึ่งพอดีกับที่ดนัยดึงมือออกและหันกลับไปสนใจพวงมาลัย ใส่เกียร์และเหยียบคันเร่งออกจากข้างทางโดยไม่คิดจะพูดอะไรออกมา ทำให้แพรวนลินพยายามทำตัวปกติไม่คิดมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้จะสงสัยกับสิ่งที่เขาทำมากก็ตาม

ดนัยขับรถด้วยอารมณ์ไม่นิ่งเพราะกำลังสับสนกับความรู้สึกและสิ่งที่ทำไป ทั้งที่ตัวเองบอกเสมอว่าไม่คิดสนใจน้องสาวเพื่อนและไม่มีวันจะทำอย่างที่เขาทำกับผู้หญิงคนอื่น ทว่าเพียงแค่เขาได้สัมผัสผิวเนียนนุ่มก็ควบคุมสติตัวเองไม่ได้สักครั้ง เมื่อรู้ว่าเธอยังโสดสติของเขาก็ขาดทันทีและทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่บอกตัวเองเสมอ หนำซ้ำแพรวนลินยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่เขาก็ดูออกว่าหญิงสาวกำลังคิดมากเพียงแต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกไปเธอจึงเลือกที่จะเงียบ ซึ่งทำให้ดนัยรู้สึกผิดกับแพรวนลินกับสิ่งที่ทำลงไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ
8.9
สามวันก่อนวิวาห์ ซวี่โม่พบความจริงที่เจ็บปวดว่าแฟนหนุ่มที่รักกันมาสามปีแอบจัดงานแต่งกับเพื่อนสนิท โดยอ้างเหตุผลว่าฝ่ายหญิงป่วยเป็นอัลไซเมอร์และต้องการทำตามความหวังสุดท้ายของเธอ เขาขอเลื่อนงานแต่งกับซวี่โม่ไปอย่างไร้กำหนดจนกว่าคนรักเก่าจะลืมเขาได้สนิท เธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้อย่างเยือกเย็นและโทรหาครอบครัวเพื่อรับข้อเสนอวิวาห์ทางการเมืองกับทายาทผู้เย็นชาแห่งตระกูลฟู่แทน โดยสั่งให้เตรียมตัวมารับเธอเป็นเจ้าสาวในอีกสามวันข้างหน้าทันที
หน้าปกนวนิยาย MY BROTHER [镜幻情人]
8.7
ขณะที่สุ่ยถิงกำลังวุ่นอยู่กับกองหนังสือ ต้าเซียนก็โผเข้ากอดเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เธอทำตัวไม่ถูกจนถึงขั้นลืมหายใจ ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างมากของพี่ชายผู้เคร่งขรึมหลังจากหายหน้าไปเพียงเจ็ดวันสร้างความสับสนให้เธอไม่น้อย คำหยอกล้อเรื่องการกลั้นหายใจของเขาทำให้สุ่ยถิงได้แต่เก็บความหวั่นไหวไว้ในใจ เพราะตอนนี้หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวจนแทบจะรับมือไม่ไหวกับสัมผัสอันอบอุ่นที่เขาปรนเปรอให้โดยไม่ทันตั้งตัว
หน้าปกนวนิยาย หัวใจร้ายวิ่งราวรัก
9.3
โศกนาฏกรรมรักของฟาร่า นักร้องดังระดับฮอลลีวู้ดที่ยอมละทิ้งดัรวีช อดีตคนรักเพื่อไขว่คว้าความฝัน วันนี้เธอกลับมาเพื่อขอโอกาสและชดเชยความผิดพลาดในอดีต ทว่าดัรวีชที่เคยแสนดีกลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเต็มไปด้วยความแค้น เขาปฏิเสธคำขอโทษอย่างไร้เยื่อใยพร้อมประกาศกร้าวว่าความรักได้ตายจากใจไปแล้ว ท่ามกลางปมขัดแย้งในครอบครัวพี่น้องทั้งห้าคน ฟาร่าต้องพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางอุปสรรคมากมายเพื่อเอาชนะใจชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี
หน้าปกนวนิยาย แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่
9.6
นิยายรักแนวอีโรติกที่พาไปพบกับเรื่องราวต้องห้ามของแม่เลี้ยงสาวพราวเสน่ห์ ผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความปรารถนาอันรุ่มร้อนภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอไม่ได้เพียงแค่ลุ่มหลงในความสัมพันธ์ลับกับลูกเลี้ยงชายทั้งสามคนของตนเองเท่านั้น แต่เธอยังแอบสร้างพันธนาการสวาทกับชายชู้อีกมากหน้าหลายตาอยู่นอกบ้านด้วยเช่นกัน เส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยกามารมณ์และความลุ่มหลงครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไร เมื่อความลับสุดอื้อฉาวถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย หลังขอหย่าก็แพ้ท้อง อดีตสามีผู้เป็นเจ้านายก็ตามจีบแทบบ้า
8.2
ตลอดสองปีในฐานะภรรยา เจียงหนิงถูกเสิ่นซือเหนียนเมินเฉยท่ามกลางข่าวลือฉาวของเขา เธอจึงตัดสินใจขอหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเธอเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาในคืนที่ตั้งใจจะจากมา มิหนำซ้ำอดีตสามียังปรากฏตัวในฐานะเจ้านายใหม่ที่บริษัท ทำให้เธอต้องคอยปกปิดตัวตนและสู้รบกับเขาในที่ทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าเมื่อความลับเริ่มถูกเปิดเผยและหัวใจเริ่มสั่นคลอน บทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย จุมพิตอสรพิษ: แค้นภรรยา
9.7
อดีตชาติที่แสนหวานของฉันจบลงด้วยความตายในกองเพลิงจากน้ำมือของพี่ชายบุญธรรมทั้งสามและชายคนรัก พวกเขาหลอกใช้ฉันเพียงเพราะเป็นเด็กกำพร้า ทว่าคุณอาอากรินทร์ผู้แสนเย็นชากลับสละชีวิตเพื่อปกป้องฉันในนาทีสุดท้าย เมื่อฉันได้โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้งก่อนเหตุโศกนาฏกรรมเพียงหนึ่งสัปดาห์ ท่ามกลางเงื่อนไขมรดกหมื่นล้านที่บังคับให้แต่งงานกับหนึ่งในฆาตกรเหล่านั้น ฉันจึงตัดสินใจเลือกแต่งงานกับคุณอาอากรินทร์เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและเริ่มต้นการล้างแค้นคืนให้สาสม