ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซุป’ตาร์พันเล่ห์

ซุป’ตาร์พันเล่ห์

เมลดา หญิงสาวผู้ปิดตายหัวใจและไม่เคยเชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริง ต้องมาเผชิญหน้ากับ ฮุนจีอึน ซุปตาร์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มองว่าเธอคือความท้าทายใหม่ในคอลเลกชั่น แม้เริ่มต้นด้วยการปะทะคารมและความไม่ลงรอย แต่เพลย์บอยตัวร้ายกลับต้องงัดสารพัดเล่ห์เหลี่ยมมาใช้เพื่อสั่นคลอนหัวใจอันแข็งแกร่งของเธอ ท่ามกลางอุปสรรคมากมายที่ถาโถม บทพิสูจน์รักครั้งนี้จะเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความผูกพันที่ไม่อาจถอนตัวได้หรือไม่ ในเส้นทางวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
ตอน
แชร์

ตอน 2

ภาพถ่ายเลือนรางพร่ามัว บรรยากาศกอดรัดฟัดกันให้เหวี่ยงของคู่รักหลังมุมเสาในสถานบันเทิง แม้จะมัวไปด้วยแสงไฟที่สลัวแต่ก็สามารถดูรู้ว่าคนในภาพเป็นใคร ภาพดังกล่าวถูกส่งมาทางโปรแกรมสนทนาในมือถือส่วนตัวของเมลดา ภาพชายหนุ่มที่เห็นทำเอาเธออึ้งอยู่ชั่วครู่ พร้อมสายที่โทรตามมาติดๆ

“ว่าไงคะพี่เม เขากำลังรอพาดหัวจากพี่อยู่อ่ะค่ะ อีกสิบห้านาทีเขาจะปิดงานกันแล้ว”

“ใจเย็นๆได้ไหมยายผึ้ง พี่ก็เร่งอยู่นี่แล้วไงไว้สิบห้านาทีพี่โทร.กลับ” เมลดาย้ำชัดเสียงดังที่จะฟังว่าอารมณ์เสียเพราะถูกตามงานอยู่ก็ได้ เธอนั่งเพ่งมองภาพดังกล่าวในจอมือถือ สมองรึก็แล่นระดมความคิดสรรหาถ้อยคำพิสดารมาตั้งพาดปกให้เร็วอย่างปัจจุบันทันด่วนภายในเวลาเสี้ยวหายใจที่กำหนด ให้ตายสิ นี่มันคือการทำงานหรือเล่นเกมส์โชว์แนวควิสเกมส์กันแน่เนี่ย? ใครก็ได้บอกฉันที!!

“ซอกตึกระทึกสวาท นักร้องหนุ่มแดนโสมแพร่คลิปจูบสะท้านหลังเสา”

“คลิปโผล่ จูบหวิว โฉ่งแล้ว !! แฟนตัวจริงซุปเปอร์สตาร์แดนกิมจิ เธอคนนั้นคือใคร ในเล่ม!!!”

“ย้ำชัด เปล่าเก้ง หักหัวใจชาวสีม่วง จีอึนโชว์คลิปจูบหวิวยืนยันไม่ใช่เกย์ เตรียมแฟนคลับสับเละหลังภาพลับถูกเผยแพร่!!!”

เมลดากดเบอร์ออฟฟิศอย่างเร็ว เสียงน้องคนเดิมรับสายฟังเสียงแล้วรู้ได้ถึงอาการร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด ก็ไหนถอดเมมโมรี่การ์ดให้อีตานั่นไปแล้ว ทำไมภาพปาปาราซซี่มาโผล่ได้ไงเนี่ย?? ตายละ!!

“จากรูปหื่นของอีตานั่น พี่คิดพาดหัวข่าวให้ 3 หัวข้อ ให้พี่เรเน่เลือกเอาแล้วกันนะว่าใช้อันไหน พี่ไม่มีเวลาแล้ว เดี๋ยวส่งเข้าเมลล์ตามให้แล้วกัน”

“ไม่เอาดีกว่าค่ะพี่เม มันไม่ทันแน่ๆอ่ะ บอกมาเดี๋ยวผึ้งจดตามค่ะพี่”

“โอเคได้ ตามใจเตรียมจดนะ” เท่านั้นแหล่ะแล้วเธอก็ไล่รายละเอียดพาดหัวข่าวตามๆกันไป ให้น้องน้ำผึ้งผู้อยู่ปลายสายวุ่นวายตามจด หลังจากวางสาย เมลดาก็จ้องดูภาพป่วนชีวิตภาพนั้น อีตาพระเอกนักร้องตาตี่ต่างชาติที่ตอนนี้ชีวิตของฉันต้องมาวุ่นวายกับการทำข่าวเขาไม่เว้นแต่ละวัน น่าเบื่อที่สุด!

“น้ำผึ้ง พี่ชาอยู่แถวนั้นมั๊ย?” เมลดากรอกเสียงไปตามสายโทรศัพท์

“ค่ะ”

“พี่ขอสายหน่อยสิ”

“ว่าไง?” ช่างภาพหนุ่มคว้าทาศัพท์ขึ้นมาพูด

“พี่ชา ภาพปาปารัซซี่เล่มล่าสุด ฝีมือพี่ใช่มั๊ย? ไหนอุนจีอึนเข้าแย่งเอาเมมโมรี่การ์ดไปแล้วไง ภาพมาโผล่ได้ไงเนี่ย?”

“ก็จะไม่โผล่ได้ไง มันเอาเมมภาพงานอิเว้นท์ไปอ่ะ เมมภาพปาปารัซซี่แอบถ่ายดาราพี่ถอดเก็บไว้ที่ตัว”

“โอ... ตายแล้ว เมื่อคืนพี่ใช้เมวิ่งล่อเป้าเหรอน่ะ ทำไมไม่โดนซ้อมให้หน้ายับเลยนะ ร้ายขนาดนี้เนี่ย” เมลดาพ้อ

“แล้วอย่างนี้ต้นสังกัดอุนจีอึนไม่ฟ้องเอาเหรอ?”

“จะฟ้องได้ไง พี่ไม่รู้จักหน้าตาอุนจีอึนด้วยซ้ำ พี่ไม่รู้ว่าผู้ชายน่ะเป็นนักร้องซุปเปอร์สตาร์เกาหลีนะ พี่เคยทำแต่ข่าวดาราไทย ที่พี่ถ่ายน่ะ พี่ตั้งใจถ่ายดาด้า นักร้องสาวคนที่นัวกันในภาพ”

“โอย... พี่ชานะพี่ชา” จากนั้นคุยกันอีกสองสามคำก็ล่ำลาวางสายเพราะเดี๋ยวก็คงเจอกันที่ออฟฟิศอยู่ดีจะงานเข้าจะงานงอกมั๊ยเนี่ยเรา

“เมลดา” เหยี่ยวข่าวสาวแสนสวย ประจำคอลัมน์ “เอเชียน ไอดอล” ของสำนักข่าวบันเทิงอันดับต้นๆของเมืองไทย คอลัมน์นี้ที่เป็นกระแสและกำลังท็อปฮิตติดชาร์จได้รับความนิยมอย่างแรงส์จากการพัดพาของกระแสเกาหลีฟีเวอร์ ชนิดที่เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่เสียแล้วและเขา..พระเอกนักร้องดาวรุ่งเกาหลีซีรี่ส์ดังที่เพิ่งลาจอไปทางช่องฟรีทีวีในเมืองไทย “อุนจีอึน”

‘เชอะ! ซุปเปอร์สตาร์งั้นเหรอ!??’ เมลดานึกหมั่นไส้ในใจ ตารึก็เพ่งมองพาดหัวข่าวที่โชว์หลาภาพปาปาราซซี่จากข่าวบนอินเตอร์เน็ต ชายหนุ่มและหญิงสาว ที่กำลังกอดรัดฟัดกันนัวระยะสุดท้าย ฝ่ายชายรึก็โน้มตัวก้มลงคล้ายๆว่ากำลังแสดงบทรักอย่างดูดดื่มซะเหลือเกิน จะให้มองกี่ทีๆใครๆก็รู้ว่าชายหนุ่มในภาพคือดารานักร้องหนุ่มแดนกิมจิที่เข้ามาทำมาหากินในเมืองไทย “อุนจีอึน”!! ที่เพิ่งมีเหตุให้วิวาทะหน้าสถานบันเทิงเมื่อไม่นานมานี้ เขาช่างมาแย่งพื้นที่ทำกินของศิลปินไทยเสียจริง แต่ถ้าจะว่าไปแล้วเรื่องหน้าตา ศิลปินเกาหลีเขาแซงหน้าไปหลายโขขุมเหมือนกันล่ะนะเอาเข้าจริงๆดารานักร้องเกาหลีก็หน้าตาดีกว่าถึงจะพึ่งศัลยกรรมก็เถอะ เท่านั้นยังไม่พอ แค่รูปโฉมภายนอกหนุ่มเกาหลีเขาหล่อโลดแล้วยังพกพาความสามารถเต็มเปี่ยมที่มากล้นไปด้วยสเน่ห์ เข้าไปอีก อย่างนี้ถ้าไม่ชนะใจบรรดาแฟนคลับสาวไทยน้อยใหญ่ ชะนี เก้ง กวางทั่วฟ้าเมืองไทยแล้วจะให้ว่ายังไงได้ มันคงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้สินะ ก็ทำไมนักร้องไทยถึงไม่พัฒนาบ้างเลย น้อยคนที่จะมีความสามารถจริงๆที่เห็นๆก็ขายหน้าตาร้องเพลงทีฟังแล้วสะเทือนขี้หู

ส่วนเจ้าตี๋นี่ ดูๆไปจะดังเพราะผลงานน่ะเหรอ ไม่ใช่แน่ๆ แต่ที่เป็นกระแสอยู่ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ช่างขยันเป็นข่าวซะจริง... มันล้วนแต่เป็นข่าวคั่วข่าวคาวกับบรรดาสาวๆทั้งนั้น และภาพข่าวที่โปรยมาให้เห็น ก็เป็นภาพลับแอบถ่าย แบบรัวชัตเตอร์ในระยะเผาขนที่ไม่ทันให้พ่อหนุ่มแดนโสมได้ทันตั้งตัวทันเสียด้วย

“นางเอกหน้าหวาน ปัดชัด แค่เพื่อน.....”

“จีอึน หลุด สวมกอดนางเอกหน้าหวาน ประกาศชัดเปล่า “เก้ง””

“พบแล้ว ตัวจริง พระเอกแดนกิมจิ สาวไทยมัดใจ กลับแดนโสมไม่ถูก ....”

ท่าทางจะไปไหนไม่รอดจริงๆแล้วนะอีตาตี๋ตาตี่ สาวไทยนี่ก็บ๊อง คลั่งกะเทยจำแลงอยู่ได้.... ผู้ชายหน้าตาดีสมัยนี้ ไว้ใจได้ที่ไหน คารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นเกย์น่ะ เคยได้ยินกันบ้างไหม? เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้จริงๆ ที่เป็นข่าวกับสาวๆได้ไม่เว้นแต่ละวันนี่ คงหวังกลบกระแสข่าวเกย์ล่ะสิ ....

“นี่มันเวรกรรมอะไรของฉันกันนะที่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็ง ปั่นเรื่องของนายเนี่ย?” เมลดาเห็นรูปบนหน้าจอที่เป็นรูปอีตาพระเอกนักร้องคนนี้ทำท่ายั่วยิ้ม แววตาซนปนทะเล้นแล้วมันหมั่นไส้จนอดไม่ได้ บ่นไป คิดไป พิมพ์ไป บ้างก็พักอ่านทบทวนต้นฉบับข้อเขียนเนื้อหาในสกู๊ป ปากรึก็พลางโซ้ยบะหมี่ลวกปะทังความหิวกลางดึกอย่างนี้ เป็นนักข่าวเนี่ยมันแสนลำบากนายรู้ตัวมั่งมั๊ยหา? นายอุนจิ เอ๊ย! อุนจีอึน

“นี่นั่งหน้าหงิกอะไรครับน้องเม” เสียงนั่นทำเอาเมลดาแทบจะสะดุ้งเฮือกกับเสียงทักทายของพี่ชา ช่างภาพหนุ่มใหญ่อารมณ์ดี ที่ส่งเสียงมาจากข้างหลัง ทำเอาคำบะหมี่อุ่นร้อนที่กำลังโซ้ยอยู่ร่วงลงไปยังถ้วยคัพที่เดิมของมัน แหม.. พี่ชานี่ กำลังจะอร่อยอย่างในโฆษณา มาไม่บอกไม่กล่าวจริงเลย

“ก็นั่งเซ็ง เซ๊ง เซ็ง อีตานักร้องดาวรุ่งคนนี้สิคะพี่ชา ดังนัก ดังจนสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง ไม่ได้หลับไม่ได้นอนอยู่นี่ยังไงคะ” เมลดานบ่นพ่นพิษด้วยความเอือมระอา บ่นไปงั้นเอง แต่ถามว่าทำไหมงานน่ะ ก็ทำอยู่ดี ก็อาชีพเหยี่ยวข่าวสาวแสนสวยอย่างฉัน มันเป็นความฝันสูงสุดเมื่อครั้งสมัยยังร่ำเรียนคณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน จบมาก็อยากทำงานผู้สื่อสารให้มวลชนได้เข้าใจถึงความคืบหน้าและเป็นไปของคนในวงการบันเทิง โลกมายาที่ใครๆก็ให้ความสนใจอยากรู้

“ทำไงได้ มันอาชีพนี่จ๊ะสาวน้อย อยากเป็นนักข่าวไม่ใช่เหรอ ใจรักไม่ใช่หรือเรา ปากก็เคยพูดอยู่ ฮ่าๆๆ” พี่ชาพูดไปพลางระเบิดเสียงหัวเราะ ไม่รู้จะฟังเป็นเสียงหัวเราะอย่างพี่ชายเอ็นดูน้องสาวหรือว่าจงใจจะหัวเราะเยาะแกมหยอกยั่วน้องให้อารมณ์เสียดีนะเนี่ย

“มันก็ใช่ค่ะ แต่ถึงจะรักในวิชาชีพยังไง เล่นให้ไม่ได้กลับบ้านกลับช่องแบบนี้ก็ไม่ไหวนะคะ ก็รู้ว่าหน้าที่อยู่เหนืออิสรภาพ แต่คนเรามันควรจะมีเวลาส่วนตัวกันบ้างไม่ใช่เหรอคะ นี่ต้องมานั่งทำสกู๊ปใหญ่ นักร้องที่ชื่อว่าดังที่สุดของเมืองไทย เต็มที่ก็สองหน้าสี่สีนะคะสกู๊ปข่าวอ่ะ แต่อีตานี่สิ แปดหน้ายังจุเรื่องของเขาไม่หมด เยอะเหลือเกินแล้วข่าวอีพ่อเจ้าประคุณรุนช่อง” เมลดาบ่นอย่างคนอารมณ์เสีย

“ฮ่าๆๆ คนมันดังช่วยไม่ได้อ่ะนะน้องเม” พี่ชาตอบยั่วยิ้มยังกับตัวเองเป็นพ่อนักร้องนักรักเทวดาคาสโนว่านั่นเสียเอง

“โห ดังเดิงอะไรกันคะ ที่เป็นข่าว มีแต่ข่าวฉาวโฉ่ทั้งนั้น พี่ชาก็ดูสิคะ ภาพหลุดงี้ ภาพฟัดกันนัวงี้ ภาพแอบจูบิหลังเสากลางห้างงี้ มีแต่ข่าวไม่ไหวจะเคลียร์ทั้งนั้น เรื่องงานน่ะไม่ค่อยจะมีกับเขาหรอก” เมลดาละเอือมพ่อพระเอกนักร้องคนดังคาสโนว่าตัวพ่อคนนี้เหลือเกิน! มันกรรมอะไรที่ฉันต้องมาทำคอลัมน์อีตานี่ ไม่เข้าใจ เธอบ่นในใจ

“ไม่หรอกมั้ง... ละครเขาเพิ่งจะลาจอไปนี่นา ข่าวผลงานก็คงเริ่มซา ทางสังกัดก็เลยเล่นเรื่องส่วนตัวไปอย่างที่เห็น ยุคนี้เรื่องความรักดาราคนดังมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจสุดแล้ว ใครๆก็อยากรู้” พี่ชาให้เหตุผลพร้อมยิ้มที่มุมปากอย่างพี่ชายผู้ใจเย็น

“มันก็จริงอ่ะค่ะ แต่สงสารก็แต่เยาวชน เด็กๆที่เสพย์ข่าวเขาเข้า เขาจะรู้ตัวบ้างมั๊ยคะว่าการเป็นไอดอลคนสาธารณะต้องทำตัวให้มันดีๆหน่อย ไม่ใช่คาวได้ไม่เว้นวันอย่างนี้น่ะ”

“ฟังดูเราอคตินะเนี่ย”

“อคติอะไรกันคะ คนเรา เลือกจะเป็นคนของประชาชนแล้ว ก็ต้องทำตัวให้ดี เพราะมีเด็กๆดูและพร้อมจะเอาเยี่ยงอย่างอยู่ตลอดเวลา ทำตัวอย่างเขามันตามใจตัวเองเกินไป ไม่น่าสนับสนุน ต้นสังกัดไม่รู้จักสอนสั่งซะบ้างเลย จริงๆนะคะ”

“ก็เขาเป็นนักร้องต่างชาตินี่จ๊ะ” ยั๊ง ยังไม่เลิกเข้าข้าง!

นี่พี่ชาไปเป็นผู้จัดการส่วนตัวของอีตานี่มารึยังไง แล้วก็ตั้งแต่เมื่อไหร่เลยด้วย รู้สึกจะออกตัวแทนเหลือเกิน เมลดานึกประชดในใจ

“นั่นล่ะค่ะ ยิ่งต้องมีสามัญสำนึก มาทำมาหากินบ้านคนอื่น มันยิ่งต้องทำตัวดี มีที่ไหน มาโกยแต่เงิน แต่ไม่ทิ้งอะไรดีๆไว้เลย สงสารก็แต่นักร้องไทย ดาราไทยดีๆหลายๆคน ไม่มีข่าวคาว ไม่มีกระแสก็ไม่มีคนจ้าง โลกนี้นี่ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย”

“ฮ่าๆ ก่อนสงสารใคร พี่ว่าเราสงสารตัวเองก่อนดีไหม ดูสิ ตาปรือ...ท่าจะง่วงจัด ใกล้เสร็จยังเถอะต้นฉบับเราน่ะ นี่พรุ่งนี้เช้าก็ต้องส่งพี่เรเน่แล้วไม่ใช่เหรอ?” พี่ชาถามเป็นการกระตุ้นเตือนเมลดาขึ้นมาทันที

“นั่นสิคะ เมชักเริ่มสงสารตัวเองแล้วสิคะ ว่าแล้วเมขอตัวทำงานก่อนดีกว่า ก่อนที่พระอาทิตย์ขึ้นฮ่าๆๆ” เมลดารีบออกตัว ก่อนที่จะตั้งหน้าตั้งตางุดๆกับต้นฉบับคอลัมน์สกู๊ปของพ่อซุปเปอร์สตาร์นักรักอย่าง อุนจีอึน ต่อไป

ส่วนพี่ชาก็เอี้ยวตัวเดินไปที่มุมโต๊ะทำงานของตน ที่รกรุงรังไปด้วยภาพสไลด์ แผ่นฟิล์ม อุปกรณ์ถ่ายภาพ โต๊ะพี่แกสามารถรกได้อีก ขาตั้งกล้องแทบจะทับตายได้อยู่แล้ว ในบรรยากาศยามดึก ภายในห้องกองบรรณาธิการข่าวมีนักข่าวหลายคนที่ยังไม่ได้กลับบ้าน ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ ในเวลาดึกสงัดราตรีนี้ไม่มีเหงา เพราะคนข่าวอย่างพวกเรา ยังคงทำงานก้าวข้ามราตรีนี้ไปพร้อมกัน

ใกล้เช้าของวันใหม่ ภาพนักข่าวบางคนนอนคุดคู้อยู่ในถุงนอนส่วนตัวที่เตรียมมาจากบ้าน “ในเมื่อไม่ได้กลับบ้าน ก็ต้องยกบ้านมาไว้ที่ออฟฟิศ” มีน้องนักข่าวคนนึงเคยเปรยไว้ ส่วนพี่ชาช่างภาพหนุ่มใหญ่ใจดีแสนดีก็หลับผล็อยไปคาโต๊ะทำงานตัวโตที่ตอนนี้เล็กและแคบลงไปถนัดตาเพราะถูกยึดพื้นที่โดยหนังสือ อุปกรณ์ถ่ายภาพต่างๆยั๊วเยี๊ยะไปหมด ภาพนักข่าวหามุมหลับในออฟฟิศจึงเป็นภาพชินตาในเวลาปิดต้นฉบับ ส่วนคนที่งานไม่เสร็จน่ะรึ ก็คงต้องนั่งเคาะแป้นพิมพ์หน้าจอคอมพิวเตอร์กันต่อไป และแน่นอนหนึ่งในนั้นรวมเมลดาเข้าไปด้วย อีกนิดเดียวคอลัมน์ใหญ่สกู๊ปข่าวเด็ดของเธอก็จะเสร็จแล้ว อีกนิดเดียวเท่านั้น

และแล้วแสงของพระอาทิตย์ แสงแห่งรุ่งเช้าก็มาถึง มาพร้อมๆกับเสียงรองเท้าส้นสูงย่ำเท้าเป็นจังหวะการเดิน ส่งเสียงดังต๊อกแต๊กๆ จังหวะการเดินแบบนี้ มีคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ เสียงการย่ำเท้าถี่ๆ ประมาณว่าขาคงสั้น เลยต้องจ้ำเท้าบ่อยๆ ไม่กี่วินาทีผ่านไป สาวใหญ่ร่างเล็กบอบบาง แววตาใจดีเปี่ยมอารมณ์ขันอยู่ในทีก็เยี่ยมหน้าเข้ามาในห้องกองบรรณาธิการข่าวของสำนักข่าวบันเทิงชื่อดังและติดอันดับต้นๆของประเทศไทย

“สวัสดีค่ะพี่เรเน่” เสียงทักทายเหล่านั้นมาจากบรรดากระจอกข่าวรุ่นน้องดังขึ้นเป็นระยะๆ แสดงให้รู้ว่าเธอเป็นคนมียศมีตำแหน่งพอสมควร แน่ละ เธอเป็นถึง บอ.กอ. นิตยสารบันเทิงชื่อดัง เธอมาหยุดร่างเล็กบางอยู่ด้านหลังโต๊ะของฉัน ทันทีที่รู้ว่าพี่เรเน่มาถึง แน่นอนเป็นเวลาส่งงานที่เมลดาทุ่มทุนสร้างอย่างอลังการ ด้วยการอดหลับอดนอนเพื่อนั่งปั่นต้นฉบับหลังขดหลังแข็งมาตลอดทั้งคืน และตอนนี้ ได้เวลาคลอดคอลัมน์สุดฮอทที่เหล่าสาวๆแฟนคลับเฝ้ารออ่านและติดตาม ฉันมั่นใจ เมลดาคอนเฟิร์ม!

“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่เร่เน่ นี่! ต้นฉบับของสกู๊ปพิเศษอุนจีอึน เพชฌฆาตตาตี่ที่กระชากหัวใจสาวไทยทั่วเมือง”

“นี่ยัยเม!” พี่เรเน่ บอ.กอ.สาวใหญ่แววตาใจดีทำหน้าคล้ายจะต่อว่าในตอนแรกที่ได้ยินคำขยายความของสกู๊ปข่าวใหญ่ที่ฟังยังไงมันก็ลิเก๊.. ลิเก แต่เมื่อก้มลงมองและกวาดสายตาอ่านงานที่นักข่าวสาวแสนสวยมาส่งทำให้ก็เกิดแววตาพึงพอใจตามมาทันทีจึงชมขึ้นในเวลาต่อมาเพียงวินาทีสั้นๆ

“โอเคจ้ะ เรียบร้อยดี... เนื้อหาน่าสนใจดีนะ สมกับที่เป็นสกู๊ปข่าวใหญ่ จากปลายปากกาของนักข่าวรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งสำนักข่าวบันเทิงแนวหน้าของเมืองไทยจริงๆเลย รับรองว่าฉบับนี้ที่พร้อมวางแผง เรื่องราวของซุปเปอร์สตาร์นักรักอุนจีอึนต้องกระชากใจสาวๆแฟนคลับแน่ๆ” พี่เรเน่ว่าพลางอมยิ้ม แววตาชวนนึกฝันถึงยอดขายถล่มทลายของนิตยสารบันเทิงที่กำลังจะวางแผงสัปดาห์หน้า

“นี่เราอยู่ออฟฟิศทั้งคืนเลยเหรอจ๊ะ?” พี่เรเน่ถาม แววตาแปลกใจ แต่ฉันว่า พี่เขาไม่น่าถามด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่ว่าถึงคราวปิดเล่มทีไร นักข่าวทั้งหลายไม่เป็นอันได้กลับบ้านกลับช่องอยู่แล้ว

“ค่ะ อยู่ทั้งคืน ก็อย่างที่พี่เรเน่เห็นนั่นล่ะค่ะ ที่เห็นพวกเราอยู่กันเต็มห้องกองบอ.กอ.ข่าวนี่ ไม่ใช่มาเช้าหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะไม่ได้กลับบ้านเลยตั้งแต่เมื่อวานต่างหาก” หญิงสาวตอบ ใจรึก็อยากจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาด้วยแล้วเชียว ดีนะที่กลั้นไว้อยู่ ไม่ได้จะประชดนะ แต่มันความจริงทั้งนั้นนะที่พูดน่ะ นายจ้างหรือไม่ก็ผู้บังคับบัญชาควรรู้ไว้ ว่าพวกเราทุ่มเทกันแค่ไหน แต่กับบางบริษัท เวลาพนักงานทำงานล่วงเวลาให้ ทุ่มเทให้กับงานให้กับบริษัทแต่บริษัทกลับไม่เห็นค่า โอทีเงินค่าล่วงเวลาไม่มี ยังไม่พอ ที่ร้ายไปกว่านั้นนะ หากถ้าพนักงานมาสายเพียงแค่หนึ่งนาทีหักเงินกันทันทีเลยทีเดียว หัวใจน่ะมีบ้างไหม? ไม่คิดบ้างเหรอว่าที่มาสายเพราะกลับดึกอันเนื่องมาจากปิดงานให้คุณทั้งคืนนั้นแหล่ะ

รู้ไว้... แต่โชคดีที่ไม่ใช่สำนักข่าวชั้นนำที่ฉันสังกัด แต่เมลดาก็ไม่ควรพาดพิงถึงใครจริงไหม?ฮ่าๆ

“ต้นฉบับสกู๊ปเด็ดก็ส่งเรียบร้อยแล้ว พี่ว่าวันนี้เมกลับไปพักก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวบ่ายๆ ค่อยมาประชุมกัน” พี่เรเน่ออกความเห็นแกมออกคำสั่ง รึจะเรียกว่าออกคำสั่งดี มาคิดดูแล้วเมลดาคิดว่ากลับไปจะได้พักไหม เต็มที่คงได้แค่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้ามากกว่า มีงานรออยู่เพียบขนาดนี้ เธออดประท้วงในใจไม่ได้จริงๆ

“มีประชุมอะไรหรือคะ?” เมลดาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชานิ่งลึกสุดฤทธิ์ อาการไม่มองหน้าทำทีเป็นหยิบจับคุ้ยเขี่ยหาเอกสารหมายงานที่จะไปทำข่าวเย็นนี้ไปพร้อมกัน

“มีข่าวมาว่าทางนายใหญ่จะเปิดสื่อเพิ่ม จากที่คุยๆกันเห็นว่าอาจจะเป็นช่องเคเบิ้ลทีวี ซึ่งรายละเอียดก็ยังไม่มีใครรู้ เราจึงต้องเข้าประชุมกันไงจ๊ะ อีกอย่างรู้สึกว่าทางบริษัทของเราจะมีบอร์ดบริหารเข้ามาเพิ่มด้วย แว่วว่าเป็นตระกูลไฮโซเงินหนานามสกุลดังเสียด้วยล่ะ ที่ประชุมครั้งนี้ก็คงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับสำนักข่าวของเราเหมือนกัน” พี่เรเน่เปรยเหตุผลสำคัญที่เมลดาต้องเข้าประชุมในวันนี้

“พี่เรเน่คะ เมคงเข้าประชุมไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะเย็นๆ ที่อาร์. ซี. เรดคอร์ด จะมีแถลงข่าวคอนเสิร์ตความสัมพันธ์ไทย-เกาหลี เมต้องไปน่ะค่ะ” เมลดาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ก็มันจริงไม่เชื่อดูหมายข่าวไหมล่ะนี่ไงเจอพอดีเลย เธอตั้งใจว่าจะไปงานแถลงข่าวเลยในตอนเย็นและอยากโดดประชุมเต็มที ก็จะไม่ให้อยากโดดได้ไงเล่า ประชุมทีไรเมลดามักจะได้งานเพิ่มทุกทีไป จะว่าไปเพราะด้วยความสวยรวยเก่งที่มีในตัวเธอ มันก็ไม่เท่าไหร่หรอกที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา แต่งานเพิ่มเงินไม่เพิ่ม กำลังใจมันออกห่างน่ะ ที่ทำงานทุกวันนี้เพราะมีใจรักและศรัทธาในงานที่ทำหรอก หมดใจก็หมดไฟ มีที่ใหม่มาจีบให้ไปร่วมงาน ก็คงจะไปนานแล้วถ้าหากหมดใจกับที่นี่น่ะนะ แต่ก็ไม่เข้าใจเลย ทำไมรักที่นี่นักนะ คงเพราะเพื่อนร่วมงานดีๆหลายคนล่ะมัง เมลดาคิดเข้าข้างราวกับตกอยู่ในห้วงมนตร์อะไรสักอย่างที่ทำให้ไม่กล้าพอที่จะออกไปจากสำนักข่าวบันเทิงชื่อดังแห่งนี้

“จริงสิ! พี่ลืมไปได้ไงนะ งั้นเมไม่ต้องเข้าประชุมก็ได้จ้ะ รีบกลับไปพักเถอะเดี๋ยวจะไม่ไหวเอา” ดูพี่เรเน่จะเป็นห่วงเป็นใยในสุขภาพของเมลดาขึ้นมาทันทีเลยนะเนี่ย หลังจากส่งงานให้พี่เรเน่เรียบร้อยแล้ว เมลดาก็รุดไปที่โต๊ะทำงานที่ความรกก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าโต๊ะของพี่ชาเลย เธอรีบเก็บข้าวของและพับเก็บคอมพิวเตอร์แลบท็อปคู่ใจ พลางโกยอ้าวออกจากกองข่าวทันที อารมณ์ตอนนี้ง่วงเต็มทีได้ที่แล้ว อยากนอนมากๆ เต็มที่กับชีวิต เต็มที่กับงาน เต็มที่ให้โลกเห็นแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะได้พักผ่อนเต็มที่บ้างสักที ตื่นมาก็มีงานรออีก ฉันช่างเป็นเหยี่ยวข่าวสาวที่ฮอท งานชุกชนิดที่มือไม่ว่างเสียจริงๆ

“ไปแล้วเหรอเม” พี่ชาถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางเมลดากำลังจะออกจากออฟฟิศไป ตื่นขึ้นมาตอนไหนเนี่ย เมื่อกี้ยังเห็นหลับอยู่เลยนี่นาพี่ชายหุ่นหมีพูห์

“ค่ะ” หญิงสาวตอบน้ำเสียงอ่อนหวาน

“ขับรถไหวไหมเราน่ะ ไม่ได้นอนทั้งคืน พี่ขับรถให้ไหม?” ท่าทางพี่ชาออกอาการเป็นห่วงเมลดาเอามากๆ นั่นสินะ ง่วงจะแย่ ถ้ามีคนขับรถให้ก็คงดีไม่น้อย แต่พี่ชาก็มีงานเพียบรออยู่ อย่าดีกว่า ความขัดแย้งเกิดขึ้นในใจแถมทะเลาะกันเองในใจของเมลดาเงียบๆอีกด้วย ท่าหญิงสาวจะง่วงเต็มทีไม่ก็ปัญญาอ่อนมาแต่กำเนิด

คิดได้!

“ไหวค่ะ ไม่เป็นไรค่ะพี่ชา ขอบคุณมาก”

“แน่ใจนะ”

“ค่ะไว้เจอกันที่งานแถลงข่าวเย็นนี้ที่อาร์. ซี. เรคคอร์ด เลยนะคะพี่ชา”

“โอเค ตามนั้นจ้ะ พี่เองก็อดห่วงเราไม่ได้ แน่ใจนะว่าขับรถไหวน่ะ” พี่ชาถามซ้ำเพื่อย้ำชัดให้แน่ใจ

“แน่ใจสิคะ คอนโดอยู่ใกล้แค่นี้เอง บ๊าย บายค่ะ ไว้เจอกันเย็นนี้ที่อาร์.ซี. เรคคอร์ดค่ะ” เมลดาล่ำลาก่อนพาร่างบางของตัวเองก้าวออกมาจากห้องข่าวกองบรรณาธิการ สำนักข่าวบันเทิงชื่อดัง

รถคันเล็กเล่นไปอย่างคล่องตัวบนท้องถนน มันเป็นรถคันเล็กคู่ใจที่หญิงสาวรักที่สุด แม้มันจะเป็นรถญี่ปุ่นราคาเพียงไม่กี่แสน แต่เธอก็รักมาก เพราะมันเป็นคันแรกที่เธอได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งเงินของใคร โดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ

ภาพนอกหน้าต่างรถยนต์คันเล็ก ที่มองไปก็มีแต่รถยนต์แออัดขวักไขว่บนท้องถนน ต่างก็รีบเร่งในยามเช้าของชั่วโมงเร่งด่วนแบบนี้ ในขณะที่คนอื่นต่างมุ่งหน้าไปทำงาน ทำมาหากินในยามเช้า แต่เมลดากลับเพิ่งจะได้เวลากลับบ้าน บนถนนเลนตรงข้าม มองเห็นรถยนตร์ที่มากมายเหล่านั้นจอดแน่นิ่งเสียสนิท ด้วยสภาวะการจราจรในยามเช้าแบบนี้ล่ะ ก็มันเป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่าถนนในกรุงเทพไม่ว่าจะไปทางไหนรถก็ติดทั้งนั้น กรุงเทพของแท้ก็ต้องอย่างนี้ล่ะ ว่าแล้วเมลดาก็ยื่นปลายนิ้วเรียวงามเล็บสีชมพูสุขภาพดีของตัวเองไปเปิดวิทยุคลื่นโปรด เพราะสภาพคนใกล้ง่วงอย่างที่เมลดาเป็นตอนนี้ ถ้าอยู่เงียบๆบนท้องถนนแบบนี้มีหวังได้อยู่ในอาการหลับในเป็นแน่ สภาวะอันตราย ต้องหาอะไรฟังเป็นเพื่อนระหว่างทางกลับบ้าน

ระยะเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมง เมลดาก็มาถึงคอนโดหรูใจกลางเมือง ด้วยสภาพอ่อนล้าของร่างบอบบางของเธอแทบจะร่วง แต่ต้องพยุงร่างที่เหนื่อยมาเต็มทีให้ถึงห้องพัก

“อ่ะโห... วันนี้กลับเช้าเชียวนะคะคุณหนูเมลดา” แม่บ้านคนคุ้นเคยประจำคอนโดส่งเสียงทักซะชื่อเต็มยศของฉันเลย พร้อมกับเดินเข้ามาช่วยถือข้าวของทันทีเมื่อหล่อนเห็นเมลดาหอบเอกสารข้าวของพลุงพลังผ่านหน้าเธอไปยังลิฟท์ขนส่ง

“ใช่ค่ะวันนี้กลับเช้าเลย... เมื่อคืนอยู่ปิดต้นฉบับน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบน้ำเสียงเหนื่อยเต็มที

“เหนื่อยแย่เลยสินะคะ” น้ำเสียงฟังดูเป็นห่วงเป็นใยจากแม่บ้านใจดี

“นิดหน่อยค่ะคุณป้า เดี๋ยวเมลดาของคุณป้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ เหนื่อยแล้วก็ง่วงเต็มทีแล้ว” หญิงสาวขอตัวตามมารยาทด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่แสดงออกถึงความเหนื่อยล้าอย่างที่สุดแต่ก็ยังแอบใส่ความขี้เล่นลงไป ก็เธอเป็นคุณหนูเมลดาของป้าเขาจริงๆนี่นา เจอทีไรเรียกชื่อเต็มทุกทีจนบางทีเล่นเอาเมลดาเขิน ก็ชื่อมันเชยนี่นา

“ตามสบายเลยค่ะ แล้วคุณหนูเมลดาจะทานอะไรก่อนนอนมั๊ยคะ จะได้หลับสบาย เดี๋ยวป้าไปซื้อมาให้” ป้าแกยังไม่เลิกแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใย

“ไม่หรอกค่ะ ไม่หิวเลย เมลดาของคุณป้าง่วงมากกว่า” ตาสองข้างจะขยับเข้าหามาปิดกันให้สนิทให้ได้อยู่แล้วเชียว

“หากอยากได้อะไรก็โทรมาเรียกป้าที่ประชาสัมพันธ์ได้นะคะ ป้ายินดีบริการค่ะ เดี๋ยวป้าก็ทำความสะอาดแถวๆนี้ล่ะค่ะ” ป้าแม่บ้านผู้ใจดีตอบแย้มยิ้มแววตาห่วงใยอบอุ่น

“ขอบคุณมากค่ะป้า” เมลดาตอบ ทันทีที่ลิฟท์มาพอดี หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไป สักพักแค่นับหนึ่งถึงสิบ เธอก็พาร่างบอบบางที่อ่อนแรงมาถึงห้อง และแล้วทันทีที่แง้มเปิดประตูเท่านั้น ข้าวของก็ถูกวางลงที่โต๊ะทำงานตัวโปรดที่มุมโต๊ะทำงานของห้อง ในเวลาไม่นานร่างบางก็ร่วงพรูลงกลางเตียงนอนอันอ่อนนุ่มราวกับตุ๊กตาไขลานที่หมดลานเอาเสียดื้อๆ หมดแบบไม่เหลือแม้แต่น้อย ไม่น่าเชื่อที่ร่างกายและสมองของฉันถูกสั่งการให้หลับได้โดยง่ายภายในเวลาอันรวดเร็วที่แทบจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่และในที่สุดก็เข้าสู่ห้วงแห่งการหลับลึกและเข้าสู่การพักผ่อนที่แท้จริงสักที

ตื๊ดดด....

เสียงมือถือดังขึ้นเป็นระยะ พอที่จะเป็นเสียงปลุกให้ฉันลุกขึ้นตื่นมาได้จากห้วงนิทราแห่งการหลับใหลที่ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องสักเท่าไหร่ อาการงัวเงีย หัวฟูผมไม่เป็นทรง เนื้อตัวมอมแมมหมดท่าสิ้นฤทธิ์ที่หลับลงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ร่างบางถูกซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่มสีขาวครีม มีแต่มือเรียวเล็กบางสีอมชมพูที่ป่ายเปะป่ะออกมานอกผ้าห่มผืนหนาเพื่อควานหาเจ้าของเสียงที่รังควานการหลับใหลอย่างเพลิดเพลินที่ผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

“ฮะโหลคะ?” เสียงที่ส่งออกไปยังปลายสาย ฟังเสียงตัวเองแล้วยังรู้เลยว่าเพิ่งตื่นนอนนะเนี่ย ปรายสายจะทุเรศกับเสียงที่ได้ยินไหมนะ

“ไงบ้างน้องเม? นี่พี่ชาเองนะคะ ยังไม่ตื่นนอนล่ะสิ พี่กำลังจะออกจากออฟฟิศไปงานแถลงข่าวที่อาร์. ซี. เรดคอร์ดเย็นนี้ เดี๋ยวพี่จะเข้าไปรับนะครับ น้องเมจะได้ไม่ต้องขับรถเองไงครับ ดูแล้วปิดต้นฉบับทั้งคืนทำเอากลับเช้า นอนก็แค่ไม่กี่ชั่วโมง พี่ว่าเราขับรถเองมันจะอันตรายเอา ช่วงนี้ยิ่งงานเยอะๆอยู่ด้วย ..”

“...” เมลดาเงียบ มันยังหลับอยู่หรือกำลังฟังอย่างตั้งใจ นี่เธอเป็นอะไรไป?

“เม ... ฟังพี่อยู่ไหม? พี่เป็นห่วงเรานะครับ” พี่ชายังย้ำ น้ำเสียงเอาใจใส่เป็นห่วงเป็นใย

“โอเค .. ตามนั้นค่ะพี่ชา แล้วเมจะรอนะคะ” ชีวิตอยากหลับต่อสักสามวันสามคืน

“ตื่นได้แล้วเด็กน้อย~” พี่ชาส่งประโยคเย้าที่ฟังดูช่างอบอุ่นมาตามสาย

“ตื่นนานแล้วค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”

“บาย บายจ้ะ” พี่ชาส่งท้ายก่อนวางสาย ช่างเป็นน้ำเสียงที่อบอุ่น ห่วงใยและเอาใจใส่

ทันทีที่วางสาย ร่างบางของฉันก็ลุกพรวดขึ้นจากเตียงนุ่มและผ้าห่มอุ่นหนาราวกับตัวเองเป็นหุ่นยนตร์โรบอท นี่โปรแกรมชีวิตประจำวันที่บ้างานของฉันที่ถูกตั้งขึ้นได้เริ่มขึ้นอีกแล้วสำหรับวันใหม่

กริ๊ง ง ~

นี่.. พี่ชามาเร็วเกินไป หรือเธอมัวชักช้าโอเอ้อยู่แต่กับการชื่นชมกับเรือนร่างของตัวเองกันแน่?

“ไปแล้วค่า ไปแล้วๆๆ” หญิงสาวส่งเสียง เผื่อพี่ชาที่รออยู่หน้าประตูจะรับรู้และได้ยินว่า เมลดารีบแล้วนะ แล้วความเร็วจากการวิ่งรุดๆ ก็พาตัวร่างบางมาปรากฏตรงหน้าประตู พอเปิดประตูเท่านั้นล่ะพี่ชาก็ทำหน้ายังกับเห็นผี นี่อย่ามาทำหน้าแบบนี้นะ เพราะเมลดาเธอสวย ขนาดเป็นนางเอกเอ็มวีได้เชียวนะ พี่ชาทำหน้าตาหยาบคายอีกแล้ว

“ทำไมทำหน้างั้นล่ะคะพี่ชา?” หญิงสาวถามเพราะคาใจน่ะสิ

“น้องเม ... สวยยย” พี่ชาตอบตะกุกตะกักอย่างที่ไม่เคยเป็น แล้วทำไมต้องหน้าแดงขนาดนั้นด้วยอีตาพี่บ้าเอ๊ยยย

“อ่าว .. เหรอคะ เมนึกว่าพี่ชาตกใจเมซะอีก” เมลดานางเอกของเราก็เขินเป็นนะ อีตาพี่บ้า อาการแก้เก้อของเมลดาแก้ไขด้วยการคว้ารองเท้าส้นสูงหรูหราราคาแพง ที่เข้ากันเหลือเกินกับชุดสวยของเธอ คงต้องลงทุนสวยหน่อยล่ะ เพราะนี่มันงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตกระชับความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีนี่นา ก็ต้องไปพบเจอคนเกาหลี เดี๋ยวไปแบบงงๆ เซอร์ๆ คนเกาหลีจะเอาไปเม้าท์ข้ามชาติได้ ว่าสาวไทยไม่สวย ชิส์

“อ่อ.. พี่ชา แปปนึงค่ะ เมลืมหมายงาน” เท่านั้น เมลดาก็วิ่งหัวฟูกลับเข้าไปในห้อง ณ มุมโต๊ะทำงาน ตรงที่ข้างเครื่องคอมพิวเตอร์มีบอร์ดขนาดเล็กไว้สำหรับติดหมายงาน กระดาษต่างๆ และแปะโพสต์อิทกันลืมหลากหลายสีสัน ใครนะช่างใช้งานสาวน้อยมาดคุณหนูอย่างฉันซะคุ้มราคาค่าตัวค่าจ้างเหลือเกิน ใครจะรู้บ้างไหมว่าเธอทำงานเกินเงินเดือน ทำให้เขาคุ้มค่ามากแค่ไหนเนี่ย? จะรู้บ้างไหม? บ่นไปใครจะได้ยิน เป็นมลภาวะพิษร้ายในจิตใจมากกว่า ไม่เอาน่า เราเป็นเหยี่ยวข่าวสาวสวยแห่งวงการบันเทิง ชีวิตต้องบันเทิงเข้าไว้

พี่ชามองหญิงสาวด้วยสายตาที่หยาดเยิ้มกว่าปกติแฮะวันนี้ นี่มันอะไรกันเนี่ย? เมลดาไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองเลยว่าพี่ชาคิดอะไรกับเธอรึเปล่าเนี่ย เพราะต่างก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันมานานเหลือเกินตั้งแต่หญิงสาวเป็นเด็กฝึกงาน และความรู้สึกที่เธอมีต่อพี่ชา ก็มีเพียงความรู้สึกดีอบอุ่นเท่าที่น้องสาวที่แสนดีจะมีให้พี่ชายได้

ชั้น 23 อาคารค่ายเพลงอาร์. ซี. เรดคอร์ด RCA

ทั้งเมลดาและชาตรีเดินทางมาถึงงานก่อนเวลาพอสมควร เมื่อลงทะเบียนสื่อมวลชนตามระเบียบ ภายในสถานที่จัดงานเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานแถลงข่าวและเปิดอัลบั้มใหม่ของศิลปินในค่ายเป็นประจำ ภายในเป็นห้องโถงบุด้วยวัสดุเก็บเสียงอย่างดีทำให้ได้ระบบเสียงที่รอบทิศและได้อรรถรสในการฟังเพลงมากขึ้น เมลดากับพี่ชาจึงคุ้นเคยเพราะมาทำข่าวที่ชั้นที่ยี่สิบสามนี้บ่อยๆ ด้านในจึงมีเลี้ยงอาหารของว่างและเครื่องดื่มไว้สำหรับรับรองบรรดากระจอกข่าวอย่างพวกเรา บูธกาแฟสดก็ทำหน้าที่ส่งกลิ่นอันหอมกรุ่นของกาแฟสดมาแตะปลายจมูกอยู่ได้ทั้วทั้งคุ้งบริเวณการจัดงานแถลงข่าว ซึ่งดูรอบๆแล้วนักข่าวมากันเยอะ ยิ่งสายบันเทิงแทบจะมากันครบทุกสำนักสื่อ สมกับที่เป็นงานแถลงข่าวเปิดมิติใหม่ของการทำงานเพลงเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีจริงๆเลย

“น้องเมคะ เดี๋ยวพี่มานะ” พี่ชาสั่งก่อนที่จะพาร่างบึกบึนสูงโปร่งออกไปยังเวิ้งระเบียงอาคารบริเวณที่จัดไว้สำหรับให้บรรดานักข่าวสิงห์อมควันได้ระบายควันให้ฉ่ำปอด ดูแล้วปอดท่าจะพังมากกว่า มันบั่นทอนชัดๆบุหรี่น่ะ

“อย่านานนักนะคะพี่ชา ดูจากหมายงานแล้วเหลือเวลาอีกนิดเดียวงานก็จะเริ่มแล้ว” เมลดาเอ่ยกำชับ เพราะถ้าตัวเองถ่ายรูปได้ออกมาสวยก็คงไม่ต้องง้อตากล้องมือฉมังแต่ขี้ยาอย่างช่างภาพหนุ่มหรอก

“ครับบอส” ชาตรีพูดล้อเลียน

“ทะลึ่ง!” เมลดาค้อนขวับเข้าให้กับอาการขี้เล่นเกินเหตุของพี่ชายเพื่อนร่วมงาน ก่อนที่คนตัวโตจะเดินออกไปและทิ้งไว้เพียงฉันให้ซุกซนเดินไปเดินมาเพื่อหาอะไรทานรองท้องภายในงานไปพลางๆที่รอพี่ชาช่างภาพหนุ่ม

สักพักจากนั้นบริเวณด้านหน้าเวทีก็มีการปรับแสงสลัวลง ทางนักข่าวและตากล้องช่างภาพต่างรุดเข้าไปรวมตัวกันด้านหน้าเวที เป็นสัญญาณว่าใกล้ได้เวลาแถลงข่าวแล้ว นักข่าวจากทุกสำนักข่าวต่างจับจองพื้นที่การทำข่าวเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุดและพี่ชาก็มาสแตนบายยืนอยู่ด้านหลังเมลดาแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทันรู้สึกตัวเลย ก็ดีรู้งานไม่ต้องตาม สักพักก็มีพิธีกรประกาศเปิดงานและชายร่างสูงโปร่งดูภูมิฐานเดินออกมาสองคน ตามด้วยชายรูปร่างดีสูงโปร่งหน้าตาดีที่คุ้นตา พ่อซุปเปอร์สตาร์อุนจีอึนที่พวกเราชาวกระจอกข่าวทั้งหลายเฝ้ารอคอยนั่นเอง!

ในระหว่างที่ผู้บริหารจากค่ายอาร์. ซี. เรดคอร์ดขึ้นกล่าวในงานแถลงข่าวนั้น จุดประสงค์โครงการคอนเสิร์ตความสัมพันธ์ไทย - เกาหลี ฝ่ายช่างภาพก็รัวชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพอุนจีอึนซุปเปอร์สตาร์นักรักกันใหญ่ รอยยิ้มหวานที่มุมปากที่สาวๆที่ไหนก็หลงใหลได้ปลื้มไปกับเขา รอยยิ้มนั้นยังปรากฏอย่างไม่คิดจะเหน็ดเหนื่อย ดูแล้วเขาช่างเป็นศิลปินที่มีอีคิวดีใช่ย่อย เป็นกันเอง เอ็นเตอร์เทนเก่งหาตัวจับยาก มีสเน่ห์ไม่เฉพาะกับแฟนคลับเท่านั้นแม้กระทั่งกับนักข่าวเขาก็ดูจะเอาใจใส่ ดูแล้วก็กลัวใจจะอดเป็นแฟนคลับไปไม่ได้ ถ้าไม่ผิดจรรยาบรรคงเป็นแฟนคลับดารานักร้องสักคนก็คงจะดีแต่ติดตรงที่เป็นนักข่าวนี่สิ เราต้องเป็นกลางไม่ใช่หรือ เราอย่าได้หลงปลื้มอีตานี่เชียว ดูแววตาสิ เจ้าชู้ตัวพ่อแท้ๆ ยังไม่ทันที่ความคิดจะจางหายไป พ่อซุปเปอร์สตาร์นักรักก็โปรยรอยยิ้มยั่วนั้นตรงมาที่หญิงสาว “นี่ฉันเป็นนักข่าวนะไม่ใช่ปิศาจและเขาก็ไม่ได้งอกขึ้นมาบนหัวฉันด้วย นี่นายตั้งใจจะมองหน้าหาชื่อพ่อฉันรึยังไงนะอีตาพระเอกบ้าเอ๊ย...” เมลดาสบถในใจ ส่วนพี่ชาเว้นวรรคจากการรัวเก็บภาพบนเวที พลางก็ส่องมองดวงหน้าสวยๆของฉันปนอมยิ้มยั่วเย้าแปลกๆ

“นี่เมรู้สึกอะไรไหม?” พี่ชาถามรอยยิ้มยังเปื้อนบนใบหน้า

“รู้สึกอะไรคะ?” เมลดาถามกลับน้ำเสียงนิ่งเรียบท่าทีเฉยเมยแบบว่าไม่ได้ใส่ใจว่าไอ้ที่มองมาน่ะซุปเปอร์สตาร์เชียวนะ

“ก็ไอ้ตาตี่นั่นมันจ้องเมอยู่ได้ พี่รู้สึกได้นะ” พี่ชาบอกเล่าเหมือนจะเม้าท์ๆแกมฟ้องอยู่ในที

“พี่ชาไปรู้ได้ยังไงว่าเขามองเมอยู่ล่ะคะ คนตั้งเยอะตั้งแยะ เขาก็ต้องมองตรงลงมาที่นักข่าวด้านหน้าเวทีอยู่แล้ว”

“แต่แววตามันฟ้องนี่นา พี่สังเกตุหลายครั้งแล้ว มันจ้องเมใหญ่เลย สงสัยเมจะหน้าเหมือนญาติผู้ใหญ่ฝั่งเกาหลีละมังท่า ฮ่าๆ” เท่านั้นพี่ชาก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาแต่พองาม เพราะเกรงว่าจะเสียมารยาทกลางงาน

“มองก็มองไปสิ ใครสนล่ะ” เมลดาพูดออกอาการค้อนๆเขินๆ ก็มันไม่ชอบการถูกเป็นเป้าสายตานี่นา

เมื่อการแถลงข่าวก็สิ้นสุดลง ผู้ใหญ่ท่าทางสุขุมที่เป็นผู้บริหารค่ายก็แยกออกมาให้นักข่าวสายเศรษฐกิจได้สัมภาษณ์ ส่วนพ่อซุปเปอร์สตาร์นักรักอุนจีอึนก็แยกมาให้นักข่าวรายการโทรทัศน์และนิตยสารหนังสือพิมพ์ได้สัมภาษณ์

นิตยสารของเมลดาได้คิวให้ได้สัมภาษณ์อุนจีอึนก่อน ด้วยความยิ่งใหญ่ของหัวหนังสือ และก็เมลดาใช้เวลาไม่นานเพราะไม่มีประเด็นอะไรมากมายหวือหวา เพราะมีเรื่องต้องสัมภาษณ์ยาวในงานหน้าคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มนั่นเลย แต่ขณะที่เมลดากำลังสัมภาษณ์อีตานี่อยู่ก็รู้สึกแปลกๆ มันไม่เคยประหม่าเวลาอยู่ต่อหน้าดารามาก่อนเลย แต่กับอีตานี่ก็กลับตื่นเต้นประหม่าเอาเฉยๆ แต่ดีที่วันนี้สัมภาษณ์แค่สั้นๆ อาการเหล่านั้นก็ยังสามารถเก็บซ่อนเอาไว้ได้ ความรู้สึกนี้มันสร้างความแปลกใจให้กับหญิงสาวไม่น้อย

บ้าจริงเชียว! ทำไมต้องมีอาการบ้าบอนี่ด้วยนะ! ทำไมต้องตื่นเต้นกับอีตานี่ด้วย!?!! ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

ทันทีที่สัมภาษณ์เสร็จ ทั้งเมลดาและพี่ชาช่างภาพหนุ่มใหญ่ก็ออกจากอาร์ซีเรดคอร์ดมุ่งตรงกลับเข้าออฟฟิศเพื่อปิดต้นฉบับซึ่งกว่าจะถึงออฟฟิศก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ทันทีที่ถึงโต๊ะทำงานตัวเดิม เมลดากดปุ่มสตาร์จเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์คู่ใจ ภาพสกินหน้าจอคอมพ์เป็นซุปเปอร์สตาร์นักรักอุนจีอึนนั่นเองไม่ใช่ใครที่ไหน นี่เธอคงไม่ได้ปลื้มเขาหรอกใช่ไหม สักพักเครื่องก็พร้อมให้ใช้งาน พลางก็เปิดเครื่องเอ็มพีสามที่บันทึกการสัมภาษณ์ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ที่เขาเรียกว่าการถอดเทปนั่นเองทั้งบทสัมภาษณ์ก็ต้องเขียนรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมเข้าไปด้วย

“พี่โหลดรูปลงเครื่องกลางไว้แล้วนะจ๊ะน้องเม เดี๋ยวยังไงเวลาจะใช้ก็ดึงโฟล์เดอร์รูปมาใช้ได้เลยนะ” พี่ชาบอกรายละเอียดที่โหลดรูปถ่ายของอุนจีอึนที่พี่ชาถ่ายในวันนี้

“ได้ค่ะ”

“นี่แกะเทปได้ไปเยอะแล้วนี่ สักพักก็เสร็จแล้วสิ” ชาตรีมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเมลดา เห็นเนื้อข่าวอันยาวเฟื้อยก็ทำนายว่าคอลัมน์ใกล้เสร็จเต็มทีแน่นอน

“ใช่ค่ะ นี่เดี๋ยวตบท้ายสกู๊ปอีกนิดเดียวเอง” นักข่าวสาวตอบ

“งั้นเสร็จแล้วพี่ไปส่งน้องเมนะครับ แต่เราไปแวะหาอะไรอุ่นๆทานก่อนนะ พี่หิวมากเลยตอนนี้”

“ได้สิคะ”เมลดาตอบพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นเพียงไม่กี่นาที แทบจะไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ งานก็จบเมลดาส่งเมลล์กดเซนต์ถึงพี่เรเน่และฝ่ายอาร์ทเวริ์คกองบรรณาธิการให้จัดเรียงหน้าคอลัมน์พร้อมไกด์เลือกรูปถ่ายของอุนจีอึนเพื่อประกอบคอลัมน์ เป็นอันเสร็จพิธี ปิดคอมพ์ที่ยังคงเป็นภาพหน้าจอของหนุ่มซุปเปอร์สตาร์นักรักอุนจีอึน ส่งสายตาเจ้าชู้ยิ้มยั่ว หญิงสาวเหล่มองนิดแค่เพียงอึดใจก่อนที่จะตัดใจปิดมันซะเลยจะตีสามอยู่แล้ว เธอรีบกุรีกุจอเก็บข้าวของพร้อมออกจากออฟฟิศ

“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่ชา” เสียงหวานเจือแววตื่นเต้นอย่างมีความสุข ดุจว่าได้รับอิสรภาพจากโซ่ตรวนอะไรบางอย่าง

“ไปกันจ้ะ” แล้วทั้งเมลดากับพี่ชาก็ก้าวเดินออกมาจากอาคารออฟฟิศของสำนักข่าวบันเทิงแนวหน้าของเมืองไทย รถของพี่ชาก็พาเราไปหาอะไรอุ่นๆทานรองท้องก่อนเข้านอน ก่อนที่จะไปส่งเมลดาที่หน้าคอนโดที่พัก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน
7.9
เมื่อเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เฉียวซิงเฉินจึงตัดสินใจคว้าชายแปลกหน้ามาจดทะเบียนสมรสแทนเพื่อประชดรัก ทว่าสามีใหม่ของเธออย่างลู่ถิงเซียวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคุณชายไร้ค่าของตระกูลลู่ ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยและคำเตือนจากอดีตคนรักที่ทรยศ เธอเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาและประกาศว่าทั้งคู่รักกันหวานชื่น แต่แล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อตัวตนลับของเขาถูกเปิดเผยว่าคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่พร้อมจะคุกเข่ามอบแหวนเพชรล้ำค่าและดูแลเธอไปชั่วชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เร้นรักเงาลวง
9.1
ฐิตานันท์พยายามอ้อนวอนขอความเมตตาเมื่อร่างกายเริ่มอ่อนแรง แต่เรย์กลับไม่ยอมหยุดยั้งความปรารถนาอันรุ่มร้อนของเขาลงได้ แม้เธอจะเหนื่อยล้าเพียงใด ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าผู้เป็นพ่อของลูกกลับยังคงยัดเยียดบทบาทนางบำเรอให้เธออย่างเอาแต่ใจ สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าอารมณ์ให้เธอต้องครวญครางอย่างไม่อาจต้านทาน นำพาเธอย้อนกลับไปสู่ความทรงจำในคืนแรกที่พบกันด้วยความบังเอิญ คืนที่แสนเร่าร้อนนั้นยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจและคอยตอกย้ำความสัมพันธ์อันแสนเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาลวง
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนบ้านรุ่น(คุณ)พ่อ
8.4
ชีวิตของอิงฟ้าถึงคราววุ่นวาย เมื่อเพื่อนบ้านหนุ่มรุ่นใหญ่สุดฮอตคือชายที่เธอเคยตามกลับห้องในคืนก่อน ทว่าอาพีผู้แสนอบอุ่นและเคร่งขรึมกลับไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระง่ายๆ เขาคอยจับตาดูและตักเตือนพฤติกรรมของเธอราวกับเป็นผู้ปกครองอีกคน แม้จะทำเป็นหวังดีเรื่องสุขภาพแต่เขากลับใช้ความลับในคืนนั้นมาข่มขู่เธอ อิงฟ้าที่พยายามพิสูจน์ว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงต้องรับมือกับท่าทีคุกคามปนเอ็นดูของอาเพื่อนบ้านสายเปย์คนนี้ที่พร้อมจะฟ้องพ่อแม่เธอได้ทุกเมื่อ
หน้าปกนวนิยาย หมูตุ๋นอุ่นรัก
9.3
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นระหว่างจ้าวจันทร์และเพื่อนชายคนสนิทเริ่มชัดเจนกว่าที่เคย เมื่อการหยอกล้อเรื่องจูบนำไปสู่บรรยากาศชวนหวั่นไหว แม้เขาจะเสนอโบนัสเป็นเงินแสนเพื่อตอบแทนที่เธอช่วยดูแลห้องให้ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจฟูที่สุดกลับไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความใส่ใจเล็กๆ อย่างการเตรียมแปรงสีฟันและของใช้ส่วนตัวไว้ให้พร้อมสรรพ การกระทำที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนนี้ทำให้จ้าวจันทร์มั่นใจว่าเขาก็มีใจให้เธอไม่ต่างกันแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เร้นรักร้อนพิศวาส
8.5
รามสถาปนิกหนุ่มผู้อบอุ่นแต่แฝงความเร่าร้อนได้ตกหลุมรักน้ำหนึ่งสาวสวยไร้เดียงสา ทว่าอุปสรรคสำคัญคือเธอมีเจ้าของซึ่งเป็นเพื่อนรักของเขาเอง เมื่อความพลั้งพลาดนำไปสู่ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ยากจะถอนตัว แรงปรารถนาอันดิบเถื่อนเปลี่ยนสาวเรียบร้อยให้กลายเป็นคนคลั่งรักที่พร้อมจะไปกับเขาได้ทุกที่ แม้จะรู้ว่าผิดต่อศีลธรรมแต่ทั้งคู่กลับปล่อยตัวไปตามเพลิงราคะ ความลับที่ถูกซ่อนไว้กำลังรอวันปะทุ ซึ่งอาจนำไปสู่จุดจบที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการสูญเสียที่ไม่อาจคาดเดา