หน้าปกนวนิยาย ซุป’ตาร์พันเล่ห์

ซุป’ตาร์พันเล่ห์

8.1 / 10.0
เมลดา หญิงสาวผู้ปิดตายหัวใจและไม่เคยเชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริง ต้องมาเผชิญหน้ากับ ฮุนจีอึน ซุปตาร์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มองว่าเธอคือความท้าทายใหม่ในคอลเลกชั่น แม้เริ่มต้นด้วยการปะทะคารมและความไม่ลงรอย แต่เพลย์บอยตัวร้ายกลับต้องงัดสารพัดเล่ห์เหลี่ยมมาใช้เพื่อสั่นคลอนหัวใจอันแข็งแกร่งของเธอ ท่ามกลางอุปสรรคมากมายที่ถาโถม บทพิสูจน์รักครั้งนี้จะเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความผูกพันที่ไม่อาจถอนตัวได้หรือไม่ ในเส้นทางวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย

ซุป’ตาร์พันเล่ห์ ตอนที่ 1

“เม! รับไว้!”

สิ้นเสียงชาตรี กระเป๋าสีดำใบกระทัดลัดก็ลอยละลิ่วมาเข้ามือน้อยๆ ของเมลดาแบบไม่ทันตั้งตัว เล่นเอาเธอเกือบรับไม่ทัน!

“นี่มันอะไรกันอ่ะคะพี่ชา”

“ไม่ต้องถาม! วิ่งก่อนเลย ไปเร้ว... วิ่ง!!”

เขาสั่งน้ำเสียงลุกลี้ลุกลน พร้อมผลักร่างหญิงสาวให้ออกห่าง

“ไปเร็ว! อย่าให้พวกนั้นเอากระเป๋าไปได้” เมลดาหันมองตาม แล้วเห็นว่าชายร่างกำยำสองคนวิ่งกรูเข้ามาประชิดตัวชาตรี เหมือนกับกำลังจะหาเรื่อง

‘เอาอีกแล้วเหรอเนี่ย! เที่ยวกลางคืนทีไรชอบมีเรื่องตลอดพี่ชาอ่ะ ไม่รู้ล่ะบอกให้วิ่งก็วิ่งก่อนแล้วกัน!’ หญิงสาวคิด

ชายร่างใหญ่สองคนเข้าประชิดตัวชาตรีอย่างรวดเร็ว แสดงกิริยาข่มขู่คุกคามอย่างดุดัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชาตรีกลัวเลยแม้แต่น้อย

“ไง... ตามฉันมาทำไมล่ะเพื่อน” ชาตรีถามเสียงยียวน

“ส่งของมา!!” ชายคนหนึ่งออกคำสั่งแกมขู่บังคับจะเอาอะไรบางอย่างจากชาตรี

“ของอะไรคร้าบบบ ผมไม่ได้ขโมยอะไรออกมาจากพวกพี่นี่ครับผม” ชาตรีลากเสียงราวกับตั้งใจจะกวนอารมณ์

“ก็แกทำอะไรผิดกฎในร้านล่ะ ไม่รู้หรือไงที่เที่ยวที่นี่เขามีคนมีชื่อเสียงมาเที่ยวกันเยอะ พวกเขาต้องการความเป็นส่วนตัว อะไรที่แกเอาออกมานั่นแหล่ะคือสิ่งที่แกต้องคืน”

“คืนอะไร? ก็ผมไม่ได้เอาอะไรไปนี่ครับคุณ” ชาตรียังไม่เลิกยียวน

“แกพูดแบบนี้ อยากมีเรื่องเรอะ?” จากนั้นชายคนหนึ่งก็เข้าประชิด หวังจะล็อคตัวชาตรีไว้ แต่ชายหนุ่มไหวตัวทัน กระโดดหลบเสียก่อน

“พวกคุณไม่เห็นรึไง ผมก็มีแต่ตัว จะค้นกันมั้ยล่ะ? แต่ถ้าไม่เจออะไรที่พวกคุณกล่าวหา ผมแจ้งความคุณนะ ข้อหาหมิ่นประมาทหาว่าผมขโมยของน่ะ” ชาตรีเสียงเข้มเข้าใส่ หวังทำใจดีสู้เสือไปอย่างนั้น เพราะลำพังสองรุมหนึ่ง เขายับแน่ๆ

“มันพูดจากวนตีนไปแล้วว่ะ กระทืบมันตรงนี้เลย ถึงไม่ได้ของคืน อย่างน้อยก็ฝากรอยตีนไว้กับมันซะหน้าร้านนี่ล่ะ” ชายร่างกำยำ การ์ดของสถานบันเทิง อดไม่ไหวตั้งท่าจะซัดชาตรีให้น่วม

“ของอยู่ในกระเป๋าใช่มั้ย ข้าเห็นแกโยนส่งให้ผู้หญิงสวยๆ ที่มากับแก เธอหนีไปแล้วสิ” ชายร่างบึ้กกำลังหมายถึงเมลดา

“งั้นก็ลุยมันก่อนเลย”

ทันทีที่สิ้นเสียง ทั้งสองก็รุดเข้าจะทำร้ายร่างกายชาตรี ต่างฝ่ายต่างตะลุมบอน ออกแรงแลกหมัดเข้าสู้กันบริเวณหน้าร้าน จนเริ่มเป็นจุดสนใจคนเที่ยวแถวนั้น แต่ก็ไม่มีใครแสดงตัวเป็นพลเมืองดีออกมาช่วยใคร

ฝ่ายเมลดากึ่งเดินกึ่งวิ่ง พาตัวเองออกมาจากย่านสถานบันเทิงไฮโซ กะว่าพ้นปากซอยจะเรียกแท็กซี่และตามคนมาช่วย ใจก็ห่วงรถที่จอดอยู่แถวหน้าร้าน เกิดเรื่องทีไร เป็นอย่างนี้ทุกที แต่ใครจะกล้าแจ้งตำรวจ มีเรื่องในย่านนี้ต้องเอาผู้ใหญ่มาคุยเท่านั้นถึงจะรอด คิดหาทางรอด อยู่ๆ ก็เหมือนมีใครตามมา ทำเอาพะว้าพะวงคอยหันหลังกลับไปมองตลอดทางอย่างหวาดระแวง

“อ๊ะ!!” แต่ไม่ทันแล้ว เมื่อจู่ๆ ก็มีใครบางคน โผ

ล่มาดักตัวเธอ ตรงมุมหนึ่งของถนน ก่อนที่จะพ้นย่านสถานบันเทิงแถวนั้น ทำเอาเมลดาตกใจอุทานออกมาเสียงดัง เนื้อตัวสั่นเทา เธอไม่เคยกลัวอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย อีกอย่างเธอก็ไม่รู้ว่าชาตรีไปก่อเรื่องอะไร ทำไมเธอต้องรับผิดชอบกระเป๋าสีดำใบนี้ และต้องหนี... หนี... แล้วก็หนี...

“จะรีบไปไหนครับ?” คำถามภาษาอังกฤษจากชายร่างสูงโปร่ง แต่งตัวแบบผู้ชายเมโทรเซ็กชวล สวมหมวกไหมพรมคลุมผมเหมือนเด็กฮิปฮอป และเขาสวมแว่นตาดำแม้จะเป็นเวลากลางคืน!

การแต่งตัวลึกลับของเขานี่ล่ะ ที่ทำให้หญิงสาวหวาดกลัวเพิ่มขึ้นไปอีก

“คุณตามฉันมา ต้องการอะไร!” เมลดาทำใจดีสู้เสือถามออกไป แววตาเขียวปั๊ดตั้งใจจะขู่เอาไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าเขา เป็นคนดีหรือคนเลว แต่คนดีที่ไหนจะตามผู้หญิงมาอย่างนี้ คงเป็นพวกโรคจิตอารมณ์หื่น ที่ออกล่าเหยื่อแถวนี้มากกว่า

“ผมตามมาเอากระเป๋าใบนั้น”

“อยู่ดีๆจะมาเอาไปทำไม นี่มันของๆพี่ที่ออฟฟิศฉันนะยะ” เมลดาแหวกลับ พร้อมขึงตาเขียวปั๊ดใส่อย่างมิหวั่นเกรง

“พวกคุณคงเป็นนักข่าวสินะ” ชายหนุ่มตรงหน้าสันนิษฐาน

“คุณรู้ได้ยังไง?” เมลดาครางเบาแผ่ว มันมีป้ายแสดงอาชีพบนหน้าผากเธอหรือไง ใครๆ จึงรู้กันทั่ว

“รู้สิครับ ก็ผมเป็นคนที่แฟนคุณแอบถ่ายภาพ ไว้ในกล้องนี้... ในกระเป๋าน่ะ” เขาหยุดเว้นจังหวะการพูด เพื่อดูอาการหญิงสาวว่าจะแก้ตัวอย่างไร

เมลดาได้ยินอย่างนั้นก็อึ้ง พยายามตั้งสติคิดตาม... ‘ปาปารัซซี่งั้นหรือ แล้วพี่ชาปลีกตัวไปแอบถ่ายชาวบ้านเขาตอนไหนล่ะเนี่ย?’ เธองงไปหมดแล้ว ชอบทำอะไรไม่ปรึกษา เดือดร้อนกันไปตามๆ กัน

“นะ... นั่นพี่ชา... เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่แฟน พี่เขาเพิ่งมาช่วยงานฉัน”

‘ไม่รู้อะไรจริง ยังจะพูดอีก’

“เอาเถอะ... จะยังไงก็ช่าง! ส่งเมมโมรีการ์ดมาได้แล้ว ผมไม่อนุญาตให้คุณเอาภาพผมไปเผยแพร่เด็ดขาด” เสียงเขาจริงจัง ฟังดูดุดันอย่างยิ่ง

“คุณเป็นใครกัน! แล้วทำไมฉันต้องให้สิ่งนี้กับคุณด้วย”

“ผมขอร้องดีๆ เพราะถ้าเป็นเพื่อนผม มันจะไม่ขอคุณดีๆ แบบนี้ เพราะในร้านของเพื่อนผมถือเป็นสถานที่ส่วนตัว การที่คุณแอบถ่ายดาราแบบนี้ ก็ผิดกฎมากพอแล้ว” เขาขู่ พร้อมขยับร่างสูงโปร่งเบียดเข้ามาใกล้หญิงสาวมากยิ่งขึ้น ทำเอาเมลดาถอยหลังพิงกำแพง

เขาเข้าใกล้... จนแทบจะหายใจรดต้นคอได้อยู่แล้ว

“คืนให้ผมซะดีๆ อย่าให้ต้องบังคับ” เขาพูดเสียงเรียบเฉย พลางถอดแว่นตาดำที่ใส่เพื่อปกปิดใบหน้าที่แท้จริงมาตั้งนาน นาทีที่หญิงสาวรู้ว่าเขาเป็นใคร เมลดายิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่ นิ่งงันเหมือนต้องคำสาป

ซุปเปอร์สตาร์เกาหลี!

“ว่าไงครับ” เขาทวง “จะคืนได้หรือยัง?” แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หากในประโยคฟังดูแสนคุกคาม

จนหญิงสาวยอมจำนน ควักกล้องถ่ายรูปของชาตรีขึ้นมา แล้วส่งคืนให้เขา

“แต่ว่า.. มันไม่ได้มีแต่รูปคุณนี่นา มันไม่ยุติธรรมกับคนทำงานนี่ มันอาจมีงานที่พี่ชาถ่ายไว้เยอะแยะและกองบรรณาธิการรองานอยู่”

“งั้น.. ผมเอาไปลบรูปผมออก เสร็จแล้วจะรีบส่งคืนให้” เขายังมีน้ำเสียงเรียบเฉยไม่แคร์ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง

“แต่ว่าตอนนี้ คนของคุณคงกำลังทำร้ายพี่ชาอยู่ คุณได้สิ่งที่ต้องการไปแล้ว ช่วยบอกให้คนของคุณหยุดทำตัวนักเลงกร่างใส่คนของฉันบ้างได้แล้ว” เมลดาฉุนใส่ขอออกคำสั่งบ้าง

“ที่คุณถอดมาให้ผม ผมชักไม่แน่ใจว่ามันใช่รูปทั้งหมดที่เพื่อนคุณถ่ายไว้รึเปล่า ส่งมาทั้งกระเป๋านั่นล่ะ” เขาสั่งเสียงเข้ม

“เอ๊ะ คุณนี่ยังไงนะพี่ชาเขาไม่มีการ์ดสำรองหรอก ฉันรู้นิสัยเขาดี อีกอย่างคุณยังไม่ดังมากมายอะไรในเมืองไทยหรอก ลงข่าวไปไม่รู้จะขายได้รึเปล่าเลย อย่ามาทำนิสัยอย่างนี้นะ” เมลดาแว๊ดเสียงใส่ จะด้วยความรำคาญรึก็ใช่ เขาเห็นท่าทางดุดันของหญิงสาวก็อดขำไม่ได้จึงแกล้งเบียดตัวเข้ามาใกล้จนเธอถอยหลังร่นไปอีกจนล้มลงแทบหงายหลังดีที่เขาคว้าร่างบางไว้ทัน

“นี่.. นายจะทำอะไรเนี่ย”

“ก็เห็นอยู่ว่าคุณจะล้มลงหงายหลังนี่ผมช่วยคุณไว้นะ ไม่ได้อยากจะแตะต้องตัวคุณนักหรอก ดุยังกะอะไร” เขาว่าท่าทางยียวน

“...” เมลดาเงียบ อึ้งกำลังคิดว่าจะจัดการยังไงกับตัวเอง

“เกิดอะไรขึ้น?” เขาถามมือที่หนึ่งก็ประคองร่างบางไว้ มืออีกข้างที่ถือการ์ดความจำอยู่ก็ล้วงเข้าไปเก็บในกระเปากางเกง

“รองเท้าชั้น... โธ่! ดูสิส้นมันหักน่ะ” เมลดาตอบเสียงเบาใจรึก็อยากร้องไห้ทั้งเสียดายทั้งเจ็บใจ คำตอบทำให้เขาหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

“หัวเราะเยาะชั้นเหรอ? ก็เพราะคุณนั่นแหล่ะ” เมลดาโวยวายป้ายความผิด ดูซิแล้วจะเดินกลับไปหาพี่ชายังไงล่ะเนี่ย ป่านนี้โดนอัดหน้ายุบไปแล้วมั้ง “คุณได้ของไปแล้วก็โทรไปห้ามคนของคุณซี่ ว่าอย่าทำอะไรพี่ชา หยุดกันได้แล้ว” เมลดายังโวยวายเสียงดังได้อยู่

“โอเคๆ” ว่าแล้วเขาก็ต่อมือถือถึงปลายสาย “ปุณณ์นะ ชั้นได้เมมการ์ดแล้ว ไงก็อย่าเพิ่งซ้อมหมอนั่นล่ะ กำลังจะกลับเข้าไปแล้ว พร้อมสาวสวย” เขาวางสายสายตาก็เจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่ม ทำเอาเมลดาอดไม่ได้ที่จะด่าในใจซะให้สา “มองหน้าชั้นทำไมอีตาตี๋บ้า หน้าชั้นเหมือนญาติแดนกิมจินายนักรึไง”

“โอ๊ย.... แล้วนี่ชั้นจะเดินยังไงล่ะเนี่ย?” หญิงสาวโวยวายร้องลั่นทำเอาคนแถวนั้นต้องหยุดมองแต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะคงแฟนคู่รักหนุ่มสาวที่เง้างอนกันปกติทั่วไป

“เอางี้” เขาเสียสละด้วยการถอดรองเท้าผ้าใบออกให้หญิงสาวใส่พลางๆระหว่างทางที่ต้องเดินกลับไปที่ร้านสถานบันเทิงที่เกิดเรื่อง

“ไซค์มันใส่ด้วยกันได้ที่ไหนเล่า ดูเท้าคุณสิ” ยังไม่เลิกโวย

“ก็ดีกว่าคุณเดินเท้าเปล่านี่ รึอยากจะให้ผมอุ้ม” เขาไม่เลิกกวนประสาท เมลดารำคาญถอดรองเท้าส้นสูงของตัวเองที่ข้างหนึ่งส้นหักไม่มีชิ้นดีแล้วก็สวมเท้าเรียวบางที่ขนาดเล็กเหลือเกินเข้าไปในรองเท้าของเขา แต่มันก็พอเดินได้แต่ไม่คล่องนักเพราะมันหลวมและเหลือ จากนั้นเขาก็ก้มลงหยิบรองเท้าของหญิงสาวขึ้นถือให้ ส่วนเขาดีที่มีถุงเท้าอีกชั้นเดินระหว่างตรงนี้กลับไปร้านก็คงไม่ทำให้เจ็บเท้าเท่าไหร่

“อย่าคิดนะ ว่าทำแค่นี้ฉันจะหายโกรธคุณน่ะ”

“งั้นต้องทำไงอีกล่ะถึงจะพอ กระชากกล้อง ทำลายกล้อง เหมือนดารานักร้องคนอื่นทำกับนักข่าวรึ?”

“คุณมีความคิดอย่างนั้นเหรอ? ก็ลองสิชั้นจะอัพรูปของคุณขึ้นทวิตเตอร์ให้มันเป็นข่าวนาทีนี้เลย” เมลดาขู่ฟ่อ

“นั่นไง คุณก็แอบถ่ายผมไว้เหรอ”

“นี่ อย่าเข้ามาใกล้นะ ไม่งั้นชั้นอัพโหลดขึ้นทวิตเตอร์แน่ๆ ไว้ถึงร้านแล้วแน่ใจว่าพี่ชาปลอดภัยไม่น่วมหน้ายับล่ะก็ชั้นถึงจะลบรูปคุณ” เมลดาเสียงเข้มเข้าขู่มือรึก็ชูมือถือแบล็คเบอร์รี่เป็นหลักฐานว่าจะทำจริง มีที่ไหนล่ะอีตาบ้าเอ๊ย ชั้นก็ขู่ไปงั้นแหล่ะ เมลดาบ่นในใจส่วนเท้ารึก็เดินตามต้อยๆ พี่ชานะพี่ชาจะปาปารัซซี่แอบถ่ายดาราก็ไม่บอกไม่กล่าวไม่ปรึกษา ดูสิให้เขาตามล่าได้ อีตานี่มันนักร้องซุปเปอร์สตาร์เกาหลี สังกัดเขาถนอมยังกะไข่ในหิน ช่างไม่รู้อะไรเล้ย.... พี่ชา!!

อ่านต่อ

สารบัญ ซุป’ตาร์พันเล่ห์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักคือเธอ
8.9
นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เด็กกำพร้าสาวผู้โชคดีได้สมรสกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง ทว่าชีวิตคู่ตลอดสามปีกลับไร้ซึ่งความรัก จนกระทั่งวันที่เธอตั้งครรภ์ สามีกลับขอหย่าเพราะปักใจเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างมีคนใหม่ แต่ในจังหวะที่ความสัมพันธ์กำลังจะขาดสะบั้น เขากลับเปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยเธอไป พร้อมสารภาพความในใจที่ทำให้เธอต้องสับสน ท่ามกลางรอยร้าวและความแค้นที่ปนไปกับความรัก ว่าที่คุณแม่มือใหม่จะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตที่ยากจะคาดเดานี้
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอจอมบงการ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
8.2
ธันวา คุณหมอหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ถูกมารดาบังคับให้แต่งงานกับดารัณ หญิงสาวที่เขาเคยพยายามวิ่งหนีเมื่อเก้าปีก่อน ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้ง ความสวยหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจจนเขาถึงขั้นวางแผนลักพาตัวภรรยาตัวเอง เมื่อดารัณเผชิญหน้ากับธันวาในเวลาที่คาดไม่ถึง เขากลับมอบจูบอันเร่าร้อนและดุดันเพื่อลงโทษที่เธอทำให้เขาต้องเป็นห่วงอย่างหนัก ท่ามกลางความสับสนว่าตนทำผิดอะไร ดารัณกลับต้องรับมือกับตัวตนที่แสนร้ายกาจภายใต้ภาพลักษณ์อันอบอุ่นของสามีจอมบงการ
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
หน้าปกนวนิยาย ลูน่าที่ทอดทิ้งอัลฟ่า
9.0
เมื่ออัลฟ่านิคล้มป่วยด้วยพิษเงิน ติลลี่ผู้เป็นลูน่ากลับเลือกทำลายแหวนแต่งงานและยื่นเอกสารยกเลิกพันธะคู่ครองใส่หน้าเขาอย่างเย็นชา แม้หมาป่าในตัวเธอจะพึงพอใจ แต่ผู้เป็นสามีกลับคุกเข่าอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา นิคทอดทิ้งเกียรติยศของจ่าฝูงเพื่อขอร้องไม่ให้เธอทิ้งไป ทว่าติลลี่ไม่สนคำวิงวอนและลากเขาไปต่อหน้าเทพธิดาจันทรา พร้อมขู่ว่าจะถอนคำอธิษฐานทั้งหมดของเขาหากไม่ยอมปล่อยมือจากความสัมพันธ์นี้เสียที
หน้าปกนวนิยาย ภริยา(ไม่)รักของนายหัว
8.3
วัชรมัยเคยทิ้งไผท ทิ้งลูก แล้ววันนี้กลับมาร้องขอความเป็นแม่อีกครั้ง ไผทจะไม่มีวันให้อภัย! ++++++++++++++++++++++++++ “ฉันไม่รังเกียจหรอกนะ ถ้าเธอจะเคยนอนกับผู้ชายคนอื่น แต่ต้องไม่ใช่ตอนอยู่กับฉัน” ขายาว ๆ ย่างสุขุมเข้ามา หญิงสาวทำตัวลีบเล็ก กระทั่งหลังติดแนบหัวเตียง “ฉันไม่ใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร!” “พี่ป้อ...” เอ่ยยังไม่ทันจบ ริมฝีปากซีดก็ถูกประกบด้วยอวัยวะชนิดเดี๋ยวกัน “อื้อ...” ไร้ซึ่งความอ่อนหวาน มีแต่การบังคับดุดัน ไผทดูดดึงริมฝีปากบางจนฮ้อเลือด “เห็นเธอป่วย ว่าจะใจดีให้พักเสียหน่อย แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ถอดเสื้อผ้าออก ฉันจะเช็คของ!” เมื่อจุมพิตอย่างไม่เต็มใจจบลง เสียงทุ้มต่ำดังแหวกเสียงหรีดเรไรข้างนอก ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศหนาวเหน็บชวนขนลุก ไผทแสยะยิ้มร้ายกาจให้คนบนเตียง “ทำสิ ไม่งั้นก็ไสหัวไปออกจากบ้านฉัน ออกไปจากชีวิตลูก” วัชรมัยกลืนทุกความรู้สึกกลับไปในอก มือสั่นถอดเสื้อผ้าออก “จะได้อยู่กับลูก...จะได้อยู่กับปราบ” เสียงในสมองดังก้องสะกดจิตตนเอง เพื่อได้อยู่กับลูก ต่อให้ต้องลงนรกขุมไหนเธอก็จะทน! +++++++++++++++++++++++++++++
ตอน
อ่านเลย
แชร์