ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยัยตัวร้ายกับนายแบดบอย NC18++

ยัยตัวร้ายกับนายแบดบอย NC18++

กาย กันต์ธีร์ รุ่นพี่วิศวะคอมฯ ปี 4 สุดหล่อสายกวนที่โสดสนิทและมีเสน่ห์เหลือร้าย กลับต้องมาเสียอาการให้ อลิส อังสุมาลิน สาวสวยสุดเซ็กซี่จากนิเทศฯ ปี 2 ที่พกความมั่นใจมาเต็มร้อย เมื่อเขาจู่โจมด้วยจูบพร้อมเรียกเธอว่าเมียอย่างหน้าไม่อาย อลิสจึงตัดสินใจงัดมารยาหญิงทุกกระบวนท่าเพื่อพิชิตใจนายแบดบอยคนนี้ให้ได้ งานนี้ใครจะตกหลุมรักใครก่อนกัน ในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความแสบสันและตื้อเท่านั้นที่ครองโลก
ตอน
แชร์

ตอน 1

ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่างไปทั่วบริเวณโกดังร้างที่เงียบสงัดแห่งหนึ่ง ร่างสูงในชุดนักศึกษาถือไม้หน้าสามวางพาดที่ไหล่ก่อนที่จะแสยะยิ้มร้ายแล้วเสยท่อนไม้เข้าใส่หน้าของคู่อริเต็มแรง คู่อริผู้โชคร้ายหน้าหันไปตามแรงกระแทกจนเลือดไหลกบปากหยดลงเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณพื้นปูนซีเมนต์ทันที

ผัวะ!!!

“ยอมแล้วครับพี่ อย่าทำผมเลยครับ” ดินขอร้องกายเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่กายเอาไม้หน้าสามพาดไว้ที่ไหล่แล้วเอาเท้าเหยียบลงบนอกของดินด้วยความโมโห

“มึงอย่าห้าวให้มันมาก อยากมีเรื่องกับกูทำไมไม่บอก ทำไมต้องไปทำไอ้เบสมันด้วย ไอ้เบสมันไปทำอะไรให้มึงฮะ!! ไอ้เหี้ยเอ๊ย!!” กายเสยท่อนขาแกร่งเข้าไปที่สีข้างของดินจนอีกฝ่ายงอตัวรู้สึกเจ็บจนจุกไปหมด

“ผมไม่ได้ตั้งใจครับพี่กาย แฟนผมบอกว่าไอ้เบสมันไปขอเบอร์แฟนผมมาให้พี่ผมเลยเล่นมัน”

บอกหนุ่มรุ่นพี่เสียงสั่นมือก็ยกขึ้นไหว้ปลก ๆ อย่างลนลาน ตอนนี้เขาเจ็บระบมไปทั้งร่าง ไม่คิดเลยว่าการที่มีเรื่องกับกาย หนุ่มรุ่นพี่ปีสี่หรือราชาแห่งคณะวิศวกรรมที่เขาเรียกกันจะเล่นงานเขาให้จุกจนกระอักเลือดขนาดนี้

“ก่อนจะมาเล่นคนของกู มึงไปเฝ้าคนของมึงให้ดี ๆ อย่าให้มันแรดร่านไปทั่วแล้วเสือกไปตอแหลผัวโง่ ๆ แบบมึงว่าเด็กกูไปขอเบอร์มันมาให้กู ผู้ชายแบบกูไม่เคยต้องขอเบอร์ผู้หญิงก่อน จำใส่กะโหลกบาง ๆ ของมึงไว้ ถุย!!”

กายตะคอกด่ารุ่นน้องที่กล้าปีนเกลียวด้วยความโมโหก่อนจะถ่มน้ำลายใส่หน้าดินแล้วจัดการโยนไม้ที่ใช้สั่งสอนรุ่นน้องทิ้งบนพื้นเต็มแรงโดยไม่หันกลับมามองอีก ขาเรียวยาวของร่างสูงชะลูดเดินอาด ๆ ก้าวขึ้นรถ Harley-Davidson คู่ใจแล้วขับออกไปทันที

ส่วนดินที่ถูกเล่นงานจนสะบักสะบอมได้แต่ค่อย ๆ ประคองร่างของตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ทั้งตัวและใบหน้าตอนนี้ไม่น่ามองเลยสักนิด

ไม่น่าเฟียร์สตีนอยากมีเรื่องกับผู้ชายคนนี้เลย

กาย กันต์ธีร์ พิสิฐกุลวัตรดิลก ชื่อนี้เขาจะจำให้ขึ้นใจ มือหนักตีนหนักเป็นบ้า

เช้าวันต่อมา

เสียงรถ Harley-Davidson รุ่นใหม่ล่าสุดที่ขับเข้ามาจอดหน้าคณะนิเทศศาสตร์ ทำเอาหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่นั่งรอเวลาขึ้นเรียนคลาสเช้า บ้างก็นั่งคุยเล่นกัน บ้างก็กำลังนั่งทำรายงาน ซึ่งคณะนิเทศศาสตร์จะมีก็แต่สาว ๆ เสียส่วนใหญ่ที่พากันหันมามองผู้ชายผิวขาวจัดที่กำลังถอดหมวกกันน็อกสีดำออก โชว์ผมที่ทำสีขาวสุดเฟี้ยวซึ่งเข้ากับหน้าตาที่หล่อร้ายนั้นทำเอาสาว ๆ กรี๊ดกันใหญ่ เมื่อรู้ว่าผู้ที่ถอดหมวกกันน็อกออกมานั้นเป็นใคร

ผมสีขาวแบบนั้น ถ้าไม่หล่อจริงทำออกมาไม่มีทางรอดอะ

“กรี๊ด พี่กายนี่นามาทำอะไรที่นี่อะ”

“งื้ออ พี่กายทำไมหล่อแบบนี้ ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นแฟนพี่เขาอะ”

“แก ฉันจะเป็นลม ทำไมพี่กายหล่อขนาดนี้ เห็นใกล้ ๆ แบบนี้คือหล่อ คืองานดี แรร์ไอเท็มของแท้ สมกับฉายาราชาวิศวะเลย”

“เทพบุตรของฉัน ผมสีขาวเข้ากับพี่แกสุด ๆ เลยอะ หล่อเหมือนเทพบุตรเลย กรี๊ดดด”

และอีกมากมายที่สาว ๆ พากันพูดถึงหนุ่มหล่อสุดฮอตของมหา’ลัยเจ้าของฉายาราชาแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์

“ส้มนั่นพี่กายนี่ ทำไมเดินมาทางนี้อะ” บีเพื่อนของส้มเขย่าแขนเพื่อนสาวที่นั่งหันหลังให้กายอยู่ก่อนที่เธอจะแอบกรี๊ดในใจเบา ๆ ที่ผู้ชายที่เพื่อนแอบชอบจะมาที่คณะนิเทศศาสตร์ของพวกเธอ

“พี่กายไหนอะ อย่าบอกนะว่าพี่กาย กันต์ธีร์” ส้มถามเพื่อนตาโตก่อนที่จะหันกลับมาข้างหลังก็เจอกับร่างสูงของกายที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอพอดี ใบหน้าหล่อร้ายไม่มีทีท่าว่าจะยิ้มเลยสักนิด ดวงตาคมกริบกลับฉายแววดุดันจนเธอรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“เธอใช่ไหมที่ชื่อส้ม” กายเอียงคอทำหน้าหล่อถามส้มที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว หญิงสาวมองท่าทางนั้นอย่างเกรง ๆ แต่ก็ตอบออกไปเสียงสั่นด้วยความกลัวที่ใคร ๆ เขาว่าพี่กายหล่อ แต่น่ากลัวท่าจะจริง เพราะปกติพี่แกเป็นคนเฟรนด์ลีมากนะ

“อะ เอ่อ ใช่ค่ะ ส้มเองค่ะมีอะไรหรือเปล่าคะ” ถามกายออกไปมือทั้งสองข้างก็กำกระโปรงนักศึกษาแน่นจนมันยับยู่ยี่ไปหมดด้วยความกลัว เพราะพี่กายตอนนี้ไม่อ่อนโยนเลยสักนิด มุแง กลัวแล้วจ้า TT

“หึ แฟนไอ้ดินถาปัตใช่ไหมเธอน่ะ” กายกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะถามส้มออกไปตรง ๆ แต่ส้มกลับส่ายหน้ารัว ๆ เป็นเชิงปฏิเสธ

“ไม่ใช่นะคะ ส้มไม่ได้เป็นแฟนกับพี่ดิน” ส้มละล่ำละลักบอกปฏิเสธว่าเขากำลังเข้าใจผิดทั้งที่ความจริงแล้วเธอกำลังคบกับดินอยู่ แต่เพราะว่าเธอนั้นแอบชอบกายมานานแล้วจึงเลือกที่จะโกหกออกมา

“ตอแหลไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะจ๊ะ”

กายยกมือขาวเชยคางส้มขึ้นก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากชมพู ทำเอาส้มใจสั่นหวั่นไหวไปกับท่าทางของเขาที่เล่นกับใจเธอแบบนี้ ถึงแม้จะเป็นคำด่า ทว่าใบหน้าหล่อเหลาที่ยื่นมาในระยะประชิดแบบนี้กลับทำให้เธอสติกระเจิงไปกับกลิ่นลมหายใจหอมกรุ่นผสานกับกลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงจนเผลอเคลิ้มไปชั่วขณะก่อนที่เธอจะได้สติ

“ส้มไม่ได้โกหกนะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกชายหนุ่มในฝัน สายตาก็มองหน้าหล่อเหลาไปด้วยอย่างหลงใหล ก่อนที่กายจะยิ้มหวานออกมาทำเอาสาว ๆ แถวนั้นอิจฉาส้มกันเป็นแถว โดยที่ไม่รู้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วเขากำลังด่าหญิงสาวอยู่ เพราะเสียงกายนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ

“นอนเอากันทุกวันเขาเรียกอะไรวะ คู่ขาหรือคู่นอน แต่โทษทีว่ะไอ้ดินมันบอกเธอเป็นเมียมัน ตลกว่ะ!! หนังคนละม้วนเลยนะอีหนู ฉันรู้ว่าเธอแอบชอบฉันแล้วไปขอเบอร์ฉันกับไอ้เบส แต่เธอเสือกไปตอแหลกับไอ้ดินว่าไอ้เบสไปขอเบอร์เธอมาให้ฉันนี่ แฟนเฮงซวยของเธอมันเลยพาเพื่อนไปกระทืบลูกน้องฉันจนเข้าโรง’บาล”

“หึ นิสัยเหี้ย ๆ แบบนี้มันต้องของผู้ชายสิวะ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีแต่แอ๊บใสแบบเธอ”

กายกระซิบเสียงลอดไรฟันด่าส้มด้วยความโมโห ลูกน้องเขาไม่รู้อะไรด้วยเลยทำไมต้องไปทำกับมันขนาดนั้น ยิ่งคิดยิ่งโมโหจนแทบอยากกระชากร่างบางตรงหน้ามาต่อยให้รู้แล้วรู้รอด แต่แม่งเอ๊ย!! เสือกเป็นผู้หญิง เขามันก็ดันเป็นสุภาพบุรุษพอไม่ทำร้ายเพศแม่ว่ะ

“ส้มไม่ได้พูดนะคะพี่กาย” อีกฝ่ายเอ่ยเถียงหน้าซีดก่อนที่จะจับแขนกายเอาไว้ แต่เขากลับสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี ไม่ได้เป็นอะไรกันอย่ามาแตะโคตรน่าขยะแขยงผู้หญิงแบบนี้

“ปล่อย ไม่ใช่เมียไม่มีสิทธิ์มาจับ” หนุ่มฮอตประจำคณะวิศวะตะคอกใส่หญิงสาวตรงหน้าเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณหน้าคณะ รอบนี้ไม่ต้องเก็บเสียงให้เสียเวลา ที่เขามาไม่ได้มาเพราะความพิศวาส แต่แค่อยากมาเตือนด้วยความหวังดีก็เท่านั้น

“ต่อไปอย่าเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นไม่ว่าที่ไหนก็ตาม แล้วอย่าเที่ยวไปตอแหลผู้ชายหน้าโง่ที่ไหนมันอีกล่ะว่าไอ้พวกหน้าตาดีมันชอบเธอ ผู้หญิงแบบเธอขนาดให้ฟรีฉันยังไม่เอาเลย”

เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่ตะคอกใส่คู่กรณีดังลั่นจนคนที่อยู่บริเวณนั้นพากันซุบซิบนินทาหญิงสาวต้นเรื่องกันทันที ตอนแรกพวกเธอคิดว่าพี่กายจะมาหาส้ม เพราะมีซัมติงเสียอีก แต่ที่ไหนได้มาสั่งสอนนี่เอง รู้สึกสมน้ำหน้าแฮะ มีเรื่องกับใครไม่มีเสือกไปกระตุกหนวดพี่มัน

เห็นหน้าหล่อ ๆ แบบนี้เวลาด่าผู้หญิงไม่มีไว้หน้าจ้ะบอกเลย

เมื่อด่าตัวต้นเรื่องที่ทำให้ลูกน้องเจ็บจนเข้าโรง’บาลพอหอมปากหอมคอจบแล้วกายก็หมุนตัวหันหลังเดินจากไปขึ้นรถฮาร์ลีย์คู่ใจแล้วขับจากไปทันทีทิ้งไว้เพียงความอับอายให้นางสาวส้มผู้โชคร้ายที่ถูกราชาแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ตามมาด่าถึงที่

“ส้มแกโอเคไหมวะ” บีเอ่ยถามเพื่อนอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นส้มยังคงอึ้งไม่หายที่โดนหนุ่มในฝันด่าทอรุนแรงขนาดนั้น

“ทำไมพี่กายดุขนาดนี้วะ”

ส้มพึมพำเสียงเบาก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างรู้สึกอับอายกับสายตาของคนรอบข้างที่มองมาด้วยความตลกบ้าง สะใจบ้าง สมน้ำหน้าเธอบ้าง

“มึงอย่าหาทำแบบนี้อีกนะส้ม กูเคยได้ยินมานะว่าพี่กายอะที่เห็นยิ้ม ๆ ตัวจริงแม่งอย่างเหี้ยม เวลาดีก็ดีใจหาย เวลาโหดคือสุดตีนอะ”

บีบอกส้มพร้อมทำหน้าสยองกับกิตติศัพท์อันเลื่องลือของกายที่เธอเคยได้ยินพวกรุ่นพี่ทั้งในคณะและต่างคณะพากันพูดถึง เขาว่ากันว่าพี่มิ้นท์ดุแล้วนะแต่พี่กายดุกว่าพี่มิ้นท์มาก เขาน่ะดีอยู่อย่างหนึ่งคือเป็นคนเฟรนด์ลีมาก ๆ กับสาว ๆ ใครแซวนะพี่แกก็ยิ้มให้ตลอด

ใครเอาอะไรมาให้พี่แกก็รับหมดไม่เคยปฏิเสธ ยกเว้นดอกไม้วันวาเลนไทน์นะ แต่ประโยคสุดฮิตที่พี่แกชอบบอกสาว ๆ คือ Sorry นะหนูพี่อยากอยู่ในโหมดโสดจ้ะ นั่นแหละพี่กายที่ใคร ๆ ก็รู้จัก ทว่าในมุมสุดโหดเธอก็เพิ่งเคยสัมผัสกับตัวในวันนี้นี่เอง

โหดกร้าวใจเป็นบ้าเลย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้ามฟ้ามาเจอรัก
8.9
โชคชะตานำพาคนสองโลกที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน ดรูฟ บราฮิม อาร์นาฟ การ์ซานฟาร์ ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเย็นชาดั่งยอดเขาสูง เขาพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนาไม่ว่าจะร้ายกาจเพียงใด โดยมีคำนิยามตนเองว่าเลวทรามยกเว้นเพียงเรื่องบนเตียงเท่านั้น ในขณะที่ เดือนเมษา คือหญิงสาวผู้สดใส เฉลียวฉลาด และช่างพูด เสน่ห์และรอยยิ้มของเธอทำให้ทุกคนหลงรักจนสาวๆ ต่างพากันอิจฉา การพบกันของความมืดมนและแสงสว่างท่ามกลางระยะทางที่ห่างไกลจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
8.7
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ไม่สนผิดชอบชั่วดีจึงเลือกเส้นทางสายมืดในฐานะเด็กส่งยาเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครเธอก็พร้อมจะทำ จนกระทั่งได้พบกับ ปืน ชายหนุ่มปากร้ายผู้ทรงอิทธิพลที่เปรียบความรักเป็นดั่งสารเสพติดและปรารถนาจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด เธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตายกลับต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลในเกมรักที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเดิมพันด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย ชะตาลิขิต
8.1
พันธสัญญาหมั้นหมายเก่าแก่ระหว่างตระกูลหรงและตระกูลเหร่วนนำพาคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน หรงเฮ่าชวนทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสแสดงความรังเกียจเหร่วนฉิงอย่างชัดเจน เขาถึงขั้นประชดให้ไปขุดบรรพบุรุษขึ้นมาจัดงานแต่งเองเพราะมองว่าเธอไร้คุณสมบัติ ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมถอยง่ายๆ เธอตัดสินใจเข้าพิธีโดยหวังเพียงส่วนแบ่งจากทรัพย์สินมหาศาลหากต้องแยกทางกันในอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้งและผลประโยชน์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของชีวิตคู่ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย จแมารลงทะเบียนรัก
8.7
ณิรินต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ในวัยเบญจเพศ เมื่อแผนการแอบติดตามว่าที่พี่เขยกลับทำให้เธอถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสาวเอ็นเตอร์เทน ซ้ำร้ายชายหนุ่มคู่กรณีที่ทั้งปากร้ายและเอาแต่ใจยังเป็นนักลงทุนคนสำคัญที่เธอต้องดูแลในฐานะคู่ค้าของครอบครัว เขาคอยคัดค้านและดูถูกเธอด้วยอคติเกี่ยวกับอาชีพเสริมที่เขาจินตนาการไปเอง ณิรินจึงต้องอดทนรับมือกับความงี่เง่าและสถานการณ์สุดซวยที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนในระหว่างการเจรจาธุรกิจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ปีที่สามของการเป็นคนรักของเจ้านาย
7.9
สุ่ยชิงหยูยอมเป็นคนรักลับๆ ของกู้หนานเหิงนานถึงสามปีเพื่อชดใช้ความผิดให้พ่อที่ทำให้เขาและคนรักประสบอุบัติเหตุ แต่แล้วเธอกลับพบความจริงอันน่ารังเกียจว่ากู้หนานเหิงแกล้งความจำเสื่อมเพื่อปกป้องเหอซีเหยา ตัวการที่แท้จริงซึ่งทำให้พ่อของเธอต้องตาย เมื่อความกตัญญูถูกตอบแทนด้วยการหลอกลวง สุ่ยชิงหยูจึงซ่อนความเจ็บปวดและเริ่มรวบรวมหลักฐานสำคัญเพื่อทำลายงานแต่งงานของทั้งคู่ให้ย่อยยับ เป็นการปิดฉากความรักที่แสนจอมปลอมและทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัว