ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สยบ(รัก)คุณป๋า

สยบ(รัก)คุณป๋า

วันวิวาห์เผลอใจรักรามิล นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมหรูผู้มีพระคุณที่ดูแลเธอมาเจ็ดปี แม้เธอจะพยายามทำตัวให้เขายอมรับ แต่ในสายตาเขากลับเห็นเพียงเด็กแสบที่คอยสร้างปัญหา รามิลพยายามรักษาระยะห่างเพื่อคงความสัมพันธ์เดิมเอาไว้ แต่เธอกลับเดินหน้าทำลายกำแพงนั้น จนทั้งคู่พลาดพลั้งตื่นมาบนเตียงเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางความต้องการที่สวนทาง เมื่อฝ่ายหญิงโหยหาความรัก แต่ฝ่ายชายกลับต้องการเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ บทสรุปของความสัมพันธ์ต้องห้ามครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 1

“อื้อ มิลคะ เมเม่ไม่ไหวแล้ว อ้า!” เสียงครวญครางอย่างเร่าร้อนเล็ดลอดผ่านซอกประตูที่ปิดไม่สนิทจนดังระงมไปทั่วบริเวณชั้นสองของบ้าน ทำให้หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำตัวยาวที่เพิ่งเปิดประตูก้าวออกมาจากห้องนอนของตัวเองถึงกับชะงักแล้วหันไปมองยังห้องฝั่งซ้ายมือซึ่งเป็นที่มาของเสียงนั้น

ในตอนแรกหญิงสาวคิดว่าควรจะเดินไปบอกกล่าวเจ้าของบ้านหลังนี้ว่าผู้อาศัยอย่างเธอกำลังจะออกไปงานปาร์ตี้กับเพื่อน แต่ดูเหมือนว่าหากเข้าไปตอนนี้จะเป็นการรบกวนกิจกรรมเข้าจังหวะของคนทั้งสองเสียมากกว่า เธอจึงรีบเดินลงบันไดแล้วพาตัวเองออกมายืนบริเวณหน้าบ้านด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ

วันวิวาห์หรือวีว่า หญิงสาววัยยี่สิบสองปีดีกรีนักเรียนนอก เพิ่งกลับมาเยือนแผ่นดินเกิดได้ไม่ถึงสิบวัน หลังจากต้องไปใช้ชีวิตอยู่แคนาดากว่าสี่ปี

ย้อนกลับไปเมื่อตอนยังเด็ก วันวิวาห์เติบโตมาในครอบครัวรวมถึงสภาพแวดล้อมที่สุดแสนจะเป็นพิษ ครั้นจำความได้ เธอก็เห็นภาพบิดาพาผู้หญิงเข้าบ้านไม่เว้นแต่ละวัน หากครั้งไหนมารดาทนไม่ไหวก็มักจะเกิดการถกเถียงจนนำไปสู่การทะเลาะวิวาท และจบลงที่การทำร้ายร่างกาย

หลังจากมารดาเสียชีวิตเพราะโรคร้าย บิดาของเธอก็แต่งงานใหม่ทันที และเมื่อเจ็ดปีก่อนเขาก็เสียชีวิตลงเช่นเดียวกันทำให้เธอต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงซึ่งชอบการพนันเป็นชีวิตจิตใจ กระทั่งวันที่แม่เลี้ยงหมดเนื้อหมดตัวก็เป็นวันเดียวกันกับที่วันวิวาห์ถูกขายให้เจ้าของบ่อน

สาวน้อยวัยสิบห้าผู้ไร้ซึ่งที่พึ่งทางกายและทางใจพยายามหนีเอาตัวรอดจากคนพวกนั้น ขณะเดียวกันเธอตัดสินใจวิ่งปาดหน้ารถคันหนึ่งเพื่อร้องขอความช่วยเหลือและวันนั้นเองที่ทำให้เธอได้เจอกันกับเขา รามิล...ผู้ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

กลับมายังปัจจุบัน วันวิวาห์นั่งประจำตำแหน่งคนขับภายในรถพอร์ชคันสีเหลืองสดใสซึ่งได้รับมาเป็นของขวัญวันเรียนจบจากรามิล สายตาของเธอหยุดมองไปยังระเบียงห้องที่มีแสงไฟสลัวสาดส่องอยู่เป็นเวลาหลายนาทีพร้อมริมฝีปากกระจับก็ค่อยๆ เม้มเข้าหากัน

เท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงกว่าสี่นิ้วเผลอเหยียบคันเร่งอย่างลืมตัวเพราะมัวตกอยู่ในความคิดของตัวเอง แต่ด้วยสัญชาตญาณอันน้อยนิดในการขับรถแค่ไม่กี่ครั้งทำให้เธอต้องรีบเหยียบเบรก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันกาลเสียแล้วเพราะกระถางต้นไม้ที่วางอยู่ข้างหน้ากลับแหลกละเอียดด้วยฝีมือของเธอ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้เดินลงไปดูผลงานของตัวเอง แต่เลือกที่จะขับรถออกไปจากบริเวณบ้าน

วันวิวาห์ไม่ทันได้สังเกตว่าเจ้าของห้องที่เธอมัวแต่มองจนไม่มีสติ เดินออกมาตรงระเบียงโดยมีผ้าขนหนูพันสะโพกไว้อย่างหมิ่นเหม่ นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นมองไปยังรถพอร์ชที่พุ่งตัวด้วยความเร็วสลับกับกระถางต้นไม้ที่แทบจะแหลกละเอียดด้วยแววตาสงบนิ่งไม่ต่างจากคลื่นทะเลก่อนมีลมพายุ ชายหนุ่มจุดบุหรี่ที่ถือติดมาด้วยแล้วอัดสารนิโคตินเข้าปอดครั้งแล้วครั้งเล่า

หญิงสาวใช้เวลาขับรถค่อนข้างนานกว่าปกติก็มาถึงโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน นาฬิกาหน้ารถบ่งบอกเวลาสามทุ่มครึ่ง และงานเริ่มไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน วันวิวาห์ไม่รอช้ารีบลงจากรถแล้วเดินเข้าลิฟต์กระจกเพื่อขึ้นไปยังชั้นสามสิบทันที

งานในวันนี้เป็นการพบปะสังสรรค์เหล่าทายาทตระกูลดังและผู้มีหน้ามีตาทางสังคมเสียส่วนใหญ่ วันวิวาห์ไม่ได้ถูกรับเชิญโดยตรงจากเจ้าของงาน แต่คนที่ชวนเธอมาคืออังเคล เพื่อนชายคนสนิทเพียงคนเดียวตอนเรียนอยู่แคนาดาด้วยกัน และเขาเป็นน้องชายของเจ้าของงานนี้

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกเสียงเพลงก็ดังเข้ามายังโสตประสาท สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังวันวิวาห์อย่างให้ความสนใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มดูน่ารัก ทว่าผมบ๊อบสั้นสีบลอนด์และการแต่งกายสุดแสนจะเซ็กซี่กลับทำให้บุคลิกหวานผสานความเปรี้ยวยิ่งมีเสน่ห์น่าค้นหา

“Hey! วีว่า” เสียงที่สุดแสนจะคุ้นเคยดังขึ้นทันทีที่เธอก้าวเท้าออกจากลิฟต์

อังเคล ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาโบกมือทักทายแล้วรีบเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ก่อนจะใช้แก้มแตะสัมผัสกันเบาๆ ตามธรรมเนียมตะวันตก

“ยูแต่งตัวได้แบบ..." ทันทีที่ทักทายเสร็จ เขามองใบหน้าของเพื่อนสาวคนสนิทพร้อมส่ายหน้าอย่างไม่จริงจังนัก ถึงแม้รู้ดีว่าหญิงสาวชื่นชอบการแต่งตัวและปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ แต่ครั้งนี้มันทำให้เขาอดที่จะแปลกใจไม่ได้

“ทำไม? วันนี้ไอไม่สวยเหรอ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทะเล้นแล้วหมุนตัวโชว์แผ่นหลังเปลือยเปล่า ขาวผ่องเป็นยองใยให้อีกฝ่ายดูว่าชุดนี้มันไม่ได้คว้านลึกแค่ด้านหน้า

“ดูสายตาพวกหนุ่มๆ ที่มองยูแทนคำตอบแล้วกัน แต่ที่ไอแปลกใจคือ ชุดนี้รอดพ้นสายตาแดดดี้ของยูมาได้ยังไง” คนที่อังเคลหมายถึงก็คือรามิลนั่นเอง

“เขาไม่มาสนใจไอหรอก ตอนนี้คงกำลังขึ้นสวรรค์กับผู้หญิงคนนั้นรอบที่สิบแล้วมั้ง” สีหน้าของเธอจากที่สดใสกลับเปลี่ยนเป็นหม่นหมองในชั่วพริบตา

“ยูโอเคหรือเปล่า” คำถามของอังเคลทำให้ดวงตากลมโตเริ่มเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส หนุ่มลูกครึ่งเห็นอย่างนั้นก็รีบหยิบแก้วแชมเปญจากพนักงานเสิร์ฟส่งให้เธอ ตามด้วยของตัวเอง

“Cheers!”

วันวิวาห์กะพริบตาถี่แล้วไล่ความรู้สึกก่อนหน้านี้ให้ออกไป ยกแก้วขึ้นดื่มด้วยความกระหายจนไม่เหลือแม้เพียงหยดเดียว ต่อด้วยแก้วที่สองและสามตามมา

“ไปแดนซ์กัน” หญิงสาวลากแขนอังเคลให้ตามเธอไปยังกลุ่มคนที่กำลังสนุกสนานกันอยู่บริเวณหน้าเวที เกือบชั่วโมงที่เธอปลดปล่อยตัวเองอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้ ครู่ต่อมาวันวิวาห์จึงเดินออกมาเพื่อไปห้องน้ำ แต่กลับรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเดินตามมาด้วย

“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มแปลกหน้าเอ่ยขึ้นแล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอพอดี

"..."

“คุณเป็นคนมีเสน่ห์มากจนผมอยากทำความรู้จัก” ชายคนนั้นเอ่ยออกมา แต่วันวิวาห์รู้ดีว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริง

'เขาไม่ได้อยากรู้ชื่อแซ่อะไรหรอก แต่เป็นร่างกายของเธอต่างหากที่เขาต้องการ' เธอรู้ดี

“ฉันได้ยินคำนี้จนเบื่อแล้วละคะ” เอ่ยพร้อมขยิบตาข้างหนึ่งให้อีกฝ่ายจนดูน่าหมั่นไส้

“แสดงว่าต้องต่อคิวสินะครับ” แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามไม่ใส่ใจกับกิริยาของเธอ

“เอ...ก็คงต้องอย่างนั้นค่ะ”

“แล้วถ้าอยากลัดคิวนี่ ต้อง Dior,Chanel หรือ Hermes ครับ...”

“ปกติจีบผู้หญิงด้วยวิธีนี้เหรอคะ” ถึงแม้ริมฝีปากกระจับจะฉีกยิ้มกว้าง แต่ดวงตากลมโตไม่ได้ฉายแววของรอยยิ้มนั้นแม้แต่น้อย

“ที่ผ่านมาก็ได้ผลนะครับ” เขาพูดน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“พอดีฉันไม่ชอบของแบรนด์เนมค่ะ”

“แล้วถ้าคอนโดหรูสักห้องล่ะครับ พอจะทำให้คุณสนใจได้มั้ย” เขายังคงยื่นข้อเสนอให้เธออย่างไม่ยอมแพ้

“คุณรู้จัก A.W.Hotel ใช่มั้ยคะ รับรองว่าคนระดับคุณต้องรู้จัก” วันวิวาห์ที่สวมหน้ากากแสร้งส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอยู่หลายนาที เริ่มเปลี่ยนสีหน้ามาจริงจังเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

“ครับ? หรือคุณอยากไปพักที่นั่น...” เขาถามด้วยความแปลกใจ โรงแรมแห่งเดียวที่เขาไม่เคยคิดจะไปพักก็คือที่นั่น เพราะใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวจะเข้าได้ ต้องมีความอดทนในการรอด้วย เพราะผู้ที่ต้องการเข้าพักต้องจองล่วงหน้าไม่ต่ำกว่าสามเดือน

“เปล่าหรอกค่ะ ฉันแค่จะถามว่า คุณมีทรัพย์สินถึงครึ่งของเจ้าของที่นั่นมั้ยคะ”

“ถึงจะมีไม่เท่า แต่ผม...”

“งั้นฉันไม่สนใจค่ะ”

“ที่แท้ก็ใฝ่สูงกว่าที่คิดนะครับ” ครั้นถูกอีกฝ่ายดูถูก น้ำเสียงและสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

"ถึงยังไง คนรวยอย่างพวกคุณก็เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่ของเล่นไม่ใช่เหรอคะ”

"..."

"และถ้าฉันต้องไปเป็นของเล่นของใครสักคน ผู้ชายคนนั้นต้องเป็น รามิล เจ้าของ A.W.Hotel เท่านั้นค่ะ!" วันวิวาห์พูดจบก็ระบายรอยยิ้มหวานเป็นการทิ้งท้ายแล้วกระแทกไหล่ผู้ชายคนนั้นด้วยความโมโห ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับหวนคิดถึงเจ้าของชื่อที่อยู่ในบทสนทนา

'บ่อยครั้งที่เธอแอบอิจฉาผู้หญิงพวกนั้น ที่อย่างน้อยก็ได้อยู่ข้างกายเขา...'

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียแทนหนี้
8.6
นิรดาเดินทางไปเบลเยียมเพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงยายที่กำลังป่วยหนัก แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อมาร์โค นายจ้างมหาเศรษฐีกล่าวหาว่าเธอเป็นขโมย เขาบีบบังคับให้เธอชดใช้หนี้ด้วยร่างกายในฐานะนางบำเรอจำนวนแปดครั้งเพื่อแลกกับเงินรักษาพยาบาล นิรดาจำต้องกล้ำกลืนยอมรับข้อเสนออันแสนอัปยศนี้ ทว่าเมื่อพันธสัญญาเริ่มต้นขึ้น นายจ้างจอมเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะความปรารถนาที่เขามีต่อเธอมันมากล้นจนข้อตกลงเพียงไม่กี่ครั้งไม่เคยเพียงพอสำหรับเขาเลย
หน้าปกนวนิยาย ใต้เงาจอมมาร
9.1
เซร์คิโอ คุณานันท์ อะลอนโซ มหาเศรษฐีผู้โหดเหี้ยมดั่งจอมมาร ต้องมาเกี่ยวพันกับแก้วกัลยา หญิงสาวผู้งดงามแต่ไร้ทางเลือกจนต้องยอมแต่งงานกับเขา ท่ามกลางเกมเล่ห์เหลี่ยมที่ทั้งคู่ต่างฟาดฟันเพื่อเป้าหมายของตน แก้วกัลยาพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าแลกเพื่อทำตามแผนที่วางไว้ แม้จะถูกดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงจากชายหนุ่มที่ไม่เคยเห็นเธอในสายตา ทว่าภายใต้ความขัดแย้งและอารมณ์อันดุเดือด แรงดึงดูดมหาศาลกลับเริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนี้
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักเพลิงเสน่หา
9.0
เมื่อนักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่งไทยโมร็อกโกเกิดตกหลุมรักกีรยา นักเขียนสาวชาวไทยผู้เลอโฉมเพียงแค่เห็นรูปถ่ายในใบสมัครงาน เขาจึงตัดสินใจเลือกเธอมาสัมภาษณ์เพื่อหาทางใกล้ชิด ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อหญิงสาวเข้าใจผิดและต่อว่าเขาอย่างรุนแรง ด้วยความโกรธเคืองและปรารถนาจะครอบครอง เขาจึงวางแผนปลอมตัวเป็นโจรบุกเข้าจี้ชิงตัวเธอไปเพื่อลงทัณฑ์ด้วยไฟรักและสนองความเสน่หาที่เขามีต่อเธอเพียงผู้เดียวในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย กำราบรักมัดใจนางบำเรอ
9.7
พลอยชมพูต้องเผชิญกับความหวาดหวั่นเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของเอเดน มหาเศรษฐีรุ่นใหญ่ผู้มีแววตากระหายและท่าทางดุดัน เขาตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในตัวเธอด้วยวาจาเชือดเฉือนประหนึ่งเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ แม้เธอจะหวาดกลัวในความป่าเถื่อนของชายคราวพ่อที่มีหนวดเคราปกคลุมใบหน้า แต่เสน่ห์อันเหลือร้ายและความหล่อเหลาของเขากลับทำให้เธอเริ่มหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด หากต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ให้ชายผู้นี้ เธอก็พร้อมจะปล่อยใจไปกับแรงปรารถนาที่เขามอบให้
หน้าปกนวนิยาย ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ
8.8
เมื่อหนี้สินบีบให้กุลนิภาต้องเลือกชดใช้ด้วยร่างกายแก่ชนกันต์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาที่เกลียดความอ่อนแอของสตรี เขาเตือนเธอให้รักษาหัวใจไว้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไร้ความรัก ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ลับที่ซ่อนเร้น ความหึงหวงกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนเขากล้าขู่จะกักขังเธอไว้ตลอดกาล แม้กุลนิภาจะพยายามดึงสติเขาด้วยเรื่องผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วย แต่ความจริงที่ได้รับกลับสั่นคลอนความหวังในการได้รับอิสรภาพของเธอให้เลือนลางยิ่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบรักซาตาน
8.1
เซอเรนัล์ฟ ไคลน์ หวนคืนมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะเจ้าของดีฮันเตอร์ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการโดรนจากอเมริกา ทว่าเขากลับสลัดภาพลักษณ์ชายผู้อ่อนโยนในอดีตทิ้งไปจนสิ้น เหลือเพียงซาตานร้ายที่เลือดเย็นและจองหองกว่าใครเปรียบ เขาพุ่งเป้าไปที่อิสลิน เบอร์กแทรนช์ อดีตคนรักที่เขาตราหน้าว่าไร้ยางอาย หลังเธอทอดทิ้งเขาไปแต่งงานใหม่จนกลายเป็นม่ายสาวจากการหย่าร้าง ถึงเวลาแล้วที่เขาจะใช้ความแค้นขับเคลื่อนการทวงคืนอย่างสาสมเพื่อให้เธอชดใช้ในสิ่งที่เคยทำไว้