ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย NightZ [V] CLINGY JUNIOR

NightZ [V] CLINGY JUNIOR

เมื่อภารกิจสำคัญถูกขัดจังหวะด้วยการรุกจีบอย่างหนักของเลโอ รุ่นน้องตัวแสบแห่งแก๊ง Nightshade ที่ตามตื้อไม่เลิกราในทุกๆ วัน ฉันจึงตัดสินใจนำกลยุทธ์เด็ดอย่าง ทฤษฎี 21 วัน เข้ามาเป็นเครื่องมือพิสูจน์ใจและหวังจะใช้จัดการคนกะล่อนอย่างเขาให้ยอมถอยออกไปจากชีวิตเสียที แต่แผนการครั้งนี้จะช่วยสลัดความวุ่นวายออกไปได้จริง หรือจะเป็นการเปิดโอกาสให้ความสัมพันธ์วุ่นๆ นี้ถลำลึกยิ่งกว่าเดิมกันแน่ มาร่วมลุ้นไปกับบททดสอบหัวใจสุดป่วนในครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ไม่กี่นาทีต่อมา...

“เฮ้ย ตื่น! สำนึกบุญคุณค่าเทอมที่กูจ่ายให้ด้วย”

ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก!

ฉันเดินกลับเข้ามาในคลาสเรียนที่ดูจะวุ่นวายพอสมควรเพราะอาจารย์ยังมาไม่ถึง ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเลคเชอร์ของไอ้สามคนที่นอนก้มหน้าฟุบอยู่กับโต๊ะอย่างนั้น ตามมาด้วยเชนที่เดินเขกหัวทุกคนเรียงตัวอย่างเรียกสติจนพวกมันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกันช้าๆ

“หืม? สงกรานต์~ สงกรานต์~ สนุกสนานประเพณีไทยยยย~”

“สัส โดนตบกูไม่รู้ด้วยนะ” เชนมันพูดไปขำไปพอได้ยินไอ้พอร์ชฮัมเพลงออกมาหลังเห็นสภาพเละตุ้มเป๊ะของฉัน -.-

“โว้ว~ โคตรเฟียส ฮิปฮอปสไตล์ โย่ว~ โย่ว~”

หึหึ.. ไอ้หมิวก็อีกคน ส่งเสียงล้อเลียนไม่พอ มันยังทำท่าฮิปฮอปประกอบคำพูดแซวฉันที่อยู่ในสูทหลวมโคร่งของไอ้บ้านั่น แต่หนักสุดเห็นจะเป็นไอ้ดิวที่ขำกร๊ากจนคนทั้งคลาสหันมา น่ารำคาญชะมัด!

“งู้ยยย ไฟฉายย่อส่วน โดระเอ มะอื่อออ~ กร้ากกกก”

จิ๊!

มะอื่อบ้านป้ามันดิ ฉันง้างมือจะลั่นใส่หัวมันสักทีสองที แต่ไอ้ดิวมันเบี่ยงตัวหลบทัน ไอ้เชนที่ยืนขำเลยล็อคคอลากฉันกลับมานั่ง ส่วนไอ้พวกนั้นก็นั่งขำคิกคักกันสบายใจ

“โฮ่ะๆๆ อารมณ์ร้ายอย่าบอกใคร~ แบ่งฝั่งยกพวกตีแม่งเลยมั้ย เรามีสาม พวกมันมีสอง ไงก็ถล่มพวกแม่งยับได้ ไม่ได้อคตินะ กูแค่แค้นฝังหุ่นเรื่องน้องพิ้งค์อ่ะ ซุบซิบๆๆๆ”

เพื่อออออ -_-?

คำพูดของไอ้ดิวที่แว่วเข้าหูมาทำให้ฉันที่เพิ่งทิ้งตัวนั่งหันไปหาเชนและส่งซิกส์ให้มันรับจบแทนให้หน่อย แล้วเพื่อนรักก็จัดให้ตามใจ กระดาษหลายแผ่นบนโต๊ะเชนถูกขยำอย่างไวแล้วไอ้เชนก็ปามันลอยลิ่วผ่านหน้าฉันไปลงกลางวงที่ไอ้สามคนนั้นนั่งสุมหัวกันอยู่จนคนรอบข้างขำกันยกใหญ่

ฟิ้ววว~ พรึ่บ!

“หู้ยยย ปกป้องกันจัง เป็นผัวเมียกันมั้ง!”

ไอ้หมิวตะโกนกลับมา แล้วพวกมันก็หันมาถลึงตาใส่ แถมยังทำปากขมุบขมิบล้อเลียนไม่หยุด เหอะ..ไอ้พวกสามตัวบาท สงสัยอยากตาย -_-

“เอาล่ะนักศึกษา ก่อนจะเริ่มเรียนวันนี้ผมมีปัญหาความมั่นคงของคณะมาแจ้งพวกคุณก่อน...”

เสียงอาจารย์พูดขัดขึ้นมาก่อนที่ฉันจะโต้ตอบอะไร ทำให้คลาสทั้งคลาสเงียบกริบและเพื่อนทุกคนก็เบนความสนใจไปหาอาจารย์กันใหญ่ จริงๆภาพรวมในห้องมันเกือบจะดีอยู่ละถ้าไอ้ดิวไม่....

“อะไรอีกแล้วล่ะฮะ ไม่มีไรซวยเท่าการโดนน้องพิ้งค์เทแล้วค้าบจารย์ โธ่!”

เฮ่ออออ! ป๊อก!

“เฮ้ย!” คราวนี้เป็นฉันที่ขว้างปากกาในมือใส่หัวดิวมันเต็มๆ จนเจ้าตัวหันมาทำหน้ามุ่ยใส่

“หนวกหูฉิบหาย”

ฉันยักคิ้วพูดออกไปแล้วมันก็ทำท่าจะลุกมาเอาเรื่อง แต่ก็ทำเป็นชะงักไปเหมือนโดนใครรั้งไว้ทั้งที่จริงๆ ก็ไม่

“ไอ้พอร์ชอย่าจับดิวะ เฟรย์มันทำกู กูจะไปเคลียร์กับมัน โห่.. ไอ้หมิวปล่อยดิว้อยยย~”

ผลัวะ!

“ไปไหนก็ไปไอ้สัส ไม่มีใครเค้ารั้งมึงเลยเหอะ!”

เสียงสวรรค์ของไอ้พอร์ชดังขึ้นท่ามกลางเสียงโวยวายของไอ้ดิวมัน เอาไรมาก..ขนาดอาจารย์ยังหลุดขำ เพื่อนทั้งคลาสนี่ไม่มีเหลือ

“อุ่ย แล้วเมื่อกี๊บอกพวกกัน...ฝากไว้ก่อนน้าเฟรย์น้า เอ้า~ ต่อสิครับจารย์ ผมตั้งใจฟังอยู่เนี่ย”

หึ..ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า -_-!

“อ่ะ โอเคนะ คือจากที่เราสำรวจความต้องการและข้อเสนอแนะของนักศึกษาภายในคณะแล้วเนี่ย มีนักศึกษาจำนวนมากอยากได้สตูดิโอถ่ายภาพเพิ่มเนื่องจากของเดิมไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน ซึ่งทางคณะเราก็ทำเรื่องร้องขอไป แต่ทางมหาลัยก็ยื่นข้อเสนอกลับมาให้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกัน”

“ข้อเสนอไรหรอคะจารย์?” เพื่อนคนหนึ่งในคลาสยกมือถาม แล้วอาจารย์ก็แสดงสีหน้าหนักใจออกแนวอ้ำอึ้งขึ้นมา

“คือ...ชมรมวารสาร รู้จักใช่มั้ย?”

จิ๊!

แค่ได้ยินคำนี้...หน้าไอ้บ้านั่นก็ลอยมาเลย ยิ่งก้มลงไปเห็นเสื้อสูทตัวใหญ่ที่ไม่ใช่ของตัวเองด้วยแล้ว ฉันยิ่งหัวร้อนเข้าไปใหญ่ ทำไมฉันไม่ซัดหน้าไอ้รุ่นน้องนั่นไปสักทีทั้งที่มีโอกาสแล้วแท้ๆเนี่ยฮะ -_-!

“หึ...”

ไอ้เชนที่ได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะของฉันถึงกับหลุดขำ แล้วทำเป็นลอยหน้าลอยตาเหมือนตั้งใจฟังอาจารย์

ไม่ใช่ละ..อันดับแรกไอ้บ้าเชนนี่แหละควรโดนตบคว่ำก่อน

“อย่าแม้แต่จะคิด” มันพูดแล้วชี้หน้าฉันเหมือนรู้ทัน ทั้งที่ฉันแค่ขยับตัวและยังไม่ทันจะง้างมือด้วยซ้ำ

“โทษไอ้เวย์ละกัน วันนี้มันกวนตีน”

ผลัวะ!

พูดจบฉันก็ระบายความเซ็งลงหัวไอ้เชนมันทันที งดดราม่าฮะ พอดีเป็นพวกเสพติดความรุนแรงอ่ะ เพราะอยู่ท่ามกลางไอ้จอมกวนพวกนี้ก็เลยต้องแข็งแกร่งบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

“เชี่ยยยยย”

ฉันไม่ได้สนใจจะฟังเสียงโอดโอยนั้น แล้วเลือกหันกลับมาฟังอาจารย์พูดต่อทั้งที่ก็ไม่ได้อยากฟังเท่าไหร่ -.-

“คือรายละเอียดมันเป็นงี้นะ เพราะจะมีงานประเพณีมหาลัยที่เกิดขึ้นมาใหม่ ทางชมรมวารสารต้องเตรียมงานอย่างรัดกุมมาก เลยอยากได้อาสาสมัครไปช่วยงานแลกกับการสร้างสตูดิโอถ่าพภาพห้องใหม่ให้คณะเราน่ะ”

อ๋อ...จะหาแรงงาน เลยเอาของที่เราต้องการมาล่อว่างั้น ถามจริงสมาชิกชมรมนั้นวันๆนี่ทำอะไร? เห็นมีดีแค่สอดส่องเรื่องฉาวของใครต่อใคร ขนาด Nightshade ด้วยกันยังโดนออกบ่อยไป

“แล้วคือ...งานส่วนใหญ่ก็เป็นงานที่เราถนัด พวกงานถ่ายภาพโปรโมท เก็บภาพบรรยากาศ อาจมีครีเอทกระทู้ที่น่าสนใจบ้าง แล้วแต่งานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ ไม่ยากเท่าไหร่ใช่มั้ย ^^”

อาจารย์พูดต่อแล้วยิ้มเจื่อนๆ อย่างรู้ว่าคำตอบจะเป็นไง แล้วเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนของนักศึกษาในคลาสก็ชวนให้สถานการณ์ยิ่งอึมครึมไปกันใหญ่

“เหอะๆๆๆ”

“แล้วต้องใช้อาสาสมัครกี่คนครับจารย์ หรือว่าเราต้องไปกันทุกคน?”

‘ม่ายยยยยยยยยย’

ใครคนหนึ่งในคลาสถามออกมา พร้อมกับเสียงไม่เห็นด้วยที่ดังตามหลังมาอย่างเป็นลูกคลื่น จะให้ยินดีได้ไง ชมรมวารสารขึ้นชื่อเรื่องการเป็นศูนย์กลางจักรวาลใน ม. จะตาย อย่าได้ทำไรไม่ถูกใจคนชมรมนั้นเชียว โดนเล่นทั้งคณะกะเอาตายกันเลยทีเดียว เห็นปีก่อนๆ เขาว่ากันมาอ่ะนะ เรียกได้ว่าย่ำยีจนแต่ละคณะต้องยอมศิโรราบกันไปข้างหนึ่งเลยล่ะ

“ไม่ๆ ไม่ใช่ทุกคนนะ ทางนั้นเค้าอยากได้ Main หลักแค่ 2 คน แต่ถ้าคนเค้าไม่พอจริงๆ เค้าก็จะยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากเราอีกที”

อาจารย์ออกตัวปฏิเสธและอธิบายเงื่อนไขให้เราฟังด้วยสีหน้าที่ดูตั้งใจ และเหมือนเดิมไอ้แก๊งค์สามตัวบาทก็ทำป่วนอีกจนได้

“อ๋ออออ สองคนนนน อย่างนี้นี่เองงงงง”

ไอ้ดิวลากเสียงยาวและหันมาทำตาปิ๊งๆ ให้พวกฉันแบบรู้ทันเลยว่ามันคิดอะไร แล้วพวกมันก็หันไปซุบซิบกันใหม่

“คืองี้เด็กๆ ผมไม่บังคับนะ แค่อยากจะทราบว่าเสียงส่วนมากเห็นว่าใครเหมาะสม แล้วเดี๋ยวพวกอาจารย์จะเอาไปพิจารณากันอีกที ตอนนี้กระดาษบนโต๊ะพวกคุณน่ะ กรอกชื่อคนที่ว่าเหมาะสมลงมาได้เลย”

พออาจารย์พูดจบ ฉันก็ก้มหน้าสำรวจโต๊ะเลคเชอร์ของตัวเอง แต่ก็ไม่มีร่องรอยของกระดาษอะไรสักใบ

บ้าฉิบ! อย่าบอกนะ...

“คิกๆๆๆ”

“เอ้อออ อาจารย์ค้าบ ขอถามหน่อยค้าบบบ ถ้าแบบว่า..กระดาษมันยับอ่ะค้าบ ไม่เป็นไรหรอกเน่อะอาจารย์ ใช่มั้ยฮะ โฮ่ะๆๆๆ”

ไอ้ดิวยกมือตะโกนถามอาจารย์ ส่วนไอ้หมิวกับไอ้พอร์ชก็ค่อยๆ คลี่กระดาษสองใบที่เชนมันปาไปแล้วโบกไปโบกมาด้วยสีหน้าสะใจ

“เอาคืนมาถ้าพวกมึงไม่อยากตาย”

ฉันกัดฟันพูดแล้วจ้องหน้าปล่อยพลังทำลายล้างออกไป แต่นอกจากพวกมันจะไม่เกรงกลัวต่อแรงอาฆาตที่ส่งไปให้ มันยังคว้าปากกามากาโหวตชื่อเราใส่กระดาษสองใบนั้นต่อหน้าต่อตาฉันด้วยไง!

“อุ๊ยยย นี่เฟรย์กับเชนอาสาจะไปเอง ก็เลยเลือกโหวตตัวเองหรอเนี่ยยยย”

ไอ้ดิวจีบปากจีบคอตะโกนออกไปดังลั่น แถมยังโบกสะบัดกระดาษในมือซ้ำๆ คิดว่าถือปอมๆเชียร์มั้ง เป็นบ้าไรของมัน!

“โอ้ว ดีเลย อาจารย์ก็เล็งเราสองคนไว้พอดี งั้น...มีใครคัดค้านอะไรมั้ย”

เท่านั้นแหละ สิ้นสุดเสียงอาจารย์ สถานการณ์อึมครึมในคลาสก็คึกคักกันเลยเชียว

‘ไม่เลยค่ะ’

‘เห็นด้วยค่าา’

‘เอาสองคนนี้เลยค่าาา ไม่ต้องโหวตหรอกอาจารย์’

‘เอาเลยฮะจารย์ ตัวท็อปของสาขาเราอยู่แล้ว’

“คิกๆๆๆๆ โฮ่ะๆๆๆๆ”

พอเหตุการณ์ดูจะเป็นไปตามที่พวกมันตั้งใจ ไอ้สามตัวบาทนั่นก็ขำกันใหญ่ ไอ้บ้าเอ้ย! แค่น้องพิ้งค์คนเดียว มันถึงกับขายเพื่อนเลยรึไง?!

“คเชนทร์ ฟาริดา ตกลงตามนั้นมั้ย?”

คำถามของอาจารย์ทำให้เพื่อนทั้งคลาสหันมาทำตาปิ๊งๆ ใส่พวกฉัน เอาน่า..มันก็ยังพอมีทางรอดอยู่บ้าง

“ถ้าคเชนทร์ไป หนูไปค่ะ”

ฉันพูดแล้วหันไปหาเชนที่นั่งเงียบอยู่สักพัก เพราะคิดว่ายากอ่ะ..ถ้าเชนมันจะไป ขนาดติด Top 6 ของ Know more มันยังบ่นว่าชีวิตวุ่นวายจะตาย ถ้าต้องไปร่วมงานกับชมรมวารสารที่ขุดคุ้ยประวัติมันจนหงุดหงิดพาลไม่มาเรียนไปพักใหญ่ บอกเลย ไม่มีทางจะเป็นไปดะ....

“ผมไปครับ งานง่ายๆ สบายอยู่แล้ว”

....ฮะ?!

“ง่อวววววว พิ๊เชนคนจริง..โอวัลตินต้องละลาย กร้ากกก~”

“ขอบคุณพิ๊เชนที่พลีกายเพื่อเราชาวนิเทศน้าาาค้าาา”

แปะๆๆๆ

“=_=?????”

ฉันหันหน้าไปหาไอ้เชนด้วยเครื่องหมายคำถามเต็มหัว ท่ามกลางเสียงเชิดชูความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของไอ้สามตัวบาทที่นั่งตบมือแปะๆ อย่างถูกอกถูกใจ แล้วไอ้เชนมันก็หันมายักคิ้วรัวๆ ให้พร้อมกับขำด้วยท่าทางสะใจยิ่งกว่า

“หึ...”

“ไอ้.....!”

พรึ่บ!

“โอ๋~ ผลโหวตออกมาก็ต้องไปอยู่ดี จะเล่นตัวทำไม” ยังไม่ทันที่ฉันจะด่าอะไร เชนมันก็เลื่อนมือมาผลักหัวและให้เหตุผลที่ฟังขึ้นตาย!

“มันอาจเป็นคนอื่นก็ได้” ฉันตอบกลับไปแล้วเชนมันก็ส่ายหัวเหมือนไม่เห็นด้วยเท่าไหร่

“ใครมันจะยอมไป ชมรมวารสารเรื่องมากจะตายโดยเฉพาะไอ้....”

ครืดดด! พลั่ก!

“อุ๊บ!”

ฉันพับโต๊ะเลคเชอร์และกระทุ้งศอกเข้าหน้าท้องแน่นๆ ของมันอย่างรู้เลยว่าจะพูดอะไร แล้วเชนมันก็ยิ่งขำออกมาแบบไร้การ Keep look ใดๆ

“ฮ่ะๆๆ น่าสนุกฉิบหาย”

...เพื่อนเลววว!

“อ้อออ คเชนทร์ ฟาริดา เดี๋ยวอาจารย์จะส่งชื่อพวกเธอให้ทางชมรมวันนี้ แล้วพรุ่งนี้เช้าก็มีนัดประชุมที่ห้องชมรมเลยนะ สู้ๆล่ะ เพื่อห้องปฏิบัติการถ่ายภาพอันสุดแสนอลังการของพวกเราาาา~”

“เย้ๆๆๆ ~”

เสียงอาจารย์ปลุกระดมความยิ่งใหญ่ของภารกิจสำคัญจนคนในคลาสก็เป็นบ้าโห่ยินดีแบบคล้อยตามกันไป

เห๊อะ! ห้องปฏิบัติการถ่ายภาพอันสุดแสนอลังการรรรร~

เอาใหม่! -.- แก้ปัญหาเบื้องต้นก่อนได้มั้ย ใครเอาอาจารย์ไปเก็บทีดิ๊ โคตรรำคาญ! =_=

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเจ้าหัวใจ
9.5
รามสูรผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยถูกสตรีใดปฏิเสธ จนกระทั่งได้พบกับเมขลา หญิงสาวคนแรกที่กล้าหันหลังให้เขา แม้ค่ำคืนอันเร่าร้อนจะทำให้เขาลุ่มหลงในตัวเธอมากเพียงใด แต่เธอกลับพยายามหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงตัดสินใจวางแผนการร้ายเพื่อกักขังเธอไว้ในฐานะทาสรักส่วนตัว ทว่าในระหว่างที่เขากำลังควบคุมทุกอย่างตามใจปรารถนา รามสูรกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากำลังถูกเธอครอบครองไปทีละน้อยจนกลายเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวลวงสวาท
7.9
หญิงสาวผู้ถูกครอบครัวทอดทิ้งและไร้ซึ่งความรัก กำลังเผชิญกับวิบากกรรมครั้งใหญ่เมื่อถูกบังคับให้วิวาห์กับชายชราเพื่อผลประโยชน์ ทว่าโชคชะตาที่พลิกผันกลับนำพาให้เธอได้ครองคู่กับมหาเศรษฐีหนุ่มรูปงามผู้เพียบพร้อมและพร้อมมอบความรักให้อย่างหมดหัวใจ ท่ามกลางความสุขที่ได้รับ ความลับอันดำมืดในอดีตที่เคยถูกกลบฝังไว้ค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา นำไปสู่การค้นพบความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังชีวิตของเธออย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ร่านดอกรัก
8.3
เมื่อกณิศาเลือกเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ชยธรจึงตัดสินใจมอบหัวใจให้หญิงอื่นเพื่อประชดความเจ็บปวด การทรยศในครั้งนี้กลายเป็นรอยร้าวที่ทำให้เธอไม่อาจให้อภัยได้ จากความรักที่เคยหนักแน่นมั่นคงกลับแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นและการชิงดีชิงเด่น ทั้งคู่ต่างพยายามห้ำหั่นเพื่อเอาชนะกันในเกมความสัมพันธ์ ทว่าในทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายต้องทุกข์ทรมานจากการกระทำของตน พวกเขากลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดร้าวรานที่กัดกินหัวใจไม่ต่างกันเลย
หน้าปกนวนิยาย หลังจากหย่า ผู้บริหารสาวก็คุกเข่าขอคืนดี
9.5
ตลอดสามปีที่ซูหลินทุ่มเทเพื่อภรรยาอย่างฉินเหมิงเหยา เขากลับได้รับเพียงใบหย่าและการถูกดูหมิ่นว่าเป็นเพียงสวะที่ไร้ค่า หลังตัดสินใจจบความสัมพันธ์และเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาก็เปิดเผยฐานะที่แท้จริงในฐานะทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ทั้งยังเป็นยอดฝีมือการต่อสู้และอัจฉริยะทางการแพทย์ที่โลกต้องทึ่ง เมื่อความจริงปรากฏอดีตภรรยาจึงพยายามอ้อนวอนขอโอกาสเพื่อกลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่สำหรับซูหลินแล้ว ทุกอย่างสายเกินไปและเขาไม่มีวันหันหลังกลับไปหาเธออีก
หน้าปกนวนิยาย จีบครูเจ้าขามาเป็นภรรยาที่รัก
8.2
ณดล เชฟหนุ่มสุดฮอตวัย 27 ปี เจ้าของอาณาจักรร้านอาหารชื่อดังที่มีสาขามากมายทั่วไทย ผู้ซึ่งมีหัวใจที่มั่นคงและไม่เคยเปิดรับใครเข้ามานอกจากหลานสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว ทว่าชีวิตที่สงบเงียบของเขากลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ เจ้าขา เอกดำรงกุล ครูประจำชั้นคนใหม่ที่เข้ามาทำให้หัวใจหนุ่มโสดเต้นไม่เป็นจังหวะ ภารกิจการพิชิตใจคุณครูสาวเพื่อเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็นภรรยาที่รักจึงเปิดฉากขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย คืนเผลอรัก
9.2
วาสินีใจสลายเมื่อพบว่าชายที่เธอแอบรักมานานกำลังจะมีลูกกับหญิงอื่น เธอจึงดื่มย้อมใจจนเผลอมีความสัมพันธ์ข้ามคืนกับปรมินทร์ คุณหมอหนุ่มผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของเขา ทั้งคู่ตกลงจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่โชคชะตาเล่นตลกเมื่อพี่ชายของเธอมาเห็นเข้าพอดี จนนำไปสู่การแต่งงานกำมะลอกับหมอหนุ่มผู้เย็นชาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสองต้องติดอยู่ในความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ร่วมกันเพื่อรอวันหย่าร้าง ท่ามกลางความวุ่นวายที่ไม่อาจคาดเดา