ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย NightZ [V] CLINGY JUNIOR

NightZ [V] CLINGY JUNIOR

เมื่อภารกิจสำคัญถูกขัดจังหวะด้วยการรุกจีบอย่างหนักของเลโอ รุ่นน้องตัวแสบแห่งแก๊ง Nightshade ที่ตามตื้อไม่เลิกราในทุกๆ วัน ฉันจึงตัดสินใจนำกลยุทธ์เด็ดอย่าง ทฤษฎี 21 วัน เข้ามาเป็นเครื่องมือพิสูจน์ใจและหวังจะใช้จัดการคนกะล่อนอย่างเขาให้ยอมถอยออกไปจากชีวิตเสียที แต่แผนการครั้งนี้จะช่วยสลัดความวุ่นวายออกไปได้จริง หรือจะเป็นการเปิดโอกาสให้ความสัมพันธ์วุ่นๆ นี้ถลำลึกยิ่งกว่าเดิมกันแน่ มาร่วมลุ้นไปกับบททดสอบหัวใจสุดป่วนในครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ไม่กี่นาทีต่อมา...

“เฮ้ย ตื่น! สำนึกบุญคุณค่าเทอมที่กูจ่ายให้ด้วย”

ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก!

ฉันเดินกลับเข้ามาในคลาสเรียนที่ดูจะวุ่นวายพอสมควรเพราะอาจารย์ยังมาไม่ถึง ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเลคเชอร์ของไอ้สามคนที่นอนก้มหน้าฟุบอยู่กับโต๊ะอย่างนั้น ตามมาด้วยเชนที่เดินเขกหัวทุกคนเรียงตัวอย่างเรียกสติจนพวกมันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกันช้าๆ

“หืม? สงกรานต์~ สงกรานต์~ สนุกสนานประเพณีไทยยยย~”

“สัส โดนตบกูไม่รู้ด้วยนะ” เชนมันพูดไปขำไปพอได้ยินไอ้พอร์ชฮัมเพลงออกมาหลังเห็นสภาพเละตุ้มเป๊ะของฉัน -.-

“โว้ว~ โคตรเฟียส ฮิปฮอปสไตล์ โย่ว~ โย่ว~”

หึหึ.. ไอ้หมิวก็อีกคน ส่งเสียงล้อเลียนไม่พอ มันยังทำท่าฮิปฮอปประกอบคำพูดแซวฉันที่อยู่ในสูทหลวมโคร่งของไอ้บ้านั่น แต่หนักสุดเห็นจะเป็นไอ้ดิวที่ขำกร๊ากจนคนทั้งคลาสหันมา น่ารำคาญชะมัด!

“งู้ยยย ไฟฉายย่อส่วน โดระเอ มะอื่อออ~ กร้ากกกก”

จิ๊!

มะอื่อบ้านป้ามันดิ ฉันง้างมือจะลั่นใส่หัวมันสักทีสองที แต่ไอ้ดิวมันเบี่ยงตัวหลบทัน ไอ้เชนที่ยืนขำเลยล็อคคอลากฉันกลับมานั่ง ส่วนไอ้พวกนั้นก็นั่งขำคิกคักกันสบายใจ

“โฮ่ะๆๆ อารมณ์ร้ายอย่าบอกใคร~ แบ่งฝั่งยกพวกตีแม่งเลยมั้ย เรามีสาม พวกมันมีสอง ไงก็ถล่มพวกแม่งยับได้ ไม่ได้อคตินะ กูแค่แค้นฝังหุ่นเรื่องน้องพิ้งค์อ่ะ ซุบซิบๆๆๆ”

เพื่อออออ -_-?

คำพูดของไอ้ดิวที่แว่วเข้าหูมาทำให้ฉันที่เพิ่งทิ้งตัวนั่งหันไปหาเชนและส่งซิกส์ให้มันรับจบแทนให้หน่อย แล้วเพื่อนรักก็จัดให้ตามใจ กระดาษหลายแผ่นบนโต๊ะเชนถูกขยำอย่างไวแล้วไอ้เชนก็ปามันลอยลิ่วผ่านหน้าฉันไปลงกลางวงที่ไอ้สามคนนั้นนั่งสุมหัวกันอยู่จนคนรอบข้างขำกันยกใหญ่

ฟิ้ววว~ พรึ่บ!

“หู้ยยย ปกป้องกันจัง เป็นผัวเมียกันมั้ง!”

ไอ้หมิวตะโกนกลับมา แล้วพวกมันก็หันมาถลึงตาใส่ แถมยังทำปากขมุบขมิบล้อเลียนไม่หยุด เหอะ..ไอ้พวกสามตัวบาท สงสัยอยากตาย -_-

“เอาล่ะนักศึกษา ก่อนจะเริ่มเรียนวันนี้ผมมีปัญหาความมั่นคงของคณะมาแจ้งพวกคุณก่อน...”

เสียงอาจารย์พูดขัดขึ้นมาก่อนที่ฉันจะโต้ตอบอะไร ทำให้คลาสทั้งคลาสเงียบกริบและเพื่อนทุกคนก็เบนความสนใจไปหาอาจารย์กันใหญ่ จริงๆภาพรวมในห้องมันเกือบจะดีอยู่ละถ้าไอ้ดิวไม่....

“อะไรอีกแล้วล่ะฮะ ไม่มีไรซวยเท่าการโดนน้องพิ้งค์เทแล้วค้าบจารย์ โธ่!”

เฮ่ออออ! ป๊อก!

“เฮ้ย!” คราวนี้เป็นฉันที่ขว้างปากกาในมือใส่หัวดิวมันเต็มๆ จนเจ้าตัวหันมาทำหน้ามุ่ยใส่

“หนวกหูฉิบหาย”

ฉันยักคิ้วพูดออกไปแล้วมันก็ทำท่าจะลุกมาเอาเรื่อง แต่ก็ทำเป็นชะงักไปเหมือนโดนใครรั้งไว้ทั้งที่จริงๆ ก็ไม่

“ไอ้พอร์ชอย่าจับดิวะ เฟรย์มันทำกู กูจะไปเคลียร์กับมัน โห่.. ไอ้หมิวปล่อยดิว้อยยย~”

ผลัวะ!

“ไปไหนก็ไปไอ้สัส ไม่มีใครเค้ารั้งมึงเลยเหอะ!”

เสียงสวรรค์ของไอ้พอร์ชดังขึ้นท่ามกลางเสียงโวยวายของไอ้ดิวมัน เอาไรมาก..ขนาดอาจารย์ยังหลุดขำ เพื่อนทั้งคลาสนี่ไม่มีเหลือ

“อุ่ย แล้วเมื่อกี๊บอกพวกกัน...ฝากไว้ก่อนน้าเฟรย์น้า เอ้า~ ต่อสิครับจารย์ ผมตั้งใจฟังอยู่เนี่ย”

หึ..ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า -_-!

“อ่ะ โอเคนะ คือจากที่เราสำรวจความต้องการและข้อเสนอแนะของนักศึกษาภายในคณะแล้วเนี่ย มีนักศึกษาจำนวนมากอยากได้สตูดิโอถ่ายภาพเพิ่มเนื่องจากของเดิมไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน ซึ่งทางคณะเราก็ทำเรื่องร้องขอไป แต่ทางมหาลัยก็ยื่นข้อเสนอกลับมาให้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกัน”

“ข้อเสนอไรหรอคะจารย์?” เพื่อนคนหนึ่งในคลาสยกมือถาม แล้วอาจารย์ก็แสดงสีหน้าหนักใจออกแนวอ้ำอึ้งขึ้นมา

“คือ...ชมรมวารสาร รู้จักใช่มั้ย?”

จิ๊!

แค่ได้ยินคำนี้...หน้าไอ้บ้านั่นก็ลอยมาเลย ยิ่งก้มลงไปเห็นเสื้อสูทตัวใหญ่ที่ไม่ใช่ของตัวเองด้วยแล้ว ฉันยิ่งหัวร้อนเข้าไปใหญ่ ทำไมฉันไม่ซัดหน้าไอ้รุ่นน้องนั่นไปสักทีทั้งที่มีโอกาสแล้วแท้ๆเนี่ยฮะ -_-!

“หึ...”

ไอ้เชนที่ได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะของฉันถึงกับหลุดขำ แล้วทำเป็นลอยหน้าลอยตาเหมือนตั้งใจฟังอาจารย์

ไม่ใช่ละ..อันดับแรกไอ้บ้าเชนนี่แหละควรโดนตบคว่ำก่อน

“อย่าแม้แต่จะคิด” มันพูดแล้วชี้หน้าฉันเหมือนรู้ทัน ทั้งที่ฉันแค่ขยับตัวและยังไม่ทันจะง้างมือด้วยซ้ำ

“โทษไอ้เวย์ละกัน วันนี้มันกวนตีน”

ผลัวะ!

พูดจบฉันก็ระบายความเซ็งลงหัวไอ้เชนมันทันที งดดราม่าฮะ พอดีเป็นพวกเสพติดความรุนแรงอ่ะ เพราะอยู่ท่ามกลางไอ้จอมกวนพวกนี้ก็เลยต้องแข็งแกร่งบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

“เชี่ยยยยย”

ฉันไม่ได้สนใจจะฟังเสียงโอดโอยนั้น แล้วเลือกหันกลับมาฟังอาจารย์พูดต่อทั้งที่ก็ไม่ได้อยากฟังเท่าไหร่ -.-

“คือรายละเอียดมันเป็นงี้นะ เพราะจะมีงานประเพณีมหาลัยที่เกิดขึ้นมาใหม่ ทางชมรมวารสารต้องเตรียมงานอย่างรัดกุมมาก เลยอยากได้อาสาสมัครไปช่วยงานแลกกับการสร้างสตูดิโอถ่าพภาพห้องใหม่ให้คณะเราน่ะ”

อ๋อ...จะหาแรงงาน เลยเอาของที่เราต้องการมาล่อว่างั้น ถามจริงสมาชิกชมรมนั้นวันๆนี่ทำอะไร? เห็นมีดีแค่สอดส่องเรื่องฉาวของใครต่อใคร ขนาด Nightshade ด้วยกันยังโดนออกบ่อยไป

“แล้วคือ...งานส่วนใหญ่ก็เป็นงานที่เราถนัด พวกงานถ่ายภาพโปรโมท เก็บภาพบรรยากาศ อาจมีครีเอทกระทู้ที่น่าสนใจบ้าง แล้วแต่งานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ ไม่ยากเท่าไหร่ใช่มั้ย ^^”

อาจารย์พูดต่อแล้วยิ้มเจื่อนๆ อย่างรู้ว่าคำตอบจะเป็นไง แล้วเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนของนักศึกษาในคลาสก็ชวนให้สถานการณ์ยิ่งอึมครึมไปกันใหญ่

“เหอะๆๆๆ”

“แล้วต้องใช้อาสาสมัครกี่คนครับจารย์ หรือว่าเราต้องไปกันทุกคน?”

‘ม่ายยยยยยยยยย’

ใครคนหนึ่งในคลาสถามออกมา พร้อมกับเสียงไม่เห็นด้วยที่ดังตามหลังมาอย่างเป็นลูกคลื่น จะให้ยินดีได้ไง ชมรมวารสารขึ้นชื่อเรื่องการเป็นศูนย์กลางจักรวาลใน ม. จะตาย อย่าได้ทำไรไม่ถูกใจคนชมรมนั้นเชียว โดนเล่นทั้งคณะกะเอาตายกันเลยทีเดียว เห็นปีก่อนๆ เขาว่ากันมาอ่ะนะ เรียกได้ว่าย่ำยีจนแต่ละคณะต้องยอมศิโรราบกันไปข้างหนึ่งเลยล่ะ

“ไม่ๆ ไม่ใช่ทุกคนนะ ทางนั้นเค้าอยากได้ Main หลักแค่ 2 คน แต่ถ้าคนเค้าไม่พอจริงๆ เค้าก็จะยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากเราอีกที”

อาจารย์ออกตัวปฏิเสธและอธิบายเงื่อนไขให้เราฟังด้วยสีหน้าที่ดูตั้งใจ และเหมือนเดิมไอ้แก๊งค์สามตัวบาทก็ทำป่วนอีกจนได้

“อ๋ออออ สองคนนนน อย่างนี้นี่เองงงงง”

ไอ้ดิวลากเสียงยาวและหันมาทำตาปิ๊งๆ ให้พวกฉันแบบรู้ทันเลยว่ามันคิดอะไร แล้วพวกมันก็หันไปซุบซิบกันใหม่

“คืองี้เด็กๆ ผมไม่บังคับนะ แค่อยากจะทราบว่าเสียงส่วนมากเห็นว่าใครเหมาะสม แล้วเดี๋ยวพวกอาจารย์จะเอาไปพิจารณากันอีกที ตอนนี้กระดาษบนโต๊ะพวกคุณน่ะ กรอกชื่อคนที่ว่าเหมาะสมลงมาได้เลย”

พออาจารย์พูดจบ ฉันก็ก้มหน้าสำรวจโต๊ะเลคเชอร์ของตัวเอง แต่ก็ไม่มีร่องรอยของกระดาษอะไรสักใบ

บ้าฉิบ! อย่าบอกนะ...

“คิกๆๆๆ”

“เอ้อออ อาจารย์ค้าบ ขอถามหน่อยค้าบบบ ถ้าแบบว่า..กระดาษมันยับอ่ะค้าบ ไม่เป็นไรหรอกเน่อะอาจารย์ ใช่มั้ยฮะ โฮ่ะๆๆๆ”

ไอ้ดิวยกมือตะโกนถามอาจารย์ ส่วนไอ้หมิวกับไอ้พอร์ชก็ค่อยๆ คลี่กระดาษสองใบที่เชนมันปาไปแล้วโบกไปโบกมาด้วยสีหน้าสะใจ

“เอาคืนมาถ้าพวกมึงไม่อยากตาย”

ฉันกัดฟันพูดแล้วจ้องหน้าปล่อยพลังทำลายล้างออกไป แต่นอกจากพวกมันจะไม่เกรงกลัวต่อแรงอาฆาตที่ส่งไปให้ มันยังคว้าปากกามากาโหวตชื่อเราใส่กระดาษสองใบนั้นต่อหน้าต่อตาฉันด้วยไง!

“อุ๊ยยย นี่เฟรย์กับเชนอาสาจะไปเอง ก็เลยเลือกโหวตตัวเองหรอเนี่ยยยย”

ไอ้ดิวจีบปากจีบคอตะโกนออกไปดังลั่น แถมยังโบกสะบัดกระดาษในมือซ้ำๆ คิดว่าถือปอมๆเชียร์มั้ง เป็นบ้าไรของมัน!

“โอ้ว ดีเลย อาจารย์ก็เล็งเราสองคนไว้พอดี งั้น...มีใครคัดค้านอะไรมั้ย”

เท่านั้นแหละ สิ้นสุดเสียงอาจารย์ สถานการณ์อึมครึมในคลาสก็คึกคักกันเลยเชียว

‘ไม่เลยค่ะ’

‘เห็นด้วยค่าา’

‘เอาสองคนนี้เลยค่าาา ไม่ต้องโหวตหรอกอาจารย์’

‘เอาเลยฮะจารย์ ตัวท็อปของสาขาเราอยู่แล้ว’

“คิกๆๆๆๆ โฮ่ะๆๆๆๆ”

พอเหตุการณ์ดูจะเป็นไปตามที่พวกมันตั้งใจ ไอ้สามตัวบาทนั่นก็ขำกันใหญ่ ไอ้บ้าเอ้ย! แค่น้องพิ้งค์คนเดียว มันถึงกับขายเพื่อนเลยรึไง?!

“คเชนทร์ ฟาริดา ตกลงตามนั้นมั้ย?”

คำถามของอาจารย์ทำให้เพื่อนทั้งคลาสหันมาทำตาปิ๊งๆ ใส่พวกฉัน เอาน่า..มันก็ยังพอมีทางรอดอยู่บ้าง

“ถ้าคเชนทร์ไป หนูไปค่ะ”

ฉันพูดแล้วหันไปหาเชนที่นั่งเงียบอยู่สักพัก เพราะคิดว่ายากอ่ะ..ถ้าเชนมันจะไป ขนาดติด Top 6 ของ Know more มันยังบ่นว่าชีวิตวุ่นวายจะตาย ถ้าต้องไปร่วมงานกับชมรมวารสารที่ขุดคุ้ยประวัติมันจนหงุดหงิดพาลไม่มาเรียนไปพักใหญ่ บอกเลย ไม่มีทางจะเป็นไปดะ....

“ผมไปครับ งานง่ายๆ สบายอยู่แล้ว”

....ฮะ?!

“ง่อวววววว พิ๊เชนคนจริง..โอวัลตินต้องละลาย กร้ากกก~”

“ขอบคุณพิ๊เชนที่พลีกายเพื่อเราชาวนิเทศน้าาาค้าาา”

แปะๆๆๆ

“=_=?????”

ฉันหันหน้าไปหาไอ้เชนด้วยเครื่องหมายคำถามเต็มหัว ท่ามกลางเสียงเชิดชูความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของไอ้สามตัวบาทที่นั่งตบมือแปะๆ อย่างถูกอกถูกใจ แล้วไอ้เชนมันก็หันมายักคิ้วรัวๆ ให้พร้อมกับขำด้วยท่าทางสะใจยิ่งกว่า

“หึ...”

“ไอ้.....!”

พรึ่บ!

“โอ๋~ ผลโหวตออกมาก็ต้องไปอยู่ดี จะเล่นตัวทำไม” ยังไม่ทันที่ฉันจะด่าอะไร เชนมันก็เลื่อนมือมาผลักหัวและให้เหตุผลที่ฟังขึ้นตาย!

“มันอาจเป็นคนอื่นก็ได้” ฉันตอบกลับไปแล้วเชนมันก็ส่ายหัวเหมือนไม่เห็นด้วยเท่าไหร่

“ใครมันจะยอมไป ชมรมวารสารเรื่องมากจะตายโดยเฉพาะไอ้....”

ครืดดด! พลั่ก!

“อุ๊บ!”

ฉันพับโต๊ะเลคเชอร์และกระทุ้งศอกเข้าหน้าท้องแน่นๆ ของมันอย่างรู้เลยว่าจะพูดอะไร แล้วเชนมันก็ยิ่งขำออกมาแบบไร้การ Keep look ใดๆ

“ฮ่ะๆๆ น่าสนุกฉิบหาย”

...เพื่อนเลววว!

“อ้อออ คเชนทร์ ฟาริดา เดี๋ยวอาจารย์จะส่งชื่อพวกเธอให้ทางชมรมวันนี้ แล้วพรุ่งนี้เช้าก็มีนัดประชุมที่ห้องชมรมเลยนะ สู้ๆล่ะ เพื่อห้องปฏิบัติการถ่ายภาพอันสุดแสนอลังการของพวกเราาาา~”

“เย้ๆๆๆ ~”

เสียงอาจารย์ปลุกระดมความยิ่งใหญ่ของภารกิจสำคัญจนคนในคลาสก็เป็นบ้าโห่ยินดีแบบคล้อยตามกันไป

เห๊อะ! ห้องปฏิบัติการถ่ายภาพอันสุดแสนอลังการรรรร~

เอาใหม่! -.- แก้ปัญหาเบื้องต้นก่อนได้มั้ย ใครเอาอาจารย์ไปเก็บทีดิ๊ โคตรรำคาญ! =_=

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้อผูกมัดซาตาน Tycoon
8.0
ลูคัส จิอันลูกา โคลอซชินี่ มหาเศรษฐีเจ้าของธนาคารระดับโลกผู้ทรงอิทธิพล ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหลังค่ำคืนอันเร่าร้อนในอิตาลีกับกานต์รวี นางแบบสาวทายาทธุรกิจอาหาร เมื่อเธอทิ้งแท่งตรวจครรภ์พร้อมข้อความเย้ยหยันไว้ให้ดูต่างหน้า กานต์รวีที่หวังจะหลบไปสร้างครอบครัวเงียบๆ กลับถูกล่อลวงให้มาติดกับดักในงานจ้างครั้งสุดท้าย ซึ่งแผนการทั้งหมดถูกบงการโดยลูคัสผู้ต้องการแสดงสิทธิ์เหนือตัวเธอ เขาพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อกักขังเธอไว้ภายใต้พันธนาการที่แสนอันตรายและเร่าร้อนเกินกว่าที่เธอจะหนีพ้น
หน้าปกนวนิยาย ดอกไม้ที่ปลายฝน
8.1
กวินทร์ยึดถือในสายเลือดและไม่เคยคิดล่วงเกินผู้หญิงของญาติผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อเขามั่นใจว่านลินีไม่มีพันธะกับใคร เธอจึงไม่ใช่คนต้องห้ามสำหรับเขาอีกต่อไป ท่ามกลางความขัดแย้งในครอบครัว นลินีพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง แต่กวินทร์กลับประกาศกร้าวต่อหน้าพ่อของเธอว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วที่เขาใหญ่ พร้อมยืนยันด้วยความรักว่าจะขอรับผิดชอบทุกอย่าง แม้หญิงสาวจะพยายามส่งสัญญาณห้ามปรามเพียงใด เขาก็ยังเดินหน้าผูกมัดเธอไว้ด้วยความบ้าบิ่น
หน้าปกนวนิยาย HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ
8.3
เมื่อหัวใจของฉลาม หนุ่มอาชีวะจอมโหดผู้เป็นหัวโจกสุดแกร่ง ดันไปตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง งานนี้ความรักฉบับดิบเถื่อนจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อคนอย่างเขาถ้าลองได้ปักใจชอบใครแล้ว ก็พร้อมจะเดินหน้าลุยจีบในแบบฉบับผู้ชายสายฮาร์ดคอที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครกล้าเลียนแบบ เตรียมพบกับเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิลูกผู้ชายที่เต็มไปด้วยความดุเดือดและจริงใจ เมื่อฉลามต้องงัดทุกกลเม็ดมาพิชิตใจเธอให้สำเร็จในฐานะลูกผู้ชายตัวจริง
หน้าปกนวนิยาย นางร้ายยั่วรัก
8.0
ลูกแพรแอบรักชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์แต่กลับถูกเขาปฏิเสธอย่างเย็นชาเพียงเพราะเธอยังเป็นเด็กสาวไร้เดียงสา เธอจึงให้คำมั่นว่าจะกลับมาหาเขาอีกครั้งหลังเรียนจบ เมื่อเวลาผ่านไปลูกแพรกลับมาพร้อมเสน่ห์ที่เย้ายวนกว่าเดิมเพื่อพิชิตใจเขา ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงของเขาที่จ้องจะกำจัดเธอให้สิ้นซาก ในเมื่อความรักถูกขัดขวางด้วยอันตราย เธอจึงจำเป็นต้องสลัดภาพลักษณ์เดิมแล้วกลายเป็นนางร้ายที่ลึกซึ้งเพื่อแย่งชิงหัวใจและปกป้องรักแท้ของตนเองให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย คู่พิศวาส
9.5
เมื่อความสวยงามและความอ่อนหวานของหญิงสาวผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ กลายเป็นบททดสอบที่ยากจะต้านทานสำหรับเหล่าชายหนุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศความใกล้ชิดที่ชวนให้ใจสั่น พวกเขาต้องเผชิญกับแรงดึงดูดอันมหาศาลที่คอยกระตุ้นความรู้สึกอยู่ทุกขณะ มาติดตามกันว่าภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหวั่นไหวเช่นนี้ พวกเขาจะสามารถควบคุมหัวใจตัวเองและยับยั้งชั่งใจไม่ให้พ่ายแพ้ต่อความน่ารักที่แสนเย้ายวนของพวกเธอได้นานแค่ไหนในเรื่องราวความรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พู่กันของวรานนท์ Mpreg
8.5
วรานนท์ ทายาทอสังหาฯ ผู้เพียบพร้อม เคยเอ่ยปากขอ พนัชกร มาเป็นเจ้าสาวตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเมื่อเติบโตขึ้น ความรู้สึกกลับเปลี่ยนเป็นความรำคาญใจ เมื่อพนัชกรผู้สืบทอดโรงพยาบาลและนักศึกษาแพทย์หนุ่ม คอยตามตื้อและแสดงความรักอย่างไม่ลดละ แม้จะตกหลุมรักพี่ชายใจดีคนเดิมอย่างสุดหัวใจ แต่การพยายามพิสูจน์รักครั้งนี้กลับสร้างเพียงความลำบากใจและช่องว่างที่ห่างเหิน ความสัมพันธ์ที่เคยอบอุ่นในอดีตจึงกลายเป็นความอึดอัดที่ยากจะประสานให้ลงตัว