ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย NightZ [V] CLINGY JUNIOR

NightZ [V] CLINGY JUNIOR

เมื่อภารกิจสำคัญถูกขัดจังหวะด้วยการรุกจีบอย่างหนักของเลโอ รุ่นน้องตัวแสบแห่งแก๊ง Nightshade ที่ตามตื้อไม่เลิกราในทุกๆ วัน ฉันจึงตัดสินใจนำกลยุทธ์เด็ดอย่าง ทฤษฎี 21 วัน เข้ามาเป็นเครื่องมือพิสูจน์ใจและหวังจะใช้จัดการคนกะล่อนอย่างเขาให้ยอมถอยออกไปจากชีวิตเสียที แต่แผนการครั้งนี้จะช่วยสลัดความวุ่นวายออกไปได้จริง หรือจะเป็นการเปิดโอกาสให้ความสัมพันธ์วุ่นๆ นี้ถลำลึกยิ่งกว่าเดิมกันแน่ มาร่วมลุ้นไปกับบททดสอบหัวใจสุดป่วนในครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

เช้าวันต่อมา...

Rrrrrrrrrrrr~

เชนไงคนที่หล่อจะตาย เดินผ่านหมาหมายังอาย เหยียบขี้กูไมงงจัง?

“Shit -_-!”

ฉันหลุดปากออกไปจนใครอีกคนที่กำลังร่วมโต๊ะอาหารถึงกับละสายตาจากหน้าหนังสือพิมพ์มาเหลือบตามอง

เมื่อไหร่เชนกับไอ้แก๊งค์สามตัวบาทมันจะเลิกเอามือถือคนอื่นไปเปลี่ยนชื่อตัวเองยาวเหยียดแบบนี้สักทีฟะ แล้วฉันก็ไปบ้าตามมัน ทนอ่านจนจบก่อนกดรับเพื่อ =_=?

“ห้ามเลท! ห้ามตาย!”

เพราะรู้ว่าเชนมันจะเนียนไม่เข้าประชุมกับชมรมวารสารบ้าบออะไรนั่นแน่ๆ ฉันเลยกรอกเสียงแทนคำทักทายดักออกไป แต่มันสนที่ไหน -.-

“งั้นไม่สบายได้ช้ะ อากาศมันเปลี่ยนว่ะ อยากไอ แค่กๆๆ”

“สำออย ไม่มาเลิกคบ”

ถึงจะพูดไปงั้น แต่คนอย่างมันลองได้คิดว่าวันนี้จะไม่มา ต่อให้ฉันอยู่ในชุดนักศึกษามันก็ยังนอนอืดอยู่ในกองผ้านวมหนาๆ นั่นอยู่ดี

“เลิกคบไร ถ้าไม่มีกูมึงไม่มีใครละนะ แค่นี้แหละง่วง”

ตู๊ดๆๆๆ

เชนมันพล่ามออกมายาวเหยียดแล้วตัดสายไปดื้อๆ ให้ตาย! หาเรื่องให้แล้วเนียนหนีเอาตัวรอดคนเดียวแบบนี้ อย่าให้เจอจะตบสักที!

จิ๊! ตึงงงง!

“ไม่มีมารยาท”

“บอกตัวเองรึไง?!”

น้ำเสียงยียวนของคนตรงหน้าดังขึ้นมาทันทีที่ฉันโมโหโยนมือถือลงบนโต๊ะอาหารอย่างเซ็งๆ ฉันเลยสวนกลับไป

แหม...พ่อคนดีเดินข้ามฟากจากตึกตัวเองมาฝากท้องที่นี่ มีมารยาทตาย!

“กำหนดการอยู่ไหน?”

นั่นไง..ว่าแล้วเชียว ใครมันจะลงทุนเดินกินลมชมวิวข้ามตึกคนละฝั่งมาโดยไม่หวังอะไร โดยเฉพาะไอ้บ้านี่ที่ไม่เคยสิงอยู่แถวนี้ถ้าไม่มีธุระสำคัญ

“ไม่รู้ เพราะไม่ไป” ฉันตอบกวนๆ กลับไปแม้จะรู้ดีว่ากำหนดการที่ถูกพูดถึงเป็นข้อบังคับที่เราต่อรองไม่ได้

ใช่..ต่อรองไม่ได้

ด้วยสถานะที่ฉันบังเอิญเข้าไปเกี่ยวพันตั้งแต่ก้าวเข้ามาอยู่ที่นี่ไง เอาจริงถ้าจะให้พูดถึง background ของตัวเองก็ไม่รู้จะให้ค่าความสวยงามกับทางเดินที่ถูกโปรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบนี้สักเท่าไหร่...

เพราะเท่าที่จำความได้ ‘Dark Shadow Castle’ คือที่อยู่ที่เป็นทางการที่สุดของฉันไง หรือถ้าจะให้ใช้คำเรียกเท่ๆ แบบละครไทยมันคือ ศูนย์บัญชาการของแก๊งค์มาเฟีย Dark Shadow ที่คนทั่วไปอาจไม่ได้ให้ความสนใจ

แต่สำหรับผู้ที่คร่ำหวอดในวงการธุรกิจที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์มากมาย ไม่มีใครไม่รู้จักหรือกล้าก้าวล้ำเส้น แทรกแซงทุกอย่างที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น Member ของ ‘Dark Shadow’ เลยสักคน

เพราะแบบนี้ Dark Shadow ถึงมีเครือข่ายขนาดใหญ่จากมือของคนในครอบครัวเดียวกันที่ร่วมกันสร้าง แต่ในขณะเดียวกันก็ร่วมกันทำลาย!

อย่างว่าแหละนะ..ผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใคร และการทุจริต คอร์รัปชันมากมายก็เป็นเรื่องที่อธิบายยาก เพราะมันเกิดขึ้นภายใต้กฎที่ควบคุมเราไว้แบบไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ ซึ่งคนตรงหน้าฉันก็เข้าใจมันดี

และถึงแม้ Dark Shadow จะเต็มไปด้วยสมาชิกในครอบครัวที่เป็นสายเลือดเดียวกัน

....แต่ฉันไม่ใช่หนึ่งในนั้น!

ด้วยความสัตย์จริง และขอย้ำอีกครั้ง..ว่าฉันไม่ใช่สายเลือดเดียวกันกับทุกคนในนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากไล่ลำดับความสัมพันธ์กันอีกที ฉันก็มีสิทธิ์เทียบเท่ากับ Member ของ Dark Shadow คนอื่นๆ เหมือนกัน หรืออาจจะต่างกันตรงที่ฉันมีสิทธิพิเศษที่มากกว่า

เพราะฉัน... เป็นลูกสาวบุญธรรมของท่านผู้นำสูงสุดแห่ง Dark Shadow คนปัจจุบัน!

และฉัน..เป็น 1 ใน 2 ของผู้มีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะประจำการอยู่ที่นี่ โดยแบ่งพื้นที่คนละฟากตึกกับทายาทที่แท้จริงอีกคน ซึ่งก็คือสิ่งมีชีวิตที่อัพเกรดความนิ่งไม่สนโลกของตัวเองขึ้นทุกปี ทั้งที่เมื่อก่อนยังง้องแง้งจนเกือบโดนฉันเตะอยู่หลายที...

‘ติณณ์..หรือ เตโช’ คือชื่อโหลๆ ของไอ้คนตรงหน้านี้ไงล่ะ!

แต่ถึงแม้จะเกี่ยวข้องกันทางความสัมพันธ์หรือลำดับญาติอะไรเทือกนั้น ฉันก็ไม่ได้ออกตัวว่าอยากจะรู้จักอะไรกับหมอนี่สักเท่าไหร่ เพราะไม่ชอบความวุ่นวายที่พ่วงยาวมาเป็นขบวนรถไฟ และที่สำคัญ...หมอนี่เป็น 1 ในสมาชิก Nightshade ด้วยไง ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ารำคาญที่สุดในมหาลัยตอนนี้เลยก็ว่าได้

อ้อ..แต่อย่าคิดว่าการจับพลัดจับผลูมาเป็นส่วนหนึ่งของ Dark Shadow แบบงงๆ นี้มันจะเป็นเรื่องดีนะ เพราะเท่าที่ลองลิสต์ดู ถ้าเอาเรื่องราววุ่นวายภายในแก๊งค์มาเขียนหนังสือ คงยาวได้ประมาณสิบเล่มเรียกว่าอ่านกันจนตาลาย =_=

เพราะงั้น...ฉันที่เป็น Dark Shadow แค่ในนามจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวหรือลงรายละเอียดอะไรที่เกี่ยวกับแก๊งค์มากจนเกินไป เพราะการทำตัวลึกลับ ไม่ซึมซับความวุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่แบบนี้มันง่ายดี

“อะแฮ่ม! เมื่อกี๊ป้าได้ยินน้า~ ไม่ไปไม่ได้นะคะ ห้ามสองคนนี้อยู่คุยกันนานๆ เชียวนะ เกิดจับมือกันประท้วงขึ้นมา คุณท่านลมจับแน่ๆ”

‘คุณป้ามาร์ธา’ คนสนิทของท่านผู้นำแห่ง Dark Shadow หนึ่งในผู้อุปการะเลี้ยงดูฉันพูดขึ้นมาทำลายความเงียบระหว่างเราจนหมดสิ้น พร้อมกับยื่นซองจดหมายสีน้ำเงินเข้ม ที่ยังคงความคลาสสิคตลอดกาลสองซองมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเราทั้งคู่

หึ..น้ำเงินเข้ม สีที่แสดงถึงความสันติ ความภาคภูมิใจ ความไว้วางใจ และความจงรักภักดี...

แต่อีกนัยหนึ่ง...ก็แฝงไปด้วยความเศร้าไม่รู้ทำไมไม่เปลี่ยนสักที

‘ฟาริดา ภัทรเดชา’

จิ๊ -_-!

นี่ก็เป็นอีกเรื่อง..ที่แจ้งไปกี่ที จดหมายที่ได้รับก็ยังจ่าหน้าซองแบบเดิมอยู่ดี ที่จริง..ถึงจะจดทะเบียนเป็นลูกบุญธรรม แต่ฉันก็ยังใช้นามสกุลเดิมของตัวเองมาตั้งนานหลายปี ไว้ผ่านไปแถวนั้นจะลองถามคนส่งจดหมายดูสักที ว่าจะกดดันให้ใช้ ‘ภัทรเดชา’ ให้ได้เลยรึไง -.-

อีกอย่างท่านผู้หญิง ภรรยาของท่านผู้นำก็เห็นดีเห็นงามว่าการไม่ใช้ ‘ภัทรเดชา’ มันปลอดภัยกับฉันที่มีศักดิ์เป็นลูกสาวคนเดียวของพวกท่านที่สุดไง

แล้วก็นะ..เพราะเป็นลูกสาวที่อายุน้อยมากจนเหมือนจะเป็นหลานสาว ฉันเลยชอบกัดกับบรรดาหลานชายของพวกท่านทุกครั้งที่เจอ..ไม่ว่าจะคนไหน

ฉันเปิดซองจดหมายในมือออกและคลี่กระดาษเพื่ออ่านรายละเอียดข้างใน แต่แค่เห็นตัวหนังสือหนาๆ คร่าวๆ ก็ทำเอากระตุกยิ้มมุมปากสะใจออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

“There! There! (โอ๋ๆ) ”

มองดูผิวเผินเนื้อหาในนี้ก็แค่คำสั่งเรียกตัว Member ทุกคนในรุ่นเดียวกันกลับ DS Castle Japan เพื่อประทับตรา มีการทดสอบทักษะและสมรรถภาพร่างกาย ความว่องไว กับสกิลทั่วไปในการป้องกันตัวที่สามารถทำได้ ซึ่งมันไม่ได้ยากอะไร แต่ไอ้ตัวหนังสือเล็กๆ หนาๆ ที่ต่อให้อ่านวนไปวนมา คนตรงหน้าฉันก็ดันมีเอี่ยวกับมันเต็มๆ นี่สิที่น่าสนใจยิ่งกว่า :)

“ช่วยเก็บเป๋าได้”

ฉันส่งเสียงยียวนออกไป แต่ปฏิกิริยาที่ตอบกลับมาจากคนตรงหน้ากลับนิ่งเฉย แต่ก็แฝงไปด้วยความหนักใจอย่างไม่ปกปิดอะไร

“เงียบ..คิดถึงน้องชาย?”

ฉันแกล้งดัดเสียงล้อเลียนหมอนี่ออกไปใหม่ แม้จะรู้ว่าสถานการณ์มันไม่ได้เหมาะสมเท่าไหร่ แต่ก็มั่นใจว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอก

“กินไป”

เสียงเรียบตอบกลับมา พร้อมกับซองจดหมายที่ถูกวางลงบนโต๊ะ และแววตาที่บอกถึงความรู้สึกหลากหลาย ไอ้สีหน้าไม่สู้ดีแต่ไม่แสดงออกอะไรมันชวนอึดอัดมากนะให้ตาย

แต่อย่างว่าอ่ะ..ใครมันจะอยากนั่งอธิบายให้คนอื่นฟังว่าตัวเองคิดอะไร ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ถ้าไม่ได้สนิทก็คงจะนั่งเงียบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน

“เจอบ้างมั้ย?”

คำถามสั้นๆ ของคนที่ตีหน้าซื่อหยิบหนังสือพิมพ์ไปเปิดอ่านต่อแบบไม่รู้ไม่ชี้อะไรทำให้ฉันหลุดยิ้มมุมปากออกไป คงเพราะฉันเทียวไปเทียวมาสองศูนย์บัญชาการแทนท่านผู้นำบ่อยๆ ส่วนหมอนี่ก็เอาแต่ปลีกวิเวก วุ่นวายอยู่กับธุรกิจตัวเอง และพยายามตัดขาดจาก Dark Shadow มากสุดเท่าที่ทำได้เลยไม่มีโอกาสได้เจอใครอีกคนที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่เลยไง

“ถามทำไม?”

ฉันแกล้งแซวๆ ไป จะว่าเจอก็ใช่.. แต่ช่วงนี้ก็เจอไม่บ่อยเท่าไหร่ตั้งแต่ยุ่งๆ

“เป็นพี่...ก็ดัดนิสัยมันซะบ้าง”

น้ำเสียงเรียบเล็ดลอดออกมาจากข้างหลังหนังสือพิมพ์ฉบับใหญ่ ยิ่งชวนให้ฉันยิ้มกว้างออกไปในความขี้เก๊กของคนสองคนที่เหมือนกันจะตายเวลาพูดถึงอีกฝ่าย

“หรอ แล้วเราอ่ะเป็นไร?”

ฉันพยายามกลั้นยิ้มและเลิกคิ้วถามออกไป แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าทำกลบเกลื่อน แกล้งอ่านหนังสือพิมพ์เงียบๆต่อไป

“.....”

“ไม่ตอบ? เอ๊ะทำไมคุ้นๆ เหมือนเมื่อก่อน...”

ฟรึ่บ!

“ไม่ไปเรียนรึไง?”

ระดับความสูงของหนังสือพิมพ์ถูกลดลงพร้อมกับน้ำเสียงที่เริ่มดุเหมือนจะขู่กันยกใหญ่

“ไปดิ...”

ฉันตอบกลับไปหน้าตาย แล้วหมอนี่ก็ปรายตาเป็นเชิงไล่ให้รีบออกไป

“แต่ก่อนไป..คิดถึงคินมันมั้ยถามจริง? ”

ครืดดด!

พูดจบฉันก็หลุดขำแล้วดันเก้าอี้แล้วลุกพรวดเพราะรู้ว่ากำลังจะเจอกับอะไร

พรึ่บ! หมับ!

แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเป๊ะ หนังสือพิมพ์ในมือติณณ์ถูกพับลวกๆ และปลิวตามแรงเขวี้ยงมาแบบไร้ซึ่งความเกรงใจ ดีที่ฉันรับมันไว้ได้ทันพอดี

“แย่จริงๆ มาบ้านคนอื่นแล้วเขวี้ยงของพร่ำเพรื่อแบบนี้...ใช้ได้ที่ไหน”

พรึ่บบบ!

พูดจบฉันก็เขวี้ยงหนังสือพิมพ์กลับไปขำๆ แต่หมอนั่นก็หลบไวพอกันเลยกลายเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นตรงลิ่วไปปัดแก้วกาแฟหล่นลงพื้นจนแตกกระจาย ตามมาด้วยเสียงของป้ามาร์ธาที่กำลังยืนทำหน้ากลุ้มใจไม่ไกลจากพวกเราเท่าไหร่

เพล้งงง!

“ว๊ายยย! โถ คุณๆ ข้ามฝั่งมาเจอกันทีไรก็มีเรื่องทุกที ถ้ามีคุณคิระอีกคนนี่ป้าไม่อยากจะคิดเลย เฮ่ออออ...”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเจ้าหัวใจ
9.5
รามสูรผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยถูกสตรีใดปฏิเสธ จนกระทั่งได้พบกับเมขลา หญิงสาวคนแรกที่กล้าหันหลังให้เขา แม้ค่ำคืนอันเร่าร้อนจะทำให้เขาลุ่มหลงในตัวเธอมากเพียงใด แต่เธอกลับพยายามหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงตัดสินใจวางแผนการร้ายเพื่อกักขังเธอไว้ในฐานะทาสรักส่วนตัว ทว่าในระหว่างที่เขากำลังควบคุมทุกอย่างตามใจปรารถนา รามสูรกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากำลังถูกเธอครอบครองไปทีละน้อยจนกลายเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวลวงสวาท
7.9
หญิงสาวผู้ถูกครอบครัวทอดทิ้งและไร้ซึ่งความรัก กำลังเผชิญกับวิบากกรรมครั้งใหญ่เมื่อถูกบังคับให้วิวาห์กับชายชราเพื่อผลประโยชน์ ทว่าโชคชะตาที่พลิกผันกลับนำพาให้เธอได้ครองคู่กับมหาเศรษฐีหนุ่มรูปงามผู้เพียบพร้อมและพร้อมมอบความรักให้อย่างหมดหัวใจ ท่ามกลางความสุขที่ได้รับ ความลับอันดำมืดในอดีตที่เคยถูกกลบฝังไว้ค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา นำไปสู่การค้นพบความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังชีวิตของเธออย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ร่านดอกรัก
8.3
เมื่อกณิศาเลือกเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ชยธรจึงตัดสินใจมอบหัวใจให้หญิงอื่นเพื่อประชดความเจ็บปวด การทรยศในครั้งนี้กลายเป็นรอยร้าวที่ทำให้เธอไม่อาจให้อภัยได้ จากความรักที่เคยหนักแน่นมั่นคงกลับแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นและการชิงดีชิงเด่น ทั้งคู่ต่างพยายามห้ำหั่นเพื่อเอาชนะกันในเกมความสัมพันธ์ ทว่าในทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายต้องทุกข์ทรมานจากการกระทำของตน พวกเขากลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดร้าวรานที่กัดกินหัวใจไม่ต่างกันเลย
หน้าปกนวนิยาย หลังจากหย่า ผู้บริหารสาวก็คุกเข่าขอคืนดี
9.5
ตลอดสามปีที่ซูหลินทุ่มเทเพื่อภรรยาอย่างฉินเหมิงเหยา เขากลับได้รับเพียงใบหย่าและการถูกดูหมิ่นว่าเป็นเพียงสวะที่ไร้ค่า หลังตัดสินใจจบความสัมพันธ์และเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาก็เปิดเผยฐานะที่แท้จริงในฐานะทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ทั้งยังเป็นยอดฝีมือการต่อสู้และอัจฉริยะทางการแพทย์ที่โลกต้องทึ่ง เมื่อความจริงปรากฏอดีตภรรยาจึงพยายามอ้อนวอนขอโอกาสเพื่อกลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่สำหรับซูหลินแล้ว ทุกอย่างสายเกินไปและเขาไม่มีวันหันหลังกลับไปหาเธออีก
หน้าปกนวนิยาย จีบครูเจ้าขามาเป็นภรรยาที่รัก
8.2
ณดล เชฟหนุ่มสุดฮอตวัย 27 ปี เจ้าของอาณาจักรร้านอาหารชื่อดังที่มีสาขามากมายทั่วไทย ผู้ซึ่งมีหัวใจที่มั่นคงและไม่เคยเปิดรับใครเข้ามานอกจากหลานสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว ทว่าชีวิตที่สงบเงียบของเขากลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ เจ้าขา เอกดำรงกุล ครูประจำชั้นคนใหม่ที่เข้ามาทำให้หัวใจหนุ่มโสดเต้นไม่เป็นจังหวะ ภารกิจการพิชิตใจคุณครูสาวเพื่อเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็นภรรยาที่รักจึงเปิดฉากขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย คืนเผลอรัก
9.2
วาสินีใจสลายเมื่อพบว่าชายที่เธอแอบรักมานานกำลังจะมีลูกกับหญิงอื่น เธอจึงดื่มย้อมใจจนเผลอมีความสัมพันธ์ข้ามคืนกับปรมินทร์ คุณหมอหนุ่มผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของเขา ทั้งคู่ตกลงจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่โชคชะตาเล่นตลกเมื่อพี่ชายของเธอมาเห็นเข้าพอดี จนนำไปสู่การแต่งงานกำมะลอกับหมอหนุ่มผู้เย็นชาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสองต้องติดอยู่ในความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ร่วมกันเพื่อรอวันหย่าร้าง ท่ามกลางความวุ่นวายที่ไม่อาจคาดเดา