
Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย
ตอน 2
นาเซียบิดร่างไปมาด้วยความร้อนที่กำลังสุ่มอยู่ที่ตัวเธอ ต่อให้เธอฉีกทึ้งอาภรณ์ออกแทบหมดความร้อนก็ไม่อาจหายไปได้
“ข้าขอร้องท่านดยุกได้โปรด” มิกาเอลยืนมองร่างบางที่นอนบิดส่ายไปมา เขาให้สาวใช้เตรียมน้ำเย็นไว้ก่อนจะไล่พวกนางออกไป
เธอคิดว่าหากฤทธิ์ยานี้ไม่สามารถทำให้หมดไปได้ถ้าไม่ร่วมมีอะไรกับใครสักคน ไม่เช่นนั้นแล้วร่างกายนี้คงฝืนทนต่อไปไม่ไหวแน่ ก่อนหน้านี้ ตอนที่เธอยังไม่ได้มาอยู่ในร่างของนาเซีย เธอเองก็คอยมีคนรักมาแล้วเรื่องพวกนี้ใช่ว่าเธอจะไม่เคย
หากแต่มิกาเอลที่กำลังยืนมองร่างบางนั้นบิดส่ายไปมาราวกับกำลังต่อสู้กับตัวเอง เขาได้แต่ยืนมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เขาคิดว่าหากเป็นเซลีนแล้วนั้นนางก็คงทรมานไม่ต่างจากนาเซีย พอนึกดังนั้นมือหนาก็รวบกำแน่นด้วยความโมโหโกรธ นาเซียคิดจะมอบยานั้นให้กับเซลีนเพื่อให้นางได้ตกเป็นสตรีของเขา แต่สำหรับเขานั้น เขาต้องการหัวใจที่มอบให้เขาอย่างแท้จริง มิกาเอลหันกำลังจะเดินออก เขาแค่เพียงปล่อยทิ้งให้เธอสู้ทรมานไปกับผลที่เธอได้ทำมันลงไป แต่อยู่ ๆ นาเซียก็ดันตัวเองลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ราวไม่รู้สึกใด ๆ ก่อนเอ่ยขอร้องเขา
“หากท่านดยุกไม่ว่าอะไร ช่วยอุ้มข้าไปที่อ่างน้ำนั่นจะได้หรือไม่” นาเซียข่มน้ำเสียงให้เรียบนิ่ง ต่อให้ตัวเธอตอนนี้จะร้อนจนเกือบจะไหม้เธอก็ต้องหาทางเอาฤทธิ์ยานี่ออกเสียให้หมด มิกาเอลไม่เอ่ยพูดใด ๆ เขาโน้มตัวอุ้มร่างบางที่เหลือเพียงชุดสีขาวบาง ๆ
เขาคงคิดว่าฤทธิ์ยาที่เธอดื่มเข้าไปคงเริ่มจางหายไป นาเซียจับจ้องแววตาเขาที่ไม่แม้จะมองลงมาเธอเสียด้วยซ้ำ ห้องอาบน้ำหรูที่มีอ่างน้ำใบกว้างถูกเติมเต็มไปด้วยน้ำเย็นตามที่เขาสั่ง มิกาเอลค่อย ๆ ปล่อยตัวนาเซียลงในอ่างน้ำนั่นแต่ทันทีที่เขาวางเธอลง นาเซียก็ใช้แรงตนเองทั้งหมดโหนตัวเขาจนล้มลงไปในอ่างน้ำด้วยกันทั้งคู่ สีหน้าของเขาตอนนี้คาดเดาได้ไม่อยาก เขาคงอยากที่จะบีบคอเธอเป็นแน่
“อ่างน้ำนี่มันลื่นเกินไปนะคะ” เธอรีบแก้ตัว ก่อนจะโผล่เข้าหาเขา
“เจ้ากำลังคิดจะทำสิ่งใดกันเลดี้ดาร์เรล”
“หากท่านช่วยให้ฤทธิ์ยานี้หมดไป ข้ายินดีทำทุกอย่างให้ท่านต่อให้ต้องลักพาตัวเซลีนข้าก็จะทำ” นาเซียต่อรอง เธอแทบจะหมดความอดทน มือไม้ของเธอลูบไล้ไปทั่วแผลงอก เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกน้ำมันช่างดูบางจนเห็นเม็ดยอดอกของเขาเด่นชัด
“หากเจ้าอยากนักข้าจะให้คนไปเรียกอัศวินสักคนสองคนให้” ยังไม่ทันที่มิกาเอลจะเอ่ยจบ ริมฝีปากอิ่มก็บดคลึง มือเรียวเขี่ยเย้ายอดอกของเขาเบา ๆ เธอไม่เชื่อหลอกว่าดยุกกาบริเอลจะไม่มีอารมณ์เลยหากระตุ้นขนาดนี้ เธอพยายามบดเบียดทรวงอกอวบอิ่มไปที่หน้าอกของเขา จนเขายกฝ่ามือหนาคว้าสะโพกของเธอ
“เจ้าเป็นคนเริ่มก่อนนะ ข้ามิใช่นักบุญที่จะอดทนได้ขนาดนั้น” เขาสบกรามจนเป็นสันนูน เธอรู้ว่าเขาคงไม่สามารถอดทนกับอารมณ์ของตนได้ เพราะตอนนี้มือเธอกำลังลูบสัมผัสเอ็นเนื้อท่อนใหญ่ที่กำลังแข็งขืนอยู่
“ได้โปรดช่วยข้าให้ฤทธิ์ยานี้หมดไปที” น้ำเสียงสั่นกระเซ้าเอ่ยขอร้อง นาเซียปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกเขาคว้าตัวเธออุ้มออกจากห้องอาบน้ำก่อนจะพามาวางที่เตียงเดิม ก่อนที่เขาจะช่วยให้เธอขับฤทธิ์ยานี้จนหมดไป
นาเซียลืมตามองลำแสงที่ส่องแยงตาผ่านกระจกคริสตัล เธอนึกถึงภาพเมื่อคืน มันคือความจริงที่ว่าเธอได้มาอยู่ในร่างของนาเซีย ตัวร้ายที่คอยหาโอกาสทำร้ายเซลีน สตรีที่รักของลาฟาซ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าเธอมาอยู่ในร่างนี้ได้ยังไง แต่ที่รู้คือร่างนี้กำลังปวดระบบไปทั่วร่าง คงเพราะเมื่อคืนดยุกกาบริเอลรุนแรงเกินไป ทำให้แขนขาของเธอตอนนี้ไร้เรียวแรงที่จะลุกประคองตัวเองได้
“เลดี้ ท่านดยุกให้พวกข้ามาแต่งตัวให้เลดี้ค่ะ” นาเซียมองสาวใช้ที่ดูจะอายุเพียงไม่เท่าไหร่ เด็กสาวใบหน้าไร้เครื่องสำอาง มีกระบ้างเล็กน้อย เธอได้แต่เพียงมอง จนเด็กสาวเหล่านั้นต่างก็กรูเข้ามาช่วยเธอประคองตัวลุกก่อนที่จะแต่งตัวให้ ผิวกายของนาเซียขาวราวกับตุ๊กตากระเบื้อง พอถูกขบเม้มแรง ๆ ก็เกิดรอยได้ง่าย เธอยืนมองใบหน้าเรียวเล็ก จมูกเชิดรั้น ริมฝีปากเป็นกระจับแดงสดใส ดวงตาสีมรกตตัดเข้ากับเส้นผมสีดำของเธอ ไม่ผิดกับที่เธอได้อ่านลักษณะของตัวละครร้าย นาเซียมองรอยแดงที่เป็นจ้ำ ๆ เต็มตัวเธอ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำมันไว้ นาเซียถูกจัดแต่งในชุดเดรสตัวใหม่ก่อนจะถูกพาลงมาที่ห้องรับประทานอาหาร ดยุกกาบริเอลกำลังนั่งหันชิ้นเนื้อสเต็กในจานของเขาอย่างไม่ได้สนใจที่จะมองมาทางเธอแม้แต่น้อย นาเซียค่อย ๆ นั่งลงอย่างเงียบที่สุด เมื่อคืนเธอใช้ให้เขาเป็นผู้ผ่อนปรนให้ฤทธิ์ตัวยาหมดไป เธอนึกไม่ออกว่าเขาต้องโกรธเกลียดเธอมากแค่ไหนกันถึงไม่ยากที่จะมองใบหน้าสวย ๆ ของนาเซียผู้นี้
“ข้า...ขอบคุณท่านดยุก” ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเบา ๆ หลังเอ่ยขอบคุณเขา นาเซียก้มหน้ามองถ้วยซุปของตนเอง ไม่มีแม้แต่เสียงตอบรับจากเขา เธอมองดูใบหน้าที่กำลังหันชิ้นเนื้อใส่ปาก เธอรู้สึกถึงไอเย็นรอบ ๆ ตัวที่ทำให้เธอรู้สึกขนลุก ตัวร้ายอย่างเขาเพียงแค่ไม่เอ่ยวาจาใด ๆ ก็สามารถทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดราวกับหายใจไม่ออก
“เรื่องเมื่อคืนข้าขอบคุณ ท่านไม่ต้องรับผิดชอบข้าก็ได้” เธอพยายามข่มความน่าเกรงขามนั่น อย่างน้อยเธอต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเพียงเพราะเธอผู้เดียวที่ทำให้เขาต้องกระทำผิดต่อเซลีน มิกาเอลรวบช้อนพร้อมจับจ้องแววตาดุมายังเธอ
“ข้าให้ลอร์ดเฮนรี่จัดเตรียมรถม้าไว้ให้แล้ว ปานนี้เอิร์ลดาร์เรลคงกำลังเป็นห่วง” แม้น้ำเสียงเขาจะดูเรียบนิ่ง แต่เธอก็เดาออกว่าเขาคงไม่อยากเห็นหน้าเธอเสียแล้วในตอนนี้
“ค่ะ ขอบคุณท่านดยุกที่ดูแล” นาเซียลุกยืนก่อนยอตัวลงแสดงน้ำใจที่เขาช่วยเหลือไม่ให้เธอต้องถูกทหารพวกนั้นกระทำย่ำยี่เหมือนในตอนที่เธออ่าน นาเซียรีบก้าวเดินออกมาจากห้องอาหารโดยที่ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
เธอกลัวสายตานั้นเสียจนแทบไม่กล้าหายใจ หลังจากนี้เธอคิดว่าจะต้องใช้ชีวิตเป็นนาเซียต่อไปอย่างไร ในเมื่อนาเซียคนเก่าทั้งเย่อหยิ่ง ร้ายกาจ เอาแต่ใจ คงเพราะเธอเป็นเพียงบุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลดาร์เรลจึงทำให้ใคร ๆ ต่างก็เอาอกเอาใจเธอ อีกทั้งตระกูลดาร์เรลยังเป็นตระกูลที่มั่งคงมีทั้งเหมืองทอง และแร่เหล็ก ทำให้ตระกูลดาร์เรลนั้นเป็นเสาหลักในการค่ำจุนราชวงศ์ได้ไม่น้อย หลังจากที่ผ่านงานเดบูตองต์นาเซีย เธอก็ถูกหมายตาโดยราชินีแคร์บอร์น นางตั้งใจให้นาเซียได้เป็นคู่หมั้นองค์รัชทายาทแคลบอร์น เพราะเธอคือผู้ที่เหมาะสมกว่าบุตรสาวขุนนางคนอื่น ๆ นาเซียถูกให้เข้ารับการอบรมเรียนรู้ธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะขึ้นเป็นราชินีต่อไปอยู่เกือบสองปี อยู่ ๆ ลาฟาซก็เปิดตัวเซลีนหลังจากที่นำทหารไปรบสงคราม เขาถูกเซลีนช่วยเหลือไว้ก่อนที่จะรู้ว่าเธอคือบุตรสาวของบารอนบอนเนอร์ ที่เพิ่งพามายังคฤหาสน์ของตระกูลเมื่อไม่นานนี้ หลังจากที่มารดาของเธอพาเธอไปอยู่นอกเมือง เซลีนมีพลังเยียวยาเหมือนแม่ของเธอ เธอเป็นหญิงสาวที่เข้มแข็งและอ่อนโยนและฉลาด ต่อไปเธอก็จะใช้พลังเยียวยานั้นช่วยเหลือผู้คนได้อีกมากมาย เพียงแต่ตอนนี้พลังของเธอยังไม่มากพอ
นาเซียมองคฤหาสน์หลังใหญ่เธอมองดูประตูกำแพงที่สูงราวภูเขาเบื้องหน้า นี่คือคฤหาสน์ของเอิร์ลดาร์เรล เซดริช บิดาของนาเซีย เขาเป็นนักลงทุนมือหนึ่งของจักรวรรดิไม่ว่าเขาจะหยิบจับอะไรต่างก็พลั่งพลูไปด้วยทรัพย์สินมากมาย ส่วนพี่ชายนาเซียก็เป็นขุนนางใหญ่อยู่ใกล้องค์จักรพรรดิ ส่วนน้องชายนาเซียก็กำลังศึกษาอยู่ที่อคาเดมี่ของราชวงศ์ นาเซียคือสตรีเพียงหนึ่งเดียวในคฤหาสน์หลังนี้ เพราะหลังจากที่น้องชายเธอได้หกขวบมารดาของนาเซียก็จากไปด้วยโรค นางเซียที่มีใบหน้าเหมือนกับมารดา เธอจึงถูกเอาอกเอาใจจากเอิร์ลดาร์เรลไม่น้อย เพราะความที่ถูกตามใจ ทำให้นาเซียทำทุกอย่างตามใจตนเองโดยไม่คิดถึงความถูกผิด ทันทีที่เธอก้าวเท้าลงจากรถม้า เหล่าสาวใช้และพ่อบ้านต่างก็กรูกันเข้ามายืนรอรับ
“ยินดีต้อนรับกลับขอรับคุณหนู” ชายแก่ท่าทางเคร่งขรึมโน้มตัวงอ นาเซียก้าวถอยหลังด้วยความตกใจเพราะศีรษะเขาเกือบชนเข้ากับเธอ
“ขะ...ขอบคุณ” นาเซียตอบ ก่อนจะเดินเข้าไปด้วยความคุ้นเคยของร่างเดิม บรรดาสาวใช้และพ่อบ้านต่างจ้องมองหน้ากันอย่างงุนงง เป็นครั้งแรกที่นาเซียกล่าวขอบคุณ
คุณอาจจะชอบ





