ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย

Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในร่างของนาเซีย นางร้ายผู้มีจุดจบอันแสนสลดรออยู่ เธอจึงต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากโชคชะตาเลวร้าย พร้อมกับพยายามค้นหาหนทางกลับสู่โลกเดิมที่จากมา ทว่าแผนการใช้ชีวิตอย่างสงบกลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เมื่อผู้คนรอบข้างต่างพากันเข้ามาพัวพันและสร้างความวุ่นวายในชีวิตเธอไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 3

นาเซียถูกบรรดาสาวใช้ของตระกูลแต่งตัวให้ราวเกือบสองชั่วโมง เธอไม่คิดว่างานเลี้ยงฉลองเฉลิมพระชนมรัชทายาทแคลบอร์นจะยาวนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนด้วยกัน นาเซียที่เพิ่งจะเกิดเรื่องเธอไม่อยากที่จะไปงาน ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากเห็นว่างานเต้นรำในราชวังจะน่าตื่นเต้นแค่ไหน แต่เธอเกรงว่าหากต้องสบตาเข้ากับดยุกกาบริเอลเข้าเธอจะทำสีหน้าอย่างไร หากตามเนื้อเรื่องเดิมคือนาเซียถูกเหล่าขุนนางไปพบในสภาพที่ไม่น่าดูกลางสวน จนเธออับอายไม่ยอมออกห้องก่อนจะใช้กรรไกรแท่งที่คอตัวเอง แต่ตอนนี้เธอที่ไม่เป็นไปตามเนื้อเรื่องเดิม นาเซียก็ไม่สามารถที่จะอ้างได้โดยเฉพาะเป็นคำสั่งจากราชินีล้วนไม่อาจปฏิเสธได้

“งานเลี้ยงคืนนี้เป็นชุดราตรีจากร้านมิสเจนที่องค์ราชินีสั่งตัดไว้ให้คุณหนูค่ะ” เด็กสาวราวอายุสิบหกยกชุดราตรีสีครีมปักอัญมณีแพรวพราว มันคงจะดีถ้าชุดราตรีดูเรียบดังสีของชุด แต่ดีไซส์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ชุดราตรีที่พองโตกับเกาะอกที่ดูแหวกลึกเป็นพิเศษ ดูท่าเลดี้สมัยนี้ชื่นชอบการอวดโฉมหน้าอกอวบอิ่มของพวกเธอ ดีไซน์ส่วนใหญ่ล้วนแต่เผยหน้าอกทั้งนั้น แต่ตอนนี้เธอจะเผยโชว์ได้อย่างไร ในเมื่อเนื้อตัวเธอมีแต่รอยจ้ำแดง แม้จะอยู่ในส่วนที่ไม่ชัดเจน แต่หากเป็นชุดที่แหวกลึกขนาดนี้ไม่มีทางที่เธอจะปกปิดมันได้ สาวใช้ได้แต่ยืนเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยใด ๆ ต่อให้เห็นรอยพวกนั้นปรากฏชัดเจนก็ตาม

“เช่นนั้นข้าจะนำชุดมาเปลี่ยนให้คุณหนูใหม่นะคะ” เด็กสาวคนเดิมเธอมีชื่อว่านีร่าเธอเกิดและเติบโตในตระกูลนี้เพราะแม่ของเธอเป็นแม่บ้านประจำที่คฤหาสน์ตระกลูดาร์เรล ด้วยความเก่งและฉลาดแก้ไขสถานการณ์ได้ดีทำให้นาเซียมักจะเรียกใช้เธอเป็นสาวใช้ประจำตัว ชุดใหม่ถูกนำมาเปลี่ยนให้กับเธอ มันปิดสูงถึงลำคอ แต่ก็ไม่ได้ดูแน่นตาไปเสียหมด เพราะตั้งแต่ช่วงอกขึ้นไปเป็นเพียงผ้าบาง ๆ ที่ออกแบบเฉพาะให้ยกสูงถึงลำคอ แต่เปิดโชว์เรียวแขนที่เรียวสวย ชุดสีเขียวเข้ากับสีแววตาของนาเซีย เธอมองตัวเองในกระจกอดรำพึงรำพันไม่ได้ว่านาเซียผู้นี้ดูสวยราวกับตุ๊กตา นาเซียอดคิดไม่ได้ว่าหากเป็นนางเอกอย่างเซลีนแล้วนางจะสวยเพียงใด

ห้องโถงกลางของพระราชวัง เต็มไปด้วยเหล่าบุตรสาว และบุตรชายของขุนนางมากมายเกือบร้อยชีวิต นาเซียพยายามหลบเลี่ยงสายตาที่จะดูโดดเด่นเกินไป แต่ดูท่าจะทำไม่ได้ เพราะทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้างานขุนนางผู้ทำหน้าที่ตรวจรายชื่อเข้างานก็ขานชื่อเธอดังเพื่อให้การต้อนรับ จากนั้นก็มีอัศวินคอยประคองให้เธอเดินเข้าไปในงาน นาเซียมองแท่นบัลลังก์ที่มีกษัตริย์แคลบอร์นประทับคู่องค์ราชินี ด้านข้างมีชายหนุ่มใบหน้าคล้ายคลึงกับมิกาเอล เธอเดาได้ทันทีว่าเขาคือลาฟาซ นาเซียเดินมาหยุดตรงหน้าพวกเขาก่อนย่อตัวลงตามธรรมเนียม

“ถวายพระพรแด่แสงอรุณแห่งแคลบอร์น ถวายพระพรองค์ราชินีผู้โอบล้อมแคล์บอร์น ถวายพระพรแด่ดวงสุริยะดวงน้อยแห่งแคลบอร์นเพค่ะ” นาเซียยกยิ้มอย่างภูมิใจ เธอภูมิใจในตัวเองที่ได้ตั้งหน้าตั้งตาอ่านเรื่องนี้มาหลายรอบเพราะเธอชอบในความเก่งของนางเอกและความรักของพระเอกนั่นเอง ทำให้เธอจดจำคำเหล่านี้ได้อย่างขึ้นใจ

“มานี่ซินาเซีย” เสียงเรียกจากองค์ราชินีพร้อมกางแขนออกราวรอโอบกอดเธออยู่ นาเซียก้าวเดินเข้าไปพร้อมโน้มตัวลงให้นางได้โอบกอดอย่างเต็มอิ่ม แม้นาเซียจะร้ายกาจแต่นางก็เอาอกเอาใจองค์ราชินีเป็นอย่างมาก จนทำให้องค์ราชินีทั้งรักและเอ็นดูเธอ แต่ในความจริงแล้วนาเซียที่รู้ว่าองค์รัชทายาทนั้นเกรงใจองค์ราชินีเพียงใด นาเซียจึงใช้ความเกรงใจนั้นทำให้องค์ราชินีชื่นชอบเธอ

“ลาฟ เจ้าพาน้องไปเต้นรำเสียหน่อยซิ เมื่อคืนเจ้าก็มิได้พาน้องออกไปเต้นรำ จนนาเซียงอลหายไปเลย” องค์ราชินีที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ได้กล่าวตามที่ตนเห็นเท่านั้น หากแต่แววตาแสนเยือกเย็นที่กำลังจ้องมองมาทางเธอคงกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรต่อจากนั้นกันแน่ เพราะทันทีที่องค์ราชินีเอ่ยลาฟาซก็รีบเดินตรงมาที่เธอ

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่” ลาฟาซเดินมาหยุดยืนตรงหน้านาเซียก่อนจะโค้งเชิญ นาเซียเพียงได้แต่ยืนมือออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอกลัวว่าเขาจะพาเธอไปให้กับทหารพวกนั้นอีก นาเซียถูกพาลงมายืนอยู่กลางโถงงานเลี้ยงก่อนที่เพลงจะบรรเลงขึ้น

“ดูท่าเจ้าจะไม่เกรงกลัวต่อข้าเลยงั้นสินะเลดี้คาร์เรล” ลาฟาซพูดเสียงรอดไรฟัน ทั้งที่ยังคงนำพาเธอเต้นรำได้อย่างตรงจังหวะ

“หม่อมฉันรู้สำนึกดี เมื่อคืนเป็นหม่อมฉันผิดเอง ต่อจากนี้หม่อมฉันจะไม่ขัดขวางพระองค์แล้วเพค่ะ” นาเซียพูดเสียงผ่านรอยยิ้มที่ยังคงฉีกยิ้มให้เขาอย่างไม่เต็มใจนัก เธอรู้สึกถึงแรงบีบที่ฝ่ามือของเขาราวกับว่ากระดูกมือกำลังจะแตก หากเทียบกับความร้ายกาจของนาเซียแล้วนั้น เขาก็คงเป็นบุรุษที่ร้ายกาจไม่น้อยไปกว่านาเซียแน่ เพราะนอกจากฝ่ามือที่บีบแรงแล้ว เขายังรัดเอวเธอแน่นราวต้องการให้กระดูกเธอหัก นาเซียบิดใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บเพียงเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้เป็นที่สังเกตจากองค์จักรพรรดิ และราชินี แต่ดูเหมือนฝ่ามือเธอจะไร้ความรู้สึกเพราะแรงบีบของเขา โชคดีที่บทเพลงบรรเลงจบเสียก่อนไม่งั้นมือเธอคงได้หักไปแล้วจริง ๆ นาเซียรีบใช้โอกาสนี้ถอยหนีเมื่อเห็นเซลีนยืนอยู่ใกล้ ๆ เธอคาดเดาได้ไม่ยากเพราะเส้นผมสีคาราเมลกับดวงตาสีฟ้าครามนั้นดูโดดเด่นกว่าใคร ๆ

“ทรงอย่างปล่อยให้เลดี้บอร์นเนอร์รอนานเลยเพค่ะ” นาเซียถอยหลังก่อนพูดบอกลาฟาซ เซลีนที่ยืนรวมอยู่กับกลุ่มบุตรสาวขุนนางกำลังมองมาทางเธอและเขา ลาฟาซจำต้องปล่อยนาเซียออกไป

นาเซียพ่นลมถอนหายใจออกทันทีที่ปลีกตัวออกมาตรงระเบียงด้านข้างได้ เธอนึกโกรธนักเขียนนะว่าทำไมต้องเขียนให้พระเอกคลั่งรักเพียงนางเอกผู้เดียว จนไม่เหลือมารยาทต่อนางร้ายอย่างเธอเลย แต่จะโทษเพียงนักเขียนก็ไม่ได้ เพราะนักอ่านอย่างเธอก็ชื่นชอบไอ้อาการคลั่งรักของตัวเอกเช่นกัน ยังไม่ทันพอได้หายใจหายคอ มิกาเอลก็เดินมาที่ระเบียงพร้อมแก้วไวน์ในมือทั้งสองข้าง

“ดูท่าจะมีความสุขไม่น้อย” มิกาเอลแกล้งแซวเมื่อเห็นว่าเธอได้เต้นรำกับชายที่เธอคาดหวังจะครอบครองเขา แต่นาเซียกลับถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“ท่านดยุกมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้กัน” นาเซียเปิดประเด็นขึ้นเมื่อเห็นแววตาเขาจับจ้องมองไปยังเซลีนที่กำลังเต้นรำกับลาฟาซ

“เลดี้ยินดีที่จะเต้นรำกับข้าหรือไม่” มิกาเอลโค้งตัวพร้อมยกมือรอ นาเซียรอบมองไปกลางฟลอร์เต้นรำ ดนตรีบรรเลงรอบนี้เป็นดนตรีค่อนข้างสนุกสนาน เธอคาดเดาไม่ยากว่าดยุกกาบริเอลคงใช้เธอเป็นเพียงตุ๊กตาเต้นรำที่จะสลับสับเปลี่ยนคู่เต้นกลางฟลอร์เมื่อหยุดกลางบทเพลง แม้เธอจะขยาดกับแรงบีบที่มือเมื่อครู่แต่เธอก็ได้เอ่ยสัญญากับเขาแล้วว่าจะช่วยเหลือเขา นาเซียค่อย ๆ วางมือลงที่ฝ่ามือกว้างของเขา

แม้นาเซียจะดูสูงราวร้อยเจ็ดสิบเห็นจะได้ แต่ดยุกบริกาเอลก็ดูสูงใหญ่ไม่น้อย เมื่อคืนเธอเร่งรีบเพราะฤทธิ์ยาทำให้ไม่ทันสังเกตว่ารูปร่างของเขาสูงใหญ่เพียงใด นาเซียถูกพามากลางฟลอร์เต้นรำอีกครั้งก่อนถูกเขารวบโอบที่เอวพลันทำให้เธออดคิดถึงเรื่องที่เธอกับเขาทำไว้ไม่ได้ นาเซียแก้มแดงขึ้นทันทีแม้เธอจะไม่ค่อยได้สติเพราะฤทธิ์ของยาแต่ใช่ว่าเธอจะจดจำไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นเหมือนเธอหรือไม่แต่ตอนนี้หัวใจเธอกำลังเต้นแรงเมื่อคิดถึงภาพนั้น บทเพลงหยุดลงก่อนที่มิกาเอลจะหมุนตัวเธอไปสลับกับเซลีน นาเซียอยากจะถอนหายใจแรง ๆ ใส่หน้าลาฟาซสักครั้งแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ เธอทำใจไว้แล้วว่าตัวเอกผู้นี้คงจะไม่คิดทะนุทะนอมเธอเหมือนเซลีนแน่ นาเซียถูกเขาเหวี่ยงไปมาราวกับตุ๊กตามากกว่าการเต้นรำ เธอรู้สึกถึงแรงผลักและแรงกระชากอย่างไม่พอใจจากลาฟาซ แต่เธอก็ยังคงอดทนขอเพียงแค่จบบทเพลงเธอก็จะรีบออกจากงานเลี้ยงนี้ทันที

แคว่ก!! เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ทุกคู่เต้นรำต่างหยุดมอง นาเซียรู้สึกถึงลมเย็น ๆ ที่ปะทะแผ่นหลังได้ทันที ดูเหมือนตะขอด้านหลังที่เกี่ยวไว้จะหลุดออก แต่เธอจะทำยังไงดีในเมื่อเธอไม่ได้สวมครอสเซ็ตที่สาวใช้เอามาให้เพราะมันอึดอัดเกินไปเธอจึงปฏิเสธที่จะสวมมัน อีกทั้งหากเปิดออกเช่นนี้แล้ว รอยแดงที่ดยุกกาบริเอลทำไว้ก็คงปิดไม่มิด

“ดูนั่น” เสียงบุตรสาวขุนนางหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเธอมองเห็นรอยจ้ำแดงที่แผ่นหลังนาเซีย

“นาเซียนี่เจ้า” ลาฟาซเอ่ยอย่างสงสัย ยังไม่ทันที่เธอจะตอบดยุกบริกาเอลก็พลาดเสื้อคลุมสีดำของเขามาที่เธอก่อนจะอุ้มตัวเธอเดินออกจากงานไป นาเซียอายแทบอยากจะหายตัวเสียให้ได้ในตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าเอิร์ลคาร์เรลจะมีสีหน้าอย่างไรตอนที่เห็นชุดของบุตรสาวตนเผยออกกลางงาน แต่นั้นไม่สำคัญที่รอยแดงบนแผ่นหลังถูกคนมองเห็น ดยุกบริกาเอลอุ้มเธอออกมาจากงานก็ตรงมายังปราสาทชั่วคราวของเขา

“นี่เจ้าสวมชุดอะไรกัน อยากประกาศให้ทั่วจักรวรรดิได้รู้กันหรือยังไง” เขาตวาดเธอทันทีที่โยนเธอลงไปที่โซฟาห้องรับรอง นาเซียยกตัวลุกทันทีก่อนจะเชิดหน้าตอบ

“แล้วใครใช้ให้ท่านทำรอยพวกนี้ไว้มากมายกัน อีกอย่างข้าไม่ได้ขอให้ท่านดยุกช่วยพาข้าออกมาเสียเมื่อไหร่กัน” นาเซียตอบอย่างโมโห เขาโยนตัวเธอราวกับว่าเธอเป็นเพียงสิ่งของ เธอรู้ว่าที่เขาช่วยเหลือพาเธอออกมานั้นก็เพราะกลัวว่าตนเองจะถูกมองไปด้วย แต่ในเมื่อเธอยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเกี่ยวกับเขาออกมา ทำไมเขาจะต้องร้อนตัวได้ขนาดนี้ นาเซียโยนเสื้อคลุมนั้นคืนไปที่เขา แล้วหันหลังออกมา โดยไม่สนใจท่าทีโมโหโกรธของเขา มิกาเอลเร่งฝีเท้าเดินตามก่อนจะคว้าตัวเธออุ้มไว้อีกครั้ง

“เจ้าจะกลับไปทั้งแบบนี้นะหรือ” เขาตวาดใส่เธอ

“ก็ข้ามีชุดนี้เพียงชุดเดียว จะให้ข้าถอดชุดทิ้งหรือยังไงกัน” นาเซียเถียงทั้งยังดิ้นให้เขาปล่อยเธอลง

“สวมเสื้อคลุมนี้ไว้ซะ แล้วข้าจะไปเจรจากับเอิร์ลดาร์เรลเอง” เขาเอ่ยปรามเธอด้วยเสียงดุ

“หยุดเลย ข้าไม่ได้ขอร้องให้ท่านต้องมารับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะแผนของข้าผิดพลาดเอง ท่านดยุกโปรดวางใจได้บิดาข้ารักข้ามากเรื่องแค่นี้ข้าอธิบายได้” นาเซียยกมือผลักตัวเขาไว้ เพราะท่าทางเขากำลังจะพุ่งตรงออกไปที่บิดาของนาเซีย เธอไม่ยากให้เรื่องที่เกิดต้องวุ่นวาย เพียงแค่นี้เธอก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ไหนจะต้องมานั่งคิดหาวิธีกลับไปยังโลกเดิมของเธออีก ขืนเองตัวเองมาผูกติดกับตัวละครหลัก เกรงว่าเธอจะไม่ได้กลับไปยังโลกเดิมง่าย ๆ เพราะตามเนื้อหาหลักนาเซียควรจะเก็บตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์ของเธอ

“เจ้าเป็นเลดี้แบบไหนกันถึงไม่ถือสาเรื่องเช่นนี้ ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้าก็ไม่สามารถที่จะอภิเษกกับองค์รัชทายาทได้ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มาเป็นคนของข้ามิดีกว่าหรือ” แววตาแสนเย็นชาจับจ้องมองพร้อมน้ำเสียงราวกับดูถูก นาเซียยกยิ้มมุมปากก่อนเอ่ยตอบ

“เรื่องเพียงเท่านี้ข้าไม่ถือสา ส่วนการอภิเษกได้หรือไม่นั้นข้าก็ไม่ใส่ใจว่าจะได้หรือไม่ เพราะข้าตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตอยู่เพียงตระกูลดาร์เรลเท่านั้น ...ลอร์ดเฮนรี่คะ ข้าของรถม้ากลับคฤหาสน์ข้าด้วย” นาเซียกระแทกน้ำเสียงตอบพร้อมหันไปบอกลอร์ดเฮนรี่ที่กำลังเดินเข้ามาจากทางด้านหลังมิกาเอล

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บ่วงร้ายพันธนาการรักจิ้งจอกบรรพกาล
9.5
ความรักระหว่างข้าและเขาเปรียบเสมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันได้เลย แม้ในยามที่ดวงตาปิดสนิทท่ามกลางความมืดมิด ภาพของเขายังคงตามหลอกหลอนอยู่ในความฝันอย่างชัดเจน กว่าใจจะยอมรับว่ารักลึกซึ้งเพียงใด เวลาก็หมุนวนมาถึงคราวที่ต้องพรากจากกันเสียแล้ว สถานะและอุปสรรคมากมายกลายเป็นบ่วงที่พันธนาการให้ข้าต้องจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ระทมที่ไร้จุดจบ โดยมีเขาเป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้ข้ายอมติดอยู่ในพันธนาการรักนี้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรักข้ามกาลเวลา
9.1
เขามองดูหญิงสาวที่เมามายไม่ได้สติขณะอุ้มเธอไปที่เตียง กลิ่นกายและสัมผัสใกล้ชิดทำให้เขาอดใจไม่ไหวจนต้องแอบมอบจูบที่มุมปากและหอมแก้มอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เธอตื่น ชายหนุ่มลูบไล้ผิวเนียนละเอียดผ่านเนื้อผ้าบางเบาด้วยความหลงใหล เมื่อวางร่างบางลงบนที่นอน เขาก็กระซิบข้างหูว่าแม้กิริยาเช่นนี้จะไม่เหมาะสมแต่เขากลับพึงใจที่เป็นเธอ ก่อนจะประทับจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มนั้นอย่างแนบแน่นด้วยความเสน่หาที่ท่วมท้นในใจ
หน้าปกนวนิยาย บัลลังก์แรเงา
9.3
เมื่อเจ้าหลวงแห่งสินทูรสิ้นพระชนม์ บัลลังก์จึงสั่นคลอนด้วยข่าวลือเรื่องชาติกำเนิดของรัชทายาทผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกชู้ มีเพียงพระธำมรงค์วงสำคัญที่เป็นสิ่งยืนยันสิทธิ์ในอำนาจ ท่ามกลางปริศนาที่รอการพิสูจน์เมื่อทรงเติบใหญ่ หญิงสาวลึกลับผู้ถวายดอกแก้วและคอยอารักขาจะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริง หรือจะยิ่งตอกย้ำว่าพระองค์เป็นเพียงเงาบนบัลลังก์ที่ไร้ค่า การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและความรักจึงเริ่มต้นขึ้นในอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืด
หน้าปกนวนิยาย นิยายรักข้ามกาลเวลา เจ้าสาวมังกร
8.1
นิยายรักข้ามภพที่ผสมผสานความแฟนตาซีและโรแมนติกอย่างลงตัวในเรื่อง เจ้าสาวมังกร เรื่องราวการเดินทางข้ามกาลเวลาที่นำพาหญิงสาวธรรมดาไปพบกับพรหมลิขิตอันยิ่งใหญ่ในดินแดนลี้ลับ เธอต้องเผชิญกับโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ให้กลายเป็นเจ้าสาวของมังกรผู้ทรงอำนาจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการผจญภัยสุดตระการตา ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นข้ามยุคสมัยจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่มั่นคงเหนือเงื่อนไขของเวลาและอุปสรรคทั้งปวงในโลกแห่งมนตรา
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ทัพข้าคือศรีภรรยา NC25+
7.8
องค์หญิงหลินฮุ่ยหมินผู้โฉมงามต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังเสียพระมารดา ทั้งยังต้องคำสาปให้กลายร่างในคืนจันทร์เต็มดวง ชะตาพลิกผันเมื่อเหตุบังเอิญทำให้ต้องเข้าพิธีสมรสพระราชทานกับแม่ทัพหยางเอ้อหลางแทนองค์หญิงใหญ่ผู้เป็นพี่สาว ท่ามกลางความระแวงของฮ่องเต้ต่ออำนาจตระกูลหยางและความลับเรื่องร่างอสูรที่ต้องปกปิด ฮุ่ยหมินต้องเผชิญกับความร้าวฉานระหว่างพี่น้องที่เคยรักกันเพียงเพราะบุรุษคนเดียว นางจะจัดการกับความวุ่นวายและรักษาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจนี้ได้อย่างไร