ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์เสน่หาพญามาร

เล่ห์เสน่หาพญามาร

โมกข์พยายามสื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนที่อยากจะครอบครองร่างนุ่มนวลของหญิงสาว เขาต้องการเห็นเธอแสดงความต้องการและอ้อนวอนให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา สายตาที่จ้องมองทำให้เธอเขินอายจนหน้าแดงก่ำดั่งผลทับทิม ขณะที่สัมผัสจากมือหนาปลุกเร้าความปั่นป่วนและสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกาย ความสัมพันธ์ที่แสนหวานนี้เปลี่ยนค่ำคืนอันเงียบเหงาให้กลายเป็นกองเพลิงที่แผดเผาอยู่บนเตียงนอนด้วยความเสน่หาที่มากล้นจนยากจะหยุดยั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 2

ริมฝีปากอวบอิ่มขบเม้มเข้าหากัน สายตาจ้องมองไปที่ร่างโปร่งบางของปานระวี

ที่กำลังเดินเยื้องย่างมาหาด้วยรอยยิ้มหวานเชื่อม ราวกับมีใครทำน้ำตาลตกลงไป

เห็นแล้วชาลิสาก็กำหมัดแน่น วิญญาณนางร้ายในตัวก็เข้าสิงทันที

“หวัดดีค่ะคุณปานระวี เข้าฉากเสร็จแล้วไม่ใช่หรือคะ

ทำไมถึงยังไม่กลับบ้านล่ะคะ หรือจะอ่อยใครแถวนี้เหรอคะ  ยังไงก็ดูให้ดีหน่อยนะ เกิดเจอคนมีเจ้าของ

แล้วเจ้าของเขาทั้งหวงและห่วงจะยุ่งเอานะคะ” ชาลิสาถามแบบจิกกัดไปเต็มที่ ขณะตวัดสายตามองร่างโปร่งบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วก็เบะหน้าให้

ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย หน้าตาก็งั้นๆ พอไปวัดไปวาได้ตอนสายๆ ไม่อายพระอายเณร

ไม่รู้ใครตาถั่วเอามาเป็นนางเอกได้ ฉันสวยกว่าตั้งเยอะ

“ระวีกำลังจะกลับอยู่เหมือนกันค่ะ

แต่พอดีเห็นพี่โมกข์ยังนั่งคุยอยู่กับคุณสารัช ระวีเลยคิดจะมาชวนพี่โมกข์ไปทานอาหารด้วยนะคะ”

ปานระวีบอกยิ้มๆ ด้วยถือว่าครอบครัวของเธอและโมกข์นั้นใกล้ชิดกัน มารดาและบิดาของชายหนุ่มก็ยังรักใคร่เอ็นดูเธอราวกับลูกหลานคนหนึ่ง

และยังเคยเปรยๆ ว่าอยากจะได้เธอไปเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน แต่ติดที่โมกข์ไม่เคยแสดงออกให้รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ

เพราะเหตุนี้เองทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายใช้ความใกล้ชิดขอร้องกึ่งบังคับให้โมกข์พาเธอเข้าร่วมแสดงละครในเรื่องนี้ด้วย

แล้วก็ไม่ใช่เพราะความใกล้ชิดกับครอบครัวโมกข์เพียงอย่างเดียว

แต่เป็นเพราะเธอมีทั้งความสามารถและความสวย เลยทำให้ได้บทเด่นในละครเรื่องที่กำลังถ่ายทำอยู่นี้

ครอบครัวของเธอและโมกข์ต่างก็หวังว่าความใกล้ชิดในครั้งนี้ จะทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจได้เสียทีว่าจะเลือกเธอไปเป็นคนเคียงข้างตลอดชั่วชีวิต

ส่วนตัวเธอเองก็หวังเช่นกันว่าจะได้เป็นคู่ครองคอยปรนนิบัติพัดวีและมอบความสุขให้

“เสียใจด้วยนะคะคุณระวี พอดีว่าคุณโมกข์...”

แขนเรียวยาวสอดเข้าที่แขนแข็งแกร่ง ดึงรั้งให้ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเก้าอี้พับตัวเล็กแต่แข็งแรง

ใบหน้าขาวสวยซบหน้ากับบ่ากว้าง จ้องมองปานระวีอย่างรังเกียจ

“มีนัดทานอาหารกับฉันแล้วค่ะ”

ชาลิสาเงยหน้าส่งดวงตาหวานเยิ้มและยั่วยวนให้กับโมกข์

แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมอย่างไม่กลัวน้ำตาลจะหก “ใช่ไหมคะคุณโมกข์ขา?”

โมกข์พยักหน้ารับ ถึงแม้ว่าจะไม่ไปกับชาสิลา แต่ยังไงก็คงต้องใช้หญิงสาวเป็นกันชนกันปานระวีออกไปจากเขาก่อน

ไม่ใช่ว่ารังเกียจแต่เป็นเพราะเขายังไม่อยากมีห่วงผูกคอในตอนนี้

ชีวิตหนุ่มยังอีกยาวไกล เรื่องอะไรที่จะต้องจมปลักอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียวเล่า

ปานระวีหน้าเสียแต่ก็ปรับสีหน้าได้เร็ว เพราะไม่ต้องการให้อีกคนที่ยืนเคียงข้างโมกข์สมใจ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่โมกข์ เอาไว้วันหน้าก็ได้ค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานให้โมกข์ แต่กลับปลายสายตารังเกียจและสมเพชไปให้กับชาลิสา

คิดหรือว่าแค่นี้จะกันเธอห่างจากโมกข์ได้ ในเมื่อมีแบ็คอัพดีอย่างบิดาและมารดาของโมกข์ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังจะต้องไปกลัวอะไรกับนางร้ายที่คอยไล่จับผู้ชายเล่า

“อ้อ...ระวีลืมบอกพี่โมกข์ไป วันอาทิตย์ถ้าพี่โมกข์ไม่ติดธุระอะไร

พ่อบอกว่าให้พี่โมกข์แวะไปหาที่บ้านหน่อยนะคะ เห็นว่ามีเรื่องงานจะคุยด้วย”

“ขอบใจนะระวี ยังไงพี่ขอดูก่อนแล้วกันว่าติดงานหรือเปล่า”

ชายหนุ่มตอบทั้งที่ในใจนั้นมีคำตอบแล้วว่า เขาไม่ไปหาบิดาปานระวีเด็ดขาด

เพราะไม่ชอบวิธีการพูดและปฏิบัติของชายวัยกลางคน ที่มักใช้ความเป็นผู้ใหญ่และประสบการณ์มากกว่า

ชักจูงชักนำให้คนอื่นทำตามความต้องการ และยังพยายามยัดเยียดปานระวีให้เป็นแฟนเขาอยู่เนืองๆ  

“ค่ะพี่โมกข์ งั้นระวีกลับก่อนนะคะ”

หญิงสาวบอกและอย่างรวดเร็วที่ร่างโปร่งบางเดินเข้ามาหาร่างใหญ่

ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดประทับบนแก้มสากระคายก่อนจะเดินไปที่รถ แล้วเมื่อถึงเธอก็ยังหันหน้ามาโบกมือให้โมกข์อีกครั้งเป็นการส่งท้าย

ชาลิสารีบยกมือขึ้นเช็ดรอยแดงบนใบหน้าคมคร้ามด้วยความหงุดหงิดระคนโมโห

แล้วยังบ่นพึมพำเบาๆ จนโมกข์รำคาญใจ พอดีกับที่ผู้จัดการส่วนตัวของหญิงสาวกวักมือเรียกหญิงสาวให้ไปคุยธุระด้วย

โมกข์ถือโอกาสเดินเลี่ยงไปด้านหลัง

เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของหน้างาน สถานที่ในการถ่ายทำละครเรื่องนี้ เกือบจะแปดสิบเปอร์เซ็นต์จะเป็นรีสอร์ทของเขา

ซึ่งแม้ว่าจะยังทำการก่อสร้างอยู่แต่ก็เสร็จไปเกือบจะเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของการเก็บรายละเอียดและการตกแต่งภายใน

ทุกอย่างคงเสร็จเรียบร้อยพร้อมๆ กับละครปิดกล้อง จะได้ถือเอาละครเรื่องนี้เป็นการโฆษณารีสอร์ทไปในตัวด้วย

โมกข์ตาวาว ดูเหมือนว่าจะเป็นความโชคดีของเขา

แม่ตัวประกอบจอมหยิ่งเดินออกจากห้องแต่งตัวพอดี มือใหญ่ยกขึ้นลูบปลายคาง 

ขนิษฐาหยุดชะงัก เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ยืนจ้องเธออยู่แล้วก็ให้เบะหน้า

นี่ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการเงินละก็ เธอไม่ยอมมาร่วมงานกับผู้ชายเจ้าชู้คนนี้เด็ดขาด

คิดแล้วก็เซ็ง ทำไมแม่ถึงไม่ยอมฟังกันบ้าง เล่นแต่ไพ่กับหวยจนเป็นหนี้เป็นสิน

แล้วใครล่ะที่ต้องหาเงินมาใช้หนี้ถ้าไม่ใช่เธอ เฮ้อ...หญิงสาวหายใจออกอย่างหนักอก

ก่อนจะยกไหล่ขึ้นแล้วรีบเดินหนีชายหนุ่มที่ไม่ชอบหน้าทันที

อย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว

มือใหญ่คว้าแขนเรียวของคนที่กำลังจะเดินผ่านหน้าเขาไป “จะรีบไปไหนล่ะแม่ตัวประกอบ

หยิ่งนักไม่ใช่หรือเรา ไม่รู้หรือไงว่าถ้าทำให้ฉันไม่พอใจ เธอจะไม่ได้ทั้งงานและเงินน่ะแม่จอมหยิ่ง”

ใบหน้าคมคร้ามถามแนบชิดแก้มนุ่ม จมูกโด่งสูดเอากลิ่นแป้งเด็กและกลิ่นเนื้อนางเข้าปอดเต็มแรง

“ปล่อยฉันนะคุณโมกข์” ขนิษฐาบอกเสียงเข้ม ทั้งไม่พอใจและโกรธเกรี้ยว

ใบหน้าขาวสวยแดงจัด ดวงตาเป็นประกายสีแดงอมส้ม พยายามสะบัดหน้าหนีมือใหญ่ที่ยกขึ้นมาหวังแตะต้องผิวเนื้อขาวเนียน

มือยกขึ้นแกะมือใหญ่ออกจากแขนอย่างรังเกียจ

ผู้ชายนี่เป็นแบบนี้ด้วยกันทุกคนเลยหรือไง

เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่เครื่องบำบัดความใคร่ พอใจเมื่อไหร่ก็เรียกหา

ไม่พอใจเมื่อไหร่ก็ทิ้งขว้าง พ่อเธอก็คนหนึ่งแล้ว มีเมียไปทั่วทุกหัวระแหง

ไม่ว่าเดินทางไปทำงานที่ไหนก็ต้องได้เมียกลับมาเสียทุกครั้ง ดวงตากลมโตมองมือที่จับแขนและใบหน้าคมอย่างโกรธเกรี้ยว

“ปล่อยฉัน...” หญิงสาวย้ำอีกครั้ง

แต่มีหรือที่คนอย่างโมกข์จะทำตาม เสียงหัวเราะดังจากลำคอแกร่ง

และชายหนุ่มดันร่างบอบบางเข้าไปในห้องแต่งตัวและรีบล็อกห้องอย่างรวดเร็ว

“จะให้ฉันรีบไปปล่อยไปทำไมล่ะแม่ตัวประกอบ ก็เธอเองไม่ใช่หรือที่เรียกให้ฉันมาหาน่ะ”

“ปล่อยฉันนะคุณโมกข์

แล้วฉันไปร้องเรียกให้คุณมาหาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” สองมือเรียวทั้งผลักทั้งดันให้ร่างใหญ่ถอยห่างไป

หัวใจเต้นแรงและเร็วเมื่อสบกับสายตาคมวาวของอีกฝ่าย แม้จะไม่กลัวแต่ก็รู้สึกเกรงๆ

ในกิตติศัพท์ความร้ายกาจที่ได้ยินมาอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักไฟเชลย
9.5
เพื่อล้างแค้นให้น้องสาว ใหญ่จึงหลอกล่อผิงมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ แม้เธอจะร้องขอความยุติธรรมและพยายามหนีจากเงื้อมมือคนใจร้าย แต่ความสวยสะพรั่งกลับกระตุ้นตัณหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือไปได้ เขาเลือกเดินหน้าย่ำยีร่างบางด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง ทว่าท่ามกลางความใกล้ชิดที่แฝงด้วยความเกลียดชัง เขากลับต้องเผชิญกับพายุความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ พร้อมกับภารกิจสืบหาความจริงในงานที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซึ่งเขาต้องจัดการให้จบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักมหาเศรษฐี
9.8
รามาน กูลซาคอฟ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและไม่เคยยอมสยบให้ใคร กลับต้องเผชิญกับความว้าวุ่นใจเมื่อเขาไม่สามารถลืมเลือนหญิงสาวปริศนาที่มีสัมพันธ์ทางกายกันโดยบังเอิญได้ เขาออกตามหาเธออย่างบ้าคลั่งจนกระทั่งพบว่าเธอคือ วณิชยา เด็กสาวในอุปการะของมารดาที่อยู่ใกล้ตัวเพียงนิดเดียว แม้เธอจะยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สัญชาตญาณของเขากลับมั่นใจว่าเธอคือคนเดียวกันอย่างแน่นอน เขาจึงต้องตัดสินใจว่าจะเขี่ยเธอทิ้งไปเหมือนผู้หญิงคนอื่น หรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อปราบพยศให้เธอยอมรับความจริง
หน้าปกนวนิยาย พร่าพรหมจรรย์นางฟ้า
9.1
เคฮิลล์ รอย เจ้าพ่อสื่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งลอนดอน เจ้าของฉายาสิงโตคำราม เกิดความปรารถนาอย่างรุนแรงที่จะครอบครองเนตรอัปสรทันทีที่เห็นเธอผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เขาใช้ทุกอำนาจที่มีเพื่อกักขังเธอไว้ในกรงเสน่หา แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนและปฏิเสธมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยแพ้ใครอย่างสุดกำลัง แต่เขากลับยิ่งใช้เล่ห์เหลี่ยมและวิธีการอันโหดร้ายเพื่อบีบบังคับให้เธอจำนน ชีวิตของเนตรอัปสรต้องพลิกผันเมื่อต้องเผชิญกับการตามล่าที่เดิมพันด้วยพรหมจรรย์ ท่ามกลางไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย เมียรับจ้าง
8.7
เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งต้องมารับบทภรรยาจำเป็นแลกกับเงินก้อนโตเพื่อตบตาคนรอบข้างให้กับคาสโนว่าตัวพ่อผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และกะล่อนแบบหาตัวจับยาก เธอไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับแผนการร้ายของแม่สามีที่คอยจ้องจะเล่นงานเธออยู่ทุกฝีก้าวเท่านั้น แต่ยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจที่เริ่มจะหวั่นไหวไปกับเสน่ห์อันแพรวพราวของสามีกำมะลอคนนี้ งานจ้างที่ดูเหมือนจะง่ายกลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ที่เธอต้องเผชิญในฐานะเมียรับจ้าง
หน้าปกนวนิยาย วอนฟ้าฝากรัก
9.6
พรฟ้าคุณหมอสาวจำใจต้องตั้งครรภ์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ตามคำขอร้องของผู้ใหญ่ที่เธอเคารพรัก โดยที่เธอไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าพ่อของเด็กเลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อผู้ใหญ่ท่านนั้นด่วนจากไป ความลับเรื่องตัวตนของพ่อเด็กจึงกลายเป็นปริศนาที่ทิ้งไว้ให้เธอเผชิญเพียงลำพัง ทางด้านฟาทิทนักธุรกิจหนุ่มผู้บ้างานและไม่คิดจะมีครอบครัว เขาตัดสินใจมอบเพียงสเปิร์มเพื่อตัดปัญหาเรื่องการสืบทายาทตามความต้องการของคุณยายเท่านั้น เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากพันธะเงียบงันนี้จะลงเอยอย่างไร