ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์เสน่หาพญามาร

เล่ห์เสน่หาพญามาร

โมกข์พยายามสื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนที่อยากจะครอบครองร่างนุ่มนวลของหญิงสาว เขาต้องการเห็นเธอแสดงความต้องการและอ้อนวอนให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา สายตาที่จ้องมองทำให้เธอเขินอายจนหน้าแดงก่ำดั่งผลทับทิม ขณะที่สัมผัสจากมือหนาปลุกเร้าความปั่นป่วนและสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกาย ความสัมพันธ์ที่แสนหวานนี้เปลี่ยนค่ำคืนอันเงียบเหงาให้กลายเป็นกองเพลิงที่แผดเผาอยู่บนเตียงนอนด้วยความเสน่หาที่มากล้นจนยากจะหยุดยั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 1

“กรี๊ด...พี่พลทำไมทำแบบนี้กับเปรมล่ะคะ เปรมทำผิดอะไร ทำไมพี่ถึงต้องทิ้งเปรมไปหานังคนใช้นั่นด้วย”

ร่างโปร่งบางเดินเข้าไปหาชายหนุ่มร่างสูงใหญ่

สองมือเรียวจับแขนใหญ่เขย่าและทุบตีอย่างแรงตามอารมณ์ที่ปะทุขึ้น

“พี่ก็รู้ว่ามันไม่คู่ควร มันเป็นเพียงแค่คนใช้ภายในบ้าน”

“ถึงลูกจันทร์เป็นเพียงแค่คนใช้ แต่ก็เป็นคนดีและน่ารัก

ดีกว่าคนบางคนที่หน้าไหว้หลังหลอก คบกันหวังแต่เอารัดเอาเปรียบและผลประโยชน์ส่วนตัว”

ชายหนุ่มร่างใหญ่ตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาดุไล่มองร่างโปร่งบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างดูถูกดูแคลน

“กรี๊ด...พี่พล เปรมจะฟ้องคุณลุงคุณป้าว่าพี่พลด่าเปรม”

ร่างโปร่งกระทืบเท้าแรงๆ พร้อมเสียงร้องแปดหลอดจนแสบแก้วหู ใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อ

ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าและลุกโชน เต็มไปด้วยความรักและเคียดแค้นที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของชายหนุ่ม

“หยุดได้แล้วเปรมยุดา เธอจะมาแสดงตัวเป็นหญิงปากตลาดที่บ้านฉันไม่ได้

ถ้าเธอยังแสดงกิริยาท่าทางแบบนี้ก็กลับไปซะ บ้านนี้ไม่ต้อนรับ”

“กรี๊ด...”

“คัท”

เสียงกรีดร้องบาดแก้วหูของสาวน้อยร่างอรชรอ้อนแอ้นดังขึ้น

พร้อมกับเสียงนุ่มทุ้มของสารัชผู้กำกับหนุ่มไฟแรงแห่งกองละครเรื่องที่แม้กระทั่งตัวนักแสดงเองก็ยังไม่รู้เลย

เพราะชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบทประพันธ์และสปอนเซอร์ในการจัดสร้างละครเรื่องนี้ขอไว้

ให้ทุกคนแสดงตามบทที่เขาส่งไปให้เท่านั้น

แต่ก็นั่นแหละ ใครๆ ก็ย่อมจะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

ขอเพียงผลตอบแทนที่ได้รับดีพอและได้ร่วมงานกับนักเขียนหนุ่มมากฝีมือ แถมยังเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ที่ทุ่มงบไม่อั้นในการจัดทำละครเรื่องนี้

แค่นั้นยังไม่พอ ชายหนุ่มยังเสนอให้ทางทีมงานเข้ามาใช้พื้นที่ในรีสอร์ทเพื่อถ่ายทำละครเรื่องนี้อีกด้วย

ที่เพียงได้เห็น ไม่ว่าใครต่างก็ต้องอึ้ง

ทึ่งและตกตะลึงในความโอ่อ่าหรูหราของสถานที่ และที่สำคัญคือคนบุคคลผู้เป็นเจ้าของอย่างโมกข์

สาระสน ที่ไม่แค่ร่ำรวยหากแต่รูปร่างและหน้าตาจัดเข้าขั้นพระเอกหนังไทยได้อย่างสบายๆ

เลยล่ะ

“คุณโมกข์ขา ลิสาทำได้ดีหรือยังคะ” ชาลิสานางร้ายดาวรุ่งดวงใหม่มาแรงถามเสียงหวานเชื่อม

พร้อมกับร่างโปร่งบางวิ่งกลับมาที่จอมอนิเตอร์อย่างรวดเร็ว

เพื่อหาคนที่เธอถามไปเมื่อครู่ ทั้งที่ความจริงแล้วโมกข์เป็นเพียงแค่นักประพันธ์

ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการแสดงเลยสักนิด

ร่างอวบอั๋นในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยทำเอาผู้คนที่อยู่รายรอบต่างก็กลัวว่า

ไอ้ของที่แม่ให้มาที่ใหญ่โตราวกับส้มโอสองผลนั้นจะหลุดออกมาอวดสายตาให้กับคนในกองถ่ายได้เห็น

แต่ดูเหมือนชาลิสาจะไม่สนใจแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่ส่งสายตาหวานเยิ้มและเชิญชวนให้กับโมกข์

ร่างอวบอิ่มเอนตัวไปด้านหน้า หวังให้ชายหนุ่มที่เธอถูกใจ ได้สัมผัสกับความอวบอิ่มเต่งตึงและกลิ่นหอมของเครื่องประทินผิวที่เธออาบลงไป

ก่อนที่จะเข้าฉากอาละวาดใส่พระเอกของเรื่อง ซึ่งกำลังจะทิ้งเธอไปหายายตัวประกอบหน้าใสที่นั่งซับเหงื่ออยู่ไม่ไกล

โมกข์ละสายตาจากการพูดคุยกับสารัชและจอมอนิเตอร์หันมองคนถาม

แต่สายตากลับผ่านไปเห็นหญิงสาวอีกนางที่นั่งทำปากพะงาบๆ เลียนแบบคำพูดชาลิสา

แล้วก็เกิดอาการหมั่นไส้คนที่กำลังทำอยู่เป็นอย่างมาก ดวงตาสองคู่สบกันก่อนที่คนหนึ่งจะทำหน้าหงิกงอใส่แล้วยังเมินหน้าหนี

แค่นั้นยังไม่พอหญิงสาวยังลุกขึ้นและเดินหนีไปอีกทาง

สิ่งที่ได้เห็นทำให้โมกข์หงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เคยมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าใส่

ใครๆ ก็อยากจะอยู่ในอ้อมกอดเขา

แต่แม่สาวคนนั้น...ที่ดูเหมือนว่าเป็นเพียงนักแสดงตัวประกอบที่เขายังไม่รู้จักชื่อ

ดันทำเหมือนกับว่าเขาเป็นไส้เดือนกิ้งกือที่เธอเกลียดและต้องรีบหนีให้ห่าง

เห็นแล้วมันหงุดหงิดและคันยิบๆ ในใจ แล้วคนอย่างเขาก็ยอมไม่ได้ที่จะให้ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าทำแบบนี้ใส่ด้วย

 แล้วสมองอันฉลาดและแหลมคมก็เริ่มหมุนวนเป็นลูกข่าง

เขาต้องหาทางเข้าใกล้แม่สาวตัวประกอบจอมหยิ่งนั่น และหาทางสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร

ใบหน้าคมยิ้มกริ่ม ดวงตาคมดุแวววาวจ้องมองตามเหยื่อสาวแสนสวยอย่างที่คนถูกมองต้องหนาวสั่นในหัวใจถ้าได้เห็น

เพราะมันมีทั้งความดูถูกดูแคลน รังเกียจหยามเหยียด

แต่ก็ซุกซ่อนไว้ด้วยไฟปรารถนาอันร้อนแรง

“คุณโมกข์มองดูอะไรอยู่หรือคะ”

ชาลิสาถามและมองตามสายตาคมไปแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดผิดปรกติ

หรือว่ามีใครอยู่ตรงที่สายตาของโมกข์หยุดอยู่สักนิด สองมือเรียวจับใบหน้าคมให้หันมาสนใจตัวเอง

“ว่าไงคะคุณโมกข์ขา ลิสาเล่นดีหรือยังคะ”

หญิงสาวถามย้ำอีกครั้งอย่างต้องการคำชมจากปากเขาให้ชื่นอกชื่นใจ

กายอวบอิ่มเอนตัวลงไปเสียดสีกับกายใหญ่ ทำให้ชายหนุ่มร้อนรุ่มและต้องการได้เธอไปเป็นคนคลายร้อนรุ่มในกายให้

“ไม่ทราบครับ คุณลิสาคงจะต้องถามจากคุณสารัชมากกว่า”

โมกข์ตอบกลับอย่างรำคาญใจและเบื่อหน่าย ถ้าเป็นก่อนที่จะได้เห็นหน้าแม่ตัวประกอบนั่น

เขาก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้ชาลิสาปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาในกาย

แต่พอได้เห็นใบหน้าสวยหวานนั่น...เขาถึงกับลืมหญิงสาวและผู้หญิงอีกหลายคนที่เคยสนิทชิดเชื้อด้วยไปเสียสนิท

สองมือใหญ่ดันกายอวบอิ่มออกห่าง

สายตายังมองตามร่างบอบบางของแม่สาวตัวประกอบที่หายไปยังซอกหนึ่งของตึกเรียบร้อยแล้ว

ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธตัวเอง ทั้งที่ระยะทางก็ไม่ได้ใกล้เลยสักนิด

แต่ในสมองและสายตากลับเห็นและจดจำใบหน้าของแม่สาวคนนั้นชัดเจนเหลือเกิน

ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ ล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน

จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่มเต็มสีชมพูระเรื่อ ราวกับกำลังเชิญชวนให้เข้าหา

และมอบจุมพิตแสนหวานให้สักครั้งสองครั้งเป็นการเริ่มต้นทำความรู้จักกันและกัน เพียงแค่คิดเท่านั้นกายใหญ่ก็ปวดร้าวด้วยความต้องการ

ชาลิสาหงุดหงิดที่วันนี้โมกข์ไม่ได้เอาใจใส่เธอเหมือนวันก่อนๆ

หรือเพราะตอนนี้มีอะไรกันแล้ว และเขากำลังจะผละจากเธอไปหาผู้หญิงคนใหม่

แล้วดูเหมือนว่าแม่นางเอกหน้าหวานปานระวีที่เข้าฉากวันนี้ก็ให้ท่าชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน

ใจดวงน้อยร้อนรุ่มราวกับมีไฟกองใหญ่สุม ใบหน้าแดงขึ้น

หายใจเข้าปอดด้วยความรุนแรง

แพ้ใครเธอไม่ว่าแต่ถ้าต้องแพ้ปานระวีผู้หญิงตีสองหน้าเก่ง ต่อหน้าโมกข์ก็ทำตัวเป็นสาวเรียบร้อยอ่อนหวาน

แต่ลับหลังแล้วแม่ค้าในตลาดที่ปากว่าด่าเก่งยังต้องยอมแพ้เลย

ไม่...ต้องไม่ยอมให้ใครมาแย่งโมกข์ไปได้ ชายหนุ่มที่ทั้งรูปหล่อ

ร่ำรวยและทำงานเก่งแบบนี้ใครๆ ก็อยากได้เป็นเจ้าของ ถ้าเขายอมหยุดที่เธอ

นั่นก็หมายความว่า...สบายไปทั้งชาติเลยทีเดียว

ชิ...นังปานระวี คิดหรือว่าฉันจะปล่อยบ่อเงินบ่อทองให้แกง่ายๆ ไม่มีทางหรอกย่ะ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักไฟเชลย
9.5
เพื่อล้างแค้นให้น้องสาว ใหญ่จึงหลอกล่อผิงมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ แม้เธอจะร้องขอความยุติธรรมและพยายามหนีจากเงื้อมมือคนใจร้าย แต่ความสวยสะพรั่งกลับกระตุ้นตัณหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือไปได้ เขาเลือกเดินหน้าย่ำยีร่างบางด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง ทว่าท่ามกลางความใกล้ชิดที่แฝงด้วยความเกลียดชัง เขากลับต้องเผชิญกับพายุความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ พร้อมกับภารกิจสืบหาความจริงในงานที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซึ่งเขาต้องจัดการให้จบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักมหาเศรษฐี
9.8
รามาน กูลซาคอฟ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและไม่เคยยอมสยบให้ใคร กลับต้องเผชิญกับความว้าวุ่นใจเมื่อเขาไม่สามารถลืมเลือนหญิงสาวปริศนาที่มีสัมพันธ์ทางกายกันโดยบังเอิญได้ เขาออกตามหาเธออย่างบ้าคลั่งจนกระทั่งพบว่าเธอคือ วณิชยา เด็กสาวในอุปการะของมารดาที่อยู่ใกล้ตัวเพียงนิดเดียว แม้เธอจะยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สัญชาตญาณของเขากลับมั่นใจว่าเธอคือคนเดียวกันอย่างแน่นอน เขาจึงต้องตัดสินใจว่าจะเขี่ยเธอทิ้งไปเหมือนผู้หญิงคนอื่น หรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อปราบพยศให้เธอยอมรับความจริง
หน้าปกนวนิยาย พร่าพรหมจรรย์นางฟ้า
9.1
เคฮิลล์ รอย เจ้าพ่อสื่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งลอนดอน เจ้าของฉายาสิงโตคำราม เกิดความปรารถนาอย่างรุนแรงที่จะครอบครองเนตรอัปสรทันทีที่เห็นเธอผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เขาใช้ทุกอำนาจที่มีเพื่อกักขังเธอไว้ในกรงเสน่หา แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนและปฏิเสธมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยแพ้ใครอย่างสุดกำลัง แต่เขากลับยิ่งใช้เล่ห์เหลี่ยมและวิธีการอันโหดร้ายเพื่อบีบบังคับให้เธอจำนน ชีวิตของเนตรอัปสรต้องพลิกผันเมื่อต้องเผชิญกับการตามล่าที่เดิมพันด้วยพรหมจรรย์ ท่ามกลางไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย เมียรับจ้าง
8.7
เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งต้องมารับบทภรรยาจำเป็นแลกกับเงินก้อนโตเพื่อตบตาคนรอบข้างให้กับคาสโนว่าตัวพ่อผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และกะล่อนแบบหาตัวจับยาก เธอไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับแผนการร้ายของแม่สามีที่คอยจ้องจะเล่นงานเธออยู่ทุกฝีก้าวเท่านั้น แต่ยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจที่เริ่มจะหวั่นไหวไปกับเสน่ห์อันแพรวพราวของสามีกำมะลอคนนี้ งานจ้างที่ดูเหมือนจะง่ายกลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ที่เธอต้องเผชิญในฐานะเมียรับจ้าง
หน้าปกนวนิยาย วอนฟ้าฝากรัก
9.6
พรฟ้าคุณหมอสาวจำใจต้องตั้งครรภ์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ตามคำขอร้องของผู้ใหญ่ที่เธอเคารพรัก โดยที่เธอไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าพ่อของเด็กเลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อผู้ใหญ่ท่านนั้นด่วนจากไป ความลับเรื่องตัวตนของพ่อเด็กจึงกลายเป็นปริศนาที่ทิ้งไว้ให้เธอเผชิญเพียงลำพัง ทางด้านฟาทิทนักธุรกิจหนุ่มผู้บ้างานและไม่คิดจะมีครอบครัว เขาตัดสินใจมอบเพียงสเปิร์มเพื่อตัดปัญหาเรื่องการสืบทายาทตามความต้องการของคุณยายเท่านั้น เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากพันธะเงียบงันนี้จะลงเอยอย่างไร