ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดุจดาวโอบดิน

ดุจดาวโอบดิน

กฤปมัย เจ้าของไร่หนุ่มต้องรับภารกิจลับในฐานะผู้จัดการ QA เพื่อกวาดล้างการทุจริตภายในบริษัทอะไหล่ยนต์ เขาต้องเผชิญหน้ากับหนอนบ่อนไส้เจ้าเล่ห์ที่กัดกินองค์กรจนสั่นคลอน ทว่าท่ามกลางความตึงเครียด เขากลับพบรักกับดาวินี พนักงานจัดซื้อสาวที่เข้ามาสั่นคลอนหัวใจในเวลาที่ไม่เหมาะสม กฤปมัยต้องเร่งกระชากหน้ากากคนโกงและกอบกู้ความเชื่อมั่นของพนักงานคืนมา พร้อมกับพิสูจน์ความจริงใจให้ดาวินีเชื่อว่าความรักของเขาไม่ใช่เพียงการหลอกใช้เพื่อผลประโยชน์ของภารกิจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

ใบหน้าเหวอๆ ของเธอทำให้คนที่เพียงชำเลืองมองมาต้องหันกลับไปสนใจกับสิ่งตรงหน้าตามเดิม เพราะรู้จากพี่ยามแล้วว่าจะมีคนมาสัมภาษณ์ร่วมกันอีก 1 คน แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นผู้หญิง กฤปมัยไม่ได้พูดอะไรแม้จะรู้ว่าเธอยังคงมองดูเขาอยู่อย่างสำรวจตรวจตราก็ตาม

‘คนหล่อๆ ต้องทำคะแนนๆ ดีดี้ เอ๊ย! แกอาจจะได้ลงจากคานก็งานนี้ล่ะวะ เอาวะ! เป็นไงเป็นกันใกล้ขบวนสุดท้ายเข้าไปทุกที หล่ออย่างนี้ปล่อยไปก็โง่ตายล่ะ’

“เอ่อ...สวัสดีค่ะ มาสัมภาษณ์เหมือนกันใช่มั้ยคะ”

แม้ความคิดในใจนั้นจะหมายมั่นปั้นมือว่าต้องสานสัมพันธ์กับผู้ชายหล่อๆ ตรงหน้านี้มากมายเพียงใด แต่เอาเข้าจริงบทจะต้องพูดดาวินีก็รู้สึกประหม่าจนแก้มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อจนได้

กฤปมัยชำเลืองมองผู้หญิงตัวเล็กกะทัดรัดข้างกาย แม้รู้ว่าเธอต้องการสร้างสัมพันธ์แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะร่วมด้วยในตอนนี้เพราะสิ่งที่เขาต้องเจอในอีกไม่กี่วินาทีต่อไปนี้มันต้องใช้สมาธิอย่างมาก การตัดสิ่งที่อาจทำให้หัวใจไขว้เขวเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ

“ดีดี้ มาสัมภาษณ์เหมือนกันค่ะ”

คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันทำให้เธอรู้ว่าเขาเริ่มไม่พอใจ ดาวินีรู้สึกเหมือนเลือดลมจะขึ้นหน้าเมื่อความอายมาเยือนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะอาการของเขามันแน่ยิ่งกว่าแช่แป้งว่าเขาไม่พร้อมจะตามเกมของเธอแน่นอน

‘คนบ้า! จะพูดหน่อยก็ไม่ได้ กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือไงนะ เชอะ! คิดว่าง้อเหรอ สวยเลือกได้อย่างฉันไม่ง้อย่ะ!’

ดาวินีพูดค่อนขอดคนหน้าหล่ออยู่ภายในใจ ก่อนจะยิ้มแหยๆ เมื่อคนตรงหน้าเหมือนจะอ่านความคิดเธอออกว่ากำลังสวดเขาอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะเห็นได้จากสายตาขุ่นเขียวแต่หล่อชะมัดคู่นั้น

“ขอโทษทีนะครับที่ต้องทำให้รอนาน”

ชายร่างท้วมหัวล้านเลี่ยนที่เดินเข้ามาใหม่นั้นเธอจำได้ ‘คุณนิกร’ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ที่ให้เธอเขียนใบสมัครงานทิ้งไว้วันก่อน ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อให้เธอมาสัมภาษณ์งานในวันนี้ ดาวินีลุกขึ้นยืนพร้อมพนมมือไหว้อย่างอ่อนช้อยที่สุดที่คิดว่าจะทำได้ ทว่าหางตาดันตวัดไปมองคนที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม ไม่เพียงเขาจะไม่ทักทายคุณนิกรแต่กลับยิ่งทำหน้าเฉยๆ เข้าไปใหญ่

‘หรือเขาจะรู้จักกันแล้วนะ’ สิ่งที่คิดไว้ก็คงเป็นไปตามนั้นเพราะจากสิ่งที่คุณนิกรพูดตามมาก็คงจะยืนยันได้เป็นอย่างดี

“คุณกฤปมัยครับ ท่านประธานเชิญที่ห้องครับ”

กิริยาโค้งกายท้วมๆ นั้นอย่างเกรงอกเกรงใจยิ่งทำให้ดาวินีเสียวสันหลังวาบยามดวงตาคมเข้มนั้นตวัดขึ้นมองเธออย่างกรุ่นๆ อะไรสักอย่าง

“คุณดา เอ่อ...”

“ดาวินีค่ะ” สีหน้าครุ่นคิดชื่อของเธอทำให้ดาวินีชิงพูดต่อให้ก่อนที่นิกรจะเรียกชื่อเธอจนเพี้ยนและจะยิ่งอายคนหล่อที่ชื่อกฤปมัยนี้มากยิ่งขึ้น

“อืม...คุณดาวินี รอสักครู่นะเดี๋ยวผมมา”

ดาวินีรับคำก่อนจะค่อยๆ นั่งลงอย่างแหยงๆ เพราะไม่รู้ว่าไปปล่อยไก่หรือทำกิริยาอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า ดูท่าแล้วเขาจะเป็นคนสำคัญของที่นี่ไม่น้อย หรือว่าเธอเข้าใจผิดไปเอง พนักงานใหม่ที่จะเข้าสัมภาษณ์งานในวันนี้พร้อมๆ กันกับเธอ...คงไม่ใช่เขา

“ไอ้ดี้เอ๊ย! แกเสร็จแน่ แล้วอย่างนี้เขาจะรับแกเข้าทำงานเหรอวะ”

นิ้วมือเกาศีรษะตัวเองไปมา ก่อนจะค่อยๆ ชำเลืองมองเขาที่เดินพ้นประตูไป ทว่าดวงตาคมเข้มคู่นั้นยังไม่วายมองตรงมาที่เธออย่างเอาเรื่องเช่นกัน

เจ้าของห้องเงยหน้าจากเอกสารขึ้นในทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา ก่อนจะลุกขึ้นและผายมือไปที่ชุดรับแขกด้านหน้า ใบหน้าที่เคร่งเครียดจนหัวคิ้วยับย่นคลายออกและมีรอยยิ้มน้อยๆ เข้ามาแทนที่ รวมไปถึงแววตาคมเข้มคู่นั้นที่แม้จะร่วงโรยและอ่อนล้าไปตามวันเวลา ทว่าขณะนี้มันกลับฉายแววยินดีในอะไรบางอย่างจนเปี่ยมล้น

“นั่งสิดิน นิกรขอบคุณมากที่ไปตามมาให้ ไปเหอะ เดี๋ยวผมสัมภาษณ์ให้เอง” เจ้าของห้องพยักหน้าให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพียงนิดก่อนจะส่งรอยยิ้มทั้งหมดนั้นมาที่เขา

‘คุณเกียรติกร รัตนโอฬารสภา’ เถ้าแก่หรือท่านประธานก็แล้วแต่ว่าพนักงานจะเรียกกัน ซึ่งพนักงานรุ่นเก่าหน่อยก็จะเรียกว่าเถ้าแก่ แต่ถ้าเป็นพนักงานรุ่นใหม่โดยมากแล้วก็จะเรียกว่าท่านประธานกันทั้งนั้น เจ้าของบริษัท เกียรติกรเพลสพาร์ท จำกัด ในวัย 55 ปี แต่ยังดูหนุ่มกว่าอายุอยู่มาก ทว่าในรอบ 3 ปีนี้ เกียรติกรกลับต้องเผชิญกับภาวะสถานการณ์ธุรกิจที่ไม่ค่อยมั่นคงและยังต้องเผชิญกับสารพัดโรคที่เริ่มจะมาเยือน ทำให้เขาดูแก่ไปมากกว่าครั้งล่าสุดที่พบกัน

“สวัสดีครับ” กฤปมัยยกมือไหว้ก่อนจะนั่งลงตามที่ท่านเชื้อเชิญ

“เป็นไง ขับรถมาเหนื่อยมั้ย” สายตาห่วงใยและน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างที่สุดส่งตรงไปยังคนที่นั่งอยู่ในฝั่งตรงกันข้าม คำทักทายที่ไม่ได้ต่างไปจากการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ทว่าคนถามก็รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจยิ่งนัก แค่ได้เห็นเขาในอาณาจักรนี้

“ไม่เหนื่อยครับ แค่ไม่กี่ชั่วโมง” ดวงตาคมเข้มไหววูบลงเพียงนิดเพราะรับรู้ในบางสิ่งที่เจ้าของอาณาจักรแห่งนี้พยายามจะสื่อออกมา แต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ของเขา สถานที่แห่งนี้มีเจ้าของโดยชอบธรรมอยู่แล้ว

“ขอบใจและขอโทษนะที่ทำให้ต้องลำบาก แต่...” น้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะก้อนความรู้สึกบางอย่างกำลังปะทุ ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งนั้นเสมือนกระจกย้อนเวลาไปสู่อดีตที่เขากำลังใช้สายตาพร่าเลือนตามวัยและพร่าเลือนเพราะหยาดน้ำบางอย่างเพ่งมองให้เต็มตา

“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ” เพราะท่าทีลำบากใจที่จะเอ่ยนั้นทำให้เขาเป็นฝ่ายชิงพูดเสียเอง เพราะบางสิ่งบางอย่างก็ไม่อยากรื้อฟื้นขึ้นมาให้กระทบกระเทือนจิตใจกันและกัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเจ้าหัวใจ
9.5
รามสูรผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยถูกสตรีใดปฏิเสธ จนกระทั่งได้พบกับเมขลา หญิงสาวคนแรกที่กล้าหันหลังให้เขา แม้ค่ำคืนอันเร่าร้อนจะทำให้เขาลุ่มหลงในตัวเธอมากเพียงใด แต่เธอกลับพยายามหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงตัดสินใจวางแผนการร้ายเพื่อกักขังเธอไว้ในฐานะทาสรักส่วนตัว ทว่าในระหว่างที่เขากำลังควบคุมทุกอย่างตามใจปรารถนา รามสูรกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากำลังถูกเธอครอบครองไปทีละน้อยจนกลายเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย บำบัดรักแฟนเพื่อน
9.3
แสนดีมุ่งมั่นศึกษาวิชาจิตเวชศาสตร์โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือญะญ๋าเพื่อนสนิทของเธอ แต่โชคชะตากลับพลิกผันทำให้เธอต้องมารับหน้าที่ดูแลรักษาอาการป่วยทางจิตของหมอปืนซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของญะญ๋าแทน แสนดีให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นกับเพื่อนรักว่าเธอจะทุ่มเทรักษาหมอปืนให้หายดีเป็นปกติเพื่อที่ญะญ๋าจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลใจอีกต่อไป ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในการบำบัดรักษาจิตใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา
8.8
ภายใต้ความสัมพันธ์ลับที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีเงื่อนไขในฐานะเด็กในปกครองของคุณดิน กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดและไม่อาจละเมิดได้คือการห้ามมอบหัวใจให้แก่กันอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางโลกของมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยอำนาจและแรงดึงดูดที่แสนอันตราย เธอต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาพันธสัญญาแห่งความเย็นชานี้ไว้ แม้ว่าความใกล้ชิดจะคอยสั่นคลอนความรู้สึกเพียงใดก็ตาม บทพิสูจน์ใจครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรเมื่อหัวใจเริ่มไม่ฟังคำสั่งและก้าวข้ามเส้นแบ่งที่เขาขีดไว้ตั้งแต่วันแรก
หน้าปกนวนิยาย ยอดพธูเทพบุตร  [Demigod’s Bride]
8.0
ณิชาต้องประหลาดใจเมื่อภีมะมารับเธอไปทานมื้อเช้าตั้งแต่เจ็ดโมงตรง ชายหนุ่มในชุดกึ่งสูทสุดเนี้ยบเผยว่าเขาตื่นตีห้าเป็นกิจวัตรตามระเบียบวินัยอันเคร่งครัดของตระกูลมหาเศรษฐีที่ปลูกฝังไม่ให้ลูกหลานนอนตื่นสาย แม้หญิงสาวจะสงสัยในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและตารางชีวิตที่ดูจริงจังของเขา แต่ภีมะก็ยืนยันว่าในฐานะว่าที่สะใภ้ เขาจะยอมผ่อนปรนให้เธอได้ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ของครอบครัว บทสนทนาเรียบง่ายนี้สะท้อนถึงตัวตนและจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่