ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดุจดาวโอบดิน

ดุจดาวโอบดิน

กฤปมัย เจ้าของไร่หนุ่มต้องรับภารกิจลับในฐานะผู้จัดการ QA เพื่อกวาดล้างการทุจริตภายในบริษัทอะไหล่ยนต์ เขาต้องเผชิญหน้ากับหนอนบ่อนไส้เจ้าเล่ห์ที่กัดกินองค์กรจนสั่นคลอน ทว่าท่ามกลางความตึงเครียด เขากลับพบรักกับดาวินี พนักงานจัดซื้อสาวที่เข้ามาสั่นคลอนหัวใจในเวลาที่ไม่เหมาะสม กฤปมัยต้องเร่งกระชากหน้ากากคนโกงและกอบกู้ความเชื่อมั่นของพนักงานคืนมา พร้อมกับพิสูจน์ความจริงใจให้ดาวินีเชื่อว่าความรักของเขาไม่ใช่เพียงการหลอกใช้เพื่อผลประโยชน์ของภารกิจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

“กระเป๋าเสื้อผ้ามีเยอะมั้ยจะได้ให้เด็กไปยก เดี๋ยวจะพาไปดูห้อง”

“ท่านครับ...”

เกียรติกรชะงักกับคำเรียกขานของเขา สีหน้ามีแววเศร้าเพียงนิดก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มอย่างรอคอยสิ่งที่เขาจะพูดออกมา

“ผมเช่าห้องไว้แล้ว อยู่ด้านหลังโรงงานนี่แหละครับ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเขาคิดว่าสุภาพที่สุดแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนความรู้สึกกันและกันไปมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะปฏิเสธความหวังดีนั้น แต่เพราะไม่อยากสร้างความยุ่งยากที่เริ่มก่อเค้าให้มากไปกว่านี้

สิ่งที่เขาพูดเป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว ทว่าแววตาผ่านพ้นวันเวลาที่ฉายแววเจ็บปวดชั่วครู่ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ความสูงที่เขามองเห็นแล้วว่ามันไม่ได้แตกต่างกันเลย ไหล่หนาตั้งตรงดั่งคนพร้อมไปด้วยอำนาจสิทธิ์ขาด สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นแต่คนอื่นจะไม่มีวันเห็นก็คือ แรงกดทับแห่งภาระที่ไหล่หนาตั้งตรงนี้แบบรับไว้และภาระนั้นกำลังจะเปลี่ยนมือ

ดวงตาผ่านโลกมาเนิ่นนานมองตรงไปยังเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่คงอยู่ในวัยไล่เลี่ยกับบุตรสาวของเขาพร้อมประเมินสิ่งที่ต้องการไปด้วย แววตากระตือรือร้นและดูไม่ยอมคนนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะเห็น และเขาก็หวังว่าเธอจะเป็นดั่งที่เขาคาดคิด

“คุณดาวินี คุณจบอะไรมานะ”

ชายหัวล้านเลี่ยนร่างอ้วนฉุส่งคำถามมายังเธอ คำถามที่ทำให้ดาวินีนึกฉุน

‘มันก็เขียนอยู่ทนโท่ ทำไมไม่อ่านนะ’

สายตาหลุบต่ำมองใบสมัครงานที่อยู่ในมือเขา ทำให้นิกรชะงักค้างก่อนจะก้มลงมองข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ประกอบการสมัครงานของหญิงสาวตรงหน้า

“ก็รู้น่ะว่าเขียนไว้แล้ว แต่ขั้นตอนการสัมภาษณ์ก็คือการสัมภาษณ์ ถ้าให้ผมมาอ่านที่คุณเขียนไว้ ก็ไม่ต้องเรียกมาสัมภาษณ์แล้วสิ ว่าไง...เรียนจบอะไรมา” เสียงถามย้ำอย่างกลัวเสียฟอร์ม พลางลูบเส้นผมที่มีอย่างน้อยนิดบนศีรษะไปมา

“การตลาด เอกการจัดการทั่วไปค่ะ” ใบหน้ายิ้มทว่าเหงื่อเหมือนจะไหลซึมที่ฝ่ามือมากยิ่งขึ้น เพราะกลัวช่วงเวลาแห่งการสัมภาษณ์งานที่สุด ทำไมนะเธอถึงไม่เจอบริษัทที่อ่านเฉพาะใบสมัครโดยไม่ต้องสัมภาษณ์บ้าง

“ตำแหน่งที่มาสมัครนี่ อืม...เจ้าหน้าที่จัดซื้อ ที่ทำงานเก่าของคุณก็ดีอยู่แล้วนี่ ทำไมถึงออกล่ะ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น ก็ผมบอกแล้วว่ามันเป็นขั้นตอนการสัมภาษณ์”

ดาวินีรู้สึกเหมือนจะหัวเสียขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจอคำถามปราบเซียนอย่างนี้ คำถามที่ไม่เหลือช่องว่างสำหรับมารยาทต่อกันแต่ก็ช่างเป็นคำถามยอดฮิตเสียจริง เพราะ 3 บริษัทที่ไปสัมภาษณ์มาก็ถามคำถามนี้กันทั้งนั้น และคำตอบของเธอก็ดันเป็นตัวชี้วัดที่จะได้งานหรือไม่ได้เสียด้วย

“เอ่อ...” อาการน้ำท่วมปากเหมือนจะเกิดขึ้นดื้อๆ เธอควรพูดออกไปใช่ไหม หรือควรคิดประดิษฐ์คำใหม่เอาให้สวยหรู เพื่อหวังผลการได้งานในวันนี้ เธอควรจะพูดแบบไหนออกไปดี

“ตอบมาตรงๆ ได้เลย ผมชอบคนตรง”

ใบหน้าอูมที่เธอคิดว่าเหมือนซานตาคลอสที่ไร้เส้นผมเลิกคิ้วสูงเชิงอนุญาตช่างบีบคั้นให้เธอต้องพูดตัวชี้วัดว่าจะได้งานหรือไม่ได้งานในวันนี้เสียจริง และเธอก็ต้องตัดสินใจ

“มีปัญหากับเจ้านายค่ะ ก็เลยต้องออก” น้ำเสียงแผ่วเบาออกจะหงอยเหงาเสียด้วยซ้ำเปล่งคำตอบที่ทำให้เธอต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ งานที่ต้องเสียไปเพราะความไม่ยอมคน ไม่ยอมทำในสิ่งที่ผืนความรู้สึกตัวเองจนสุดกู่ และครั้งนี้ก็คงไม่รอด

‘น้าน! ตอบแบบนั้นล่ะไอ้ดี้ แกชวดอีกงานนึงแล้ว’

แต่ตรงหน้าที่เห็น ซานตาคลอสของเธอเหมือนจะชะงักจนในคำพูดไปชั่วครู่ ดวงตาสอดรู้มากด้วยประสบการณ์เพ่งมาที่เธออย่างกำลังประเมินมองสิ่งแปลกประหลาดอะไรสักอย่าง ดาวินีรู้สึกถึงเสียงหัวใจตัวเองที่เริ่มดังขึ้นๆ จนทำให้เธอทนไม่ไหวอีกแล้ว

“ดิฉันลาล่ะค่ะ ขอบคุณที่กรุณาเรียกดิฉันมาสัมภาษณ์” ร่างบางพนมมือไหว้ก่อนจะลุกพรวดอย่างเร็ว ท่าทางอ้าปากหวอนั้นมันสั่นประสาทจนดาวินีต้องหลับตาปี๋

‘ต้องไปให้พ้นเร็วๆ ไอ้ดี้ เอ๊ย!’

“เดี๋ยวก่อนๆ คุณดาวินี ผมยังสัมภาษณ์ไม่เสร็จเลย” นิกรลุกพรวดตามพร้อมร้องห้ามรัวเร็ว กิริยาที่เธอทำเหมือนจะทำให้นิกรฝันค้างไปไกล มือไม้ส่งไปราวจะคว้าตัวไว้ให้ได้แต่ก็คว้าไว้ไม่ทัน เพราะสาวน้อยหายากกว่าเพชรในตมที่ประเมินค่าได้ในเวลานี้กระโดดทีเดียวก็ถึงประตูทางออก

“เออ...ดิฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระค่ะ ดิฉันลาล่ะค่ะ” มือจับลูกบิดประตูเตรียมเปิด ท่าทางอยากคว้าตัวเธอของนิกรทำให้ดวงตากลมโตฉายแววแขยงขน นี่เธอกำลังจะถูกบีบคอหรือไงที่ดันพูดจาขวากผ่าซากออกไปแบบนั้น

‘ใครจะอยู่รอเชือดล่ะ ไปหาตายเอาดาบหน้าดีกว่า บรื้อ...’ อาการขนลุกขนพองแล่นวาบไปทั้งร่าง

“คุณจะไม่ฟังระเบียบบริษัทและอัตราเงินเดือนก่อนเหรอ”

น้ำเสียงกลั้วขำออกจะเอ็นดูที่ได้ยินทำให้ดาวินีชะงักหันควับทันที ดวงตากลมโตมองตรงไปยังเจ้าของฉายาซานตาคลอสอย่างไม่ยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่รอยยิ้มพร้อมใบหน้าที่พยักน้อยๆ ของนิกรก็แทบจะทำให้เธอร้องไชโยออกมาดังๆ

“คุณนิกร จะรับดิฉันเข้าทำงานหรือคะ จริงๆ หรือคะ” รอยยิ้มระบายไปทั่วใบหน้า แม้จะได้ยินในสิ่งที่นิกรบอกแต่เธอก็อยากได้ยินให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครั้งนี้เธอคิดถูกที่พูดตามใจนึก

“อืม...นั่งลงก่อนสิ ก็ผมบอกแล้วไงว่าชอบคนตรง คุณสมบัติของคุณข้อนี้...ผ่าน”

นิกรผายมือไปด้านหน้าใบหน้ายกยิ้มอย่างสมใจ เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของพนักงานใหม่ที่เขาเพิ่งตัดสินใจได้เมื่อครู่ หวังว่าสิ่งที่เขาคิดไว้จะเป็นจริงและสำเร็จได้ตามที่ใจนึก เมื่อได้ ‘ผงซักฟอก’ ตัวใหม่มาลองใช้ และดีไม่ดีอาจจะแปลงร่างเป็น ‘สก๊อตช์ไบรต์’ ได้ด้วย และนั่นมันคือสิ่งที่ต้องลุ้นอย่างสุดๆ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเจ้าหัวใจ
9.5
รามสูรผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยถูกสตรีใดปฏิเสธ จนกระทั่งได้พบกับเมขลา หญิงสาวคนแรกที่กล้าหันหลังให้เขา แม้ค่ำคืนอันเร่าร้อนจะทำให้เขาลุ่มหลงในตัวเธอมากเพียงใด แต่เธอกลับพยายามหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงตัดสินใจวางแผนการร้ายเพื่อกักขังเธอไว้ในฐานะทาสรักส่วนตัว ทว่าในระหว่างที่เขากำลังควบคุมทุกอย่างตามใจปรารถนา รามสูรกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากำลังถูกเธอครอบครองไปทีละน้อยจนกลายเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย บำบัดรักแฟนเพื่อน
9.3
แสนดีมุ่งมั่นศึกษาวิชาจิตเวชศาสตร์โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือญะญ๋าเพื่อนสนิทของเธอ แต่โชคชะตากลับพลิกผันทำให้เธอต้องมารับหน้าที่ดูแลรักษาอาการป่วยทางจิตของหมอปืนซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของญะญ๋าแทน แสนดีให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นกับเพื่อนรักว่าเธอจะทุ่มเทรักษาหมอปืนให้หายดีเป็นปกติเพื่อที่ญะญ๋าจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลใจอีกต่อไป ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในการบำบัดรักษาจิตใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา
8.8
ภายใต้ความสัมพันธ์ลับที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีเงื่อนไขในฐานะเด็กในปกครองของคุณดิน กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดและไม่อาจละเมิดได้คือการห้ามมอบหัวใจให้แก่กันอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางโลกของมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยอำนาจและแรงดึงดูดที่แสนอันตราย เธอต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาพันธสัญญาแห่งความเย็นชานี้ไว้ แม้ว่าความใกล้ชิดจะคอยสั่นคลอนความรู้สึกเพียงใดก็ตาม บทพิสูจน์ใจครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรเมื่อหัวใจเริ่มไม่ฟังคำสั่งและก้าวข้ามเส้นแบ่งที่เขาขีดไว้ตั้งแต่วันแรก
หน้าปกนวนิยาย ยอดพธูเทพบุตร  [Demigod’s Bride]
8.0
ณิชาต้องประหลาดใจเมื่อภีมะมารับเธอไปทานมื้อเช้าตั้งแต่เจ็ดโมงตรง ชายหนุ่มในชุดกึ่งสูทสุดเนี้ยบเผยว่าเขาตื่นตีห้าเป็นกิจวัตรตามระเบียบวินัยอันเคร่งครัดของตระกูลมหาเศรษฐีที่ปลูกฝังไม่ให้ลูกหลานนอนตื่นสาย แม้หญิงสาวจะสงสัยในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและตารางชีวิตที่ดูจริงจังของเขา แต่ภีมะก็ยืนยันว่าในฐานะว่าที่สะใภ้ เขาจะยอมผ่อนปรนให้เธอได้ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ของครอบครัว บทสนทนาเรียบง่ายนี้สะท้อนถึงตัวตนและจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่