ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดุจดาวโอบดิน

ดุจดาวโอบดิน

กฤปมัย เจ้าของไร่หนุ่มต้องรับภารกิจลับในฐานะผู้จัดการ QA เพื่อกวาดล้างการทุจริตภายในบริษัทอะไหล่ยนต์ เขาต้องเผชิญหน้ากับหนอนบ่อนไส้เจ้าเล่ห์ที่กัดกินองค์กรจนสั่นคลอน ทว่าท่ามกลางความตึงเครียด เขากลับพบรักกับดาวินี พนักงานจัดซื้อสาวที่เข้ามาสั่นคลอนหัวใจในเวลาที่ไม่เหมาะสม กฤปมัยต้องเร่งกระชากหน้ากากคนโกงและกอบกู้ความเชื่อมั่นของพนักงานคืนมา พร้อมกับพิสูจน์ความจริงใจให้ดาวินีเชื่อว่าความรักของเขาไม่ใช่เพียงการหลอกใช้เพื่อผลประโยชน์ของภารกิจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังทำงานอย่างสอดประสานเป็นจังหวะสม่ำเสมอดังแว่วมาจากด้านในโรงงาน ทำให้เจ้าของดวงตาคมเข้มตื่นจากภวังค์ก่อนจะกวาดสายตามองไปให้ทั่วบริเวณ อาณาจักรแห่งนี้คือสถานที่ที่เขาจะต้องมาอยู่ทั้งที่ไม่เคยคาดคิดสักนิด ทว่าความจริงก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถหนีได้พ้น และนอกเหนือไปจากความจริงที่รู้อยู่แก่ใจนั้นกลับสอดแทรกด้วยความเจ็บปวดอย่างลึกๆ ที่รู้ว่าเวลาที่เหลืออยู่นี้ช่างน้อยนิดนัก ทุกวินาทีที่ก้าวผ่านไปมีค่าและหน้าที่ที่รับมอบมาเขาก็ต้องทำให้สำเร็จให้จงได้

ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินสำรวจไปมารอบๆ ห้องประชุมใหญ่ที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์รองรับการประชุมหรือการสัมมนาที่ทันสมัย พร้อมเกียรติบัตรอันบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมประดับอยู่ตามผนัง รวมทั้งภาพผู้บริหารสูงสุดที่เด่นเป็นสง่าอันจะบ่งบอกถึงอำนาจที่มีอย่างเต็มที่ภายในอาณาจักรแห่งนี้ และเป็นคนที่ชักพาเขาสู่หน้าที่ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย

วันนี้บริษัท เกียรติกรเพลสพาร์ท จำกัด หรือที่คนทั่วไปรู้จักก็คือ KPP ได้รับพนักงานใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการของฝ่ายรับประกันคุณภาพ(Quality Assurance) หรือที่พนักงานเรียกกันว่า ‘ฝ่าย QA’ แทนผู้จัดการคนเก่าที่ได้เกษียณอายุไป ข่าวการรับ ผจก.QA คนใหม่ไม่ได้ทำให้พนักงานสนใจมากเท่าที่ควร เพราะคนที่จะมาก็แค่ ‘ผู้ร้ายคนใหม่’ หรืออาจจะเรียกว่า ‘ตำรวจตรวจสอบ’ ตามที่ฝ่ายผลิตจะเรียกเอาเมื่อลับหลังก็เท่านั้น

แต่เมื่อคนที่กล่าวถึงปรากฏตัว ไฟลามทุ่งจึงแพร่ไปทั่ว KPP ทันที เพราะชายหนุ่มวัย 33 ปี ที่ทั้งหล่อ เท่ สมาร์ท สูงยาวเข่าดี ในมาดแบบนุ่มๆ นิ่งลึกนั้น แทบจะทำให้สาวเล็กสาวใหญ่ตลอดจนลิง ค่าง บ่าง ชะนี ร้องโหยหวนหาคู่กันให้แซด ‘กฤปมัย ทองภูผา’ นั่นคือชื่อของเขา

“นังแจ๋ว แกได้ยินเรื่องผู้จัดการ QA. คนใหม่ล้อหล่อหรือเปล่าแก”

“ไม่ได้ยินก็หูหนวกแล้วแหละ ดูดิ!”

แจ๋วพนักงานสาวชี้ชวนให้เพื่อนพนักงานด้วยกันดูเหล่าสาวๆ ทั้งสาวแท้และสาวเทียมที่ด้อมๆ มองๆ แออัดกันอยู่หน้าห้องประชุมจนเธอกลัวว่าประตูห้องจะผลุบเข้าไปด้านในเสียก่อน เพราะมีแต่คนอยากมายลโฉมผู้ชายหล่อๆ ที่นานๆ ทีจะโฉบเข้ามาในโรงงานสักครั้ง ทั้งยังภาวนาให้คนนี้อยู่ทนอยู่นานอยู่ให้เป็นอาหารตาอาหารใจไปนานๆ ด้วยเถอะ

หญิงสาวผมยาวประบ่าในชุดเดรสสีครีมคาดเข็มขัดสีน้ำตาลเดินอย่างระมัดระวังไปยังทิศทางที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือที่เธอเรียกสั้นๆ ว่า ‘รปภ. หรือ ยาม’ ที่สุดแล้วแต่ใครจะเรียกบอกทาง รองเท้าส้นสูงที่ไม่เคยชินสักนิดแต่ต้องจำยอมใส่มาเพื่อภาพพจน์ที่ดูดีในวันสัมภาษณ์งาน หากโชคดีเธออาจจะได้งานที่นี่ก็ได้ เพราะพี่ยามสุดหล่อที่หน้าคล้ายพี่หม่ำยังกับแกะกันออกมานั้นกระซิบบอกว่า เจ้าหน้าที่จัดซื้อลาออกไปพอดี เธอจึงมีหวังที่จะได้งาน

เสียงเครื่องจักรที่เธอคิดว่ามันน่ากลัวนักในความรู้สึกยังดังอยู่อย่างต่อเนื่อง เครื่องสีดำ เขียว ฟ้า ที่มองเห็นอยู่ไม่ไกลนั้นดูน่าสะพรึงกลัวกับคนที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะสัมผัสงานแบบนี้ แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อมาก่อน แต่เธอก็เป็นเพียงเจ้าหน้าที่จัดซื้อในร้านฮาร์ดแวร์ขนาดกลางเท่านั้น ซึ่งคงเทียบไม่ได้กับธุรกิจขนาดยักษ์ที่ลงเครื่องจักรกำลังตัน*มากๆ ใช้สำหรับผลิตงานโลหะชิ้นใหญ่ๆ โดยเฉพาะ

ผู้คนที่ดูแออัดกันอยู่หน้าบริเวณที่คาดว่าจะเป็นห้องประชุมทำให้ดาวินีรู้สึกแปลกใจ เพราะพี่ยามบอกว่ามีพนักงานมารอสัมภาษณ์ก่อนเธอแล้ว 1 คน และที่มาออกันอยู่หน้าห้องนี่ล่ะเรียกว่าอะไร

“พี่คะ...พี่คะ” นิ้วน้อยๆ กล้าๆ กลัวๆ ที่จะสะกิดเรียกแต่ก็ต้องทำเพราะไม่อย่างงั้นคงผ่านด่านเข้าไปไม่ได้แน่

“อ่ะ! อย่ามายุ่ง กำลังดูคนหล่ออยู่ คนอะไรไม่รู้ล้อหล่อ โถ...พ่อยอดขมองอิ่มของเจ๊ ทำบุญมาด้วยอะไรนะถึงได้หล่อแบบนี้” พนักงานสาวร่างใหญ่บัดมือของดาวินีที่จิ้มอยู่ที่บ่าออกอย่างรำคาญ

“พี่คะ...พี่คะ!” สาวร่างเล็กป้องปากส่งเสียงแปดหลอดเข้าสู่กกหูพนักงานสาวที่ยืนบังหน้าห้องประชุมจนมิด ขนาดตัวเธอคงสู้ไม่ได้แต่เสียงไม่เป็นรองใครแน่ และมันก็ได้ผล

“จะเรียกทำไมนัก ว้าย! ตาเถรตกยายชีหล่น”

พนักงานสาวหันมาทำท่าจะเอาเรื่อง แต่เมื่อเห็นเป็นคนไม่รู้จักทั้งรูปลักษณ์ยังแตกต่างไปจากพวกเธอโดยสิ้นเชิงทำให้เธอร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะตามมาด้วยวงแตกฮือเพราะเหล่าพนักงานที่หันมามองดาวินีเป็นตาเดียวนั้นต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง

‘Meeting Room’

ป้ายหน้าห้องที่บ่งบอกสถานะทำให้ดาวินีต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะ 3 ครั้ง เพราะรู้ว่ามีคนอยู่ก่อนแล้ว

‘ว้าว...หล่ออะ!’ คำอุทานในใจพร้อมดวงตากลมโตเบิกกว้างมากขึ้นเพราะคนที่เห็นอยู่ด้านในนั้นสะกดทุกลมหายใจเข้าออกจริงๆ

ชายหนุ่มในรูปลักษณ์เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีฟ้ากับกางเกงยีนส์สีเข้ม เรือนร่างสูงโปร่งสมส่วนแข็งแรงรับกับเส้นผมที่เหมือนไม่ได้ใส่ใจจะหวีมากนัก คิ้วเข้มเรียงตัวกันสวยรับกับดวงตาคมเข้มที่มองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจการไปการมาของเธอสักนิด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูปน่าสัมผัส ประกอบกับไรหนวดเขียวๆ ครึ้มๆ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนเจอเทพบุตรอยู่กลางดงเหล็กซะงั้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเจ้าหัวใจ
9.5
รามสูรผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยถูกสตรีใดปฏิเสธ จนกระทั่งได้พบกับเมขลา หญิงสาวคนแรกที่กล้าหันหลังให้เขา แม้ค่ำคืนอันเร่าร้อนจะทำให้เขาลุ่มหลงในตัวเธอมากเพียงใด แต่เธอกลับพยายามหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงตัดสินใจวางแผนการร้ายเพื่อกักขังเธอไว้ในฐานะทาสรักส่วนตัว ทว่าในระหว่างที่เขากำลังควบคุมทุกอย่างตามใจปรารถนา รามสูรกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากำลังถูกเธอครอบครองไปทีละน้อยจนกลายเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย บำบัดรักแฟนเพื่อน
9.3
แสนดีมุ่งมั่นศึกษาวิชาจิตเวชศาสตร์โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือญะญ๋าเพื่อนสนิทของเธอ แต่โชคชะตากลับพลิกผันทำให้เธอต้องมารับหน้าที่ดูแลรักษาอาการป่วยทางจิตของหมอปืนซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของญะญ๋าแทน แสนดีให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นกับเพื่อนรักว่าเธอจะทุ่มเทรักษาหมอปืนให้หายดีเป็นปกติเพื่อที่ญะญ๋าจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลใจอีกต่อไป ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในการบำบัดรักษาจิตใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา
8.8
ภายใต้ความสัมพันธ์ลับที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีเงื่อนไขในฐานะเด็กในปกครองของคุณดิน กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดและไม่อาจละเมิดได้คือการห้ามมอบหัวใจให้แก่กันอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางโลกของมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยอำนาจและแรงดึงดูดที่แสนอันตราย เธอต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาพันธสัญญาแห่งความเย็นชานี้ไว้ แม้ว่าความใกล้ชิดจะคอยสั่นคลอนความรู้สึกเพียงใดก็ตาม บทพิสูจน์ใจครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรเมื่อหัวใจเริ่มไม่ฟังคำสั่งและก้าวข้ามเส้นแบ่งที่เขาขีดไว้ตั้งแต่วันแรก
หน้าปกนวนิยาย ยอดพธูเทพบุตร  [Demigod’s Bride]
8.0
ณิชาต้องประหลาดใจเมื่อภีมะมารับเธอไปทานมื้อเช้าตั้งแต่เจ็ดโมงตรง ชายหนุ่มในชุดกึ่งสูทสุดเนี้ยบเผยว่าเขาตื่นตีห้าเป็นกิจวัตรตามระเบียบวินัยอันเคร่งครัดของตระกูลมหาเศรษฐีที่ปลูกฝังไม่ให้ลูกหลานนอนตื่นสาย แม้หญิงสาวจะสงสัยในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและตารางชีวิตที่ดูจริงจังของเขา แต่ภีมะก็ยืนยันว่าในฐานะว่าที่สะใภ้ เขาจะยอมผ่อนปรนให้เธอได้ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ของครอบครัว บทสนทนาเรียบง่ายนี้สะท้อนถึงตัวตนและจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่