
ซีรีส์อย่ารักคนใจร้าย
ตอน 2
ก่อนตายได้รับปากพี่สาวเอาไว้แล้วว่าเธอต้องเป็นรินลดา หากเธอเป็นรุ้งรวิดา ทุกอย่างก็จะเลวร้ายยิ่งกว่าที่เป็นอยู่
รุ้งรวิดาออกจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกรวดร้าวไปหมดในอก
บิดามารดารีบจัดงานศพ รีบเผา ไม่ได้บอกใคร ว่าลูกคนเล็กตาย และปัทมาเพื่อนรักของรินลดาก็ช่วยจัดการทุกอย่างให้ บิดามารดาเลยไม่ยุ่ง
ขนาดศพมารดายังอยากให้เผาเร็วๆ ไปเสียให้พ้น ๆ ไม่อยากให้สิ้นเปลืองต้องเก็บไว้หลายวัน ถ้าเธอมีชีวิตอยู่ก็เหมือนหมาตัวหนึ่ง
ปัทมาบีบมือของเธออย่างให้กำลังใจแต่ไม่พูดอะไร เธอนึกสงสัยว่าปัทมารู้ไหมว่าเธอไม่ใช่พี่สาว
รุ้งรวิดานำอัฐิของพี่สาวมาลอยอังคาร ไม่ได้เห็นหน้ากันเป็นครั้งสุดท้ายเพราะศพเละมาก ตอนใส่โลงก็ไม่ได้รดน้ำศพ ตอนเผาเขาก็เผาไปทั้งโลงอย่างนั้น
“หน้ามันเละขนาดนั้น จะไปมองหน้ามันทำไมให้เสียลูกตา” นั่นคือประโยคของมารดา
รุ้งรวิดาร้องไห้น้ำตาซึม อธิษฐานในใจว่าเธอจะเป็นรินลดาที่มีความสุขเหมือนอย่างที่พี่สาวต้องการ
ห้องนอนของพี่สาวโอ่อ่าไปด้วยข้าวของราคาแพง แตกต่างจากห้องของเธอลิบลับ เพราะบิดามารดารักมาก แต่เธอไม่เคยอิจฉาพี่สาว เพราะเวลาได้ของอะไร พี่สาวก็มักที่จะแบ่งปันมาให้เธอเสมอ
พี่สาวไม่เคยเกลียดชังเธอเหมือนบิดามารดา แต่พี่สาวคอยเข้าข้างเธอเสมอ เวลาโดนบิดามารดาด่าว่าหรือตำหนิ
รินลดาคือพี่สาวที่รักเธออย่างจริงใจ
ไม่น่าเชื่อว่าก่อนตายพี่สาวยังแสดงความรักกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งทั้งเธอและรินลดาก็คงไม่รู้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ จึงเกิดผิดฝาผิดตัวกันขึ้น ทำให้เธออยู่รอดปลอดภัยต่อไปได้
หากให้บิดามารดารู้ว่าเธอคือรุ้งรวิดา โลกคงแตกแน่ ๆ
พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากันคือเรื่องจริงของโลกมนุษย์ เธอเชื่อสนิทใจเมื่อพบเจอกับตัวเอง ที่สำคัญเลยก็คือถึงแม้ว่าครอบครัวนั้น พ่อแม่จะดูรักลูกเท่าๆ กัน เหมือน ๆ กัน แต่ก็จะมีลูกที่รักมากกว่า ห่วงมากกว่า แม้จะเล็กน้อยก็ต้อง มีความไม่เท่าเทียมอยู่ จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง
รุ้งรวิดาทิ้งตัวนั่งลงบนขอบเตียง พลางหยิบกรอบรูปที่หัวเตียงมาลูบไล้เบาๆ ใบหน้าของสาวน้อยทั้งสองที่เธอลูบไล้คือเธอกับพี่สาว มันเหมือนกันจนแยกไม่ออก แต่เธอต้องทำตัวเป็นพี่สาว ต้องเลียนแบบพฤติกรรม และความร่าเริงของอีกฝ่าย เธอเป็นคนค่อนข้างเงียบเจียมเนื้อเจียมตัว แต่เธอก็อยากเป็นพี่สาว ซึ่งเป็นคนอัธยาศัยดี สนุกสนาน เฮฮา พูดให้คนอื่นหัวเราะได้ อยากเป็นที่รัก อยากเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนเสมอ
รุ้งรวิดาใช้ชีวิตตามปกติที่มหาวิทยาลัย เธอกับพี่สาวเรียนสาขาวิชาบริหารธุรกิจเหมือนกัน แต่คนละมหาวิทยาลัย ดังนั้นการเรียนจึงไม่ได้แตกต่างกันมาก เธอจึงสามารถเรียนในสาขาวิชาที่พี่สาวเรียนได้เลย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนไม่รู้เรื่อง
บิดามารดานั้นไม่ค่อยอยู่บ้าน เธอไม่ได้เจอหน้าพวกท่านเลยหลังจากงานศพ อาจเพราะต้องเดินทางบ่อย และไม่ค่อยอยู่ในประเทศ เธอไม่รู้ว่าพวกท่านไปไหนบ้าง เพราะไม่พวกท่านไม่เคยบอกอะไรเลย บอกแค่ว่าให้ตั้งใจ และทิ้งเงินเอาไว้ให้ก็แค่นั้นเอง
ซึ่งปกติพวกท่านก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เธอรับรู้จากรินลดาผู้เป็นพี่สาว
ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ บิดามารดาบอกว่าให้เธอเรียนมหาวิทยาลัยใกล้บ้านในต่างจังหวัดราคาประหยัด แต่ให้พี่สาวเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำแนวหน้าของเมืองไทย
แม้จะนึกน้อยใจ แต่เธอก็รักยายมากที่สุด อยากอยู่ใกล้ๆ ท่าน เพราะท่านชรามากแล้ว ดังนั้นการเรียนมหาวิทยาลัยใกล้บ้านจึงเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกโอเค มากกว่าไปเรียนในเมืองใหญ่
ยายปลอบว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน ถ้าเราเป็นคนดีและคนเก่ง โอกาสดีๆ ก็จะวิ่งเข้ามาหาเราเอง
“ริน” เสียงเรียกจากเพื่อน ๆ ของพี่สาวทำให้เธอหยุดกึก
รุ้งรวิดาหันไปมองก็เห็นเพื่อนสนิทพี่สาววิ่งมาหยุดยืนหอบโยนอยู่ใกล้ๆ
“รินมาก่อนเราอีก” ปัทมาพูดเสียงหอบ ๆ พลางยิ้มให้
“วิ่งทำไม หอบแย่เลยนะคะ”
“ก็วิ่งให้ทันรินไง วันนี้รินมาแปลก”
“แปลกยังไงเหรอ”
“พูดจาคะขา นะคะ ๆ แปลกๆ” ปัทมามองอย่างสงสัย
“ปะ... เปล่าไม่มีอะไรหรอกจ้ะ รินก็แค่อยากพูดเพราะๆ กับเพื่อนสนิทอย่างปัดไง”
“อ้อ... จ้ะ” ปัทมารับคำ ก่อนที่จะเดินเข้าตึกเรียนไปพร้อมกับเพื่อน
“ริน ริน ริน!”
“คะ เรียกเราเหรอ” รุ้งรวิดาเอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนพี่สาวจ้องเอาจ้องเอา
“รินเป็นอะไรนี่ ใจลอยไปไหน” ปัทมาเอ่ยถาม เพราะสนิทกันมาก ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงและความผิดปกติของเพื่อนสาว
คนตรงหน้าไม่เหมือนรินลดาเลยสักนิด แค่รูปร่างหน้าตาที่เหมือนกันเท่านั้น แต่รินลดาคนนี้พยายามทำตัวให้เหมือนรินลดาเพื่อนของเธอ
“หรือว่า...” ปัทมาเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย
“หรือว่าอะไร” รุ้งรวิดาเอ่ยถามเสียงสั่น
“รุ้งหรือเปล่า” ปัทมาถามอย่างจริงจัง
“พี่ปัท”
“หือ... รุ้งจริงๆ ด้วย แล้วคนที่ตายคือรินอย่างนั้นเหรอ” ปัทมามีสีหน้าช็อก
“ใช่ค่ะ” รุ้งรวิดารับคำก่อนจะน้ำตาร่วงพลู
“ไหนเล่าให้ฟังสิ” ปัทมาเอ่ยถาม ไม่ได้มีสีหน้าเคืองโกรธน้องสาวของเพื่อนรักคนนี้เลย เพราะรู้ว่าชีวิตของอีกฝ่ายเป็นยังไง
คุณอาจจะชอบ





