
ซีรีส์อย่ารักคนใจร้าย
ตอน 3
รุ้งรวิดาก็เล่าความจริงทุกอย่างให้ปัทมาฟัง นั่นทำให้ปัทมาถอนใจเฮือกใหญ่
“ก่อนรินตาย รินก็เคยพูดแปลกๆ ฝากฝังรุ้งเอาไว้กับปัด บอกว่าให้ช่วยดูแลรุ้งให้ดีเหมือนดูแลริน เป็นเพื่อนที่ดีของรุ้งเหมือนกับริน ตอนนั้นปัดก็งงๆ ไม่ได้คิดอะไร ไม่คิดว่าที่รินพูดมันจะเป็นลางอะไรสักอย่าง แล้วรินก็มาจากไป”
รุ้งรวิดาปล่อยโฮออกมาในทันที พี่สาวของเธอรักเธอเสมอ
“พี่รินรักรุ้งมาก เป็นพี่สาวที่ดีที่สุดในชีวิตของรุ้ง” รุ้งรวิดาพูดไปร้องไห้ไป ปาดน้ำตาเหมือนเด็กๆ
“รุ้งต้องเข้มแข็งนะ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก ปัดเองก็เสียใจพอรู้ว่ารินตายไปแล้ว แต่ชีวิตคนเราต้องก้าวเดินต่อไป รุ้งเองก็รับปากรินเอาไว้แล้วว่าจะใช้ชีวิตอยู่ให้มีความสุข รุ้งก็ต้องเป็นรินให้ได้”
“รุ้งกลัวค่ะ กลัวทุกอย่าง” รุ้งรวิดาสารภาพความจริงออกมา เธออยากมีใครสักคนให้คอยเล่าปัญหานี้ให้ฟัง ปัญหาที่เธอหวาดกลัวกับความลับที่ต้องเก็บงำ อาจเพราะว่าเธอนั้นกลัวจะทำตัวเป็นพี่สาวได้ไม่ดีจนโดนจับได้ ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี๋ยวไม่มีใครให้ระบายความอัดอั้นที่เกิดขึ้น
“กลัวว่าจะทำตัวไม่เหมือนรินใช่ไหม” แม้สองพี่น้องจะเหมือนกันเพราะเป็นฝาแฝดกัน แต่นิสัยใจคอต่างกัน คนน้องอ่อนหวานเรียบร้อยสงบเสงี่ยมกว่า ส่วนรินลดานั้นสดใสร่าเริง เป็นตัวของตัวเอง เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง
“ใช่ค่ะ พี่รินเป็นคนน่ารัก ร่าเริงแจ่มใส มีน้ำใจ” รุ้งรวิดารู้จักพี่สาวตัวเองดี ว่าพี่สาวมีความเป็นผู้นำและเก่งกาจในหลาย ๆ เรื่อง เธอกับพี่สาวเหมือนกันคือหัวดีเรียนเก่ง แต่เธอไม่ค่อยกล้าแสดงออกแบบพี่สาว
“รุ้งก็น่ารักในแบบฉบับของรุ้ง ปัดรู้จักรุ้งมาหลายปี ตั้งแต่ที่รินแนะนำให้รู้จัก รุ้งเป็นคนดีคนหนึ่งเลยล่ะ” ถึงแม้จะอายุเท่ากัน แต่ปัทมาแก่เดือนกว่า
“รุ้งกังวลค่ะ กลัวจะเป็นพี่รินได้ไม่ดี”
“ปัดอยู่นี่ทั้งคน รินฝากฝังรุ้งเอาไว้กับปัดแล้ว รินเป็นยังไง ต้องทำตัวยังไง ปัดรู้ดี ปัดจะช่วยรุ้งเอง”
“ขอบคุณค่ะปัด”
“เรียกว่าปัดเฉยๆ แบบนี้แหละ คนจะได้ไม่สงสัย อย่าหลุดเรียกว่าพี่เหมือนเรียกรินนะ” ปัทมาพูดให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย
“ค่ะปัด” รุ้งรวิดายิ้มออก แม้จะเป็นรอยยิ้มทั้งน้ำตา
“รุ้งรู้ใช่ไหมว่าทำไมก่อนตายรินถึงขอให้รุ้งเป็นริน”
“รู้ค่ะ เพราะพี่รินรักรุ้ง ไม่อยากให้รุ้ง...” เธอพูดได้แค่นั้นก่อนจะกัดปากตัวเอง รู้อยู่เต็มอกว่าเพราะอะไร แต่พูดไม่ออก ซึ่งปัทมาเองก็เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร
“กลัวพ่อกับแม่สงสัยใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“พ่อกับแม่ของรุ้งไม่สงสัยอะไรใช่ไหม” เพราะรุ้งกับรินคนละคนกัน พ่อแม่อยู่กับลูกมาจนโต น่าจะจับสังเกตได้ว่าลูกคนไหนเป็นคนไหน
คนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เด็กหรือสนิทกันจริงๆ มักจะแยกไม่ออก เพราะเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันราวกับแกะ แต่ถ้าคนไหนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด มักแยกออก
“พ่อกับแม่ไม่ค่อยมีเวลาค่ะ ท่านเดินทางไปโน่นไปนี่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะไปต่างประเทศน่ะค่ะ ก็เลยไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเท่าที่ควร แต่ถ้าอยู่ด้วยกันตลอดเวลาคุณพ่อกับคุณแม่คงจับสังเกตได้ค่ะ”
“ก็คงจริง” ปัทมาเองยังแยกออกเลยว่าคนไหนริน คนไหนรุ้ง
“ตอนงานศพพี่ริน ปัดก็ช่วยทุกอย่าง พวกท่านไม่สนใจอะไรเลย เอาแต่คุยโทรศัพท์ บ่นว่าเหนื่อย กลับไปก่อนงานเลิก มาก็เกือบเที่ยง ถ้าไม่มีปัดงานศพพี่รินคงไม่สำเร็จ” ประโยคของรุ้งรวิดาทำให้ปัทมาต้องถอนใจพรืดใหญ่
พ่อแม่ไม่รักลูกนี่คือเรื่องจริง ไม่มีความรักของปิติกับเรวดีให้แก่รุ้งรวิดาเลย นั่นจึงทำให้รินลดาเพื่อนของเธอสงสารน้องสาวฝาแฝดเป็นอันมาก
การส่งให้ไปอยู่กับยายก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดี เพราะบิดามารดาคิดว่าลูกคนเล็กเป็นตัวซวย การส่งเสียเลี้ยงดูให้ดีจึงไม่มี คิดว่าเป็นการสิ้นเปลืองเสียเปล่า ๆ ดังนั้นคนที่เลี้ยงดูรุ้งรวิดามาด้วยความยากลำบากคือคุณยายคำแก้ว
“ไม่ต้องเป็นกังวลไป ปัดจะทำให้รุ้งเป็นรินให้ได้ โดยที่ไม่มีใครสงสัย ทั้งอาหารการกิน การแต่งตัว การพูดจา และการใช้ชีวิตในแต่ละวัน แต่รุ้งควรไปดรอปเรียนที่มหาวิทยาลัยตัวเองซะ” ท้ายประโยคของปัทมาทำให้เธองง
“ทำไมต้องดรอปคะ ก็รุ้งตายไปแล้วเหลือแต่พี่ริน”
“เอาน่า เชื่อปัด งานศพไม่ได้บอกแขกเลย ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ารุ้งตาย ปัดอยากให้รุ้งทำตามที่ปัดบอก แล้วปัดจะบอกว่าทำไม”
“เอ่อ... ก็ได้ค่ะ” รุ้งรวิดารับคำอย่างงุนงง แต่ตอนนี้เธอสับสนไปหมด มีแค่ปัทมาที่คอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษา
รุ้งรวิดาพอจะรู้ว่าพี่สาวเป็นยังไง แต่จะให้ไปเป็นพี่สาวเธอก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน
“ขอบคุณปัดมากๆ นะคะ”
“นะจ๊ะ ดีกว่านะคะ” ปัทมาพูดแล้วยิ้มให้กำลังใจ
รุ้งรวิดาใช้ชีวิตของเธอในแบบฉบับพี่สาวอย่างไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีปัทมาคอยช่วยเหลือ บางวันปัทมาก็มานอนค้างด้วยกัน เพราะสนิทกันมาก ปัทมาจึงมานอนค้างบ้านเพื่อนอย่างรินลดาเป็นประจำ
คุณอาจจะชอบ





