
บ่วงรักทาสเสน่หา
ตอน 2
ในอีกมุมหนึ่งของผับ สาวๆ กลุ่มหนึ่ง มาเลี้ยงส่งท้ายความโสดให้กับเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมอย่างปานรำไพ ซึ่งสามารถปีนลงจากคานทองนิเวศน์ได้ในเวลาอันเฉียดฉิว ดังนั้นในกลุ่มห้าสาวก็จะเหลือเพียงแค่ ประณาลี ตุลยดาหรือลี สาวสวยนัยน์ตาคมคนเดียวในกลุ่มที่เกาะคานทองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทั้งที่เพื่อนในกลุ่มแก๊งค์ต่างก็ทยอยสละโสดกันไปจนหมดทุกคนแล้ว
เมื่อทุกคนมีความสุขกับชีวิตคู่กันถ้วนหน้า พวกเธอจึงไม่อยากให้เพื่อนสนิทอย่างประณาลี ที่มีอคติกับผู้ชายและชีวิตคู่ ซึ่งสาเหตุก็มาจากคนในครอบครัวของเธอนั้นเอง ที่มีแต่ผู้ชายเจ้าชู้ประตูดินไม่มีความรับผิดชอบ นับตั้งแต่พ่อบังเกิดเกล้าพี่ชาย ไม่เว้นแม้กระทั่งน้องเขย มันก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอยู่ ที่มีผู้ชายพรรค์นั้นอยู่ในวงจรชีวิตครอบครัว แต่ผู้ชายดีๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีในโลก ดังนั้นคืนนี้นอกจากจะเป็นการเลี้ยงส่งความโสดของปานรำไพแล้ว ก็จะมีปฏิบัติการณ์หาคู่จึงเกิดขึ้น
“นี่ยัยลี แกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นไง หล่อเปล่า” ประณาลีที่เพิ่งมาถึงเพราะวันนี้เลิกงานช้ากว่าปกติ เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กที่เธอรับผิดชอบเป็นพี่เลี้ยงในช่วงเวลาหลังเลิกเรียน คือตั้งแต่เวลาสี่โมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม เกิดติดธุระเลยข้อร้องให้เธออยู่ทำโอทีต่อจนถึงสามทุ่ม เอี้ยวตัวไปมองหนุ่มหล่อลูกครึ่ง ที่นั่งสาดเหล้าลงคอเป็นว่าเล่นเพียงลำพังตรงเคาน์เตอร์บาร์ และด้วยความหล่อเหลามีเสน่ห์ดึงดูดใจเพศตรงข้าม จึงมีสาวๆ แวะเวียนไปทักเขาบ่อยครั้ง เท่าที่แค่เธอหันไปมองก็มีถึงสองคน แต่ดูท่าพ่อหนุ่มลูกครึ่งจะหล่อเลือกได้ จึงไม่คิดจะสนใจหรือเล่นด้วย เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาดื่ม แล้วนั่งก้มหน้าอย่างคนทุกข์หนัก
“ก็หล่อ แล้วไง”
“สนปะ” คนถูกถามส่ายหน้าหวืออย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เล่นเอาทุกคนในกลุ่มทำหน้าเซ็ง ยกเว้นมุทิตาหรือมุกเท่านั้นที่ยิ้มจางๆ
“นี่พวกเธอ จะมาเลี้ยงส่งความโสดให้ยัยไพหรือมาหาคู่ให้ยัยลีกันแน่เนี่ย”
“แหม...ก็มาทั้งสองอย่างนั่นแหละ แกก็รู้ว่าพวกเราอายุขึ้นเลขสามกันถ้วนหน้า แต่ก็ดีหน่อยตรงที่ลงจากคานกันเกือบหมด ยกเว้นคุณประณาลีคนเดียวเท่านั้น ที่ยังไม่ยอมลงจากคาน ทั้งที่หน้าตาก็ใช่จะขี้ริ้วขี้เหร่...ถามจริงเถอะ แกไม่คิดจะหาแฟนจริงๆ เหรอยัยลี”
“ไม่ละ ชีวิตนี้ฉันขออยู่กับงานที่รัก ฉันก็พอใจแล้วละ งานมันซื่อสัตย์ ไม่เคยทรยศหรือหักหลัง” ประณาลีว่าพลางยิ้มขื่น เมื่อคิดไปถึงพฤติกรรมผู้ชายในครอบครัว ที่คอยทรยศหักหลังทำให้ชีวิตคู่เสียใจอยู่ร่ำไป
“แกจะบ้าเหรอยัยลี จะเอาคนไปเปรียบกับงานได้ยังไงกัน...ผู้ชายใช่ว่าจะเหมือนพ่อ เหมือนพี่ชาย หรือแม้แต่น้อยเขยแกไปซะทุกคน อย่างฉัน ยัยมุก ยัยปลา ยัยแหวน ยังเจอผู้ชายที่ดีเลย ทำไมแกไม่ลองเปิดใจบ้างวะ” ว่าที่เจ้าสาวบอกก่อนจะหันไปส่งสายตาหาแรงหนุนจากเพื่อนๆ แล้วก็เป็นปาณิศาที่เขยิบเข้าไปใกล้ๆ คนที่อยากเป็นโสดตลอดชีวิต พร้อมกับวางค็อกเทลสีสวยที่เพิ่งได้มาลงตรงหน้าประณาลี
“เอานี่ดื่มก่อน ฉันสั่งมาให้แกโดยเฉพาะ”
“น้ำอะไร สีสวยดี” คนที่ไม่สันทัดเรื่องเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ทุกชนิด ถามพลางยกแก้วทรงสูงที่มีน้ำสีฟ้าสวยสดใสขึ้นมอง
“เขาเรียกว่าค็อกเทล รสชาติมันหวานๆ คล้ายกับน้ำผลไม้นั่นแหละ แกลองชิมสิแล้วจะติดใจ และระหว่างที่ชิมค็อกเทลสีสวยนี้ แกก็ช่วยฟังฉันหน่อยนะว่า พวกฉันมีความเห็นตรงกันว่าผู้ชายคนนั้น...” ปาณิศาพยักพเยิดไปที่นิธิภัทร และประณาลีก็หันไปมองตามนิดหนึ่ง ก่อนจะกลับมาจิบน้ำสีฟ้าในแก้วต่อ เพราะเริ่มรู้สึกติดใจกับความหวานของมันเข้าให้แล้ว ในขณะเดียวกันหูก็ไม่ลืมที่จะฟังปาณิศาพูดไปเรื่อย
“ลักษณะท่าทางการแต่งเนื้อแต่งตัวของเขาดูดีมากเลยนะ แถมหน้าตาก็หล่อเหลา แต่ทำหน้าเหมือนคนอกหักช้ำรัก พวกฉันเลยคิดว่าแกน่าจะไปทำความรู้จักกับเขาเสียหน่อยนะ” แต่มุทิตาผู้ที่มีความเห็นแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ แย้งขึ้น
“พวกแกทุกคนเห็นด้วยกับความคิดประหลาดๆ แต่ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่เห็นด้วย จู่ๆ พวกแกจะให้ยัยลีเดินเข้าไปทำความรู้จักกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ได้ไง เป็นคนดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ และดูสิมีผู้หญิงแวะเวียนเข้าหาเขาตลอด”
“แต่เขาก็ไม่ได้เล่นด้วยหรือสนใจใครเลยนะ แสดงว่าเขาอาจจะมีดีพอตัว และถ้าเขาอกหักช้ำรักมาจริงๆ ก็ให้ยัยลีช่วยดามอกซะเลย คราวนี้ยัยลีก็อาจจะได้พบรักแท้” สาวช่างฝันอย่างวศินีหรือแหวนเอ่ยขึ้น พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมที่หน้าอกพลางทำตาลอยเพ้อฝัน
คุณอาจจะชอบ





