
บ่วงรักทาสเสน่หา
ตอน 3
“ยัยบ้า! แกจะให้ยัยลีมาหารักแท้ในที่แบบนี้เนี่ยนะ”
“อ่ะ รักแท้มันมีอยู่ทุกที่นั่นแหละ” ขณะที่มุทิตากับวศินีกำลังถกเถียงกันเรื่องรักแท้ ประณาลีที่นั่งเงียบละเลียดค็อกเทลสีสวยจนหมดแก้วก็เอ่ยขึ้น
“ที่พวกแกอยากให้ฉันไปทำความรู้จักคือผู้ชายคนนั้นใช่ไหม” นิ้วเรียวชี้ไปที่นิธิภัทร
“ใช่ๆ” ปานรำไพ วศินี และปาณิศาพูดขึ้นพร้อมกัน และยังไม่มีใครจะทันได้เอ่ยอะไรออกมา ร่างบอบบางของคนไม่อยากมีแฟนก็ลุกขึ้น เดินเซนิดๆ ไปหานิธิภัทร ที่ดื่มหนักซะจนคอแทบพับกับบาร์ตรงหน้า
“เฮ้ย! ยัยลีแกจะไปไหน” มุทิตาที่ทำท่าจะวิ่งไปรั้งเพื่อนเอาไว้ แต่สามสาวที่เหลือก็ไวพอกัน รีบช่วยกันดึงหนึ่งสาวเอาไว้ได้ทัน
“แกจะไปไหนยัยมุก ปล่อยยัยลีไปเถอะ เราเฝ้าดูห่างๆ อยู่ตรงนี้แหละ พ่อลูกครึ่งสุดหล่อคนนั้นเมาซะจนคอพับคงไม่มีปัญญาไปทำอะไรยัยลีได้หรอกน่า”
“คนเมานั่นแหละตัวดี แต่เอ๊ะ ทำไมจู่ๆ ยัยลีถึงเปลี่ยนใจไปตามคำยุของพวกแก ทั้งๆ ที่ตอนมาถึงยังส่ายหน้าหวืออยู่เลย”
“แกไม่รู้จักเหรอ น้ำเปลี่ยนนิสัยน่ะ” ปาณิศาพยักพเยิดไปที่แก้วค็อกเทลที่ตอนนี้เหลือเพียงแก้วเปล่าๆ พลางหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างพอใจในผลงาน เพราะต้องการเพิ่มความกล้าให้กับประณาลี เธอจึงได้สั่งค็อกเทลที่เพิ่มความแรงของเหล้าเขาไปอีก และมันก็มากพอที่จะทำให้คนคออ่อนอย่างประณาลีเมาได้
“แค่ค็อกเทลแก้วเดียวเนี่ยนะ ไม่น่าจะทำให้ยัยลีเมาได้ ถึงจะไม่เคยดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ก็เหอะ อย่างมากก็แค่มึนๆ” ได้ยินอย่างนั้น คนต้นคิดป้องปากหัวเราะชอบใจ
“ก็เพราะแก้วนี้...ฉันสั่งพิเศษเพื่อยัยลีโดยเฉพาะยังไงล่ะ เพิ่มความแรงของเหล้าไปอีกเท่าตัว และผลมันก็ออกมาเป็นเยี่ยงนี้แล” มุทิตามองประณาลีที่ดูจะมีนิสัยต่างออกไปจากเวลาปกติที่สติสัมปชัญญะครบถ้วน แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่คิดว่าพอเหล้าเข้าปากคนเราจะเปลี่ยนกันได้ขนาดนี้
“ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ พวกแกก็อย่ามัวมองหนุ่มๆ เพลินจนลืมดูยัยลีล่ะ เดี๋ยวฉันมา” สั่งเสร็จร่างเล็กของมุทิตาก็เดินหายออกไป เหลือเพียงสามสาวที่จ้องประณาลีกับหนุ่มหล่อลูกครึ่งคนนั้นอยู่เป็นระยะๆ แต่พอมีหนุ่มหล่อหน้าตาดีเดินผ่าน พวกเธอก็ไม่พลาดที่จะพร้อมใจกันเหลียวมองตามไปจนสุดสายตา ตามประสาผู้หญิงที่ก็ชอบมองคนหล่อ ซึ่งก็ไม่ต่างกับผู้ชายที่ชอบมองคนสวย และยิ่งมองมันก็ยิ่งเพลิน เพลินซะจนลืมคำสั่งของคนที่ไปเข้าห้องน้ำยังไม่กลับ
ท่าทางกระซิบกระซาบชี้ไม้ชี้มือของเพื่อนๆ ทำให้มุทิตาที่เพิ่งกลับมามองตาม และเมื่อจุดหมายปลายทางของสายตาทุกคนไปตกอยู่ที่หนุ่มหล่อคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก เธอก็ได้แต่ส่ายหน้า
“นี่ฉันว่าถ้าสามีและว่าที่สามีของพวกแกมาเห็นเข้า ว่าพวกแกกำลังจ้องผู้ชายราวกับจะกลืนกินอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ มีหวังได้เป็นเรื่องแน่ๆ” ทั้งสามสาวหันขวับ ก่อนปานรำไพคนที่จะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็แย้งขึ้น
“บ้า! แกก็พูดจาน่าเกลียดนะยัยมุก พวกฉันแค่มองเป็นอาหารตาก็เท่านั้นเอง จริงไหนยัยปลา ยัยแหวน” สองแนวร่วมต่างรีบพยักหน้าหงึกหงัก หากสายตานั้นยังคงจับจ้องมองหาหนุ่มหล่อคนใหม่ไปเรื่อยๆ และพอเห็นคนที่ถูกตาต้องใจ ต่างก็กวักมือเรียกแล้วพยักพเยิดให้กันดู ก่อนจะกรี๊ดออกมาเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่ในกลุ่ม
“พวกแกมัวมองหนุ่มคนนั้นทีคนนี้ที แล้วที่ฉันสั่งให้ดูยัยลีล่ะ…อะไรนี่พวกแก” มุทิตาโวยวายเล็กน้อย ที่เพื่อนอีกสองคนลากเธอเข้ากลุ่มไปดูหนุ่มหล่อหน้าใสคนหนึ่งที่กำลังจะเดินผ่านโต๊ะที่พวกเธอนั่งอยู่
“อย่าบ่นนักเลยมาดูอาหารตาดีกว่า ไม่ต้องห่วงหรอกยัยลีน่ะ...นั่งหัวโด่อยู่นั่นไง...” ปานรำไพชี้นิ้วค้าง พลางขมวดคิ้วเพ่งมองไปที่เคาน์เตอร์บาร์ ที่เมื่อครู่ยังเห็นเพื่อนของเธอกับหนุ่มลูกครึ่งคนนั้น นั่งอยู่ตรงนั้นอยู่เลย เมื่อทั้งเพ่งและกวาดสายตามองไปจนรอบก็ไม่เห็นแม้เงา ปานรำไพจึงอุทานเสียงหลง
“เฮ้ย! ยัยลีหาย!”
“ยัยลีหาย!” สามคนที่เหลือหันขวับ พร้อมกับอุทานอย่างตกใจไม่แพ้กัน มุทิตามองไปที่เคาน์เตอร์บาร์ ที่ก่อนเธอจะไปเข้าห้องน้ำ ประณาลีกับหนุ่มลูกครึ่งคนนั้นยังนั่งคุยกันอยู่เลย ก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนๆ ทั้งสามอย่างเอาเรื่อง จากนั้นจึงรีบเดินรี่เข้าไปหาบาร์เทนเดอร์หนุ่มทันที
“โทษนะคะน้อง ผู้ชายลูกครึ่งหล่อๆ ที่นั่งอยู่ตรงนี้กับผู้หญิงหน้าตาคมๆ หน่อยเขาไปไหนคะ แล้วไปตั้งแต่เมื่อไหร่ น้องพอทราบไหมคะ”
“อืม...ผมไม่ทราบหรอกครับว่าทั้งสองคนไปไหน รู้แค่ว่าออกไปได้สักพักแล้วล่ะครับ” คำตอบที่ได้ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากจะรู้แค่ว่าประณาลีคงโดยไอ้หนุ่มลูกครึ่งหน้าหล่อหิ้วไปซะแล้ว ดังนั้นมุทิตาที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก หันมาจ้องคนต้นคิดทั้งสามอย่างไม่พอใจ
“พวกแกจะทำยังไงกันล่ะทีนี้ ฉันจะเดินออกไปดูข้างนอกเผื่อจะเจอ”
“ฉันไปด้วย ยัยแหวนแกไปเชคบิล แล้วรีบตามออกมานะ” ปาณิศาบอกก่อนจะฉุดปานรำไพวิ่งตามหลังมุทิตาที่เดินลิ่วๆ ไปอย่างไม่คิดจะรอใคร เธอร้อนใจมาก กลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะทำมิดีมิร้ายเพื่อนประณาลีแล้วทิ้ง อย่างไม่สนใจใยดี และถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริง เชื่อได้เลยว่าคนอย่างประณาลีคงจะทั้งเข็ดขยาด หวาดกลัว และเกลียดชังผู้ชายมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นร้อยเท่าพันเท่า เรียกได้ว่าคงจะเกลียดเข้ากระดูกดำกันเลยทีเดียว
คุณอาจจะชอบ





