
ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด
ตอน 2
หนึ่งปีต่อมา แคว้นจิ๋งยุคโบราณ
หนานอันมาอยู่ที่นี่นานจนสามารถปรับตัวได้แล้ว และในตอนนี้เธอก็เข้าใจแล้วว่า โลกที่เธออยู่ในตอนนี้ คือโลกของนิทานพื้นบ้านที่คุณยายคนนั้นเล่าให้ฟังนั่นเอง
หลังจากฟื้นขึ้นมาหนานอันก็พบว่าตัวเองกลายเป็นคุณหนูหนานหงหง ซึ่งเป็นคุณหนูสามแห่งตระกูลแม่ทัพหนานอันเลื่องชื่อ เนื่องจากตระกูลหานเป็นตระกูลแม่ทัพใหญ่ ทุกคนในตระกูลหานต่างก็เชี่ยวชาญในเรื่องวรยุทธ์รวมทั้งหนานหงหงด้วย
ทว่าหนานหงหงกลับป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด ในตอน ที่หนานอันเข้ามาอยู่ในร่างของหนานหงหงที่กำลังฝึกบวรยุทธ์ก็เกิดหัวใจวายตายกะทันหัน หลังฟื้นขึ้นมาหนานหงหงคนเดิมได้ตายจากไปแล้ว วิญญาณที่อยู่ในร่างนี้ก็คือวิญญาณของหนานอันนั่นเอง
หลังจากที่บุตรสาวหายป่วยแม่ทัพหนานบิดาของหนานหงหงจึงส่งบุตรสาวมาที่สำนักศึกษา หวังให้เล่าเรียนวิชาความรู้ ปรัชญาสอนหญิง เพื่อให้นางเตรียมตัวออกเรือน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวรยุทธ์ให้ร่างกายได้รับความลำบากอีกต่อไป
ความจริงหนานหงหงที่รู้เกี่ยวกับเรื่องอนาคต ย่อมรู้ว่าต่อไปตระกูลหนานจะต้องล่มสลายเพราะฝ่าบาทคนใหม่ที่ขึ้นครองอำนาจไม่ไว้ใจและถูกยุยงจากฝั่งอำนาจตรงข้ามสังหารทั้งตระกูลในที่สุด
หนานหงหงคนใหม่จึงขอให้บิดาลาออกจากราชการ ย้ายไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่บ้านนอกแต่ใครเล่าจะเชื่อนาง
"เจ้ากล่าวเพ้อเจ้ออันใดกัน ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาจากความตายก็ก่อเรื่องวุ่นวายไม่รู้จบ ต่อไปเจ้าต้องขยันเล่าเรียนเพื่อที่จะกลายเป็นภรรยาที่ดีของผู้อื่น ไม่ทำให้ตระกูลหนานขายหน้าอีก"
"ท่านพ่อลูกพูดจริง ๆ นะเจ้าคะ อีกไม่นานฝ่าบาทคนนี้ก็จะตายแล้ว ป่วยเป็นโรคติดต่อตายเจ้าค่ะลูกไม่รู้ปี แต่ต้องตายแน่นอน"
"บังอาจ!"
แม่ทัพหนานถึงกับรีบปิดปากบุตรสาว หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปตระกูลหนานคงได้ตายจริง ๆ แน่
หนานหงหงถูกส่งตัวเข้าเรือน ได้แต่บ่นกับอาซูสาวใช้คนสนิท
"อาซู ข้าจะทำอย่างไรดีข้ายังไม่อยากตาย เฮ้อ..."
อาซูเองก็ไม่เข้าใจคุณหนูของตนเองนัก นางจึงได้แต่ปิดปากเงียบ ตั้งแต่คุณหนูฟื้นขึ้นมาก็มีท่าทางแปลกประหลาด หลง ๆ ลืม ๆ จำสิ่งใดไม่ค่อยได้ ก่อนนี้หน้าทุกคนจึงเอาใจใส่นางมากส่งหมอมารักษาไม่ขาด ทว่าบัดนี้ดูเหมือนว่าคุณหนูจะอาการกำเริบกว่าเดิมเสียอีก
หนานหงหงเดิมทีคิดจะเอาตัวรอดแอบหนีความตายไปเพียงลำพัง แต่คนในตระกูลหนานรักนางมากยังตามใจทุกอย่าง ดังนั้นหนานหงหงจึงบังเกิดความรู้สึกสงสาร ยิ่งหญิงชราผู้เป็นย่าคนนั้นอายุก็มากแล้วยังเป็นคนใจดีแล้วนางจะทำใจหนีเอาตัวรอดไปได้อย่างไร
หลายวันต่อมาบิดาของหนานหงหงก็ส่งนางไปร่ำเรียนวิชาในวังหลวง และในสำนักศึกษาแห่งนี้หนานหงหงก็ได้พบกับคนผู้หนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาหมากล้อม ดีดพิณ และศิลปะแห่งความเป็นกุลสตรีตามแบบฉบับขงจื๊อให้กับนาง
และที่สำคัญอาจารย์คนนี้มีใบหน้าที่เหมือนกับผู้ชายที่เธอชอบในชาติที่แล้วเป็นอย่างยิ่ง นางนิ่งค้างฟังน้ำเสียงทุ้มนุ่มด้วยความตื่นเต้น หัวใจของนางบัดนี้แทบจะหลุดออกมาจากอกแล้ว
"นามของข้าคือมู่หรง เป็นอาจารย์ของพวกเจ้ารับหน้าที่สอนการเดินหมาก เพลงพิณ โคลงกลอนและเขียนอักษร ข้าไม่ชอบให้ผู้ใดส่งเสียงดังในห้องเรียน และขอให้ทุกคนจงสำรวมให้มาก"
หนานหงหงรู้สึกตื่นเต้นและประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ได้พบกับชายหนุ่มที่มีรูปลักษณ์คล้ายคนที่ตนเองเคยชอบ ราวกับโชคชะตานำพาให้มาพบกันในอดีต แม้จะข้ามภพข้ามชาติมา แต่ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ช่างเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
เขามีใบหน้าคมสัน ผิวขาวซีด ดวงตาเรียวรีที่แฝงด้วยสติปัญญา จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากบางสีกุหลาบ เส้นผมสีดำขลับถูกมัดไว้อย่างเรียบร้อยด้วยหางม้า
เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสีขาวสะอาดตารูปร่างสูงโปร่ง แม้รูปร่างจะผอมบางแต่นางคิดว่าภายใต้ชุดคลุมตัวยาวนั้นภายในตั้งเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่เรียงกันอย่างสวยงาม
ถึงเขาจะดูเงียบขรึมจริงจังทั้งยังเป็นหนอนหนังสือแต่ก็มีเสน่ห์ที่ใคร ๆ ก็ไม่อาจต้านทาน หนานหงหงน้ำลายแทบหกลงพื้นในยามที่จ้องมองเขาเช่นนี้
คุณอาจจะชอบ





