
ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด
ตอน 3
ในเวลานั้นเองสตรีนางก็ได้ยินสตรีนางหนึ่งเอ่ยขึ้น
"น่าเสียดายหน้าตานี้ของอาจารย์มู่จริง ๆ เขาหล่อเหลาราวกับเทพเซียนที่หลุดออกมาจากภาพวาด แต่ว่าฐานะยากจนและต้นตระกูลก็ยังต่ำต้อย จนไม่มีสตรีใดชายตาแล"
ถึงมู่หรงจะสอบผ่านได้เป็นจอหงวน แต่ก็เป็นจอหงวนใหม่เขาไม่มีเส้นสายในวังหลวง ฐานะบ้านเดิมก็ยากจนหากจะเปรียบเทียบกับพวกลูกเศรษฐีเก่าแก่ที่มาร่ำเรียนกับเขาแล้วก็ยังนับว่าคนละชั้น
ดังนั้นแม้ว่าเขาจะหล่อเหลาเพียงใด แต่สายตาของสตรีเหล่านี้ก็ยังคงดูแคลนเช่นเดิม
ผิดกับหนานหงหงที่รู้อนาคต เขาคนนี้ต่อไปจะได้เป็นถึงราชครูผู้ชี้เป็นชี้ตายผู้คน ดังนั้นในฐานะที่เคยผูกพันกันมาแต่ชาติปางก่อน และอำนาจล้นเหลือที่รออยู่ หนานหงหงจึงคิดว่าสมควรแล้วที่นางจะจับเขาทำสามี แม้ทุกอย่างจะดูเหลือเชื่อแต่ผู้ใดจะรู้ว่าตอนนี้เหมือนสวรรค์กำลังเข้าข้างนางแล้ว
หลังจากนั้นหนานหงหงก็พยายามกระตือรือร้นในห้องเรียนจนผิดปกติ
“อาจารย์ข้ามีคำถามเจ้าค่ะ”
“อาจารย์ข้าสงสัยเจ้าค่ะ”
“อาจารย์ช่วยข้าเขียนตัวอักษรนี้หน่อยนะเจ้าคะ”
กลิ่นกายของมู่หรงนับว่าถูกใจนางยิ่งนัก ยิ่งในยามที่เขาสอนนางเขียนพู่กันยิ่งใกล้ชิด หนานหงหงจะฉวยโอกาสล่วงเกินเขาเสมอ
“เป็นสตรีต้องรู้มารยาท เก็บไม้เก็บมือของเจ้าเสีย”
ถึงจะถูกตำหนิแต่หนานหงหงไม่ยอมแพ้ ในเมื่อเขาเย็นชาเก่งนางก็จะตามเขาเก่งกว่า
หลังจากได้พบกันหนานหงหงเฝ้าติดตามตอแยมู่หรงอยู่ทุกวัน ทว่าเขากลับทำเย็นชาและห่างเหินกับนางยิ่งนัก สหายเรียนผู้หนึ่งเอ่ยกับนางว่า
"มิใช่เพียงเจ้าที่ตามตอแยอาจารย์ ทั้งเหล่านางกำนัลในวังหลวงก็ตามเขาไม่หยุดแต่อาจารย์ไม่สนใจสตรีเจ้าเลิกตามเถิด เสียเวลาเปล่าพวกเราล้วนมีฐานะร่ำรวยสกุลสูงส่งเปรียบเทียบกันแล้ว เจ้ากับอาจารย์มู่มีฐานะพื้นเพแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ข้าว่าเขาไม่เหมาะกับเจ้าจริง ๆ"
“ข้าสนใจฐานะอะไรนั่นที่ไหนกัน เจ้าบอกทุกคนเลยนะว่าข้าจองเขาแล้ว ผู้ใดก็ห้ามเข้าใกล้เขา”
หนานหงหงอาศัยบารมีบิดา กดข่มสตรีอื่นเอาไว้กระทั่งพวกนางกำนัลทั้งหลายที่มาแอบมองอาจารย์มู่ก็ยังถูกหนานหงหงไล่ตะเพิด
มีผู้ใดอยากจะตอแยกับนางที่ต่อยตีเก่งกัน เดิมทีชื่อเสียงเรื่องไร้ความเป็นกุลสตรีของหนานหงหงก็ลือลั่นอยู่แล้ว นางยังเป็นบุตรสาวแม่ทัพใหญ่เหล่านางกำนัลตัวน้อยทั้งหลายจึงไม่มีใครกล้ายุ่งกับมู่หรงอีก
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่ามู่หรงก็ยังไม่ยอมพูดคุยกับนางเป็นการส่วนตัว เขาถอยห่างและไว้ตัวเสมอจนหนานหงหงเริ่มท้อถอย
หนานหงหงบ่นกับสาวใช้ของตนเองในคืนหนึ่ง
"ทำไมอาจารย์ถึงได้เข้าหายากแบบนี้ ข้าอุตส่าห์หาตำราไปเอาใจเขามากมาย เขาก็เพียงรับตำราและกล่าวขอบคุณ ข้าเอาขนมไปให้เขาก็เอาไปให้คนอื่นกินแทน วัน ๆ นอกจากก้มหน้าก้มตาอ่านตำรากับสอนคนแล้วไม่เห็นว่าจะสนใจอย่างอื่น"
"ไยคุณหนูต้องตามอาจารย์มู่เช่นนั้นเจ้าคะ คนเล่าลือว่าเขาไม่ชอบสตรี อีกอย่างท่านเป็นถึงคุณหนูจวนแม่ทัพใหญ่ ผู้ใดก็อยากเกี่ยวดองด้วยบุรุษในเมืองหลวงมีมากมาย ทำไมต้องสนใจอาจารย์มู่เพียงคนเดียว"
หนานหงหงเอ่ยว่า
"ต้องเป็นเขาเท่านั้น คนอื่นไม่ได้เด็ดขาด อีกอย่างเขาถูกใจข้า ใช่ว่าข้าจะรักใครง่าย ๆ นะ ข้าก็เลือกเหมือนกัน"
หนานหงหงไม่ยอมแพ้ นางคิดว่าจะอาศัยความจริงใจทำให้เขาเห็นหัวใจของตนเอง นางยังตั้งใจฝึกฝนวิชากับมู่หรงอย่างหนักเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดและพูดคุยกับเขามากขึ้น ยามเรียนพิณ นางมักจะถามคำถามแปลกๆ เพื่อแย่งความสนใจจากเขาอยู่เสมอ
บางครั้งก็แกล้งทำเป็นเล่นผิดทำนอง เพื่อให้เขาเข้ามาแนะนำและแตะเนื้อต้องตัวโดยมิได้ตั้งใจ
วิชาเขียนพู่กันเป็นอีกวิชาที่นางชอบมาก เพราะมันเป็นโอกาสให้นางได้จ้องมองเขาอย่างเต็มตา
ในตอนที่มู่หรงกำลังปาดพู่กันลงบนกระดาษอย่างบรรจง สายตานางก็จะจดจ้องไปที่มือข้างนั้นของเขา สำรวจทุกเส้นสายอย่างหลงใหล พลางนึกในใจว่าหากนิ้วมือเรียวของเขาได้ลูบไล้ร่างกายของตนจะให้ความรู้สึกเช่นใดกันนะ
นางล่วงเกินมู่หรงในใจอยู่หลายครั้ง แน่นอนว่าอาจารย์ผู้คร่ำเคร่งคนนี้ไม่เคยรู้มาก่อน
ทว่าถึงหนานหงหงจะเพียรพยายามมากเพียงใด มู่หรงก็ยังคงมองนางเป็นเพียงศิษย์ผู้หนึ่งที่เขาไม่อยากใกล้ชิดด้วยเท่านั้น
นางกลัดกลุ้มใจอยู่นานนับเดือน และแล้วหนานหงหงก็ได้โอกาส เมื่ออีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดของท่านแม่ของนางแล้ว นางจึงคิดว่าตนเองจะหาเรื่องให้มู่หรงสอนพิณให้เป็นพิเศษ
ถึงเขาจะเย็นชา เขาก็มีน้ำใจอีกอย่างนางรู้มาว่ามู่หรงติดค้างน้ำใจท่านแม่ของนางอยู่ด้วย
หลังจากเมื่อเลิกเรียนแล้ว หนานหงหงอุ้มกล่องพิณมาดักรออาจารย์มู่หรงที่หน้าห้องพำนักอาจารย์ อาจารย์ผู้หนึ่งที่อายุค่อนข้างมากเอ่ยถาม
"แม่นางน้อยผู้นี้มิใช่คุณหนูสามจวนสกุลหนานหรือ"
หนานหงหงยอบกายอย่างอ่อนน้อม
"เจ้าค่ะ"
"มีธุระอันใดหรือ"
หนานหงหงกล่าวอ้าง
"ใกล้จะถึงวันเกิดท่านแม่ของหงหงแล้ว จึงจะมาขอให้อาจารย์มู่หรงช่วยสอนเพลงพิณให้สักเพลง เพื่อดีดเป็นของขวัญให้ท่านแม่เจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์มู่อยู่หรือไม่เจ้าคะ"
อาจารย์ผู้นั้นเอ่ยว่า
"อาจารย์มู่เข้าเฝ้าองค์รัชทายาท ไม่แน่อาจจะกลับจวนเลยเจ้าเสียเวลารอแล้ว กลับไปก่อนเถิด"
หนานหงหงรู้สึกผิดหวังยิ่งนัก แต่นางกลับมองเห็นกล่องพิณของมู่หรงอยู่ด้านใน นางได้ยินเพื่อนร่วมชั้นเอ่ยว่า มู่หรงหวงแหนพิณของเขายิ่งนักนางจึงคิดว่าเขาต้องกลับมาเอาแน่
"ศิษย์จะขอรออีกสักหน่อยเจ้าค่ะ"
"ตามใจเจ้าเถิด แต่ประตูวังหลวงใกล้ปิดแล้วเจ้ารอได้ไม่เกินครึ่งชั่วยามเข้าใจหรือไม่"
"เจ้าค่ะ"
อาจารย์ผู้ชราเดินจากไปแล้ว หนานหงหงจึงรอมู่หรงเพียงลำพัง โชคดีที่นั่งรอต่อราวหนึ่งเค่อ [1] เสียงฝีเท้าของบุรุษผู้หนึ่งมุ่งตรงมา หนานหงหงรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมยืนรอเขาอยู่หน้าประตู
ในเวลาที่เขาโผล่มาแสงดวงตะวันสาดส่องต้องเรือนผมสีดำทั้งยังกระทบกับแพขนตายาวงอนพร้อมกับทาบทับลงมาบนโครงหน้างดงาม วันนี้มู่หรงยังคงสวมชุดเครื่องแบบของอาจารย์สำนักศึกษาหลวงเช่นเคย เขาช่างเป็นบุรุษที่มีท่วงท่าสง่างามทั้งแฝงความสุภาพนุ่มนวล แค่เพียงได้เห็น หัวใจของนางก็เต้นรัวราวกับกลองที่ถูกค้อนตีกระหน่ำ
"ให้ตายเถอะ ทำไมหล่อลากดินแบบนี้นะ"
หนานหงหงเอ่ยเบา ๆ ออกมาอย่างตกตะลึง ยิ่งเขาเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาและนางอยู่กันคนละชั้นจริง ๆ เพราะเขาเป็นคนสูงมากส่งผลให้นางดูตัวเล็กจ้อยเหมือนเด็กคนหนึ่งไปทันตา
เขาทำสีหน้าประหลาดใจ และดูเหมือนจะจำนางไม่ได้กล่าวน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาสีเข้มจ้องมองมาที่นาง
"ไม่ทราบว่าเจ้าคือ..."
ดูจากการแต่งกายของนาง สตรีรูปงามในชุดของศิษย์สำนักศึกษาเกล้าผมสูงปักด้วยปิ่นสีขาวและยังผูกผมด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา เผยใบหน้างดงามไร้ที่ติ ทว่าเขากลับจำนางไม่ได้
"หนานหงหงเจ้าค่ะท่านอาจารย์ เรียกศิษย์ว่าหงหงก็ได้เจ้าค่ะ ข้าเป็นศิษย์ของท่าน ท่านจำไม่ได้หรือ"
"ขออภัย อาจารย์จำเจ้าไม่ได้จริง ๆ"
ไม่รู้ว่าเขาเสแสร้งตั้งใจแกล้งหรือจำไม่ได้จริง ๆ ทั้ง ๆ ที่นางเสนอหน้ามาพบเขาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งเขากลับบอกว่าจำนางไม่ได้เช่นนี้ ทำให้หนานหงหงรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย แต่นางต้องใจเย็นแสร้งยิ้มเจื่อนเอ่ยว่า
"อ้อ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ"
"เจ้ามาที่นี่มีสิ่งใดหรือ"
"มีธุระเจ้าค่ะ"
หนานหงหงขยับเข้าใกล้เขายิ่งขึ้นทั้งยังเผยรอยยิ้มงดงาม
รอยยิ้มนี้มู่หรงยอมรับว่าช่างงดงามทั้งเปล่งประกายระยิบระยับทอประกายอบอุ่นและทำให้บุรุษใจเต้นแรง ใบหน้าของหนานหงหงได้รูปงามผิวเนียนละเอียดปานหยกขาวไร้ไฝฝ้าราคี อีกทั้งดวงตาคู่นี้ของนางก็ช่างงดงามเจิดจรัสจนทำให้เขารู้สึกว่าอึดอัดใจ
ใช่ สตรีรูปงามมักทำให้เขาอึดอัดใจอยู่เสมอ
แต่ถึงนางจะงดงามเช่นนี้ อาจารย์มู่หรงกลับมีสีหน้าเคร่งขรึมวางตัวแบบสุภาพชนห่างเหินและเย็นชาขยับเว้นระยะห่างจากนางด้วยท่วงท่าสง่างามชวนให้หลงใหล น้ำเสียงหวานเอ่ยว่า
"ศิษย์มารอพบท่านเจ้าค่ะ ธุระกับท่าน"
ชายหนุ่มรูปงามยกคิ้วสูงเอ่ยถามเสียงสูง
"ข้าหรือ"
"เจ้าค่ะ"
"ด้วยเรื่องอันใด"
"คือว่า...เดือนหน้าจะถึงวันเกิดของท่านแม่ของศิษย์แล้ว ท่านย่าชอบฟังเพลงพิณศิษย์จึงอยากมาขอคำชี้แนะจากอาจารย์เป็นพิเศษเจ้าค่ะ"
"ท่านแม่ของเจ้าหรือ"
"เจ้าค่ะ ฮูหยินใหญ่จากจวนแม่ทัพหนานเจ้าค่ะ เป็นท่านแม่ของหงหงเอง"
มู่หรงพยักหน้า มิน่าเล่าเขาจึงดูคุ้นเคยใบหน้านี้นักที่แท้นางก็เป็นคุณหนูจวนแม่ทัพ เขาพบบิดาของนางในท้องพระโรงบ่อยครั้ง เห็นชัดว่าหนานหงหงมีส่วนที่เข้มแข็งคล้ายบิดาอยู่ไม่น้อย
หลังจากเพ่งพิศลูกศิษย์ตัวน้อยแล้วเขาจึงเอ่ยว่า
"มีเพลงอยู่หลายเพลงที่เหมาะสม อาจารย์จะมอบตำราให้เจ้าแล้วเลือกสักเพลงก็แล้วกัน อันที่จริงข้าก็ติดค้างมารดาของเจ้าอยู่ไม่น้อย เช่นนั้นข้าเพื่อตอบแทนท่านแม่ของเจ้าอาจารย์จะสอนเจ้าเป็นพิเศษสักเพลง"
"ติดค้างหรือเจ้าคะ"
คุณอาจจะชอบ





