ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรือนกระดังงา

เรือนกระดังงา

สโรชาหญิงสาววัยยี่สิบสองปีจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับธีรภัทร ทนายความหนุ่มตามความต้องการของแม่เลี้ยง แต่ชีวิตคู่กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่หวัง เมื่อเธอได้รับมรดกเป็นบ้านไม้เก่าแก่ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายจากคุณตาและเคยเป็นบ้านของแม่เธอมาก่อน ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เรือนไม้อายุกว่าห้าสิบปีแห่งนี้ ความลับที่ถูกซ่อนไว้หลังบานประตูก็เริ่มเปิดเผยออกมา พร้อมกับเรื่องราวลี้ลับที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ความรัก และความลุ่มหลงของจิตวิญญาณที่รอการพิสูจน์
ตอน
แชร์

ตอน 1

สโรชาใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอดยี่สิบสองปี แต่เพราะคำขอร้องกึ่งบังคับให้เธอต้องแต่งงานกับหลานชายของแม่เลี้ยง ทำให้เธอต้องจำใจแต่งงานกับธีรภัทร ทนายหนุ่มอนาคตไกลวัยยี่สิบแปด ทว่าเมื่อแต่งงานแล้วชีวิตแต่งงานไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด มันมาพร้อมมรดกชิ้นสุดท้ายที่คุณตาทิ้งไว้ให้ซึ่งมันเป็นบ้านเก่าของแม่ ความลับหลังบานประตูเรือนไม้อายุกว่าห้าสิบปีเปิดออกพร้อมกับความลี้ลับในห้วงอารมณ์ของอิสตรี.

กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ที่เธอไม่รู้จักทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ มือที่กำลังจับดินสออยู่ถึงกับชะงัก ร่างบางที่นั่งอยู่กับกองหนังสือเล่มหนาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนหลับตาแล้วสูดลมหายใจลึกๆ กลิ่นหอมหวานเคล้ากับสายลมฤดูหนาวชวนให้รู้สึกคุ้นเคย ทว่าเธอไม่เข้าใจว่ากลิ่นที่สัมผัสนั้นคือกลิ่นอะไรและมาจากที่ใด เพราะตอนนี้เธอนั่งอยู่ในห้องหนังสือ

สโรชาวางดินสอในมือแล้วขยับแว่นสายตาให้ชิดใบหน้า เธอมองหาที่มาของกลิ่นแต่กลับไร้วี่แววทำไมจู่ๆ เธอถึงรู้สึกได้กลิ่นประหลาดนี้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเป็นมา มันเริ่มตั้งแต่วันไหนนะ? วันที่พ่อเรียกเธอไปคุยพร้อมยื่นโฉนดที่ดินใบหนึ่งให้เธอใช่ไหม?

“อะไรคะคุณพ่อ”

“ของแกนั้นแหละ”

“คุณพ่อก็อธิบายให้บัวเข้าใจหน่อยซิคะ” หญิงสาวรับกระดาษแผ่นเก่าคร่ำครึมาดูด้วยความสงสัยในขณะที่บิดาได้แต่ถอนหายใจหนักๆ

“บ้านเก่าของแม่แกนั้นแหละ คุณตาของแกเขาให้ทนายส่งมาให้ เป็นมรดกมอบให้ลูกคนเดียว”

“บ้านของแม่รึคะ”

สโรชาเสียแม่ไปตั้งแต่เธออายุแค่ขวบเศษเธอแทบไม่มีความทรงจำเรื่องแม่เลยสักนิด เคยเห็นแต่รูปเก่าๆว่าแม่เป็นคนสวย แต่ก็ไม่รู้อะไรมากนัก พ่อทำเหมือนไม่อยากพูดถึงแม่ ถึงพ่อจะพาผู้หญิงเข้าบ้านในฐานะ ‘เมีย’ แต่คนที่พ่อยกย่องที่สุดก็คือ ‘บุหลัน’ แม่ของเธอเอง บรรดาผู้หญิงที่พ่อพาเข้าบ้านไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับสโรชา เรียกว่าต่างคนต่างอยู่ ถ้าคนไหนกล้าแกล้งหรือรังแกเธอ พ่อได้ขับไล่ออกบ้านอย่างไร้เยื่อใย

หญิงสาวเป็นเด็กหัวดีเรียนเร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่การเป็นเด็กเรียนเก่งมันไม่ได้ส่งผลดีกับเธอเลยสักนิด เพราะหลังเรียนจบมัธยมปลาย พ่อก็ส่งไปเรียนต่อที่อังกฤษทันที ระหว่างที่เรียนในระดับปริญญาตรีเธอก็รับรู้ว่าพ่อแต่งงานใหม่กับ ‘ดาวฉาย’ เธอไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ที่มาที่ไป จนกระทั่งวันที่เรียนจบกลับมาเมืองไทย ก็พบเมียใหม่ของพ่อเป็นครั้งแรก

“เรียกอาดาวก็ได้ค่ะ” ดาวฉายแนะนำตัวง่ายๆ เธอเป็นหญิงสาววัยสามสิบหกที่รูปร่างเต่งตึงอวบอัด แบบที่ผู้ชายยอมสยบแทบเท้าได้ไม่ยาก แต่ใครจะคิดว่าผู้หญิงสาวเซ็กซี่ขนาดนี้จะยอมแต่งงานกับผู้ชายอายุเจ็ดสิบปีอย่างพ่อของเธอล่ะ

“ค่ะ”

“งั้นอาเรียกหนูบัวนะคะ”

“ได้ค่ะ”

เธอไม่อยู่เมืองไทยแค่สี่ปี แต่ดูเหมือนหลายอย่างในบ้านเปลี่ยนไปมาก นอกจากผู้หญิงคนใหม่ของพ่อแล้วก็ยังมี ‘ธีรภัทร’ เขาเป็นหลานชายของ ‘ดาวฉาย’ และเป็นทนายคนใหม่ของบริษัทของพ่อด้วย

สโรชาสลัดความคิดในหัวออกไปจนหมด จดจ่ออยู่เพียงโฉนดที่ดินตรงหน้า ที่ดินน่าจะอยู่แถวๆฝั่งธนบุรี

“มันเป็นของแก จะเอาไปทำอะไรก็เอาไปเถอะ”

“บัวจะเอาไปทำอะไรล่ะคะ?” เธอไม่มีหัวด้านธุรกิจเหมือนพ่อนี่นะ

“ที่ดินแปลงนี้สวย จะทำคอนโดฯก็ดีนะ พ่อลงทุนให้”

“ก็แล้วแต่พ่อเถอะค่ะ พ่อก็รู้ บัวไม่ค่อยรู้เรื่องงานของพ่อ”

เธอพูดเหมือนน้อยใจ งานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของพ่อ พ่อไม่ได้ให้เธอเข้าไปช่วยอะไรเลย ทั้งที่เธอเป็นลูกสาวคนเดียวแท้ๆ แล้วจู่ๆ ก็โยนที่ดินแปลงนึงให้แล้วบอกให้ไปทำอะไรก็ได้นี่นะ ถ้ามันไม่ใช่เป็นสมบัติของแม่ พ่อก็คงไม่เรียกเธอมาคุยแบบนี้แน่

“รู้สึกว่าที่ดินตรงนั้นจะมีบ้านเก่าอยู่หลังนึงนะ เป็นบ้านของตาแม่แก ไม่รู้ว่าป่านนี้จะยังอยู่หรือเปล่า ยังไงไปดูเสียหน่อย ถ้าจะรื้อทิ้งก็จะได้ไม่ต้องมาเสียดายที่หลัง”

“ค่ะพ่อ”

รับปากพ่อมาเป็นสัปดาห์ แต่สโรชาก็ยังไม่ได้ไปดูเรือนหลังนั้นของแม่เลย ถึงเธอจะไม่ได้ช่วยงานที่บริษัทของพ่อ แต่เธอก็มีงานแปลหนังสือที่สร้างรายได้ไม่มากไม่น้อยให้เธอได้ภูมิใจในตัวเอง ตั้งแต่เธอเอาฉโนดที่ดินฉบับนั้นมาไว้ในห้องหนังสือที่เป็นห้องทำงานของเธอด้วย เธอมักจะได้กลิ่นหอมของดอกไม้อยู่เสมอ ทั้งที่ในห้องก็ไม่มีแจกันดอกไม้หรือใช้น้ำหอมปรับอากาศอะไรเลย

เสียงเคาะประตูหน้าห้องสองสามครั้งก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น สโรชาหันไปมองตามเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้แล้วเธอก็มีสีหน้างุนงงสับสน อาการของเธอทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลงตรงหน้าหญิงสาว

“ทำงานหนักไปหรือเปล่าครับน้องบัว”

“พี่ธีร์” เธอเรียกเขาเหมือนไม่มั่นใจ บางครั้ง ความทรงจำของเธอสับสน นั้นเป็นเหตุผลที่พ่อผลักไสเธอไปเรียนต่างประเทศหลายปี แท้จริงเธอไปรักษาตัวเองด้วย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
หน้าปกนวนิยาย เงื่อนลวง
8.4
อัญมณี ช่างภาพสาวผู้มีชื่อพ้องกับนามปากกานักเขียนดัง ต้องเผชิญอันตรายเมื่อเธอถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการตายปริศนาของดวงดาว หลังไปร่วมงานศพในฐานะตัวแทนนักเขียน หมอชลทิศน้องชายผู้ตายและหลานสาวต่างสงสัยว่าเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังตามข่าวลือ ขณะที่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนเร่ร่อนกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าสยดสยอง อัญมณีและชลทิศต้องร่วมกันไขปริศนาเพื่อหาตัวฆาตกรตัวจริง ท่ามกลางความลับและเงื่อนงำที่ก่อตัวเป็นความรักท่ามกลางอันตรายที่ล้อมรอบตัวพวกเขา
หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
หน้าปกนวนิยาย ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
9.7
สามีผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าของฉันปล่อยให้สิงโตที่เขารักขย้ำลูกชายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับเลือกปกป้องสัตว์ร้ายและชู้รักที่เป็นคนดูแลกรง แทนที่จะเสียใจให้กับความสูญเสียครั้งนี้ เมื่อความจริงปรากฏว่าโศกนาฏกรรมไม่ใช่แค่อุบัติเหตุแต่เกิดจากความละเลยเพื่อชู้รัก ความแค้นของฉันจึงปะทุขึ้น ฉันตัดสินใจกำจัดสิงโตที่เขาภูมิใจและส่งสัญญาณหาพี่ชายร่วมแก๊งมาเฟียทั้ง 108 คน เพื่อล้างแค้นด้วยเลือดให้สาสมกับที่เขาพรากแก้วตาดวงใจของฉันไป
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนรักอสูรร้าย (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม3)
8.7
“ฮืออ คุณมันผู้ชายสารเลว หนูเกลียดและขยะแขยงคุณที่สุด!” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อรู้สึกถึงรอยสัมผัสน่าขยะแขยงของเสี่ยไพรัตน์ มือที่จับปลายผ้าห่มก็ถูเช็ดไปตามผิวขาวผ่องจนแดงเถือก ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยทำให้คนที่ยืนเท้าสะเอวเป็นเด็กแรกเกิดอยู่ตรงปลายเตียงนั้นตื่นจากความฝันที่เป็นจริง สิงขรหน้าแดงก่ำโกรธเด็กน้อยที่บังอาจเช็ดรอยสำผัสที่เขาทำไว้บนตัวเธอ ร่างโตจึงรีบก้าวขึ้นเตียงคลานตามไป มือใหญ่คว้าหมับกำกระชับแน่นที่ข้อเท้าน้อย พร้อมออกแรงกระชากดึงให้คนตัวเบาเข้ามาปะทะแผ่นอก “กรี๊ดดด! ไอ้คนชั่ว! คนเลว ! ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ!” ถึงจะเจ็บระบมไปทุกตารางนิ้วบนร่างกาย ดาวเรืองก็ไม่ต้องการให้เขาแตะต้อง แม้จะมีแรงเพียงน้อยนิด แต่ก็ปกป้องตัวเองโดยการใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบตีคนใจโฉดอย่างบ้าคลั่ง “ปากดี ด่าเก่งนักนะ อย่างนี้มันต้องโดนอีกสักสามสี่รอบ หรือว่าจะทั้งคืนเลยดีไหม?” สิงขรอุ้มเด็กน้อยให้เข้ามานั่งอยู่บนตัก ซึ่งทำให้ดวงหน้าของคนทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาสอดเข้าท้ายทอยฉุดเบาๆ ให้ดวงหน้างามแหงนขึ้นเพื่อรองรับคำขู่จากปากหยักที่บดขยี้กลีบปากบวมเจ่อ และเมื่อได้ชิมความหอมหวานในโพรงปากนุ่มพอใจแล้ว เขาก็ตวัดอุ้มร่างน้อยขึ้นพาดบ่า ฝ่ามือใหญ่กางออกแล้วฟาดลงบนสะโพกกลมงอนเสียงดังเผียะๆ พร้อมทั้งก้าวลงเตียงเดินดุ่มๆ พาหญิงสาวเข้าห้องน้ำ “ปล่อยหนูนะ โอ๊ยย! ไอ้ลุงแก่ชอบรังแกเด็ก! ฮืออ” เสียงใสครางปนเสียงสะอื้นเมื่อถูกปล่อยให้เท้าแตะพื้น ขาเรียวสวยสั่นระริกไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองจึงทรุดลงไปนั่งบนพื้นห้องน้ำ “ก็ไอ้ลุงแก่คนนี้ไม่ไช่เหรอที่ทำให้เธอพ้นจากไอ้แก่พุงโย้ตัณหากลับนั้น” สิงขรไม่ชอบใจเป็นอย่างมากที่หญิงสาวมักเรียกเขาว่าลุง ดวงตาสีนิลเริ่มแดงก่ำจ้องมองหญิงสาวที่กำลังคลานหนีไปนั่งขดตัวเป็นกิ้งกืออยู่ข้างชักโครก “คุณก็ไม่ต่างอะไรกับเสี่ยไพรัตน์เลยสักนิดที่ชอบล่อลวงเด็กสาวพาไปทำมิดีมิร้ายเหมือนกัน” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อนึกถึงภาพของไอ้เสี่ยแก่รุ่นตาพุงก็โย้ น่าเกลียดที่สุด ไอ้ตาแก่นั่นกำลังย่ำยีเธอ แต่แปรเปลี่ยนเป็นภาพของสิงขรที่เป็นคนทำร้ายพรากความบริสุทธิ์ไปโดยที่ไม่ได้ยินยอมสักนิด หญิงสาวนั่งกอดเข่าใบหน้าเขลอะน้ำตาก็แนบชิดมือของตัวเองที่วางอยู่บนหัวเข่า เรียวปากบวมเจ่อก็กระซิบเสียงแผ่วเบาหวังให้ได้ยินเพียงคนเดียว “ยัยเด็กบ้าเอ๊ย! เธอกล้าเปรียบฉันเป็นไอ้เฒ่าไพรัตน์หัวงูนั่นได้ไงฮะ? แล้วถ้าฉันไม่รักษาด้วยร่างกายของฉัน ป่านนี้ เธอก็คงจะขาดใจตายไปนานแล้ว และตอนนี้ มันก็อยากจะเข้าไปในตัวเธอเพื่อทดสอบดูว่าหายจากอาการสยิวซ่านหรือยัง” คำพูดดูหมิ่นของเด็กน้อยทำให้สิงขรโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาเอาแต่พูดเรื่องใต้สะดือให้เธอฟัง ‘เฮอะ! ทำเป็นหน้าแดง อายละสิที่เห็นตัวตนของฉัน’ สิงขรคำรามพูดอยู่ในใจ “อ๊ายย! ไอ้คนทุเรศ! อย่าคิดเอาไอ้หนอนเน่าน่าเกลียดนั่นเข้ามาใกล้หนูเด็ดขาด” ดวงตากลมโตคลอน้ำตาเบิกโพลงเมื่อเห็นความใหญ่โตตรงหว่างขาของเขา ซึ่งมันผงกหัวเบ่งกล้ามจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดใส่เธออย่างที่ว่าจริงๆ “หึ! ก็ไอ้หนอนตัวนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้เธอหายจากอาการซ่านสยิว แตะตรงไหน ผิวนี่สั่นระริกไปตามการลูบไล้ของฉันไม่ใช่เหรอ ฮะ” ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อผสมแววตากลมโตสั่นไหวหวาดกลัวนั้นทำให้สิงขรนึกสนุก เขายิ้มแยกเขี้ยวน่ากลัว ชี้มือให้เธอดูความแข็งแกร่งที่มันชูชันตั้งโด่