ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรือนกระดังงา

เรือนกระดังงา

สโรชาหญิงสาววัยยี่สิบสองปีจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับธีรภัทร ทนายความหนุ่มตามความต้องการของแม่เลี้ยง แต่ชีวิตคู่กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่หวัง เมื่อเธอได้รับมรดกเป็นบ้านไม้เก่าแก่ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายจากคุณตาและเคยเป็นบ้านของแม่เธอมาก่อน ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เรือนไม้อายุกว่าห้าสิบปีแห่งนี้ ความลับที่ถูกซ่อนไว้หลังบานประตูก็เริ่มเปิดเผยออกมา พร้อมกับเรื่องราวลี้ลับที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ความรัก และความลุ่มหลงของจิตวิญญาณที่รอการพิสูจน์
ตอน
แชร์

ตอน 1

สโรชาใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอดยี่สิบสองปี แต่เพราะคำขอร้องกึ่งบังคับให้เธอต้องแต่งงานกับหลานชายของแม่เลี้ยง ทำให้เธอต้องจำใจแต่งงานกับธีรภัทร ทนายหนุ่มอนาคตไกลวัยยี่สิบแปด ทว่าเมื่อแต่งงานแล้วชีวิตแต่งงานไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด มันมาพร้อมมรดกชิ้นสุดท้ายที่คุณตาทิ้งไว้ให้ซึ่งมันเป็นบ้านเก่าของแม่ ความลับหลังบานประตูเรือนไม้อายุกว่าห้าสิบปีเปิดออกพร้อมกับความลี้ลับในห้วงอารมณ์ของอิสตรี.

กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ที่เธอไม่รู้จักทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ มือที่กำลังจับดินสออยู่ถึงกับชะงัก ร่างบางที่นั่งอยู่กับกองหนังสือเล่มหนาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนหลับตาแล้วสูดลมหายใจลึกๆ กลิ่นหอมหวานเคล้ากับสายลมฤดูหนาวชวนให้รู้สึกคุ้นเคย ทว่าเธอไม่เข้าใจว่ากลิ่นที่สัมผัสนั้นคือกลิ่นอะไรและมาจากที่ใด เพราะตอนนี้เธอนั่งอยู่ในห้องหนังสือ

สโรชาวางดินสอในมือแล้วขยับแว่นสายตาให้ชิดใบหน้า เธอมองหาที่มาของกลิ่นแต่กลับไร้วี่แววทำไมจู่ๆ เธอถึงรู้สึกได้กลิ่นประหลาดนี้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเป็นมา มันเริ่มตั้งแต่วันไหนนะ? วันที่พ่อเรียกเธอไปคุยพร้อมยื่นโฉนดที่ดินใบหนึ่งให้เธอใช่ไหม?

“อะไรคะคุณพ่อ”

“ของแกนั้นแหละ”

“คุณพ่อก็อธิบายให้บัวเข้าใจหน่อยซิคะ” หญิงสาวรับกระดาษแผ่นเก่าคร่ำครึมาดูด้วยความสงสัยในขณะที่บิดาได้แต่ถอนหายใจหนักๆ

“บ้านเก่าของแม่แกนั้นแหละ คุณตาของแกเขาให้ทนายส่งมาให้ เป็นมรดกมอบให้ลูกคนเดียว”

“บ้านของแม่รึคะ”

สโรชาเสียแม่ไปตั้งแต่เธออายุแค่ขวบเศษเธอแทบไม่มีความทรงจำเรื่องแม่เลยสักนิด เคยเห็นแต่รูปเก่าๆว่าแม่เป็นคนสวย แต่ก็ไม่รู้อะไรมากนัก พ่อทำเหมือนไม่อยากพูดถึงแม่ ถึงพ่อจะพาผู้หญิงเข้าบ้านในฐานะ ‘เมีย’ แต่คนที่พ่อยกย่องที่สุดก็คือ ‘บุหลัน’ แม่ของเธอเอง บรรดาผู้หญิงที่พ่อพาเข้าบ้านไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับสโรชา เรียกว่าต่างคนต่างอยู่ ถ้าคนไหนกล้าแกล้งหรือรังแกเธอ พ่อได้ขับไล่ออกบ้านอย่างไร้เยื่อใย

หญิงสาวเป็นเด็กหัวดีเรียนเร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่การเป็นเด็กเรียนเก่งมันไม่ได้ส่งผลดีกับเธอเลยสักนิด เพราะหลังเรียนจบมัธยมปลาย พ่อก็ส่งไปเรียนต่อที่อังกฤษทันที ระหว่างที่เรียนในระดับปริญญาตรีเธอก็รับรู้ว่าพ่อแต่งงานใหม่กับ ‘ดาวฉาย’ เธอไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ที่มาที่ไป จนกระทั่งวันที่เรียนจบกลับมาเมืองไทย ก็พบเมียใหม่ของพ่อเป็นครั้งแรก

“เรียกอาดาวก็ได้ค่ะ” ดาวฉายแนะนำตัวง่ายๆ เธอเป็นหญิงสาววัยสามสิบหกที่รูปร่างเต่งตึงอวบอัด แบบที่ผู้ชายยอมสยบแทบเท้าได้ไม่ยาก แต่ใครจะคิดว่าผู้หญิงสาวเซ็กซี่ขนาดนี้จะยอมแต่งงานกับผู้ชายอายุเจ็ดสิบปีอย่างพ่อของเธอล่ะ

“ค่ะ”

“งั้นอาเรียกหนูบัวนะคะ”

“ได้ค่ะ”

เธอไม่อยู่เมืองไทยแค่สี่ปี แต่ดูเหมือนหลายอย่างในบ้านเปลี่ยนไปมาก นอกจากผู้หญิงคนใหม่ของพ่อแล้วก็ยังมี ‘ธีรภัทร’ เขาเป็นหลานชายของ ‘ดาวฉาย’ และเป็นทนายคนใหม่ของบริษัทของพ่อด้วย

สโรชาสลัดความคิดในหัวออกไปจนหมด จดจ่ออยู่เพียงโฉนดที่ดินตรงหน้า ที่ดินน่าจะอยู่แถวๆฝั่งธนบุรี

“มันเป็นของแก จะเอาไปทำอะไรก็เอาไปเถอะ”

“บัวจะเอาไปทำอะไรล่ะคะ?” เธอไม่มีหัวด้านธุรกิจเหมือนพ่อนี่นะ

“ที่ดินแปลงนี้สวย จะทำคอนโดฯก็ดีนะ พ่อลงทุนให้”

“ก็แล้วแต่พ่อเถอะค่ะ พ่อก็รู้ บัวไม่ค่อยรู้เรื่องงานของพ่อ”

เธอพูดเหมือนน้อยใจ งานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของพ่อ พ่อไม่ได้ให้เธอเข้าไปช่วยอะไรเลย ทั้งที่เธอเป็นลูกสาวคนเดียวแท้ๆ แล้วจู่ๆ ก็โยนที่ดินแปลงนึงให้แล้วบอกให้ไปทำอะไรก็ได้นี่นะ ถ้ามันไม่ใช่เป็นสมบัติของแม่ พ่อก็คงไม่เรียกเธอมาคุยแบบนี้แน่

“รู้สึกว่าที่ดินตรงนั้นจะมีบ้านเก่าอยู่หลังนึงนะ เป็นบ้านของตาแม่แก ไม่รู้ว่าป่านนี้จะยังอยู่หรือเปล่า ยังไงไปดูเสียหน่อย ถ้าจะรื้อทิ้งก็จะได้ไม่ต้องมาเสียดายที่หลัง”

“ค่ะพ่อ”

รับปากพ่อมาเป็นสัปดาห์ แต่สโรชาก็ยังไม่ได้ไปดูเรือนหลังนั้นของแม่เลย ถึงเธอจะไม่ได้ช่วยงานที่บริษัทของพ่อ แต่เธอก็มีงานแปลหนังสือที่สร้างรายได้ไม่มากไม่น้อยให้เธอได้ภูมิใจในตัวเอง ตั้งแต่เธอเอาฉโนดที่ดินฉบับนั้นมาไว้ในห้องหนังสือที่เป็นห้องทำงานของเธอด้วย เธอมักจะได้กลิ่นหอมของดอกไม้อยู่เสมอ ทั้งที่ในห้องก็ไม่มีแจกันดอกไม้หรือใช้น้ำหอมปรับอากาศอะไรเลย

เสียงเคาะประตูหน้าห้องสองสามครั้งก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น สโรชาหันไปมองตามเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้แล้วเธอก็มีสีหน้างุนงงสับสน อาการของเธอทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลงตรงหน้าหญิงสาว

“ทำงานหนักไปหรือเปล่าครับน้องบัว”

“พี่ธีร์” เธอเรียกเขาเหมือนไม่มั่นใจ บางครั้ง ความทรงจำของเธอสับสน นั้นเป็นเหตุผลที่พ่อผลักไสเธอไปเรียนต่างประเทศหลายปี แท้จริงเธอไปรักษาตัวเองด้วย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน
8.0
เมื่อคำอธิษฐานสัมฤทธิผล หญิงสาวผู้แก้บนไม่ทันกาลจึงต้องเผชิญอาถรรพ์ลี้ลับที่คุกคามชีวิต ทางรอดเดียวคือการแต่งงานและมีบุตรกับชายคนแรกที่พบหลังตื่นนอน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาคนนั้นมีอายุคราวพ่อและแก่กว่าเธอถึงยี่สิบปี แม้ฝ่ายชายจะปฏิเสธ แต่เธอก็ต้องตามตื๊อทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตตนเอง ท่ามกลางเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ถาโถมเข้ามา ความใกล้ชิดและการปกป้องจากเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สัญญาพราย
9.2
กบินทร์ต้องเผชิญกับชีวิตที่ไร้คู่ครองและอาภัพรักอย่างหนักในชาติภพปัจจุบัน เนื่องจากพันธนาการจากคำสาบานในอดีตชาติที่ยังคงตามหลอกหลอน ดวงวิญญาณลึกลับที่ยึดติดกับคำสัญญานั้นคอยขัดขวางความรักของเขา จนนำไปสู่เหตุการณ์ระทึกขวัญที่มีผู้คนต้องสังเวยชีวิตและวิญญาณไปมากมายอย่างน่าสลดใจ เมื่อปรัศนีผู้มีใจรักมั่นต่อเขาได้ล่วงรู้ความจริง เธอจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเพื่อหาทางปลดปล่อยกบินทร์ให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมและสัญญาพรายอันแสนอันตรายนี้ให้สำเร็จก่อนจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต