ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรือนกระดังงา

เรือนกระดังงา

สโรชาหญิงสาววัยยี่สิบสองปีจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับธีรภัทร ทนายความหนุ่มตามความต้องการของแม่เลี้ยง แต่ชีวิตคู่กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่หวัง เมื่อเธอได้รับมรดกเป็นบ้านไม้เก่าแก่ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายจากคุณตาและเคยเป็นบ้านของแม่เธอมาก่อน ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เรือนไม้อายุกว่าห้าสิบปีแห่งนี้ ความลับที่ถูกซ่อนไว้หลังบานประตูก็เริ่มเปิดเผยออกมา พร้อมกับเรื่องราวลี้ลับที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ความรัก และความลุ่มหลงของจิตวิญญาณที่รอการพิสูจน์
ตอน
แชร์

ตอน 2

“พี่ไม่อยู่บ้านไม่กี่วัน ลืมหน้าสามีคนนี้แล้วหรือครับ”

ธีรภัทรยิ้มแล้วลูบผมยาวของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม นึกน้อยใจที่เธอมักทำหน้าเหมือนเขาเป็นคนแปลกหน้าเสมอ และที่น่ากังวลกว่าคือเธอทำเหมือนลืมว่าเขาเป็นสามี ทั้งสองแต่งงานได้ครึ่งปีแล้ว และเขาก็ย้ายเข้ามาอยู่คฤหสาน์ของพ่อตา ตามคำขอร้องของคุณมนตรีและอาดาวฉาย

“ขอโทษค่ะ บัว...บัวยังไม่ชินจริงๆ” หญิงสาวรู้สึกผิด เขาดีกับเธอทุกอย่าง เอาอกเอาใจ ดูแลใส่ใจในทุกเรื่องของเธอ แต่เธอมักลืมไปจริงๆว่าตัวเองแต่งงานแล้ว

ใช่...เธอแต่งงานแล้ว

เป็นงานแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีเพียงงานเลี้ยงเล็กๆ สโรชาไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทอะไรนักและงานแต่งที่จัดแบบเร่งด่วน จะนึกถึงเพื่อนคนไหนก็ยากจะติดต่อได้ แต่ในส่วนลึกแล้ว เธอก็ไม่มั่นใจว่าอยากให้ใครรู้เรื่องที่เธอแต่งงานหรือเปล่า สโรชาแต่งงานกับธีรภัทรตามคำสั่งของพ่อ ทั้งที่เธอก็ไม่มั่นใจนักว่าชีวิตคู่ครั้งนี้จะไปรอดแค่ไหน พ่อออกคำสั่งตั้งแต่เธอกลับจากอังกฤษเพียงไม่กี่วัน

“บัวเพิ่งเคยเจอพี่ธีร์แค่ไม่กี่ครั้งเองนะคะคุณพ่อ”

สโรชาอ้อนวอนผู้เป็นพ่อ เธอไม่ได้รังเกียจผู้ชายที่พ่อเลือกให้ แต่เธอเพิ่งเจอเขาไม่กี่ครั้ง พ่อก็บอกเธอแต่งงานกับเขาแล้ว แต่พ่อกลับตะคอกใส่จนเธอทำตัวลีบเล็กอย่างหวาดกลัว แม่ของเธอตายจากตั้งแต่เธอยังเด็กๆ แทบจำอะไรเกี่ยวกับแม่ไม่ได้เลย แต่เพราะเป็นความสุขของพ่อ เธอจึงไม่อยากขัดใจ และที่ผ่านมาถึงพ่อจะเจ้าชู้แต่พ่อก็มีเธอเป็นลูกคนเดียว ทรัพย์สินเงินทองมรดกของพ่อมีมากนักซึ่งได้รับมาจากปู่ย่า ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียวและพ่อเป็นห่วง ฐานะของครอบครัวก็ไม่ได้ลำบากอะไร

แต่ที่พ่อบังคับให้เธอแต่งงานกับธีรภัทรด้วยเหตุผลที่ว่า เขาเป็นทนายประจำบริษัทและเป็นทนายประจำตระกูล พ่อไว้ใจและคิดว่าเขาสามารถดูแลเธอและธุรกิจของพ่อได้ เธอพยายามปฎิเสธไม่ยอมแต่งงานแต่กลายเป็นว่าพ่อดุด่าหาว่าเธออกตัญญู สโรชาจึงจำใจต้องแต่งงานกับธีรภัทร

“ยัยบัว แกมันเด็กหัวอ่อนตามใครไม่ทันหรอก ผู้ชายคนนี้พ่อดูมานานแล้ว เขาเป็นคนดีไว้ใจได้ไม่มาหลอกแกแน่ๆ”

“แต่บัวไม่ได้รักพี่ธีร์”

“อยู่ๆ กันไปมันก็รักกันเองนั้นแหละ หรือแกจะอกตัญญูไม่ตอบแทนพระคุณคนเป็นพ่ออย่างฉัน ห่ะ!”

พอยกคำนี้มาทีไร เธอก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของตัวเอง งานแต่งงานของเธอกับธีรภัทรจึงเกิดขึ้นหลังการผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาพบกัน สโรชาพบหน้าพ่อกับแม่ของธีรภัทรแค่ครั้งเดียวก่อนแต่งงาน ดูท่าทางเป็นคนน่าเกรงขาม แม้ไม่ได้ขัดขวางแต่สีหน้าก็ดูไม่ยินดีนัก

“อย่าคิดมากเลยค่ะน้องบัว พี่ชายอาก็หน้าดุแบบนี้แหละ” ดาวฉายหัวเราะคิกคัก หญิงสาวได้แต่ทำใจกล้ายกมือไหว้พ่อแม่สามีอย่างอ่อนน้อมทำให้ทั้งสองมองเธอดีขึ้นมานิดนึง

“อย่ากลัวเลยครับน้องบัว พี่ธีร์จะรักและทะนุถนอมน้องบัวไม่ทำให้คุณพ่อต้องผิดหวัง”

คำสัญญาของเขาไม่ได้ทำให้หัวใจเธออบอุ่น ทว่ามันกลับไร้เรี่ยวแรงคล้ายว่าต่อไปนี้ชีวิตของเธอ ไม่ใช่ของเธออีกแล้ว

“น้องบัว”

“คะ...พี่ธีร์ว่าอะไรนะคะ”

สโรชาตื่นจากภวังค์ มองชายหนุ่มตรงหน้า ธีรภัทรพาดเสื้อนอกกับพนักเก้าอี้ที่ว่าง เขายิ้มอ่อนโยนก่อนจะมองดูหนังสือเล่มหนาหลายเล่มกับสมุดงานตรงหน้าเธอ

“กินข้าวหรือยังครับ”

“เอ่อ...” หญิงสาวจะบอกว่ากินแล้ว แต่พอนึกดูนี่ก็เย็นแล้ว เธอคงจะลืมกินข้าวเที่ยงไปอีกแล้วละซิ

ชายหนุ่มยังคงยิ้มให้ เขาเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเธอแล้วพยักหน้า “ไปทานข้าวกับพี่นะ แล้วค่อยมาทำงานต่อก็ได้”

“ค่ะ”

ถึงอย่างไรเขาก็ดีกับเธอ แต่งงานกันแล้วก็จริงแต่ยอมแยกห้องไปนอนอีกห้อง เพราะเธอเองที่ยังไม่คุ้นกับเขา เธอได้แต่หวังว่าเขาจะอดทนกับเธออีกสักนิด.

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
หน้าปกนวนิยาย เงื่อนลวง
8.4
อัญมณี ช่างภาพสาวผู้มีชื่อพ้องกับนามปากกานักเขียนดัง ต้องเผชิญอันตรายเมื่อเธอถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการตายปริศนาของดวงดาว หลังไปร่วมงานศพในฐานะตัวแทนนักเขียน หมอชลทิศน้องชายผู้ตายและหลานสาวต่างสงสัยว่าเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังตามข่าวลือ ขณะที่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนเร่ร่อนกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าสยดสยอง อัญมณีและชลทิศต้องร่วมกันไขปริศนาเพื่อหาตัวฆาตกรตัวจริง ท่ามกลางความลับและเงื่อนงำที่ก่อตัวเป็นความรักท่ามกลางอันตรายที่ล้อมรอบตัวพวกเขา
หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
หน้าปกนวนิยาย ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
9.7
สามีผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าของฉันปล่อยให้สิงโตที่เขารักขย้ำลูกชายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับเลือกปกป้องสัตว์ร้ายและชู้รักที่เป็นคนดูแลกรง แทนที่จะเสียใจให้กับความสูญเสียครั้งนี้ เมื่อความจริงปรากฏว่าโศกนาฏกรรมไม่ใช่แค่อุบัติเหตุแต่เกิดจากความละเลยเพื่อชู้รัก ความแค้นของฉันจึงปะทุขึ้น ฉันตัดสินใจกำจัดสิงโตที่เขาภูมิใจและส่งสัญญาณหาพี่ชายร่วมแก๊งมาเฟียทั้ง 108 คน เพื่อล้างแค้นด้วยเลือดให้สาสมกับที่เขาพรากแก้วตาดวงใจของฉันไป
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนรักอสูรร้าย (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม3)
8.7
“ฮืออ คุณมันผู้ชายสารเลว หนูเกลียดและขยะแขยงคุณที่สุด!” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อรู้สึกถึงรอยสัมผัสน่าขยะแขยงของเสี่ยไพรัตน์ มือที่จับปลายผ้าห่มก็ถูเช็ดไปตามผิวขาวผ่องจนแดงเถือก ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยทำให้คนที่ยืนเท้าสะเอวเป็นเด็กแรกเกิดอยู่ตรงปลายเตียงนั้นตื่นจากความฝันที่เป็นจริง สิงขรหน้าแดงก่ำโกรธเด็กน้อยที่บังอาจเช็ดรอยสำผัสที่เขาทำไว้บนตัวเธอ ร่างโตจึงรีบก้าวขึ้นเตียงคลานตามไป มือใหญ่คว้าหมับกำกระชับแน่นที่ข้อเท้าน้อย พร้อมออกแรงกระชากดึงให้คนตัวเบาเข้ามาปะทะแผ่นอก “กรี๊ดดด! ไอ้คนชั่ว! คนเลว ! ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ!” ถึงจะเจ็บระบมไปทุกตารางนิ้วบนร่างกาย ดาวเรืองก็ไม่ต้องการให้เขาแตะต้อง แม้จะมีแรงเพียงน้อยนิด แต่ก็ปกป้องตัวเองโดยการใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบตีคนใจโฉดอย่างบ้าคลั่ง “ปากดี ด่าเก่งนักนะ อย่างนี้มันต้องโดนอีกสักสามสี่รอบ หรือว่าจะทั้งคืนเลยดีไหม?” สิงขรอุ้มเด็กน้อยให้เข้ามานั่งอยู่บนตัก ซึ่งทำให้ดวงหน้าของคนทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาสอดเข้าท้ายทอยฉุดเบาๆ ให้ดวงหน้างามแหงนขึ้นเพื่อรองรับคำขู่จากปากหยักที่บดขยี้กลีบปากบวมเจ่อ และเมื่อได้ชิมความหอมหวานในโพรงปากนุ่มพอใจแล้ว เขาก็ตวัดอุ้มร่างน้อยขึ้นพาดบ่า ฝ่ามือใหญ่กางออกแล้วฟาดลงบนสะโพกกลมงอนเสียงดังเผียะๆ พร้อมทั้งก้าวลงเตียงเดินดุ่มๆ พาหญิงสาวเข้าห้องน้ำ “ปล่อยหนูนะ โอ๊ยย! ไอ้ลุงแก่ชอบรังแกเด็ก! ฮืออ” เสียงใสครางปนเสียงสะอื้นเมื่อถูกปล่อยให้เท้าแตะพื้น ขาเรียวสวยสั่นระริกไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองจึงทรุดลงไปนั่งบนพื้นห้องน้ำ “ก็ไอ้ลุงแก่คนนี้ไม่ไช่เหรอที่ทำให้เธอพ้นจากไอ้แก่พุงโย้ตัณหากลับนั้น” สิงขรไม่ชอบใจเป็นอย่างมากที่หญิงสาวมักเรียกเขาว่าลุง ดวงตาสีนิลเริ่มแดงก่ำจ้องมองหญิงสาวที่กำลังคลานหนีไปนั่งขดตัวเป็นกิ้งกืออยู่ข้างชักโครก “คุณก็ไม่ต่างอะไรกับเสี่ยไพรัตน์เลยสักนิดที่ชอบล่อลวงเด็กสาวพาไปทำมิดีมิร้ายเหมือนกัน” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อนึกถึงภาพของไอ้เสี่ยแก่รุ่นตาพุงก็โย้ น่าเกลียดที่สุด ไอ้ตาแก่นั่นกำลังย่ำยีเธอ แต่แปรเปลี่ยนเป็นภาพของสิงขรที่เป็นคนทำร้ายพรากความบริสุทธิ์ไปโดยที่ไม่ได้ยินยอมสักนิด หญิงสาวนั่งกอดเข่าใบหน้าเขลอะน้ำตาก็แนบชิดมือของตัวเองที่วางอยู่บนหัวเข่า เรียวปากบวมเจ่อก็กระซิบเสียงแผ่วเบาหวังให้ได้ยินเพียงคนเดียว “ยัยเด็กบ้าเอ๊ย! เธอกล้าเปรียบฉันเป็นไอ้เฒ่าไพรัตน์หัวงูนั่นได้ไงฮะ? แล้วถ้าฉันไม่รักษาด้วยร่างกายของฉัน ป่านนี้ เธอก็คงจะขาดใจตายไปนานแล้ว และตอนนี้ มันก็อยากจะเข้าไปในตัวเธอเพื่อทดสอบดูว่าหายจากอาการสยิวซ่านหรือยัง” คำพูดดูหมิ่นของเด็กน้อยทำให้สิงขรโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาเอาแต่พูดเรื่องใต้สะดือให้เธอฟัง ‘เฮอะ! ทำเป็นหน้าแดง อายละสิที่เห็นตัวตนของฉัน’ สิงขรคำรามพูดอยู่ในใจ “อ๊ายย! ไอ้คนทุเรศ! อย่าคิดเอาไอ้หนอนเน่าน่าเกลียดนั่นเข้ามาใกล้หนูเด็ดขาด” ดวงตากลมโตคลอน้ำตาเบิกโพลงเมื่อเห็นความใหญ่โตตรงหว่างขาของเขา ซึ่งมันผงกหัวเบ่งกล้ามจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดใส่เธออย่างที่ว่าจริงๆ “หึ! ก็ไอ้หนอนตัวนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้เธอหายจากอาการซ่านสยิว แตะตรงไหน ผิวนี่สั่นระริกไปตามการลูบไล้ของฉันไม่ใช่เหรอ ฮะ” ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อผสมแววตากลมโตสั่นไหวหวาดกลัวนั้นทำให้สิงขรนึกสนุก เขายิ้มแยกเขี้ยวน่ากลัว ชี้มือให้เธอดูความแข็งแกร่งที่มันชูชันตั้งโด่